ท่ามกลางความเงียบ ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ด้วยความไม่เชื่อ ไม่มีใครคาดคิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น
มีความแตกต่างกันมากระหว่างการตายเพราะพิษทันทีที่กินยากับการตายเพราะพิษในอีกสามวันต่อมา ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าจะหยิบยาพลาด แต่ความแตกต่างของปริมาณที่มีมากถึงสองเท่านั้นมันค่อนข้างที่จะเหลือเชื่อเกินไปหรือไม่?
แม้ว่าหมอหลี่จะสั่งยาผิดพลาด แต่เขาก็ไม่ได้เพิ่มปริมาณยาเป็สองเท่า นี่ไม่ใช่การฆาตกรรม แต่เป็การฆาตกรรมโดยเจตนาอย่างชัดเจน!
หากปริมาณยาทั้งสามห่อตรงกับใบสั่งยาและหมอหลี่ไม่ได้หยิบในปริมาณที่ผิด เช่นนั้น แม่สามีของเฉินซื่อก็คงไม่ได้เสียชีวิตเพราะการดื่มยา แต่มีคนจงใจฆ่านาง!
สรุปแล้วความจริงคืออะไร?
หมอหลี่ตั้งใจฆ่าคนหรือฆาตกรจะเป็คนอื่น?
คดีที่ง่ายๆ แต่เดิมเริ่มซับซ้อนและสับสนเพราะการวิเคราะห์พิษของหานอวิ๋นซี
ทันใดนั้น อี๋เหนียงเจ็ดก็มองไปที่เฉินซื่อ ในชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนก็ต่างจ้องมองมาพวกเขาเช่นกัน เฉินซื่อก้มศีรษะลงต่ำมาก ร่างกายก็สั่นเทาเล็กน้อยและไม่กล้าพูดอะไร
ความสับสนฉายชัดในดวงตาของใต้เท้าโอวหยาง หลังจากลังเลอยู่นาน เขาก็เอ่ยปากพูดว่า “หมอหลวงหลิน ปริมาณของขุยเกิ่งและเวลาที่พิษออกฤทธิ์...เป็แบบนั้นจริงหรือ?
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา หานอวิ๋นซีก็เยาะเย้ยอยู่ในใจ ใต้เท้าโอวหยางช่างรู้วิธีถามคำถามจริงๆ ถามหมอหลวงหลินเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อสิ่งที่นางพูดอย่างแน่นอน
หมอหลวงหลินเองก็มีเหตุผลเช่นกัน “กระหม่อมไม่ใช่ผู้ที่มีความสามารถ กระหม่อมไม่เข้าใจพ่ะย่ะค่ะ”
“หากใต้เท้าโอวหยางไม่เชื่อ จะตรวจสอบตอนนี้เลยก็ย่อมได้” หานอวิ๋นซีพูดอย่างเ็า
วันนี้นาง้าโน้มน้าวทุกคนให้ได้ไม่ว่าจะในห้องโถงหรือในวัง!
“ตามกฎแล้ว ต้องทำการตรวจสอบจริงๆ” ใต้เท้าโอวหยางพูดอย่างกล้าหาญ เขาเองก็ต้องให้คำอธิบายแก่ไท่เฮา
หานอวิ๋นซีสั่งให้คนไปนำยาตามใบสั่งยามาทันที และขอให้หมอหลวงหลินตรวจสอบว่าปริมาณของยานั้นสอดคล้องกับใบสั่งยา จากนั้นจึงจะต้มยาในที่สาธารณะเช่นนี้
“ใต้เท้าโอวหยาง เพื่อความยุติธรรม เ้าหาคนมาทดสอบยาสิ” หานอวิ๋นซีพูดอย่างเ็า
เมื่อเห็นท่าทางที่เ็าและจริงจังของหานอวิ๋นซี หัวใจของใต้เท้าโอวหยางก็เ็าไปครึ่งหนึ่ง เขาสั่งให้นักโทษปะาเข้ามาดื่มยาทั้งชามในที่สาธารณะ
ใครจะรู้ว่า เวลาหนึ่งก้านธูปผ่านไปแล้ว นักโทษปะายังสบายดีอยู่
“ใต้เท้าโอวหยาง ยังมีคำถามอื่นอีกหรือไม่?” หานอวิ๋นซีถาม
ใต้เท้าโอวหยางส่ายหัวทันที เขาจะไปกล้าพูดได้อย่างไร? หวังเฟยผู้นี้สามารถเรียกได้ว่าเป็ชายาที่เก่งกาจจริงๆ หากจะโต้เถียงกับนางเื่ยาพิษก็เท่ากับเป็การรนหาที่ตายอย่างไม่ต้องสงสัย!
ใต้เท้าโอวหยางเงียบ ทุกคนในที่นี้เองก็เงียบเช่นกัน
ในเมื่อคำพูดของหานอวิ๋นซีได้รับการยืนยันแล้ว เช่นนั้น การเปิดเผยความจริงขึ้นอยู่กับ “ปริมาณ” ของพิษทั้งหมด!
หานอวิ๋นซีเดินไปด้านข้างและเปิดห่อยาทั้งสามห่อโดยเร็ว ยาสิบเอ็ดชนิดในแต่ละห่อถูกแยกออกทีละกอง และมีทั้งหมดสิบเอ็ดกอง
“หมอหลวงหลิน รบกวนเ้าชั่งน้ำหนักแต่ละอย่างได้หรือไม่?” หานอวิ๋นซียังคงสุภาพมาก
แม้ว่าหมอหลวงหลินจะคุ้นเคยกับขุยเกิ่ง แต่เขาก็ไม่คุ้นเคยเท่าหานอวิ๋นซีหรอก เขาไม่สนใจเวลาที่พิษออกฤทธิ์จริงๆ!
ยิ่งไปกว่านั้น ในแง่ของปริมาณ หากเป็ยาชนิดอื่น มองแวบเดียวเขาก็สามารถรู้น้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว แต่ขุยเกิ่งนั้นเบาอย่างมากและเขาแตะมันแทบจะนับครั้งได้ ดังนั้นจึงเป็เื่ยากมากที่จะเข้าใจน้ำหนักด้วยสายตา สิ่งนี้ทำให้หมอหลวงหลินรู้สึกผิดมากยิ่งขึ้น
ในขณะที่ตื่นตระหนก หลังจากได้ยินคำพูดที่สุภาพของหานอวิ๋นซี หมอหลวงหลินก็พยักหน้าด้วยความใ ไม่กล้าที่จะรอช้า สั่งให้คนนำตาชั่งยามาให้
ท่ามกลางความเงียบ เวลาไหลผ่านไป หมอหลวงหลินที่ยังคงสั่นเล็กน้อยในตอนแรก แต่ก็เข้าสู่ท่าทางปกติอย่างรวดเร็ว ชั่งน้ำหนักอย่างระมัดระวัง ในขณะเดียวกันก็จดบันทึกลงบนกระดาษขาว
อย่างไรก็ตาม ในตอนที่ขุยเกิ่งกองแรกถูกชั่งน้ำหนัก จู่ๆ มือของหมอหลวงหลินก็สั่นขึ้นมา ตาชั่งน้ำหนักก็ตกลงพร้อมกับเสียง “ตึง” ที่ดังสนั่น
ตาชั่งน้ำหนักนั้นไม่เพียงตกลงบนพื้นดินแต่ยังกระทบจิตใจของทุกๆ คนด้วย ทุกคนต่างใและคาดเดาว่าน้ำหนักของขุยเกิ่งต้องผิดปกติอย่างแน่นอน
ใกล้ความจริงเข้าไปทุกที...
เมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวของหมอหลวงหลิน เขาเหลือบมองที่หานอวิ๋นซี รีบหยิบตาชั่งน้ำหนักขึ้นมา ชั่งอีกครั้งและบันทึกหมายเลขลงบนกระดาษขาวอย่างเร่งรีบ หานอวิ๋นซีชำเลืองมองอย่างใจเย็นและส่งสัญญาณให้หมอหลวงหลินดำเนินการต่อ
ในไม่ช้า หมอหลวงหลินก็จดรายการปริมาณของยาสามห่อแต่ละประเภทออกมา ในตอนที่เขาชั่งน้ำหนัก มือทั้งสองของเขาก็อ่อนปวกเปียกไปหมดและเขาไม่สามารถยกมันขึ้นมาได้อีก
หานอวิ๋นซีคลี่กระดาษขาวที่บันทึกน้ำหนักออกมา ส่งไปตรงหน้าใต้เท้าโอวหยาง “ใต้เท้าโอวหยาง เอามันไปเทียบกับใบสั่งยาที่อยู่บนโต๊ะของเ้า ว่าเป็อย่างไร?”
ยิ่งน้ำเสียงของหานอวิ๋นซีสุภาพมากเท่าไร ใต้เท้าโอวหยางก็ยิ่งไม่แน่ใจมากขึ้นเท่านั้น
ด้วยใบหน้าซีดเซียว เขาก็รีบเปิดใบสั่งยา เมื่อมองเทียบแต่ละบรรทัด เขาก็ทรุดตัวลงนั่งบนที่นั่งของผู้พิพากษา
“ใต้เท้าโอวหยาง ผลลัพธ์เป็อย่างไรบ้าง?” หานอวิ๋นซีถามเสียงดัง
ใต้เท้าโอวหยางไม่อยากจะตอบออกไปเลย ทว่าก็ต้องตอบออกไปอยู่ดี เขายืนตัวสั่นและตอบว่า “เหมือนกัน ปริมาณยาทั้งหมดเท่ากัน”
ปริมาณเท่ากัน ปริมาณของขุยเกิ่งก็เช่นเดียวกัน!
ปริมาณแบบนั้นไม่ทำให้ถึงตายในทันที และยาพิษที่ทำให้คนตายนั้น เป็คนอื่นที่วางยา!
เป็ความจริง!
ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างตกตะลึง ไม่มีใครคาดคิดว่าความจริงจะเป็เช่นนี้!
อี๋เหนียงเจ็ดเป็คนแรกที่รู้สึกตัว นางมองไปที่เฉินซื่อด้วยความโกรธและด่าทอด้วยความโกรธว่า “ต้องเป็เ้า! เพื่อที่จะเรียกร้องเงิน เ้าต้องวางยาแม่สามีของเ้า แล้วใส่ร้ายตระกูลหานของข้า สตรีอย่างเ้าใจร้ายมาก! ตระกูลหานของข้าไม่เก็บเงินเ้าสักอีแปะสำหรับค่าตรวจและค่ายา แต่เ้าตอบแทนบุญคุณด้วยการทำเช่นนี้นะหรือ?”
เฉินซื่อเงยหน้าขึ้นทันทีและรีบปฏิเสธ “ไม่ใช่ข้า! ไม่ใช่ข้า! ข้าไม่ได้ทำ! ข้าไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น! ข้าไม่รู้อะไรเลย!”
ในเวลานี้ อารมณ์ที่ดีของหานอวิ๋นซีก็หมดลงในที่สุด นางเดินไปหาเฉินซื่อทีละก้าวด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
เฉินซื่อที่กำลังคุกเข่าและหานอวิ๋นซีที่กำลังยืน หานอวิ๋นซีดูเหมือนจะเหนือกว่า ประกอบกับความโกรธและรัศมีที่เปล่งออกมาจากร่างกายนาง เฉินซื่อกลัวมากจนเกือบจะเป็ลม นางไม่กล้ามองหานอวิ๋นซี นั่งร้องไห้อยู่บนพื้น “ไม่ใช่ข้า ไม่ใช่ข้าจริงๆ นะ ข้าไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น!”
“ไม่ใช่เ้า แล้วใครล่ะ?”
หานอวิ๋นซีถามอย่างเ็า นางสงสัยเฉินซื่อ แต่นางไม่เชื่อว่าเฉินซื่อจะมีความกล้าที่จะใส่ร้ายตระกูลหานมากขนาดนี้ และความผิดพลาดในใบสั่งยาของหมอหลี่ก็แปลกจริงๆ
มีคนอยู่เื้ัทั้งเฉินซื่อและหมอหลี่ ความจริงยังไม่เปิดเผยออกมาทั้งหมด! กล่าวอีกนัยหนึ่งคือยังไม่พบฆาตกรตัวจริงที่อยู่เื้ั!
หานอวิ๋นซีแค่เล็งไว้หนึ่งคนในวัง แต่นาง้าหลักฐาน!
เมื่อได้ยินคำถามของหานอวิ๋นซี เฉินซื่อก็ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้น สั่นสะท้านไปทั้งตัว ใบหน้าแนบลงไปกับพื้น แทบอยากจะหารอยแตกบนพื้นเพื่อหลบหนีจากฉากที่น่าสะพรึงกลัวนี้เหลือเกิน
“ไม่ใช่ข้า ข้าไม่รู้อะไรทั้งสิ้น! ข้าไม่รู้...”
“ข้าไม่รู้ แล้วข้าก็ไม่้าเงินเหมือนกัน! พวกท่านอย่าลงโทษข้าเลย...ปล่อยข้าไปเถอะนะ!”
…
อันที่จริง เมื่อวานนี้ที่หานอวิ๋นซีเห็นใบสั่งยาซีก็รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ นางอดทนมาจนถึงวันนี้ และไม่มีทางที่จะปล่อยใครไปอย่างแน่นอน!
กล้าที่จะโจมตีตระกูลหาน ครั้งนี้ทำให้นางโกรธจริงๆ!
นางย่อตัวลงช้าๆ ดึงเฉินซื่อขึ้นมาและสบตากับนาง “หากไม่ใช่เ้าที่ทำ เช่นนั้นเป็ใครล่ะ? ใครให้เงินเ้า? อย่าคิดว่าถ้าเ้าไม่พูด แล้วจะมีคนปกป้องเ้า!”
เฉินซื่อหวาดกลัวและไม่คิดเื่อื่น นางผละจากมือของหานอวิ๋นซีและถอยออกไปไกลๆ ทันทีที่นางถอยกลับนางจึงตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังต่อสู้อยู่กับฉินหวังเฟย
ใบหน้าของนางมืดมน นางส่ายศีรษะด้วยความกลัว “หวังเฟยโปรดยกโทษให้ด้วย! ข้าไม่รู้ ไม่รู้อะไรทั้งสิ้น...ข้าไม่รู้...”
หานอวิ๋นซีหรี่ตามองและเดินเข้าไปทีละก้าว ปล่อยรัศมีการฆาตกรรมที่น่าสะพรึงกลัวไปทั่วร่างของนาง
ในชั้นศาล คงไม่ถูกกลั่นแกล้งใช่หรือไม่? อย่างไรก็ตามในที่นี้ไม่มีใครกล้าส่งเสียงออกมา ด้วยกลัวว่าจะทำให้ตัวเองมีปัญหา หวังเฟยโกรธแล้ว!
หานอวิ๋นซีค่อยๆ เข้าไปใกล้เฉินซื่อ แต่คราวนี้ก่อนที่นางจะอ้าปากพูดเฉินซื่อก็ทรุดตัวลง “ข้าพูดแล้ว! พูดแล้ว! ท่านอย่าเข้ามา ข้าพูดแล้ว!”
เช่นนี้หานอวิ๋นซีจึงจะหยุด และเฉินเซี่ยก็รีบพูดทันทีว่า “เป็ฮูหยินหลี่ ฮูหยินหลี่เป็คนทำเอง! คืนนั้นข้าที่กำลังจะป้อนยาให้แม่สามี ฮูหยินหลี่ก็เดินเข้ามาพร้อมกับยาที่นางต้มด้วยตัวเอง โดยพูดว่ายานี้สามารถรักษาโรคได้ แต่ใครจะรู้ว่า ทันทีที่แม่สามีดื่มเสร็จ...ข้าก็ใอย่างมาก ข้าที่อยากจะไปรายงานในตอนนั้น เพียงแต่...แต่...”
พูดมาถึงจุดนี้แล้ว เฉินซื่อลังเล ไม่กล้าพูดออกมา
“แต่อะไร พูดมาสิ พูดเลย!” หานอวิ๋นซีะโด้วยความโกรธ
เฉินซื่อตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวและพูดต่อไปอย่างกล้าหาญ “แต่นางให้เงินข้าห้าร้อยตำลึงและบอกไม่ให้พูดอะไรเด็ดขาด ในวันรุ่งขึ้นที่จวนซุ่นเทียน นางบอกว่านางได้จัดการทุกอย่างแล้ว หลังจากนั้น ข้าก็ไม่เพียงจะได้รับค่าชดเชยจากตระกูลหานเท่านั้นและยังได้รับอีกห้าร้อยตำลึงจากนางด้วย...ข้า...ข้า ตอนนั้นข้าคงผีเข้า ข้าเลยสับสนไป! หวังเฟย ข้าไม่ได้ฆ่าแม่สามีของข้านะ เป็ฮูหยินหลี่ เป็นาง! ได้โปรดไว้ชีวิตข้าเถิด! ข้าขอร้องล่ะ หวังเฟย...ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!”
ขณะที่เฉินซื่อพูด ก็โค้งคำนับครั้งแล้วครั้งเล่า
อย่างไรก็ตาม หานอวิ๋นซีไม่มีความเห็นอกเห็นใจสำหรับคนที่หลงใหลในเงินประเภทนี้
ฮูหยินหลี่วางยา แต่ทำไมฮูหยินหลี่ถึงวางยาหมอหลี่ที่ทำงานในตระกูลหานมาหลายปีด้วยล่ะ ทั้งที่สามัคคีกันมาตลอด ตระกูลหานเองก็ไม่เคยปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างเลวร้าย
เหตุใดหมอหลี่จึงสั่งยาผิดพลาดและทำไมฮูหยินหลี่ถึง้าเงินชดเชยในภายหลัง?
หากมีใครเป็พยานชี้ตัว ก็ไม่ต้องกลัวว่าฮูหยินงหลี่จะไม่พูด
ความจริงใกล้เข้ามาแล้ว!
“ใต้เท้าโอวหยาง เ้าควรรีบส่งคนไปที่บ้านของตระกูลหลี่ใช่หรือไม่?” หานอวิ๋นซีถาม
ใต้เท้าโอวหยางรู้สึกโล่งใจในตอนนี้ แม้ว่าเขาจะรู้ว่าการพัฒนาของสถานการณ์นั้นเกินความคาดหมายของไท่เฮา แต่เขาไม่สามารถเล่นพรรคเล่นพวกในที่แห่งนี้ได้ ดังนั้นเขาจึงได้แต่ส่งคนไปที่บ้านของตระกูลหลี่เพื่อจับกุมนางหลี่ทันที
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่นาน เ้าหน้าที่ไม่ได้จับกุมฮูหยินหลี่ แต่กลับนำศพกลับมาแทน
“ทูลหวังเฟย ใต้เท้าโอวหยาง ฮูหยินหลี่แขวนคอตัวเองต่อหน้าโลงศพของหมอหลี่! ในตอนที่กระหม่อมไปถึง นางก็ถูกปล่อยตัวลงมา”
“ว่าไงนะ!”
หานอวิ๋นซีตบโต๊ะ “ตายแล้วหรือ?”
“ศพเพิ่งถูกส่งไปที่โรงเก็บศพพ่ะย่ะค่ะ” เ้าหน้าที่ตอบตามจริง
ใบหน้าของหานอวิ๋นซีซีดแล้วซีดอีก ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ ฮูหยินหลี่คือเบาะแสสุดท้าย!
“เหล่าเซี่ย ชันสูตรศพ!” หานอวิ๋นซีะโด้วยความโกรธ ก้าวเดินไปที่ห้องเก็บศพ
เหล่าเซี่ยเดินตามไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อเห็นศพก็ไม่จำเป็ต้องให้เหล่าเซี่ยตรวจ หานอวิ๋นซีก็สามารถบอกได้ด้วยตัวเองว่าคนผู้นั้นเพิ่งจะแขวนคอตัวเองเมื่อไม่นานมานี้
หานอวิ๋นซีกำหมัดแน่น นางไม่เคยคิดว่าฆาตกรตัวจริงจะถูกปิดปากได้เร็วขนาดนี้ นางประมาทเกินไป ควรจะส่งคนไปคุ้มกันฮูหยินหลี่ตั้งนานแล้ว!
ทั้งหมอหลี่และฮูหยินหลี่ต้องถูกข่มขู่แน่ๆ เพราะหมอหลี่สั่งยามาไม่เพียงพอ ดังนั้นฮูหยินหลี่จึงไปที่นั่นด้วยตัวเอง
ตอนนี้สองสามีภรรยาต่างเสียชีวิตไปหมดแล้ว เบาะแสเองก็ถูกตัดออกไป
อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น ช่างน่ารังเกียจเสียจริง!
ย้อนกลับไปที่ห้องพิจารณาคดี เฉินซื่อที่ก้มคำนับจนเป็ลมไปแล้ว หานอวิ๋นซีมองไปและไม่แม้แต่จะหันกลับมามองอีก ใบหน้าที่ไม่พอใจก็จ้องไปที่ใต้เท้าโอวหยาง
ใต้เท้าโอวหยางรู้สึกไม่สบายใจที่ถูกนางจ้องมองเช่นนั้น ดังนั้นจึงกัดฟันพูดว่า “หวังเฟย คดีนี้...ต้องไปหาตระกูลหลี่หรือไม่...”
“คดีนี้เป็ศาลต้าหลี่ที่พิจารณา ใช่ข้าพิจารณาเสียที่ไหนกัน? ถามข้าไปทำไม? ทำไปสิ!” หานอวิ๋นซีนั่งข้างๆ ด้วยสีหน้าดุร้ายและมืดมน
ทำต่อไป…
ทำอย่างไรต่อไป? ใต้เท้าโอวหยางคงต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมสินะ...
