เมื่อกลับถึงบ้าน รองเท้าของพวกเขาก็เปียกชุ่มจนรีดน้ำออกมาได้เลย
ทั้งสองผิงไฟในห้องครัว พร้อมกับถอดรองเท้าออกมาผึ่งให้แห้ง จางเจียิอดพูดเื่ที่จะให้เธอไปบ้านคุณลุงอีกรอบไม่ได้
ไม่มีผู้ใดในหมู่บ้านยอมช่วยเขา ตัวเขาเองก็ไม่มีทักษะในการหาเลี้ยงชีพ แค่เสบียงยังซื้อเองไม่ได้
เขาทบทวนคำพูดที่จะใช้โน้มน้าวมาแล้วหลายรอบ บางครั้งเสียใจจนร้องไห้ ทว่ากลับพูดไม่ออกเมื่อเจอหน้าฮั่วเสี่ยวเหวิน
“ฮั่วเสี่ยวเหวิน พี่ไม่อยากให้เธอมาลำบากกับพี่อีกแล้ว” ทั้งที่ในใจทบทวนมาเจ็ดแปดรอบ ทว่าคำที่พูดออกมากลับยังคงเป็ประโยคอันเรียบง่ายดังเดิม
ฮั่วเสี่ยวเหวินเห็นเขาก้มหน้าผึ่งรองเท้า ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองหน้าเธอ เธอย่อมรู้สึกไม่ค่อยดีนัก
“พี่เจียิ พี่รู้สึกว่าฉันเป็ตัวถ่วงหรือ?” เธอไม่ได้โกรธ แต่สงสารเขาต่างหาก
“ไม่ใช่นะ” จางเจียิคิดไม่ถึงว่าเธอจะพูดเช่นนี้ รีบตอบว่า “พี่อยากอยู่กับเธอตลอดไป แต่พี่ไม่อยากให้เธอต้องมาลำบากกับพี่ พี่อยากให้เธอมีความสุขเสมอ”
“ขอแค่ได้อยู่กับพี่ และพี่ดีกับฉัน ฉันก็มีความสุขทุกวันแล้ว” ฮั่วเสี่ยวเหวินพูดอย่างจริงจัง นี่คือความจริง การได้อยู่กับคนที่ดีต่อตัวเองจากใจจริง ความรู้สึกอบอุ่นนี้ดีกว่าอะไรทั้งนั้น
จางเจียิไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าในใจของเขามีเมล็ดพันธุ์แห่งความน้อยเนื้อต่ำใจฝังอยู่มานานแล้ว เป็สาเหตุให้เขาเอาแต่คิดจะส่งฮั่วเสี่ยวเหวินกลับบ้านคุณลุงของเธออยู่เสมอ
ได้ยินฮั่วเสี่ยวเหวินพูดเช่นนี้ จางเจียิจึงรู้สึกดีขึ้นมาก ตัดสินใจไม่คุยเื่นี้ต่อ เขาผึ่งรองเท้าให้แห้งแล้วไปเตรียมอาหารต่อ
เื่ที่จะขอให้จางต้ากั๋วช่วยซื้อเสบียงให้เป็อันจบลง หลิวเยวี่ยทำให้ทั้งสองเกิดความแสลงใจ
คุณอาต้ากั๋วเป็คนดี ทว่าภรรยาของเขากลับเป็คนใจแคบ กลัวว่าไปแล้วจะไม่เป็ที่ต้อนรับ ทั้งสองจึงไม่พูดเื่ซื้อเสบียงอีก ถึงอย่างไรก็ยังมีเสบียงพอให้กินไปอีกระยะหนึ่ง
ในวันที่สามเริ่มมีแดดออก แสงแดดสีทองส่องลงบนหิมะสีขาว ูเาระยิบระยับเป็สีเงิน ต้นไม้น้อยกลายเป็ก้อนหิมะสีขาว
พุ่มหญ้าที่อยู่ไม่ไกลออกไปเกาะตัวเป็น้ำแข็ง ฮั่วเสี่ยวเหวินมองอย่างเหม่อลอย ไม่ได้ยินเสียงเรียกจากเ้าอ้วน
หิมะก้อนหนึ่งลอยกระแทกโดนศีรษะของฮั่วเสี่ยวเหวินเข้าอย่างจัง เมื่อหันไปมองก็เห็นเ้าอ้วนกำลังยู่ปากะโมาว่า “เมินฉันดีนัก”
ฮั่วเสี่ยวเหวินย่อตัวลงหยิบก้อนหิมะแล้วปากลับไปเต็มแรง แม้จะไม่ถูกเ้าอ้วน ทว่าทั้งคู่กลับรู้สึกสนุกสนาน สลับกันขว้างก้อนหิมะใส่กัน
จังหวะที่จางเจียิออกมา ทั้งสองก็ทำาขว้างหิมะกันแล้ว ขณะที่เขากำลังยืนงุนงง เ้าอ้วนพลันะโขึ้นมาว่า “พี่เจียิ มาเล่นด้วยกันสิ”
หัวใจเ้าอ้วนยังคงเป็เด็ก แค่ร้องไห้ก็ลืมเื่ที่ทะเลาะกันเมื่อวันก่อนไปเสียแล้ว เขาสามารถชวนให้จางเจียิมาเล่นด้วยกันได้โดยไม่รู้สึกขัดข้องใจแต่อย่างใด
ไม่รู้ว่าเล่นไปนานแค่ไหน ทั้งสามหน้าแดงมือแข็งแต่ยังไม่หนำใจ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเล่นเลยแม้แต่น้อย
“หน็อยแน่ พวกเธอสองคนรุมฉันงั้นหรือ” เ้าอ้วนคว้าหิมะบนพื้นมาปาใส่สองคนนั้นแบบมั่วๆ
ฮั่วเสี่ยวเหวินรีบหลบ ะโว่า “ฉันผิดไปแล้ว ฉันผิดไปแล้ว” อาศัยจังหวะที่เ้าอ้วนไม่ทันระวังปาใส่อีกลูก รอบนี้โดนเข้าที่คอของเ้าอ้วนเต็มๆ
เ้าอ้วนรีบพลิกคอเสื้อออกมา แกล้งด่าพวกฮั่วเสี่ยวเหวินแบบพวกผู้ใหญ่
กระทั่งถึงตอนเที่ยง ทั้งสามคนเล่นปาหิมะจนเหนื่อย พากันวิ่งเข้าไปในบ้านของจางเจียิ
ระหว่างจุดไฟเพื่อผิงไฟ เ้าอ้วนพยายามจะเข้ามาช่วยให้ได้ สุดท้ายเขาดันเอาหน้าผากของตัวเองไปเปื้อนขี้เถ้า จนหน้าผากกลายเป็สีดำเมี่ยม แลดูตลกมาก
ฮั่วเสี่ยวเหวินหยอกล้อเขาอย่างอารมณ์ดี “หน้าดำเช่นนี้ เปลี่ยนไปเรียกว่าเ้าดำดีกว่า”
แล้วยังจงใจลากเสียงยาว “เ้าดำ เ้าดำ~” เรียกเสียงหัวเราะจากทั้งสองคนได้เป็อย่างดี
ไม่รู้ว่าเ้าอ้วนเอานิ้วไปแตะขี้เถ้าตอนไหน เขาอาศัยจังหวะที่ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่ทันระวังเอาขี้เถ้าไปทาหน้าเธอ
ทั้งสามคนไล่แกล้งกันต่อ เล่นกันอีกสักพักก่อนจะพากันผิงไฟให้ตัวอุ่นขึ้น
ทั้งสามคนนั่งพูดคุยกัน ฮั่วเสี่ยวเหวินเล่าเื่สนุกจากตอนที่ไปล่าสัตว์ให้ฟัง และยังบอกให้เ้าอ้วนอยู่กินมื้อเย็นด้วยกัน
อาหารที่บ้านจางเจียิไม่ได้ดีเลิศ ทว่าทั้งสามคนกลับกินกันจนอิ่ม รู้ตัวอีกทีพระอาทิตย์ก็ใกล้ตกดินแล้ว
“ฮั่วเสี่ยวเหวิน พี่เจียิ ผมกลับก่อนนะ” เ้าอ้วนพูดเช่นนี้ แต่เท้ากลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกอาลัยอาวรณ์จนไม่อยากจะกลับบ้านตามประสาเด็ก
ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกอาลัยอาวรณ์เช่นกัน มีแค่ไม่กี่คนในหมู่บ้านที่ดีต่อเธอและจางเจียิ อุตส่าห์ได้เล่นสนุกมาทั้งวัน ย่อมรู้สึกเสียดายเป็ธรรมดา
ความสุขในวัยเด็ก เป็ความสนุกสนานไร้กังวล หากอยากจะมีความสุขเช่นนั้นคงมีแต่ต้องอยู่กับคนไร้เล่ห์เหลี่ยมและไม่ดูถูกตัวเองเท่านั้นกระมังจึงจะมีความสุขได้อย่างแท้จริง
ไม่รู้ว่าเพราะฮั่วเสี่ยวเหวินเข้าใจเื่นี้เป็อย่างดีหรือไม่ แต่ใน่เวลาอันยาวนานหลังจากนี้ เธอกับจางเจียิจึงชอบเล่นกับเ้าอ้วนเป็พิเศษ
เนื่องจากกลัวว่าหากกลับช้าเกินไปจะถูกคุณย่าตามหา เ้าอ้วนจึงไม่กล้าอยู่ต่อ เขาเดินออกจากบ้านของจางเจียิทันที แต่ใครจะไปคิดว่าเมื่อผลักประตูออกมาแล้วกลับต้องพบกับฮั่วต้าซาน
เ้าอ้วนคิดไม่ถึงว่าฮั่วต้าซานจะอยู่ที่นี่ เขาใจนหัวใจเกือบเด้งออกจากอก
“คุณมาทำอะไร?” เ้าอ้วนกำลังจะด่าว่าเขาทำให้ใตอนกลางวันแสกๆ ทว่าถูกฮั่วเสี่ยวเหวินพูดตัดหน้าเสียก่อน เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สีหน้าแสดงความไม่เป็มิตรอย่างรุนแรง
เห็นหน้าฮั่วต้าซานแล้วเธอนึกถึงคำพูดตอนที่อีกฝ่ายนำตัวเองไปทิ้งไว้ที่สุสาน ‘ใครใช้ให้แกไม่ใช่ผู้ชาย’ เธอจำได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
เธอไม่เข้าใจว่าโลกนี้มีพ่อเช่นนี้ได้อย่างไร เมื่อก่อนเธอเคยอ่านเจอในหนังสือว่า ‘เืข้นกว่าน้ำ ถึงเสือร้ายก็ไม่กินลูกตัวเอง’ ทว่าเธอกลับััถึงสิ่งเ่าั้จากฮั่วต้าซานไม่ได้สักนิด เสมือนว่าเธอกับเขาไม่ได้เป็พ่อลูกกัน
“ฉันมาทำอะไร?” ฮั่วต้าซานแสยะยิ้ม พร้อมกับหยิบไม้ตะบองบนพื้นเดินมาทางฮั่วเสี่ยวเหวิน
ปากด่าว่า “วันนี้ฉันจะตีลูกไร้ยางอายอย่างแกให้ตาย แกทำบ้านฮั่วของฉันขายหน้าหมดแล้ว”
เ้าอ้วนเดินมาบังหน้าฮั่วเสี่ยวเหวินไว้ั้แ่เมื่อไรไม่รู้ เขาถูกฮั่วต้าซานฟาดเข้าเต็มแรง
ฮั่วต้าซานลงมือแบบไม่ออมแรง แขนเ้าอ้วนจึงมีรอยแดงปรากฏขึ้นทันที
เ้าอ้วนรีบนำ ‘ความสามารถพิเศษ’ ออกมาใช้ เขาวิ่งกลับบ้านโดยไม่รอช้าพร้อมกับขู่ว่า“ผมจะให้ปู่มาจัดการคุณ”
จางเจียิเห็นฮั่วต้าซานมาถึงก็ลงมือทำร้ายทันที จึงจะเข้าไปสู้ตายกับเขาด้วยความโมโห
ฮั่วเสี่ยวเหวินตาไวมือไว จางเจียิยังไม่ทันขยับก็ถูกเธอดึงเอาไว้ก่อนแล้ว ไม่รู้เช่นกันว่าเธอไปเอาเรี่ยวแรงมาจากที่ไหน แต่จางเจียิไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลย
ส่วนฮั่วต้าซานนั้นเริ่มลนลานเมื่อเห็นว่าตัวเองตีพลาดไปโดนเ้าอ้วน หัวหน้าหมู่บ้านมีชื่อเสียงเื่การให้ท้ายหลานตัวเอง ครั้งก่อนเขาเคยได้รับบทเรียนมาแล้ว จึงทำท่าจะรีบไปจากที่นี่
