หลี่ชิงชิงลงมือตรวจชาวบ้านหมู่บ้านหูเสร็จภายในลมหายใจเดียว นางถามเพิ่มเติมอีกสองสามคำถาม ในใจของนางวินิจฉัยแน่ชัดแล้วว่าพิษที่ชาวบ้านเหล่านี้ได้รับเป็พิษชนิดเดียวกัน เนื่องจากความรุนแรงของอาการที่แสดงออกมา แปรผันตามของปริมาณน้ำในบ่อที่พวกเขาดื่มเข้าไป
“ท่านหมอเทวดา พิษของพวกเราท่านสามารถช่วยรักษาให้หายได้หรือไม่?”
“ขอร้องท่านหมอ ได้โปรดช่วยชีวิตข้าด้วย”
ชาวบ้านกลุ่มนั้นคร่ำครวญขอร้องหลี่ชิงชิงพร้อมน้ำตาที่เอ่อคลอดวงตา
หลี่ชิงชิงเอ่ยกับชาวบ้านเ่าั้ตามตรงว่า “สำหรับสตรีที่ตั้งครรภ์ การรักษาจะค่อนข้างยุ่งยากสักหน่อย นอกเหนือจากนั้นคนอื่นๆ ที่ถูกพิษ พิษจะถูกรักษาจนหายหมดภายในหนึ่งถึงสองวัน”
“จริงหรือ! พิษของข้าสามารถรักษาให้หายได้ ดีเหลือเกิน”
“ท่านหมอเทวดา ขอบพระคุณท่านยิ่งนักที่ช่วยชีวิตของข้า ชาติหน้าข้าจะขอเกิดเป็วัวเป็ม้ารับใช้ท่าน”
“ข้าขอโขกศีรษะคำนับท่าน”
ชาวบ้านทั้งกลุ่มรวมถึงสตรีมีครรภ์ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากพื้น เพื่อคุกเข่าโขกศีรษะให้หลี่ชิงชิง
หลี่ชิงชิงปาดเช็ดเหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดพรายทั่วใบหน้า เอ่ยว่า “พวกท่านรีบลุกขึ้นมาแล้วนั่งลงเร็วเข้า อย่าได้ขยับร่างกายไปมา ยิ่งพวกท่านขยับมากเท่าใด พิษก็ยิ่งเข้าสู่กระแสเืไวขึ้นเท่านั้น”
หวังชีพรูลมหายใจด้วยความโล่งอก เอ่ยว่า “ชิงชิง เ้าคือพระโพธิสัตว์ที่มีลมหายใจจริงๆ”
ชาวบ้านของหมู่บ้านหวังทอดสายตามองหลี่ชิงชิงด้วยแววตาเดียวกับที่หวังชีใช้ นั่นก็คือสายตาที่ใช้มองท่านเซียนหญิง
เ้าของเกวียนลาทั้งสามคนย่อมไม่รู้ว่าหลี่ชิงชิงเคยช่วยคนมามากมายเท่าไรแล้ว เมื่อพวกเขาได้ยินคำพูดของนาง ทั้งสามก็โอบกอดความหวังมองการรักษาต่อไป
หวังเลี่ยงกับหวังจวี๋ที่อยู่ด้านข้างมาตลอด โน้มกายเข้ามาเอ่ยถามว่า “ท่านพี่สะใภ้สาม ท่านลองดูว่าพวกข้าสามารถช่วยอะไรท่านได้บ้าง?”
“เ้าไปต้มน้ำแกงถั่วเขียวหม้อใหญ่มาสองหม้อ” หลี่ชิงชิงเอ่ยกับหวังเลี่ยงและหวังจวี๋ “หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยาม นำมาให้คนป่วยดื่มน้ำแกงถั่วเขียวเพื่อกำจัดสารพิษ”
“ขอรับ” หลังจากที่หวังเลี่ยงและหวังจวี๋รับคำเสร็จก็หันตัวไปทำงานทันที
หลิวซื่อเองก็ฟื้นคืนสติแล้วเช่นกัน นางพาผู้เฒ่าหวังและคนอื่นๆ ไปเก็บกวาดจานชามบนโต๊ะในเรือนและห้องโถงไปล้าง
หากมิได้มีชาวบ้านที่ถูกพิษกลุ่มใหญ่บุกมา คนในครอบครัวสกุลหวังคงจัดการเก็บจนสะอาดเอี่ยม ทุกอย่างกลับเข้าที่เป็ระเบียบไปเรียบร้อยแล้ว
หลี่ชิงชิงมักจะเก็บยาที่กลั่นเสร็จเรียบร้อยเอาไว้ในห้องนอนของตนเอง ห้องนอนของนางอยู่ที่เรือนหลัง ยามที่นางกำลังไปเอายาก็พบสองแม่ลูกเฟิ่งซื่อกำลังเดินเล่นอยู่บริเวณท้ายเรือน เนื่องจากการช่วยชีวิตคนสำคัญกว่า นางจึงทำเพียงผงกศีรษะให้แล้วรีบจากไปทันที
หม่าเซี่ยงหนานทอดสายตามองตามแผ่นหลังของหลี่ชิงชิง เขานำเื่ที่เกิดขึ้นในเรือนหน้าเล่าให้เฟิ่งซื่อฟังอย่างละเอียด
เฟิ่งซื่อถลึงตาจับจ้องหม่าเซี่ยงหนานก่อนเอ่ย “นางสามารถถอนพิษของคนพวกนั้นได้จริงหรือ?”
หม่าเซี่ยงหนานตอบตามที่ตนได้ยิน “ภายในหนึ่งถึงสองวันก็จะเห็นผลขอรับ”
หม่าเฟิ่งเลี่ยเอ่ยว่า “ท่านแม่ หลี่ซื่อเก่งกาจเหลือเกินขอรับ”
“รอดูอีกสักประเดี๋ยวเถิด” เฟิ่งซื่อยืนมือออกไปลูบศีรษะของหม่าเฟิ่งเลี่ย “ยามนี้เ้าไม่กลัวแล้วหรือ?”
หม่าเฟิ่งเลี่ยตอบว่า “ขอรับ หลี่ซื่อสามารถช่วยคนเ่าั้ได้ ข้าก็ไม่กลัวแล้วขอรับ”
เฟิ่งซื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เมื่อครู่นางเพิ่งจะวินิจฉัย ยังไม่ได้ทำการรักษา รอจนผลการรักษาออกมา เราก็จะได้รู้ว่าคนเ่าั้จะรอดจริงหรือไม่”
สาวรับใช้ประจำกายคนหนึ่งเอ่ยว่า “หากหลี่ซื่อสามารถรักษาคนมากมายเ่าั้ได้จริง ย่อมหมายความว่าวิชาแพทย์ของนางยอดเยี่ยมยิ่งเ้าค่ะ”
เฟิ่งซื่อพยักหน้า ในใจรู้สึกว่าหลี่ชิงชิงที่เก่งกาจมากความสามารถถึงเพียงนี้ เช่นนั้นสามีของนางหวังเฮ่าจะเป็อย่างไร เขาคู่ควรเหมาะสมกับหลี่ชิงชิงหรือไม่?
ผู้เฒ่าหวังทอดสายตามองลูกสะใภ้ ภรรยาของบุตรชายแท้ๆ ของเขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากด้วยความกังวลว่า “ชิงชิง คนมากมายเพียงนี้ ยาของเ้าพอหรือไม่?”
มีคนจำนวนมากเหลือเกิน ต่อจากนี้ย่อมต้องมีคนที่มาขอการรักษาอีก อีกทั้งยังมีคนในหมู่บ้านอีกหลายคนที่รอยารักษาจากหลี่ชิงชิง
คนมากขนาดนี้ ยาที่้าย่อมมีมากตามไปด้วย
“คราที่แล้วที่ข้าช่วยชีวิตพ่อค้ากบในตำบลไท่ไป พอกลับมาข้าก็กลั่นยาออกมาอีกจำนวนหนึ่งเ้าค่ะ ข้าหวังว่าจะไม่ต้องใช้มัน คิดไม่ถึงว่ายังไม่ทันข้ามปีก็ต้องนำออกมาใช้เสียแล้ว อีกทั้งใช้คราหนึ่งก็เยอะมากมายถึงเพียงนี้” หลี่ชิงชิงตอบไปพลางมอบยาให้ชาวบ้านหมู่บ้านหูทานไปด้วย
“ขอบพระคุณท่านหมอเทวดาหลี่ที่ช่วยชีวิต”
“หากไม่ได้ท่านหมอเทวดาหลี่ช่วยไว้ ข้าคงสิ้นใจตายไปแล้ว”
ชาวบ้านกลุ่มนั้นกินยาเข้าไปพร้อมกับร่ำไห้ด้วยความซาบซึ้ง
สุดท้ายหลี่ชิงชิงก็เดินไปที่ข้างกายของสตรีตั้งครรภ์ มือที่ถือยาเอาไว้หยุดค้างกลางอากาศ นางเอ่ยตามตรงว่า “สตรีมีครรภ์ไม่ควรทานยาถอนพิษ หากเ้าใช้ยาถอนพิษ มีโอกาสถึงแปดส่วนว่าทารกในครรภ์ของเ้าจะพิการ หรือมีภาวะสมองพิการหลังคลอด”
สตรีมีครรภ์ผู้นั้นอายุประมาณยี่สิบห้ายี่สิบหกปี รูปโฉมธรรมดาทั่วไป เมื่อผนวกกับรูปร่างที่เกิดขึ้นหลังการตั้งครรภ์ ปรางแก้มที่มีกระ นางจึงดูน่าเกลียดเล็กน้อย หลังจากที่นางได้ยินคำพูดของหลี่ชิงชิง หญิงสาวก็ร้องไห้โฮออกมาเสียงดัง “ข้าตั้งครรภ์มาได้หกเดือนแล้ว ข้าอยากให้เขาเกิดมาเ้าค่ะ”
หลี่ชิงชิงเข้าใจความรู้สึกของสตรีที่ตั้งครรภ์ นางถอนหายใจยาว เอ่ยว่า “หากเ้าไม่ทานยาถอนพิษ แม้ว่าจะไม่เป็อันตรายต่อชีวิต ทว่าร่างกายของเ้าจะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง สถานเบาได้แก่ฟันร่วง ผมร่วง หรือสถานหนักได้แก่สติเลอะเลือนก่อนวัยอันควร หูหนวก ตาบอด หรือสูญเสียพละกำลัง ร่างกายไม่มีแรง”
ชาวบ้านจากหมู่บ้านหูทยอยเข้ามาเกลี้ยกล่อมสตรีตั้งครรภ์คนนั้น พวกเขาเอ่ยว่า “หากเ้าไม่ทานยาถอนพิษ เ้าอาจจะกลายเป็คนหูหนวกหรือตาบอด อีกทั้งลูกของเ้าที่กำลังจะเกิดก็อาจจะพิการได้”
“ก่อนหน้านี้ที่ตำบลไท่ ท่านหมอเติ้งก็บอกเ้าแล้วว่าทารกในครรภ์ของเ้าถูกพิษเช่นเดียวกับเ้า ต่อให้เ้าไม่ตาย ทว่าก็อาจจะรักษาทารกในครรภ์เอาไว้ไม่ได้ เ้าลองคิดดูให้ดีเถิด”
“สองพ่อลูกหลี่เจิ้งสิ้นใจไปเมื่อวานทั้งคู่ ยามที่ตายมีน้ำลายฟูมปาก ท่าทางน่าอนาถนัก หรือว่าเ้าอยากเป็เช่นพวกเขาหรือ?”
“หากเ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ เช่นนั้นเ้าจะมาหาท่านหมอเทวดาหลี่กับพวกเราทำไม?”
สตรีตั้งครรภ์ผู้นั้นราวกับคิดบางอย่างขึ้นมาได้ นางคว้าแขนสองข้างของหลี่ชิงชิงไปกำแน่น ร่ำไห้วิงวอนเสียงดังว่า “ท่านหมอเทวดาหลี่ ขอร้องท่านเดินทางไปยังหมู่บ้านหูของพวกเรา สามีและบุตรสองคนของข้าถูกพิษจนมิอาจเดินได้ ขอร้องท่านได้โปรดช่วยชีวิตพวกเขาด้วย ขอเพียงพวกเขารอดตาย ต่อให้ข้าต้องสิ้นใจก็ไม่เป็ไรเ้าค่ะ”
“เ้าอย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป รีบทานยาก่อนเถิด”
“หากเ้าตายไปแล้ว บุตรสองคนของเ้าจะทำอย่างไร? เ้าคิดถึงพวกเขาให้ดี”
สาวชาวบ้านสองคนจากหมู่บ้านหูช่วยกันดึงสตรีมีครรภ์คนนั้นออกไป เพราะเกรงว่ายิ่งนางตื่นตระหนกมากเท่าไร จะทำให้แท้งง่ายมากขึ้นเท่านั้น
หลี่ชิงชิงเอ่ยกับสตรีตั้งครรภ์ว่า “ครอบครัวของเ้าอยู่ในหมู่บ้านที่ห่างจากที่นี่สิบกว่าลี้ ข้าทำได้เพียงช่วยเ้าก่อน แล้วค่อยพิจารณาไปช่วยพวกเขาทีหลัง”
บุรุษใบหน้าเหลี่ยมคนนั้นรีบเอ่ยกับสตรีตั้งครรภ์คนนั้นว่า “คนบ้านเหล่าปา เ้ารีบกินยาถอนพิษเข้าไปเถิด หากว่าเ้าไม่กิน ท่านหมอเทวดาหลี่ก็จะไม่ยอมพิจารณาไปช่วยครอบครัวของเรานะ”
มือที่กุมท้องของสตรีตั้งครรภ์สั่นเทา การตัดสินใจครั้งนี้ช่างยากลำบากเหลือเกิน
ในชาติก่อนของหลี่ชิงชิง นับว่านางเห็นความเป็ความตายมาจนชาชิน ยามที่สตรีตั้งครรภ์ต้องตัดสินใจอันยากลำบากที่สุดในชีวิตว่า จะเลือกรักษาส่วนน้อยมากกว่าส่วนมาก หรือรักษาส่วนมากมากกว่าส่วนน้อย นางจึงไม่ได้มีความรู้สึกสะท้อนใจแต่อย่างใด
ครานี้คนที่ถูกพิษเป็สตรีตั้งครรภ์ สิ่งที่ต้องเผชิญย่อมแตกต่างจากสตรีที่คลอดบุตรยาก สตรีผู้นี้ตั้งท้องมาเพียงหกเดือนยังไม่ถึงสิบ ความเ็ปที่มิอาจปลอบโยนจึงมิได้มากเท่าสตรีที่คลอดบุตรยาก
ในที่สุดสตรีตั้งครรภ์ก็ยอมรับยาถอนพิษจากมือของหลี่ชิงชิงไป หลังจากที่นางกินยาเข้าไป นางก็หลับตาลงแล้วร่ำไห้เบาๆ
หลี่ชิงชิงค่อยๆ เอ่ยว่า “หลังจากที่เ้าทานยาถอนพิษเข้าไปได้สามวัน ให้ไปหาท่านหมอเติ้งที่ตำบลไท่ และเชิญท่านหมอตำแยมาช่วยทำคลอด หากเ้าปล่อยไว้นานเกินไป รอกระทั่งทารกตัวใหญ่แล้วค่อยนำออก ร่างกายของเ้าจะได้รับาเ็อย่างรุนแรง”
“แค่ได้มีชีวิตรอดก็นับว่าไม่เลวแล้ว เฮ้อ เ้ายังคิดจะรักษาครรภ์ไว้อีกหรือ?”
“ระหว่างทางที่มาที่นี่ เ้าบอกว่าเ้าต้องมิรอดแน่ ต้องได้เข้าเฝ้าท่านยมบาลแน่นอน ยามนี้เ้ารอดชีวิตมาได้ เ้าก็ควรพอใจแล้ว”
“ใช่น่ะสิ พวกเราออกจากหมู่บ้านก็เดินทางเข้าอำเภอก่อน ทหารที่เฝ้าประตูปฏิเสธที่จะให้พวกเราเข้าไป พวกเราจึงทำได้เพียงให้คนในเมืองช่วยนำคำไปบอกท่านหมอในร้านขายยาให้มาช่วยพวกเรา ทว่าก็ถูกปฏิเสธ
ต่อมาพวกเราไปหาท่านหมอเติ้ง ท่านหมอเติ้งบอกว่าวิชาแพทย์ของเขายังไม่ถึงขั้นนี้ มิอาจถอนพิษให้พวกเราได้ ให้พวกเรารีบเร่งมาหาท่านหมอเทวดาหลี่ อีกทั้งยังเชิดชูว่าแม้แต่พิษงูนางก็ยังรักษาให้หายได้ ยามนั้นในใจพวกเรามิอาจเชื่อ ทว่าหากไม่มา ความหวังที่มีเพียงน้อยนิดก็จะยิ่งริบหรี่ โชคดีที่พวกเราตัดสินใจมาหาท่านหมอเทวดาหลี่ ไม่เช่นนั้นพวกเราคงตายไปแล้ว”
ไม่รู้ว่าเป็เื่จิตวิทยาที่ได้ผล หรือเพราะการถอนพิษได้ผลจริง จิตใจของชาวบ้านหมู่บ้านหูจึงดีขึ้นกว่าตอนมามาก ทุกคนล้วนเริ่มสนทนากันแล้ว
