เมื่อมองดูเศษหินนับล้านที่กำลังจะฝังทั้งคู่ทั้งเป็ ภาพที่น่าใก็ปรากฏขึ้น
ฉินหรูเยียน เซียวหลิงอวิ๋น และดวงดาวแสงทองที่กำลังลอยคว้างเป็จุดศูนย์กลาง ในระยะสามจั้งโดยรอบราวกับมีเกราะกำบังที่มองไม่เห็นและทำลายไม่ได้ปรากฏขึ้นมา
“ป๊อก” พร้อมด้วยเสียงดังลั่น เศษหินจำนวนนับไม่ถ้วนก็กองพะเนินจนกลายเป็ูเาเล็กๆ แต่ตรงกลางกลับมีช่องว่างประหลาดเป็วงกลมขนาดสามจั้งอยู่ภายในนั้น!
สิบห้าชั่วอึดใจก่อนหน้านี้ ผู้คนบนก้อนหินต่างก็รู้สึกกระวนกระวายเมื่อรู้สึกว่าก้อนหินใต้ฝ่าเท้ากำลังสั่นไหวเล็กน้อย แล้วก้อนหินทั้งก้อนก็เริ่มสั่นไหว
“ดูนั่น ในทะเลสาบ!” ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องด้วยความใดึงดูดความสนใจของทุกคนออกจากก้อนหินที่กำลังสั่นะเืใต้ฝ่าเท้าและมองไปที่ผิวน้ำโดยรอบทันที สีหน้าของทุกคนต่างก็ต้องถอดสีฉับพลัน
ผิวน้ำกำลังจมลงไปอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แบบการระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำด้วย แต่ดูเหมือนกับเขื่อนกันน้ำโดยรอบกำลังพังทลายลงในเวลาเดียวกันมากกว่า
“ครืนนนน!” เสียงดังขึ้นเบาๆ
ซึ่งเสียงดังนั้นดังก้องมาจากก้อนหินที่อยู่ใต้ฝ่าเท้า
“ก้อนหินกำลังจะแตกแล้ว!” เสียงร้องด้วยความใดังขึ้น จากนั้น “แกร๊กๆๆ...” ก็มีเสียงปริแตกดังขึ้นถี่ๆ ราวกับประทัดที่ดังอย่างต่อเนื่อง
“หนีเร็ว!” หม่าิฮุ่ยพลิกฝ่ามือ ปล่อยยานเหาะทองพิสุทธิ์ออกมา เป็คนแรกที่ะโขึ้นยานเหาะพร้อมกับส่งเสียงร้องเรียกอย่างรีบเร่ง
อูเสี่ยวหมินที่อยู่ใกล้ๆ เองก็ไม่รอช้า ในขณะเดียวกันก็โยนยานเหาะทองพิสุทธิ์ออกมาเช่นกัน
แต่ละคนต่างก็พากันขึ้นยานอย่างรวดเร็ว
วูบ! หยวนอิ่งช้าไปครึ่งก้าว ก้อนหินใต้ฝ่าเท้ากำลังแตกออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทั้งตัวของเขาจมลงไปด้านล่างทันที พลังิญญาในกายไหลเวียนอย่างรวดเร็ว เหยียบเศษหินที่กำลังจมลงไปด้านล่าง เพื่อส่งตัวเองลอยขึ้นมา คนที่อยู่้าก็ยื่นมือใหญ่ๆ ลงมาคว้าแขนของหยวนอิ่ง แล้วดึงขึ้นไปบนยานเหาะ
ยานเหาะทองพิสุทธิ์สองลำบรรทุกคนจนล้นทั้งสองลำ บินลอยขึ้นไปอย่างโคลงเคลง ก้อนหินขนาดใหญ่ด้านล่างได้กลายเป็เศษหินจำนวนนับไม่ถ้วน จมลงไปในทะเลสาบที่ระดับน้ำลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว!
“บ้าจริง หลิงอวิ๋นกับศิษย์พี่หญิงฉินยังอยู่ด้านล่าง ไม่รู้ว่าจะเป็อย่างไรบ้าง” อูเสี่ยวหมินทุบกรอบยานเหาะทองพิสุทธิ์อย่างแรงแล้วกล่าว
“จะต้องไม่เป็อะไรแน่นอน พวกเขาทั้งสองคนล้วนเป็ถึงอัจฉริยะในรอบหมื่นปีของอาณาจักรซินโยวของเรานี่นา!” เสียงอ่อยๆ ของหลินอิ๋งดังขึ้น
ในขณะที่คนอื่นไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลย
หัวใจของทุกคนจมอยู่กับความหนักอึ้ง
เมื่อมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์หมื่นปีของดินแดนซินโยว มีอัจฉริยะอยู่เป็จำนวนไม่น้อยที่มีพร์ที่ยอดเยี่ยม แต่ยังไม่ทันได้เปล่งประกายก็ต้องพ่ายแพ้บนเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรที่เต็มไปด้วยขวากหนามแหลมคม
หากทั้งสองมีพลังยุทธ์อยู่ในระดับมหาปรมาจารย์ิญญา ก็จะสามารถทนต่อแรงกระแทกของน้ำและเศษหินนี้ได้อย่างแน่นอน
แต่ในเวลานี้...
น้ำในทะเลสาบหายไปอย่างรวดเร็ว ทะเลทรายโดยรอบราวกับเป็ฟองน้ำขนาดใหญ่ ดูดซับน้ำนับพันล้านตันให้หายหมดไปในทันทีจนไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว
เกิดเสียงโครมครามดังขึ้น เศษหินจำนวนมากร่วงหล่นลงไปในทะเลสาบที่แห้งผากจนกลายเป็ูเาหินสูงถึงหนึ่งร้อยจั้ง
พอมองไปยังูเาหินสูงหนึ่งร้อยจั้งที่ด้านล่าง!
ทุกคนต่างก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่เื่จริง ราวกับอยู่ในความฝัน
เมื่อน้ำในทะเลสาบจำนวนมหาศาลกลับหายวับไปภายในชั่วพริบตา จากก้อนหินขนาดั์กลับกลายเป็ูเาหินรูปกรวยที่เกิดจากเศษหินหลายพันล้านก้อนกองรวมกันภายในเวลาอันสั้น
“อ๊ะ นั่นอะไรน่ะ?” ทันใดนั้นถังเซียวก็เบิกตากว้าง ชี้ไปที่หินผลึกสีแดงเพลิงที่ลอยขึ้นมาจากข้างล่าง
ก่อนที่ทุกคนจะทันได้ตอบสนอง
‘ครืนนนน’ เกิดเสียงหินถล่มดังขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับเศษหินนับพันที่ถล่มลงมา ร่างหนึ่งโผล่ออกมาจากกองหิน ไม่ใช่หนึ่ง แต่เป็สอง เพราะหลังจากที่ร่างแรกปรากฏตัวออกมา ก็มีร่างที่สองตามออกมาด้วยติดๆ
“คิดจะหนีอย่างนั้นหรือ!” เสียงะโดังขึ้น
ร่างที่ออกจากกองหินเป็คนแรกพุ่งตัวออกไปราวกับะุปืนใหญ่ ทะยานขึ้นไปในอากาศและพุ่งเข้าหาหินผลึกสีแดงเพลิงนั้น
“นั่น ศิษย์พี่หญิงฉินกับหัวหน้าหลิงอวิ๋น!” เฉียนหม่านควงตื่นเต้นจนพูดไม่ออก ดวงตาของเขามีชั้นน้ำปกคลุมอยู่
พอเห็นว่าเป็ฉินหรูเยียนกับเซียวหลิงอวิ๋นแล้ว ทุกคนต่างก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ ดวงตาของทุกคนต่างก็ส่องประกายผ่านม่านน้ำตา มีทั้งอารมณ์ที่ตื่นเต้นและยินดี
หินผลึกสีแดงเพลิงนี้ต่างไปจากหินผลึกเมฆไฟที่มีขนาดเท่ากำปั้นเด็กที่ฉินหรูเยียนกับเซียวหลิงอวิ๋นเคยเห็นเมื่อก่อนหน้านี้ มันมีความยาวถึงสามฉื่อ กว้างและสูงเก้าชุ่น พูดให้ชัดๆ คือเป็สี่เหลี่ยมผืนผ้า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหินผลึกสีแดงเพลิงนี้กำลังตั้งท้องสิ่งมีชีวิตเล็กๆ อยู่ นั่นคือภูตไฟ
แน่นอนว่าในเวลานี้ยังไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็ภูตไฟอย่างแท้จริง เพราะยังเป็แค่ตัวอ่อนอยู่ เป็ตัวอ่อนภูตไฟที่กำลังจะเป็ตัวและเตรียมที่จะถือกำเนิด
หากเป็ภูตไฟตัวจริง ไม่ว่าเซียวหลิงอวิ๋นกับฉินหรูเยียนจะเก่งกาจเพียงใด แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านระดับพลังยุทธ์ก็ยังเป็เื่ยากมากที่จะจับมันได้ แต่เวลานี้มันยังเป็เพียงแค่ตัวอ่อนที่มีสติสัมปชัญญะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการไล่จับของฉินหรูเยียนได้
บนเนินทรายที่ราบเรียบนี้ หม่าิฮุ่ย ถานหย่า หลินอิ๋ง และเจียงอิ่ง สี่สาวพากันล้อมรอบฉินหรูเยียน มองดูหินผลึกสีแดงเพลิงรูปสี่เหลี่ยมนี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ศิษย์พี่หญิงเยียน มีตัวอ่อนภูตไฟอยู่ในนี้จริงๆ หรือ?” หลินอิ๋งจ้องมองไปที่หินผลึกสีแดงเพลิง ที่นอกจากจะสว่างและเป็ประกายแล้ว นางก็ยังมองไม่ออกว่ามีตัวอ่อนอยู่ในนั้น
“อืม! ตอนนี้มันยังไม่โตเต็มที่ เหลืออีกแค่นิดเดียวเท่านั้น” ใบหน้าของฉินหรูเยียนแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น!
ห่างออกไปหนึ่งพันหมี่! ภายใต้การกวัดแกว่างมือั์พลังิญญา กองหินก็ค่อยๆ ลดต่ำลงและหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว ในเวลานี้เหล่าพวกผู้ชายกำลังขจัดเศษหินที่กองอยู่กันอย่างสุดกำลัง
คนเยอะก็แรงเยอะ ภายในเวลาเพียงหนึ่งชั่วถ้วยชา แสงสีแดงก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมา
จนสองชั่วยามต่อมา
กองูเาหินผลึกเมฆไฟขนาดั์สูงห้าคนต่อกัน และกว้างถึงยี่สิบจั้งก็ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินทราย
ดวงตาของทุกคนถูกแสงสีแดงของหินผลึกเมฆไฟส่องจนเป็สีแดงสด
“เอื๊อก” เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นมาโดยรอบ โอ้โฮ แม้แต่ก้อนที่เล็กที่สุดก็มีขนาดเท่ากับไข่ไก่ ส่วนก้อนที่ใหญ่ที่สุดก็ถูกฉินหรูเยียนเอาไปแล้ว ก้อนที่นางบอกว่ามีตัวอ่อนของภูตไฟอยู่ข้างใน
ก้อนที่มีพลังต่ำที่สุดก็คือระดับสามชั้นล่าง ส่วนมากที่สุดก็คือก้อนที่ใหญ่ที่สุดซึ่งไม่รู้ระดับ
ที่เหลือคือระดับสามชั้นล่าง ระดับสามชั้นกลาง และระดับสามชั้นสูง คละกันไปหมด สิ่งที่ทำให้ทุกคนตื่นเต้นที่สุดคือมีหินผลึกเมฆไฟระดับสี่ชั้นล่างที่มีขนาดเท่าชามถึงสี่สิบห้าก้อน
รวยแล้ว!
หลังจากที่นับเรียบร้อยแล้ว: รวมทั้งสิ้น สามแสนสองหมื่นเจ็ดพันแปดร้อยหกสิบสามก้อน
นี่คือโชคลาภก้อนโตอย่างไม่ต้องสงสัย
ทั้งติงชิ่ง ต่งเย่า และคนอื่นๆ ต่างก็ดวงตาเขียวปั้ดไปหมด ทั้งเก้าคนของสำนักแม่มดเพลิงร้อนต่างก็ตื่นเต้นจนตัวสั่น ถ้าหากเซียวหลิงอวิ๋นทำตามที่ตกลงกันเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว พวกเขาก็จะได้ไปถึงสามส่วน นี่คือโชคลาภที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของพวกเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
“พี่ติง พี่ต่ง พวกเราขอแลกหินผลึกเมฆไฟระดับสี่ทั้งสิบสี่ก้อนนั้นให้พวกเราได้หรือไม่ ไม่ต้องกังวล พวกเราจะใช้หินระดับสามชั้นสูงแลกเปลี่ยนกันในอัตราส่วนแปดต่อหนึ่ง แน่นอนว่าจะไม่ทำให้พวกเ้าขาดทุนอย่างแน่นอน” เซียวหลิงอวิ๋นเดินไปหาพวกติงชิ่งแล้วกล่าว
“ได้แน่นอน นอกจากนี้ ตามธรรมเนียมปฏิบัติของอาณาจักรซินโยวเรา หนึ่งต่อห้าก้อนก็พอแล้ว” ติงชิ่งเหลือบมองไปที่ฉินหรูเยียนแล้วกล่าว “พี่เซียว การที่พวกเ้า้าหินผลึกเมฆไฟระดับสูงเช่นนี้ เพราะว่า้าฟักตัวตัวอ่อนภูตไฟนั้นในโลกเร้นลับนี้ใช่หรือไม่?”
“พี่ติ่งมีสายตาแหลมคมนัก ขอบคุณมาก น้ำใจของพวกเ้านี้ ข้าจะขอรับเอาไว้!”
“ฮ่าๆ พวกเราต่างหากที่ต้องในน้ำใจของเ้า พวกเราไม่เพียงแต่จะไม่ขาดทุนในครั้งนี้ แต่ยังได้กำไรมหาศาลอีกด้วย ณ ที่นี้พวกเราพี่น้องทั้งเก้าคนจะขอสาบานว่า ต่อไปนี้หากพี่เซียว้าให้พวกเราช่วยเหลืออะไร ขอเพียงแค่บอกมา พวกเราพี่น้องทุกคนจะบุกน้ำลุยไฟเพื่อเ้าได้ทั้งนั้น แม้ตายก็ไม่เสียดาย!” ติงชิ่งตบหน้าอกของเขาและให้คำมั่นสัญญาอย่างห้าวหาญ!
ศิษย์ทั้งแปดคนของสำนักแม่มดเพลิงร้อนคนอื่นๆ ต่างก็กำหมัดและทุบหน้าอกตามเพื่อแสดงออกว่าคำพูดของติงชิ่งก็เหมือนคำพูดของพวกเขา
เมื่อเห็นภาพนี้แล้ว เหล่าศิษย์สำนักดาบิญญาเมฆาและศิษย์สำนักรวมสมบัติิญญาทั้งสองต่างก็รู้สึกยินดี เกิดความประทับใจที่ดีต่อศิษย์สำนักแม่มดเพลิงร้อนกลุ่มนี้ขึ้นมาจากใจจริง
ต้องแสดงความจริงใจต่อผู้อื่นและปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความจริงใจ จึงจะได้หัวใจของผู้อื่นมา
