นอกวัดสะกดมาร! ภายในหุบเขาที่อยู่ไม่ไกล
“อานุภาพัฟ้า!” ตัดกาเมกู่ร้อง
“กรร!” เสียงกู่ของักระจายทั่วสารทิศ
ท่ามกลางฝุ่นควันพิษหมอกแว่วเสียงกรีดร้องของเนี่ยเทียนป้ากับาาอสรพิษมา
“อ๊า! ทำไมถึงเป็แบบนี้ไปได้!” เนี่ยเทียนป้ากรีดร้องอย่างสิ้นหวัง
“กรร ยังไม่ใช่เพราะเ้า เนี่ยเทียนป้า แล้วก็จูเยี่ยน เราาาอสรพิษต้องมาตายเพราะพวกเ้าแท้ๆ!” าาอสรพิษกรีดร้องอย่างสิ้นหวัง
“อานุภาพัฟ้า!” กระบวนท่าเดิมของตัดกาเมแผลงฤทธิ์อีกครั้ง
“ตูมมมมมมม!”
แรงสั่นะเืรุนแรงส่งผลให้หวังเค่อที่อยู่ไม่ไกลออกไปหน้ากระตุก
“ยุคสมัยนี้วิบัติกันไปใหญ่แล้ว แม้แต่คนจิตป่วยก็ยังบรรลุเป็ทารกแกนิญญาได้? ข้ายังอยู่ที่นี่ต่อไปได้อีกหรือ?” หวังเค่อเผยสีหน้าพรั่นพรึง
หวังเค่อตัดสินใจขั้นเด็ดขาดหันหลังกลับเข้าวัดสะกดมาร
“ซ่อมกันไปถึงไหนแล้ว?” หวังเค่อถาม
“ใกล้แล้ว ขาดอีกนิดเองขอรับ!” สมุนคนหนึ่งตอบกลับมา
“ไม่ต้องไปสนว่าจะออกมาดูดีหรือไม่ เร่งมือเข้า พวกเราจะไปกันเดี๋ยวนี้!” หวังเค่อเร่ง
“ทราบ!” สมุนของหวังเค่อเร่งมือกันเป็พัลวัน
และแล้วหลังคาของวัดสะกดมารก็ได้รับการบูรณะซ่อมแซมเร็วขึ้นกว่าเก่า
“หวังเค่อ ตอนนี้ ตอนนี้จะทำยังไงกันดี?” จูเยี่ยนเข้ามาถามอย่างกังวล
“ทำยังไงผายลมเ้าสิ ทารกอย่างเ้าเอาแต่สร้างปัญหาให้ข้าอยู่เรื่อย เพิ่งผ่านมานานแค่ไหนกันเชียวกลับมีคนมาตามเอาชีวิตเ้าถึงสี่คน! ขืนลากถ่วงต่อไปข้าช่วยเ้าต่อไปไม่ไหวแน่! เตรียมตัวให้พร้อมเราจะไปกันแล้ว!” หวังเค่อตวาด
“ที่าาอสรพิษมาเป็ครั้งที่สี่มันไม่ได้มาหาข้าแต่แรกแล้ว!” จูเยี่ยนยิ้มขื่น
“ผายลม ยังไม่ใช่เ้าเป็ตัวต้นเหตุอีกรึ!” หวังเค่อถลึงตา
จูเยี่ยนย่นคอหนีโดยพลัน พูดไปมีแต่น้ำตาทั้งนั้น าาอสรพิษเองก็สติวิปลาส ข้าช่วยเ้าตามหาหวังเค่อ แต่เ้ากลับจะมากินข้า นี่ นี่จะให้ข้าถามหาเหตุผลเอากับใคร!?
หวังเค่อหันมามองศิษย์พรรคเทพหมาป่า์
ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์เอาแต่มาหาเื่ตน ตนไม่สนหรอกว่าพวกมันจะอยู่หรือตาย แต่ บ้าเอ๊ย เกิดพวกมันตายขึ้นมา กระดาษลงอักษรที่ข้ามีอยู่ไม่หมดค่าพอดีรึ?
“พวกเ้าเองก็เก็บข้าวของได้แล้ว รีบพามู่หรงลวี่กวงไปจากที่นี่ซะ!” หวังเค่อหว่านล้อม
“ศิษย์พี่ใหญ่อยู่ใน่สำคัญกำลังจะทะลวงด่าน จะให้เคลื่อนไหวตามใจชอบได้ยังไง?” ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์คนหนึ่งแย้ง
“มิผิด เกิดไปรบกวนการหยั่งรู้ของศิษย์พี่ใหญ่เข้าเ้าจะชดใช้ยังไง?” ศิษย์อีกคนเอ่ยอย่างไม่ยินยอม
“มารดาเ้าสิ พวกเ้านี่มันสุนัขกัดหลี่ว์ต้งปิน[1] ชัดๆ ไม่รู้จักถนอมน้ำใจคน! ที่ข้าพยายามหว่านล้อมให้พวกเ้าพามู่หรงลวี่กวงไปก็เพราะหวังดี! แต่พวกเ้ากลับไม่ซาบซึ้งเลย?” หวังเค่อถลึงตา
“ฮึ่ม ทำไมต้องไปด้วย?” ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์คนหนึ่งถาม
“หลวงจีนตัดกาเมรูปนั้นมีปัญหา! คนๆ เดียวเฝ้าสะกดวิหารเก่าหลังนี้แล้วมาพูดว่าสะกดมารโลหิตอะไร บ้าเอ๊ย มารโลหิตหลอมรวมเข้ากับเนี่ยเทียนป้าไปตั้งปีนึงแล้ว มันเฝ้าสะกดลมผายสิไม่ว่า! อีกอย่างมันถึงกับเป็ทารกแกนิญญา เมื่อกี้แสร้งทำเป็กระต่ายตาแป๋ว ข้าถูกมันหลอกเสียสนิท! สุภาพชนควรอยู่ให้ห่างจากสิ่งอันตราย รีบไป รีบฉวยโอกาสหนีไปตอนนี้แหละ!” หวังเค่อเร่งมาอีก
“ฮึ่ม วัดขั้นโลหิตเป็สำนักฝ่ายธรรมะอันเลื่องชื่อ ไต้ซือตัดกาเมเป็ศิษย์ของวัดขั้นโลหิต จะมีปัญหาได้ยังไง?” ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์คนหนึ่งไม่เชื่อ
“ฮึ่ม!”
มู่หรงลวี่กวงที่กำลังเข้าฌานอยู่แค่นเสียงเย็นออกมาอย่างหาได้ยาก ชัดเจนว่าไม่ยอมรับคำพูดของหวังเค่อ
“เอ้อ ก็ได้ งั้นก็ตามใจพวกเ้า! ข้าไปก่อนล่ะ!” หวังเค่อบอกทันที
ข้ารึอุตส่าห์สอนประสบการณ์ทางสังคมให้กับพวกเ้าแต่พวกเ้าไม่ยอมรับฟังกันเอง คงไม่แคล้วต้องโดนสังคมทุบตีสักรอบหนึ่งก่อนถึงจะตาสว่าง งั้นก็เชิญพวกเ้าตามสบาย ยังไงซะก็ไม่กระทบมาถึงข้าอยู่ดี บ้าเอ๊ย กระดาษลงอักษรพวกนั้นคงต้องใช้เป็กระดาษชำระแทนเสียแล้ว
หวังเค่อหมุนตัวเดินออกจากวัดสะกดมารอีกรอบ
ประจวบกับที่เสียงการต่อสู้ด้านนอกสงบลงแล้ว ไม่มีเสียงอึกทึกวุ่นวายอีก
ที่เห็นคือภาพพระตัดกาเมกลับมาพร้อมกับเนี่ยเทียนป้า!
เนี่ยเทียนป้าจมูกดำหน้าบวม สารรูปน่าดูชมเป็ที่สุด
“ไต้ซือ แล้วาาอสรพิษนั่นล่ะ?” หวังเค่อสงสัยใคร่รู้
“เดรัจฉานตัวนั้นะเิดวงธาตุภายในของตัวเองปลุกกระตุ้นพลังก่อนมุดลงแม่น้ำใต้ดินหนีไป! ข้าเห็นมันน่าเวทนาสุดจะทนก็เลยไม่ได้ไล่ตามไป!” ตัดกาเมอธิบาย
“แต่มันเกือบจะทำลายวัดสะกดมารของท่านอยู่แล้วนะ!” หวังเค่อร้อนใจ
“ช่างเถอะ มันเองก็ได้รับบทลงโทษที่สาสมแล้ว! พุทธะมีเมตตา ไม่อาจฆ่าสัตว์ตัดชีวา!” ตัดกาเมส่ายหน้า
หวังเค่อหน้าดำ ท่านไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวา แต่คนที่จะซวยก็คือข้านี่! าาอสรพิษตัวนั้นใจคอคับแคบคิดเล็กคิดน้อย ผ่านมานานขนาดนี้ก็ยังไม่ลืมความแค้นที่มีต่อตน ครั้งนี้ต้องมาะเิดวงธาตุภายในอีก มันไม่แค้นข้าตายเลยหรือ!
“อย่าฆ่าข้า ข้า ข้าหลอมรวมกับเมล็ดพันธุ์มารโลหิตไปแล้ว ที่จริงข้าเองก็ไม่อยากเหมือนกันนะ!” เนี่ยเทียนป้าวิงวอนขอความเมตตาด้วยความกลัว
“เนี่ยเทียนป้า เ้าไม่ต้องกังวล ไต้ซือรูปนี้ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวา!” ตอนนั้นเองจูเยี่ยนก็ก้าวออกมาจากในวิหารอีกครั้ง
พอเห็นจูเยี่ยน เนี่ยเทียนป้าก็โมโหจนแทบลมจับ
“จูเยี่ยน เ้าขุดหลุมดักข้า?” เนี่ยเทียนป้าตวาดอย่างดาลเดือด
“ขะ ข้าเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน! เนี่ยเทียนป้า ทนหน่อยนะ ไต้ซือเป็คนดียิ่ง! เ้าแค่ต้องฟังมันเทศนาสักนิดก็ใช้ได้แล้ว!” จูเยี่ยนเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายโดยไร้จิตสำนึก
“จริง จริงหรือ? ไต้ซือ ท่านจะไม่ฆ่าข้า?” เนี่ยเทียนป้ายังคงขนหัวลุกไม่หาย
“อมิตาพุทธ พุทธะมีเมตตา! ข้าไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวา ต่อแต่นี้ไปเ้าก็จงติดตามข้า ข้าจะช่วยปรับทัศนคติให้เ้า!” พระตัดกาเมแย้มสรวล
“วิเศษ วิเศษไปเลย ข้ารับปากว่าจะให้ท่านช่วยปรับทัศคติ!” เนี่ยเทียนป้าดีใจจนเนื้อเต้น
“อมิตาพุทธ วางดาบปะากลายเป็โพธิสัตว์! เ้ามีเค้าความเป็พุทธะอยู่มาก!” พระตัดกาเมแย้มยิ้ม
เนี่ยเทียนป้าเป่าปากโล่งอก แต่จูเยี่ยนทางด้านข้างหน้ากระตุกยิกๆ มีหลายครั้งที่นึกอยากเอ่ยปากแต่ท้ายที่สุดก็กลั้นเอาไว้
“ไต้ซือ ล่วงเลยมาป่านนี้แล้ว ข้าว่าพวกเราไม่ขอรบกวนท่านอีกจะดีกว่า ข้าช่วยท่านซ่อมหลังคาให้ท่านเสร็จสรรพสมบูรณ์แล้ว ท่านลองดูว่ามีปัญหาตรงไหนหรือไม่” หวังเค่อมองมาทางพระตัดกาเม
“ขอบพระคุณประสกหวัง ท่านช่างเป็คนดีเหลือเกิน! แต่ตอนนี้ฝนกำลังตกหนัก มิสู้รอให้ฝนหยุดแล้วค่อยไปจะดีกว่า?” ตัดกาเมหว่านล้อม
“ไม่ๆๆ ท่านยังต้องปรับทัศนคติให้เนี่ยเทียนป้าอยู่อีก แค่นี้ท่านก็ยุ่งพอแล้ว! พวกเราไม่ขอรบกวนแล้วดีกว่า! ไว้วันหน้าเราค่อยมาคุยกันใหม่!” หวังเค่อรีบบอกกล่าว
“มิผิด มิผิด! ไว้โอกาสหน้าเจอกันใหม่!” จูเยี่ยนผงกศีรษะถี่รัวเหมือนไก่จิกข้าวสาร
“แต่ฝนตกหนักเหมือนฟ้ารั่วเลยนะนี่!” ตัดกาเมขมวดคิ้วนิ่วหน้า
“ไม่มีปัญหาๆ อากาศกำลังร้อนระอุ พวกเรากำลังอยากได้สายฝนมาดับความร้อนอยู่พอดี!” หวังเค่อว่า
ตัดกาเมมองดูทุกคน สุดท้ายก็ต้องพยักหน้า “อมิตาพุทธ ขอให้ประสกหวังเดินทางราบรื่นปลอดภัย!”
“ฮ่าๆ ขอบพระคุณไต้ซือ!” หวังเค่อยิ้มไม่หุบ
ระหว่างที่พูดหวังเค่อก็โบกมือลา ลูกสมุนเร่งตามไปติดๆ จูเยี่ยนยืนอยู่ข้างหวังเค่อ
“จริงสิ ท่านบอกว่าจูเยี่ยนผู้นี้เป็ตัวก่อปัญหามาตลอดใช่ไหม? หากท่านรู้สึกว่าเกินกำลังที่จะสอนมันงั้นก็ยกมันให้ข้าลองปรับทัศนคติดูเป็ไร!” อยู่ๆ พระตัดกาเมก็โพล่งออกมา
“ไม่ ไม่ต้อง! ข้าว่านอนสอนง่าย! ข้าเชื่อฟังวาจา!” จูเยี่ยนรีบร้องบอกอย่างตื่นตระหนก
“ไต้ซือ ลาก่อน!” หวังเค่อคารวะ
จากนั้นหวังเค่อก็สับเกียร์หมาพุ่งหายเข้าไปในป่าลึกทันที ราวกับว่ากำลังหนีจากอภิมหาโรคระบาดแพร่ความซวยอย่างไรอย่างนั้น
จูเยี่ยนเร่งตามไปติดๆ เป็เงาตามตัว เหล่าผู้ใต้บัญชาของหวังเค่อเองก็ถอนกำลังออกจากวัดสะกดมารกันอย่างฉับไว
เนี่ยเทียนป้ามองหวังเค่อเผ่นแน่บไปด้วยความพิศวง ทำไมหวังเค่อมันถึงได้ทำหน้าทำตาแบบนั้น? ทำไมถึงได้กลัวที่นี่เสียขนาดนั้น? ไม่ใช่ว่าพระตัดกาเมรูปนี้ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวาหรอกหรือ?
พระตัดกาเมนำเนี่ยเทียนป้าเข้ามาในวิหาร ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์กำลังให้การคุ้มครองมู่หรงลวี่กวงอยู่ด้านใน ตอนนั้นเองพวกมันเป็ต้องเลื่อนสายตาสงสัยเคลือบแคลงมายังเนี่ยเทียนป้า
“อมิตาพุทธ เนี่ยเทียนป้า เ้าถูกมารโลหิตหลอมรวม ข้ามีหน้าที่ต้องสะกดมารโลหิตไว้ ดังนั้นต่อแต่นี้ไปข้าจะทำการปรับทัศนคติเ้า หวังว่าเ้าจะเข้าใจและกลับจากทะเลทุกข์เข้าสู่ฝั่งได้ในเร็ววัน!” ตัดกาเมเอ่ยอย่างเคร่งขรึม
ขอเพียงไม่ถูกฆ่า ฟังเ้าเทศนาสักหน่อยจะนับเป็อย่างไรได้?
“ไต้ซือเอ่ยถูกแล้ว ข้าจะฟังคำสอนจากท่าน!” เนี่ยเทียนป้าผงกศีรษะเหมือนไก่จิกข้าวสารทันที
ภายในหุบเขามืดหม่นแห่งหนึ่งของสิบหมื่นมหาบรรพต าาอสรพิษค่อยๆ โผล่หน้าออกมาจากน้ำลึก เนื้อตัวเหวอะหวะาเ็ไปตลอดทั้งตัว ยามนี้เผยสีหน้าเคียดแค้นกำสรด
“เนี่ยเทียนป้า? จูเยี่ยน? หวังเค่อ? พวกเ้าไม่ตายดีแน่!” าาอสรพิษกู่ร้องอย่างดุร้าย
“แค่กๆ!”
บางทีอาจเป็เพราะได้รับาเ็มากไปจึงกระอักไอออกมาสองที จากนั้นาาอสรพิษก็ตัวสั่นระริก
“พรวด!”
าาอสรพิษเปิดปากพ่นควันพิษออกมาหอบหนึ่ง ในควันพิษปะปนไปด้วยเศษแก้ว
“แตกอีกแล้ว กว่าข้าจะฟื้นฟูดวงธาตุในร่างได้ไม่ใช่ง่ายๆ! ทำไมถึงแตกอีกแล้ว? ฟ่อ!” าาอสรพิษแหงนหน้ากู่ร้องขึ้นฟ้า
“แค่กๆๆ!”
าาอสรพิษอยากร่ำไห้แต่ไม่มีน้ำตา ครั้งนี้มันถูกเนี่ยเทียนป้าเล่นงานซะอเนจอนาถ!
“ฟืดๆ!” าาอสรพิษร่อนจมูกสูดกลิ่นเข้าลึก
“กลิ่นของหวังเค่อ? กลิ่นของจูเยี่ยน? ขอเพียงหาพวกมันเจอแล้วกลืนชีพจรัทองเข้าไป ข้าก็จะฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์ ข้าจะต้องตามหาพวกมันให้เจอ แต่น่าเสียดายที่จมูกข้าสูดกลิ่นระบุทิศทางได้เพียงคร่าวๆ เท่านั้น! แต่แค่นี้ก็พอแล้ว ข้าจะไปให้พวกเ้าเดี๋ยวนี้แหละ!” าาอสรพิษเผยสีหน้าดุร้ายหมายขวัญ
พรรคอีกาทองคำ ภายในตำหนักใหญ่
จางเสินซวีสามารถลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ได้แล้ว ด้านข้างยืนไว้ด้วยประมุขพรรคอีกาทองคำสูงกำยำที่กำลังมองจางหลี่เอ๋อร์ศิษย์น้องหญิงชายตะบึงเข้ามาในห้องอย่างหัวเสีย
“คารวะท่านประมุข!” ศิษย์พวกนั้นคารวะ
ประมุขพรรคอีกาทองคำพยักหน้า จากนั้นหันมองจางหลี่เอ๋อร์ก่อนที่ั์ตาจะสาดประกายจ้า “หลี่เอ๋อร์ นี่เ้าบรรลุทารกแกนิญญาแล้ว?”
“มิผิด เป็เพราะว่าตัวบัดซบหวังเค่อกับโม่ซันซันยั่วโทสะข้า!” จางหลี่เอ๋อร์โมโหเป็ฟืนเป็ไฟ
“นี่เป็เื่ดีจริงๆ!” ประมุขพรรคอีกาทองคำยิ้มไม่หุบ
“ดียังไงก่อน!? ท่านประมุข โม่ซันซันมันสติไม่ดี ทำไมถึงต้องเที่ยวปล่อยข่าวเื่ข้าไปทั่วด้วยล่ะ? ท่านประมุข ท่านส่งคนไปหาที่อยู่มันมาให้ข้าที ข้าตามล่ามันครั้งนี้แต่มันก็หนีไปได้ ทำข้าแทบคลั่งใจตายอยู่แล้ว!” จางหลี่เอ๋อร์ตาลุกเป็ไฟ
“โม่ซันซันปล่อยข่าว? ท่านพี่ นี่ไปเกี่ยวอะไรกับโม่ซันซันด้วยล่ะเนี่ย!?” จางเสินซวีอุทาน
“ไม่เกี่ยวกับมัน? เ้าไม่เห็นเลยรึไงว่า่นี้ศิษย์พรรคอีกาทองคำเราพูดกันว่าอย่างไรบ้าง? พวกมันต่างหาว่าข้าชอบหวังเค่อกันทุกคน ผายลมสิ! มันสร้างความอัปยศอดสูแก่ข้าขนาดไหน!” จางหลี่เอ๋อร์แทบพ่นไฟออกมาได้
ศิษย์น้องหญิงชายด้านหลังพากันก้มหน้างุด
“ใคร ใครมันเป็คนแพร่ข่าว?” จางเสินซวีหันมาทางศิษย์น้องคนหนึ่ง
“ศิษย์พี่จ้าวเป็คนบอกข้า!” ศิษย์น้องคนนั้นรีบตอบหน้าตาตื่น
.........
ศิษย์พี่จ้าวทางด้านข้างหน้าเปลี่ยนสี “ศิษย์พี่หญิงหม่าเป็คนบอกข้า!”
.........
ศิษย์พี่หญิงหม่าทางด้านข้างหน้าเปลี่ยนสี “ศิษย์พี่เฉินเป็คนบอกข้า!”
.........
......
...
ทุกคนต่างโบ้ยความผิดให้กันไปมาอยู่อย่างนั้น จนแล้วจนรอดก็ยังไม่รู้ว่าใครที่เป็ตัวต้นเื่
“ดู ดูสิ ท่านประมุข ท่านไม่คิดจะจัดการเลยหรือไง?” จางหลี่เอ๋อร์กระแทกเสียงถาม
ประมุขพรรคอีกาทองคำเองก็หน้าแข็งค้างไปเหมือนกัน แต่เดิมบรรยากาศภายในพรรคก็เป็มาในลักษณะนี้ ทุกคนล้วนรักใคร่ปรองดอง แต่ก็มีบางครั้งที่เก็บคำพูดไว้ไม่อยู่ หลายวันที่ผ่านมา ศิษย์ที่กลับจากชิงจิงเริ่มแพร่ข่าวลือออกไปเหมือนไฟลามทุ่ง ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้เ้าเป็ศิษย์พี่หญิงใหญ่ ใครใช้ให้เ้าเป็คนใหญ่คนโตกันล่ะ! ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็ล้วนดึงความสนใจจากผู้คนไปหมดสิ้น
“ท่านพี่ ข่าวลือพวกนี้ไม่ใช่หวังเค่อเป็ตัวต้นเื่หรือ?” จางเสินซวีไม่อาจเข้าใจ
“ไม่ใช่หวังเค่อ หวังเค่อยืนกระต่ายขาเดียวปฏิเสธตลอดมา เป็สวะเฒ่าโม่ซันซันนั่นต่างหาก มันจะต้องไม่มีเจตนาดี มันอาจวางแผนต่อพรรคอีกาทองคำของเราเลยก็ได้! ท่านประมุข ท่านต้องจัดการนะ!” จางหลี่เอ๋อร์กังวล
ประมุขพรรคอีกาทองคำ “…!”
โม่ซันซันคือเ้าตำหนักของพรรคเทพหมาป่า์ ข้าจะไปจัดการอะไรได้? ไม่ใช่ว่าทุกคนอยู่ฝ่ายเดียวกันรึไง!
“ท่านพี่ ท่านอย่าเพิ่งใจร้อนไป ท่านบอกข้ามาทีว่าทำไมท่านถึงแน่ใจนักว่าเป็ฝีมือของโม่ซันซัน” จางเสินซวียังคงหัวหมุนงุนงง
จางหลี่เอ๋อร์จึงนำเื่ราวที่เกิดขึ้นภายในวัดสะกดมารมาอรรถาธิบาย
“อะไรนะ? เป็ฝีมือไอ้แก่บัดซบโม่ซันซันจริงๆ หรือนี่!” จางเสินซวีบันดาลโทสะโดยพลัน
แต่ประมุขพรรคอีกาทองคำกลับหน้านิ่วคิ้วขมวด “เ้าบอกว่าวัดสะกดมารมีพระอยู่รูปหนึ่งมาจากวัดขั้นโลหิต เรียกว่าตัดกาเม?”
“ใช่!” จางหลี่เอ๋อร์พยักหน้า
“แต่วัดขั้นโลหิตไม่มีศิษย์ที่เรียกว่าตัดกาเมอยู่เลยนะ!” ประมุขพรรคอีกาทองคำขมวดคิ้วแน่น
“หา?” จางหลี่เอ๋อร์ผงะไป
“เด็กๆ ไปเรียกคนที่คุ้นเคยกับวัดโลหิตมาหน่อย!” ประมุขพรรคอีกาทองคำสั่ง
ไม่นานก็มีศิษย์เดินเข้ามาสองคน
“ท่านประมุข พวกเรารับหน้าที่จับตาดูพรรคใหญ่ต่างๆ และมีความเข้าใจเกี่ยวกับวัดขั้นโลหิตด้วยเช่นกัน ที่นั่นไม่มีคนที่เรียกว่าตัดกาเม!” หนึ่งในศิษย์สองคนเอ่ยขึ้น
“เป็ไปไม่ได้! ข้าพบเห็นมากับตา!” จางหลี่เอ๋อร์ไม่เชื่อ
“ข้าแน่ใจ ไม่มีรุ่นไหนที่มีตัวอักษร ตัด อยู่เลย!” ศิษย์คนนั้นกล่าว
ประมุขพรรคอีกาทองคำตื่นใ “ใครอยู่บ้าง รีบไปสืบข้อมูลวัดสะกดมารมาให้ละเอียด!”
“ทราบ!” มีศิษย์เปล่งเสียงตอบกลับมา
“หลี่เอ๋อร์ ที่ก่อนหน้านี้เ้าไล่โม่ซันซันไม่ทันเป็เพราะตัวเ้าเพิ่งจะทะลวงสู่ทารกแกนิญญา ระดับฝีมือจึงยังไม่เสถียร เพราะงั้นจงใช้โอกาสนี้กักตนปรับพลังฝีมือให้เสถียรไปสักพักหนึ่งก่อนดีกว่า เื่ต่อจากนี้ให้เป็หน้าที่ของพวกเราเอง!” ประมุขพรรคอีกาทองคำออกคำสั่ง
จางหลี่เอ๋อร์พยักหน้าอย่างขัดใจ “ทราบ!”
จางหลี่เอ๋อร์ไปกักตน ส่วนจางเสินซวีก็ยังต้องพักรักษาตัว
ตอนแรกประมุขพรรคอีกาทองคำไม่ได้เก็บมาคิดเป็จริงเป็จัง แต่การกลับมาของศิษย์ที่ถูกส่งตัวไปสองวันหลังจากนั้นกลับทำให้ประมุขพรรคอีกาทองคำต้องขมวดคิ้วแน่น
“ท่านประมุข พวกเราไปตรวจสอบวัดสะกดมารมาแล้ว วัดสะกดมารไม่มีใครอยู่เลยสักคน! ในละแวกนั้นไม่อาจหาเจอเงาใครพบสักเสี้ยวเดียว!” ศิษย์คนนั้นรายงาน
“หือ? วัดสะกดมารไม่มีคนอยู่เลยรึ? สถานที่เปลี่ยวร้างคนห่างหาย?” ประมุขพรรคอีกาทองคำตกตะลึง
“เดิมทีก็เป็แค่วิหารเก่าผุพังอยู่แล้วขอรับ! ไม่ได้เป็ที่สะดุดตาเลยสักนิด!” ศิษย์คนนั้นกล่าว
ประมุขพรรคอีกาทองคำจมสู่ภวังค์ความคิด
แน่นอนว่าหลังจากนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ประมุขพรรคอีกาทองคำก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจนัก จวบกระทั่งอีกครึ่งเดือนให้หลังพรรคเทพหมาป่า์ได้ส่งคนมาหามัน
“ท่านประมุขพรรคอีกาทองคำ ขออภัยที่ต้องมารบกวนท่านในครั้งนี้ แต่ศิษย์พี่ใหญ่ของพรรคเทพหมาป่า์เรามู่หรงลวี่กวงกับศิษย์พี่อีกสิบคนหายตัวไปกะทันหัน เ้าตำหนักโม่ซันซันให้พวกเรามาขอความช่วยเหลือจากจางหลี่เอ๋อร์พรรคอีกาทองคำ นางอาจทราบว่าศิษย์พี่ใหญ่อยู่ที่ไหน” ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์กล่าวอย่างสำรวม
“มู่หรงลวี่กวงหายตัวไป?” ประมุขพรรคอีกาทองคำอุทาน
ริมทะเลพิษ! ภายในมหาบรรพตลูกหนึ่ง
หวังเค่อพากลุ่มคนปีนเขา ทอดตามองเมืองเซียนขนาดใหญ่ที่อยู่ไกลออกไป
“ถึงแล้ว เมืองหลงเซียน! ยังดีที่นะที่ระหว่างทางไม่มีพวกเห็บเหาโผล่มาตอแยอีก!” หวังเค่อผ่อนลมหายใจยาวเหยียด
“หวังเค่อ ในเมื่อไม่มีอะไรแล้วงั้นเ้าก็น่าจะให้ข้าขจัดสิวบนหน้าข้าออกไปได้แล้วกระมัง? ข้าเสียโฉมมากว่าครึ่งเดือนแล้วนะ!” จูเยี่ยนทางด้านข้างเอ่ยด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
ใบหน้าของจูเยี่ยนมีสิวขึ้นเต็มไปหมด สารรูปน่าดูชมเป็อย่างยิ่ง เทียบกับตอนที่องค์หญิงโยวเยว่ละเลงยาเมื่อครั้งกระโน้นแล้วยังเอ่อท้นกว่า
“ผายลมสิ เ้ารู้ไหมว่าตัวเองก่อเื่ราวได้ถึงขนาดไหน? รั้งอยู่ที่วัดสะกดมารแค่แผล็บเดียวเ้ากลับตอแยเห็บเหามาตั้งสี่ตัว! หากไม่ใช่ว่าข้าบังเกิดสติปัญญาในยามยากสั่งให้เ้าแปลงโฉมมาระหว่างทาง เ้าจะรอดชีวิตไปถึงเมืองหลงเซียนรึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย!” หวังเค่อสวดเข้าให้
“บ้าเอ๊ย งั้นข้าต้องทำยังไง? จะปล่อยให้ข้าต้องเสียโฉมไปแบบนี้?” จูเยี่ยนสวนกลับอย่างกรุ่นโกรธ
“เ้าคิดว่าข้าอยากสนใจเ้านักหรือ!? ยังไม่ใช่เพราะอาทวดเ้ามัดมือชกส่งตัวเ้ามาให้ข้า! เพื่อที่จะคุ้มครองเ้าไปให้ถึงเมืองหลงเซียน หัวใจข้าแตกออกเป็เสี่ยงๆ หมดแล้ว! เ้ายังไม่พอใจอีก? ไม่ได้การ เอาเช่นนี้ก่อนแล้วกัน! รออีก รออีกสี่ห้าเดือนที่นี่ก็จะจัดงานชุมนุมประตูักันแล้ว! ถึงตอนนั้นหากจื่อปู้ฝานมาเอาัทองในร่างเ้าแล้ว เ้าอยากจะทำอะไรก็ทำไปเลย! ถึงตอนนั้นข้าย่อมช่วยเ้ากู้สภาพหน้ากลับมาให้เอง!” หวังเค่อว่า
“สารรูปข้าเป็แบบนี้ จะไปเจอหน้าใครได้ยังไง?” จูเยี่ยนสวนกลับอย่างเหลืออด
“แต่ก็ดีกว่าถูกคนจับไปไม่ใช่รึไง? ดีกว่ากระตุ้นัทองในท้องเ้าต่อไปจนะเิไม่ใช่รึไง? เลิกพล่ามได้แล้ว พวกเราจะเข้าเมืองกันเดี๋ยวนี้ เร่งมือเข้า ข้ายังมีเื่อีกมากให้ต้องสะสาง!” หวังเค่อเร่งขณะที่เดินนำหน้า
“เดี๋ยวสิ มากู้หน้าให้ข้าก่อน!” จูเยี่ยนรีบตามไปอย่างเป็เดือดเป็ร้อน
[1] ไม่สำนึกบุญคุณคนที่ช่วยเหลือ
