ผู้เฒ่าหวังที่เดินผ่านหน้าต่างมาได้ยินเข้าพอดี พลันตกตะลึง เอ่ยถามเสียงดังว่า “ชิงชิง เ้าจะไปเยี่ยมหวังเฮ่าที่ค่ายทหารเมื่อไร?”
“ท่านพ่อ ข้าตั้งใจจะไปตอนปีใหม่ เดินทางวันแรกของปี กลับมาก่อนวันที่สิบห้า ท่านจะไปด้วยกันหรือไม่เ้าคะ?”
“ข้าจะไป เ้าพาข้าไปด้วย ข้าอยากไปเยี่ยมหวังเฮ่า” ผู้เฒ่าหวังคิดในใจว่า ในที่สุดก็สามารถไปเยี่ยมบุตรชายคนโตแท้ๆ ของข้าที่ค่ายได้แล้ว
เขาตื่นเต้นจนแทบจะะโโลดเต้น วิ่งไปมาราวกับคนหนุ่ม ยามปกติเขาจะหลีกเลี่ยงไม่เข้าไปในห้องนอนของหลี่ชิงชิง ทว่าครั้งนี้ดีใจมากเกินไปจนลืมเื่นี้ไปหมดสิ้น
หลิวซื่อมองสามีที่ดีใจก็หัวเราะตามไปด้วย “หูของเ้าดีจริงๆ ได้ยินบทสนทนาของพวกข้าด้วย”
ผู้เฒ่าหวังมีแววตาเฝ้ารอ “ยายเฒ่า เ้าจะไปกับข้าหรือไม่?”
“ไปแน่นอน” หลิวซื่อเริ่มจินตนาการต่างๆ นานา “ปีใหม่ไม่มีเื่ใด บ้านเราไปได้ทุกที่ บ้านเรามีเกวียนวัว ด้านในสามารถนั่งได้”
ผู้เฒ่าหวังกลอกตาแล้วเอ่ย “หวังจื้อกับจางซื่อไม่ต้องไป เพราะชงเยวี่ยยังเด็กเกินไป ไม่อาจเดินทางไกลได้” พลางเอ่ยในใจว่า ครอบครัวหวังจื้อมีกันหกคน หากไปกันมากขนาดนี้ก็ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายมากขึ้น?
หลิวซื่อกลับไม่ได้คิดเื่ค่าใช้จ่าย เอ่ยว่า “เ้าพูดถูกต้อง หวังจื้อกับจางซื่อให้อยู่บ้านเลี้ยงลูก โดยเฉพาะบ่อน้ำของบ้านเรา จะต้องดูให้ดี!”
หนึ่งครอบครัวกินขนมและผลไม้แห้งของเซียงเยวี่ยไจอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ ผู้เฒ่าหวังบอกว่าจะไปเยี่ยมหวังเฮ่าที่ค่ายทหารใน่ปีใหม่ ทำเอาหวังเลี่ยงดีใจจนฉกเอาเกาลัดหนึ่งกำมือ วิ่งไปที่ลานบ้านพลางะโว่า “ข้าจะไปสอบถามพี่ใหญ่เจิ้งหยวนว่าไปค่ายอย่างไรขอรับ”
“ดีเหลือเกิน ข้าอยากไปเยี่ยมพี่สามที่ค่ายเ้าค่ะ” หวังจวี๋ก็ตื่นเต้นเช่นกัน ครั้งที่แล้วนางกับหลี่ชิงชิงออกเดินทางจากบ้านเพื่อไปเยี่ยมญาติ เที่ยวเล่นอย่างมีความสุขยิ่ง ยังได้รู้จักสหายที่ดีอย่างเฝิงซื่อสี่ ได้เห็นและเรียนรู้มากมาย แน่นอนว่าสิ่งที่มีความสุขที่สุดในการเดินทางไกลครั้งนี้ก็คือการได้ไปเยี่ยมหวังเฮ่า
ตอนเด็กๆ ที่หวังจวี๋ป่วย ล้วนเป็หวังเฮ่าที่ไปซื้อยาที่ตำบลมาให้นาง หวังเฮ่ายังแบกนางขึ้นหลังไปเที่ยวเล่นในูเาบ่อยๆ เก็บผลไม้ป่าให้นางกิน สอนให้นางรู้อักษรและคิดเลข
หลิวซื่อมองบุตรสาวคนโต หัวเราะพลางเอ่ย “หวังเยวี่ย เ้าอยู่บ้านก็ไม่มีอะไรทำ เ้าก็ตามไปด้วย”
นิสัยของหวังเยวี่ยค่อนข้างเปิดเผย ชอบไปมาหาสู่ระหว่างญาติมิตร นางกับหวังเฮ่าเป็พี่น้องที่รักใคร่สนิทสนมกัน มีความสุขยิ้มจนตาหยี “ตกลงเ้าค่ะ”
“ท่านย่า ข้าอยากไปเยี่ยมท่านอาสาม” หวังพั่นตี้อายุหกขวบกอดแขนของหลิวซื่ออย่างออดอ้อน “พาข้าไปด้วยเถิดเ้าค่ะ”
หวังเจาตี้วิ่งเข้ามา เอ่ยว่า “ข้าอยากไป”
หวังฉิวตี้ก็เอ่ยตาม “ข้าจะไปด้วย”
ผู้เฒ่าหวังส่ายหน้า เอ่ยว่า “ระยะทางสองร้อยลี้ นั่งเกวียนวัวจนก้นเปื่อยก็ยังไปไม่ถึง พวกเ้ายังจะตามไปอีกหรือ?”
สองมือน้อยๆ ของหวังฉิวตี้จับไปที่ก้น ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ย “ไปด้วยเ้าค่ะ”
“ท่านย่า!” หวังพั่นตี้ร้องขอหลิวซื่อเสร็จ ก็ไปขอหลี่ชิงชิงอีกคน “อาสะใภ้สามพาข้าไปด้วยเถิด ข้าไม่ดื้อ ข้าจะเชื่อฟังเ้าค่ะ”
หลี่ชิงชิงยิ้มตาหยีแล้วเอ่ยถาม “พั่นตี้ เ้าโตขนาดนี้ไกลที่สุดที่เ้าเคยไปคือที่ใด?”
หวังพั่นตี้เงยหน้าเล็กๆ ขึ้น แววตามีความคาดหวัง “บ้านท่านตาท่านยาย”
หลี่ชิงชิงนึกถึงเด็กอายุหกขวบในชาติที่แล้ว แม้จะเกิดในครอบครัวธรรมดาที่สุด แต่ก็เคยไปดูสวนสัตว์ในเมือง แม้แต่เด็กในชนบทก็ได้ดูโทรทัศน์ ััโทรศัพท์ สามารถเข้าใจโลกภายนอกได้
แต่หวังพั่นตี้ไม่เคยไปแม้แต่อําเภอเหอ
“ข้าเคยถามกับหวังเฮ่า พวกเราไปค่ายทหารครานี้ ระหว่างทางจะผ่านเมืองเซียง ยังมีอีกหลายอำเภอ ข้าตั้งใจจะพักเที่ยวเล่นที่เมืองเซียงหนึ่งวัน ข้าเห็นว่าพั่นตี้และน้องๆ ไม่เคยไปแม้แต่อําเภอเหอ ครานี้สามารถไปเปิดหูเปิดตากับพวกเราได้ ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ พวกท่านคิดเห็นอย่างไรเ้าคะ?”
หลิวซื่อเอ่ยถามอย่างแปลกใจว่า “จะได้ไปเมืองเซียงด้วยหรือ? ทั้งชีวิตนี้ข้าไม่เคยไปเมืองเซียงมาก่อนเลย”
ครั้นผู้เฒ่าหวังเห็นลูกสะใภ้แท้ๆ อย่างหลี่ชิงชิงเอ่ยปากพูดแทนหวังพั่นตี้สามพี่น้อง เขาจึงได้แต่พยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ชิงชิง ข้าฟังเ้ากับแม่เ้า”
“ของขาดทุนอย่างพวกเ้าสามคนยังมีเื่ดีๆ อย่างสามารถไปเมืองเซียงได้ อาสะใภ้ของพวกเ้ารักพวกเ้าเกินไปแล้ว ยังไม่รีบขอบคุณอาสะใภ้อีก” จางซื่อได้สติเร็วกว่าหวังจื้อมาก รีบให้บุตรสาวทั้งสามคนเอ่ยขอบคุณหลี่ชิงชิง
หลิวซื่อมองหลานสาวทั้งสามที่มีความสุขจนยิ้มไม่หุบ ในใจรู้สึกขอบคุณหลี่ชิงชิง นางหัวเราะพลางเอ่ย “ต้าหวงแรงเยอะ เด็กน้อยเช่นพวกนางสามคน ขึ้นมานั่งเบียดกับพวกเราในเกวียนได้อยู่แล้ว ตกลงตามนั้น ฟังชิงชิง พาพวกนางทั้งสามไปด้วย”
หวังจื้อเองไร้ความสามารถที่จะพาบุตรสาวไปเมืองเซียง ย่อมต้องขอบคุณหลี่ชิงชิงแน่นอน จึงตั้งใจกําชับบุตรสาวว่า “พวกเ้าสามคนต้องเชื่อฟัง อย่าวิ่งเล่นไปทั่ว ได้ยินหรือไม่”
“ข้า ท่านพ่อเ้า และน้องสาวเ้าจะดูพวกนางสามคนอย่างดี เ้าวางใจเถิด” หลิวซื่อรับหน้าที่ดูแลหลานสาวเมื่อต้องเดินทางไกล เด็กทั้งสามคนได้ติดตามท่านปู่ ท่านย่าและท่านอาออกไปข้างนอก ไม่สมควรให้หลี่ชิงชิงอาสะใภ้ที่เป็คนจ่ายเงินมารับผิดชอบหน้าที่ดูแลพวกนาง
หลี่ชิงชิงเพียงเสนอเท่านั้น ในเวลาไม่นานหลิวซื่อกับผู้เฒ่าหวังก็ตัดสินใจว่า ่ปีใหม่นอกจากหวังจื้อสามีภรรยาและหวังชงเยวี่ยแล้ว คนอื่นๆ ล้วนไปเยี่ยมหวังเฮ่าที่ค่ายทหารซึ่งอยู่ห่างออกไปสองร้อยลี้ และถือโอกาสท่องเที่ยวที่เมืองเซียงหนึ่งวัน
เมื่อครู่หวังเยวี่ยอยู่ในห้องครัว นางเห็นแป้งที่หมักไว้เพียงครึ่งถังเท่านั้น จึงเอ่ยถาม “ชิงชิง พรุ่งนี้ยังจะขายซาลาเปาหรือไม่?”
“วันนี้ทุกคนเหนื่อยแล้ว พรุ่งนี้จึงขายซาลาเปาของหอเพียวเซียงที่เดียวเ้าค่ะ” หลี่ชิงชิงคิดในใจว่า ตราบใดที่ลงนามสัญญากับผู้อื่นก็มิอาจผิดสัญญาได้ บ้านเราขายซาลาเปาให้หอเพียวเซียง แม้แต่วันเดียวก็ขาดไม่ได้ ต่อให้สถานการณ์จะเลวร้ายเพียงใดก็จำเป็ต้องส่งสินค้า ข้อนี้นับว่าเป็ข้อเสียของการทำการค้า
หวังเยวี่ยปวดใจที่หลี่ชิงชิงทํางานหนักเกินไป “พรุ่งนี้เ้าไม่ต้องทำแล้ว เ้าพักผ่อนให้ดีเถิด ข้าทำคนเดียวได้”
ผู้เฒ่าหวังเอ่ยทันทีว่า “ใช่ ชิงชิง เ้าฟังหวังเยวี่ยเถิด ไปพักผ่อนให้ดีๆ”
เดิมที่กลางวันมีชาวบ้านถูกพิษกลุ่มหนึ่งมาที่บ้าน ทำเอาคนตระกูลหวังหนักใจเป็อย่างยิ่ง ตอนนี้รู้ว่าปีใหม่จะได้ไปเยี่ยมหวังเฮ่าที่ค่ายทหารที่อยู่ห่างออกไปสองร้อยลี้ และยังจะได้ไปเที่ยวที่เมืองเซียงอีกหนึ่งวัน อารมณ์ก็พลันดีขึ้นมาทันที
หลิวซื่อเห็นว่าในบ้านสนิทสนมกลมเกลียว ในใจก็ยิ่งมีความสุข ครอบครัวรักใคร่ปรองดอง ทุกสิ่งเจริญรุ่งเรือง ยามนี้ฐานะทางบ้านดีขึ้นกว่าเดิมมาก ล้วนมีกำลังสามารถไปเยี่ยมหวังเฮ่าที่ค่ายทหารที่อยู่ห่างออกไปสองร้อยลี้ใน่ปีใหม่ ครอบครัวของพวกนางกำลังจะดีขึ้นเรื่อยๆ
ยามที่เฟิ่งซื่อและข้ารับใช้กลับถึงเมืองเซียงก็เป็เวลากลางคืนแล้ว หม่าเฟิ่งเลี่ยง่วงนอนจนลืมตาไม่ขึ้น ทว่าก็ยังไม่ยอมนอน จิตใจของเด็กค่อนข้างเปราะบาง ถูกเหตุการณ์ที่ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านหูได้รับยาพิษ ทำเขาเอาหวาดกลัวจนนอนไม่หลับ
หม่าชิงยุ่งอยู่กับการค้าขายจึงกลับมาช้ากว่าเฟิ่งซื่อ หม่าชิงสวมชุดคลุมสีฟ้าทั้งตัว สีหน้ามีเืฝาด เต็มไปด้วยความเบิกบานใจเล็กน้อย
เฟิ่งซื่อที่งีบหลับอยู่ในห้องนอนได้สักพักแล้วตื่นขึ้นมา อาศัยแสงไฟเห็นท่าทางของหม่าชิงที่ดีอกดีใจราวกับ้าระบายความในใจ ก็เอ่ยถามเสียงนุ่มว่า “วันนี้ท่านเจอเื่ดีๆ อันใดมาอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่แต่ก็ไม่ใช่”
“ท่านพูดจาแปลกๆ เกิดเื่ใดขึ้น?”
หม่าชิงอดหัวเราะไม่ได้ ให้ข้ารับใช้ถอดเสื้อคลุมด้านนอกออก ก่อนจะยกน้ำชาร้อนๆ ขึ้นมาดื่มสองจิบให้ท้องอบอุ่น
อากาศหนาวแล้ว แม้ว่าในห้องจะมีถ่านช่วยให้ความอบอุ่นตอนกลางคืน แต่ก็ยังคงหนาวอยู่เล็กน้อย เฟิ่งซื่อสวมเสื้อคลุมไหล่แล้วลุกขึ้นนั่ง
