ครืนนนนนน!
ที่ท้องฟ้าเหนือจัตุรัสชุมนุมประตูั
จื่อปู้ฝานและจื่อจ้งซานสัประยุทธ์เืพล่าน เสียงฟ้าคำรณอสนีบาตคำรามผ่าทำลายะเิออกทั่วทุกทิศทุกทาง
อาคารเสินหวังแห่งที่สองถูกวิชชุอสนีบาตรุมถล่มไม่ขาดสาย
โชคยังดีที่สายล่อฟ้ายังสามารถต้านรับไว้ หวังเค่อต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก
เบื้องล่างคือค่ายกลหมื่นโลหิตชุบัที่กำลังขับเคลื่อน
เสียงร่ำร้องะโก้องไม่หยุดยั้ง การต่อสู้อเนจอนาถดุดันสุดทนดู
“นี่ จางเจิ้งเต้า
ที่เ้าไปลักตัวคนเมื่อวานเป็ยังไงบ้าง?” หวังเค่อจู่ๆ
ก็พลันฉุกใจคิด
“ลักพาตัวอะไร?” จางเจิ้งเต้างงไปพักใหญ่
“ก็ไอ้เ้ายี่สิบคนที่ซื้อประกันอุบัติเหตุก่อนไปนั่นไงเล่า!
เ้าไม่ได้ไปลักพาตัวพวกมันเหรอ?” หวังเค่อกระตุ้น
จางเจิ้งเต้าพลันหน้าแข็งค้าง
“เ้าหมายความว่าไง? ทำไมทำหน้าแบบนั้น?
เ้าไม่ได้ไปหรือ?” หวังเค่อครางออกมา
“ไปแล้ว ข้าเอากระสอบไปคลุมหัวพวกมันมาได้คนหนึ่ง
จากนั้น จากนั้น…!” จางเจิ้งเต้าเอ่ยสีหน้าอัปลักษณ์
“จากนั้นอะไร?”
“จากนั้นศิษย์พี่พวกมันดันมาเจอน่ะสิ
ข้าเลยโดนรุมตีเกือบตาย ดูตัวข้าสิ ตอนนี้ยังทั้งปวดทั้งบวม แผลถลอกปอกเปิก
ข้าเลยต้องกลับมานอนพักฟื้น เพิ่งจะดีขึ้นเมื่อเช้านี้เอง!” จางเจิ้งเต้าโอดกาเหว่า
“งั้นก็หมายความว่า เ้าไม่ได้ไปลักตัวพวกมัน
จากนั้นก็กลับมานอน? นอนจนถึงเช้าวันนี้เลย?” หวังเค่อเบิกตาถลน
“ข้า!” จางเจิ้งเต้าพูดไม่ออกด้วยความละอาย
“งั้น คนยี่สิบคน เ้าจับมาไม่ได้แม้แต่คนเดียว?”
หวังเค่อถลึงตากว้างกว่าเดิม
“ข้าพยายามเต็มที่แล้ว!” จางเจิ้งเต้าร่ำร้อง
“คนยี่สิบคน ถ้าตายต้องจ่ายสองล้าน!
เ้าบ้าไปแล้ว เ้ามีเงินจ่ายพวกมันหรือไง!” หวังเค่อถลึงตาโปนตา โกรธาเป็หนักหนา
“ข้า? งั้นข้าคืนค่าคอมให้เ้าแล้วกัน
แต่จะให้ทำอย่างอื่น ข้าจนปัญญา!” จางเจิ้งเต้าเอ่ยอย่างรู้สึกผิด
“ผายลม เงินสองล้าน ให้ข้าจ่าย? เสียสติไปแล้วหรือไง!” หวังเค่อเสียงดัง
“ข้าไม่มีเงิน!” จางเจิ้งเต้าหงายการ์ด
หวังเค่อ “…!”
หลังเงียบไปครู่หนึ่ง
หวังเค่อก็รู้สึกว่าทุ่มเถียงกับจางเจิ้งเต้าต่อไปก็เปล่าประโยชน์
จางเจิ้งเต้าตัวนี้ก็คือปี่เซี๊ยะดีๆ นี่เอง เขมือบลงท้องไปแล้วอย่าหวังจะคายออกมา
“เ้าเห็นมั้ยว่าพวกมันมาที่นี่หรือเปล่า?”
หวังเค่อถาม
“เห็น ข้าเห็น!” จางเจิ้งเต้าตอบ
“งั้นบอกทางข้ามา!” หวังเค่อจ้องเขม็ง
“พวกมันสู้อยู่วงใน ไม่รู้หายต๋อมไปไหนแล้ว
จะให้ข้าชี้ทางยังไง!” จางเจิ้งเต้าเอ่ยกระมิดกระเมี้ยน
“บัดซบเอ๊ย!” หวังเค่อหน้าหม่น
หวังเค่อพลันหันไปมองทางาาอสรพิษ
“มองหน้าข้าทำอะไร? ข้าไม่รู้เื่กับพวกเ้าเสียหน่อย!”
าาอสรพิษรีบจ้องกลับ
“าาอสรพิษ ไป ตามข้าไปช่วยคน!” หวังเค่อกล่าว
“ช่วยคน? ลงไปข้างล่างน่ะนะ?
ลงไปหาที่ตายเหรอ!” ราชันอสรพิษย้อนทันควัน
“ไม่ตาย มีเ้าส่งข้าเข้าไป
พวกเราต้องปลอดภัย!” หวังเค่ออธิบายความ
“ผายลม เ้าปลอดภัย ข้าสิจะเจ็บตัว
ข้าเอาอะไรไปคุ้มครองส่งเ้าได้? ตัวก็ใหญ่ขนาดนี้
ทะเล่อทะล่าลงไปมีแต่เป็เป้าโจมตี!” ราชันอสรพิษปฏิเสธพลางจ้องเขม็ง
“เ้าลืมแล้วเหรอ มารอริยะก็จับตาดูอยู่นะ
เ้าไม่เชื่อฟังข้า ข้าจะไปเชิญมารอริยะมาจัดการ!” หวังเค่อถลึงตาข่มขู่
ราชันอสรพิษ “…!”
นี่มันเอามารอริยะมาขู่ข้า?
“ไม่ลง ถ้าลงไปต้องกลายเป็สติเลอะเลือนแน่
เ้าไม่เข้าใจหรือ?” ราชันอสรพิษโน้มน้าวอย่างเคร่งเครียด
“ใช่แล้ว หวังเค่อ เ้าสติเสียไปแล้วหรือไง?
หากลงไปตอนนี้เท่ากับหาที่ตาย!” จางเจิ้งเต้าโน้มน้าว
จางเจิ้งเต้าอารมณ์บ่จอย โทษข้า? เมื่อวานข้าโดนตีเกือบตายนะ?
“หวังเค่อ ไม่ใช่ว่าข้าไม่ช่วยเ้า
ที่สำคัญคือทันทีที่เราลงไปในค่ายกล สติสัมปชัญญะจะกลายเป็พร่ามัว
ข้ายังไม่อยากตายนะ!” ราชันอสรพิษหน้าคล้ำ
“ก็ได้
เ้าคงลืมไปแล้วสินะว่าเมื่อกี้เ้าคืนสติมายังไง?” หวังเค่อเอ่ย
ราชันอสรพิษผงะ
นี่
เมื่อกี้ที่ถูกกลิ่นเหม็นบรรลัยโลกปลุกตื่นนั่น? ไอพลังเหม็นสะอิดสะเอียนล้ำของเ้านั่น
สามารถลบล้างอิทธิพลของค่ายกลต่อสภาวะจิต?
“ใช่แล้ว หวังเค่อ
สัจปราณเมื่อครู่ของเ้าอาจจะใช้ได้จริงๆ? งั้นพวกเ้าไปลองดูแล้วกันนะ!”
จางเจิ้งเต้าสะท้านเฮือกรีบหลบไปทางด้านข้าง
“จางเจิ้งเต้า ตามข้ามาด้วยกัน!”
หวังเค่อโพล่งออกมา
“อะไรนะ? ข้าก็ต้องไป?”
จางเจิ้งเต้าอุทานแตกตื่น
“ทำไม เ้าจะไม่ไป? เอางี้
ถ้าเ้าไม่ไปงั้นข้าจะไปดึงสายล่อฟ้าออกเดี๋ยวนี้ล่ะ จากนั้นพอข้าลงไป
พวกเ้าสองคนก็รอตึกถล่มก่อน ค่อยร่วงไปรวมกันที่ค่ายกลข้างล่างนะ!”
“เ้า!” จางเจิ้งเต้าและราชันอสรพิษพูดไม่ออก
“ทำไม? อาคารนี้มันของข้า
ของข้า! ข้าอยากทำยังไงก็ทำอย่างนั้น
ให้พวกเ้ามาเชิดหน้าชูคออยู่อย่างสบายนี่ได้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว!
ยังกล้ามองแรงใส่ข้าอีก?” หวังเค่อถลึงตาโต้กลับ
จางเจิ้งเต้า “…!”
ราชันอสรพิษ “…!”
“เลิกพูดพล่ามได้แล้ว ตามข้ามา เร็ว!”
หวังเค่อร้องกระชั้น
หนึ่งคน หนึ่งงู อิดออดเหลือกำลัง!
แต่ภายใต้อิทธิฤทธิ์ค้ำฟ้าของหวังเค่อ ในที่สุดก็ค่อยๆ ลากพวกมันลงมาได้
ทันทีที่ลงมาถึงชั้นที่ยี่สิบห้า
จางเจิ้งเต้าและราชันอสรพิษรู้สึกในหัวของมันลั่นอึงอล สองตาแปรเปลี่ยนเป็สีโลหิต
สัมปชัญญะพร่าเลือน ใบหน้าเปล่งรังสีฆ่าฟันสุดสยอง
ตอนนี้เอง
หวังเค่อหงายกลุ่มสัจปราณขุ่นขนาดสองนิ้วไว้บนมือ
ก่อนจะอัดเข้าใส่รูจมูกของคนทั้งคู่
“อ้วก!”
“แหวะ!”
ราชันอสรพิษและจางเจิ้งเต้าพลันพะอืดพะอมเกินทานทน
ท้องไส้ป่วนพลิก
“ดมหนึ่งฟืด สมองแจ่มใส! ดมสองไป
จิตทะลวงตื่นรู้! เป็ยังไง? ตื่นรึยัง?” หวังเค่อถาม
“เหม็นผีบ้าผีบออะไรหยั่งงี้! หวังเค่อ
ไม่ต้องอัดเข้ามาเต็มๆ ขนาดนั้นก็ได้มั้ย?” จางเจิ้งเต้าตวาดอย่างเหลืออด
“หวังเค่อ รอให้ออกไปได้ก่อนเถอะ
ดูซิว่าข้าจะกินเ้าทั้งเป็มั้ย โอ้ก!” ราชันอสรพิษคำรามด้วยความโกรธแค้น
“พอแล้วๆ เลิกพล่ามไร้สาระ ลงไปข้างล่างเร็วเข้า
มา พวกเ้าเอาขวดนี่ไปคนละขวด ในขวดมีสัจปราณของข้าอัดใส่ไว้
หากรู้สึกผิดท่าก็ยกมาจ่อจมูกดม!” หวังเค่อล้วงขวดยาดมออกมา
ทั้งสอง “…!”
ขวดยาดมผีบ้าอะไร! นี่มันรมควันพิษชัดๆ! มันคิดอะไรอยู่!
จางเจิ้งเต้าและาาอสรพิษหมดทางเลือก สุดท้ายหวังเค่อก็ลากพาพวกมันลงด้านล่าง
พวกมันเดินออกจากล็อบบี้ชั้นล่าง
ชั่วครู่หนึ่ง
หมอกละอองไอโลหิตคละคลุ้งรมเข้าจมูกส่งตรงถึงสมอง ทั้งสองคนสิ้นสติอีกครั้ง
จางเจิ้งเต้าพลันอัดขวดยาดมเข้าจมูก สูดดมทั้งปากทั้งคอ
ขณะที่ราชันอสรพิษเอาขวดยาใส่ปาก ค่อยๆ ซึมซาบทีละน้อย
“โอ้ก!” “อ้วก!”
ทั้งคนทั้งงูอาเจียนออกมาอย่างหมดหวัง
หวังเค่อบรรลุสภาวะหมื่นพิษไม่กล้ำกรายมานานแล้ว
ดังนั้นไม่ได้รับอิทธิพลจากมหาค่ายกล
“ราชันอสรพิษ พวกเราขึ้นหลังเ้า เร็ว
พาพวกเราเข้าไป ตรงนั้น ตรงนั้นคนเยอะ!” หวังเค่อกระตุ้น
ราชันอสรพิษแบกหวังเค่อและจางเจิ้งเต้าขึ้นหลังอย่างหดหู่
มุ่งไปตามทิศทาง
“ฆ่า!”
คล้ายจะมีคนแปดคนอยู่ในกลุ่มหมอกเปี่ยมกลิ่นอายฆ่าฟันอันไร้ทางออก
ทันทีที่เห็นหวังเค่อและพวกมา พวกมันก็พุ่งเข้าใส่
“ดรรชนีบรรลุเทพ!” หวังเค่อพลิกมือดีดนิ้วออกไป
ทันใดนั้น
ลูกบอลสัจปราณขุ่นแปดลูกก็พุ่งเข้าใส่รูจมูกคนทั้งแปด
“โอ้ก~~~~~~~~~!”
ทั้งแปดอาเจียนออกมาทันควัน ร่วงพับลงกับพื้น
“ยกขึ้นมา ยกขึ้นมา” หวังเค่อกระตุ้น
หวังเค่อและจางเจิ้งเต้าพากันแบกคนทั้งแปดขึ้นหลังาาอสรพิษเข้ามาที่อาคารเสินหวังตรงล็อบบี้
“หวังเค่อ พวกนี้ไม่ใช่ลูกค้าเรา!”
จางเจิ้งเต้าอุทานเคร่งเครียด
“อะไรนะ ช่วยผิดคน?” หวังเค่อหน้าหม่น
“แล้วจะเอายังไงต่อ?” จางเจิ้งเต้าหน้าเครียด
“จะทำยังไงได้? ช่วยก็ช่วยมาแล้ว
เ้าก็แบกพวกมันขึ้นไปชั้นที่ยี่สิบห้าแล้วกัน ถึงตอนนั้นคงตื่นขึ้นมาเอง
ข้ากับาาอสรพิษจะไปหาคนต่อ!” หวังเค่อสั่ง
“หา? แต่...!”
จางเจิ้งเต้าวิตก
“มา ข้าจะเอาขวดยาดมให้เ้าเพิ่ม ถ้าเ้าวิ่งขึ้นวิ่งลงแล้วไม่พอดม
ก็เอาไปสูดเพิ่ม!” หวังเค่อจูงใจ
จางเจิ้งเต้าหน้าดำ “บัดซบ
แล้วข้าต้องดมไปถึงเมื่อไหร่?”
แต่หวังเค่อกับาาอสรพิษตอนนี้เผ่นไปหาคนต่อแล้ว
จางเจิ้งเต้าปีนป่ายบันไดด้วยสีหน้าหมองคล้ำ
หลังแบกคนไว้บนบ่า ปีนขึ้นสู่ชั้นที่ยี่สิบห้า
ทันทีที่ขึ้นถึงชั้นที่ยี่สิบห้า
กลุ่มหมอกโลหิตสลายหาย กลุ่มคนทั้งแปดฟื้นตื่นทันควัน
“อา ข้าอยู่ที่ไหน เอิ้ก!”
ศิษย์ฝ่ายธรรมะคนหนึ่งอุทานตระหนก
“โอ้ก แล้วเมื่อกี้ข้าเป็อะไรไป? หรือว่ามีคนมาช่วย?” ศิษย์ฝ่ายอธรรมถามอย่างเหนือคาดหมาย
ทันใดนั้น ทุกคนก็มองเห็นจางเจิ้งเต้า
“พวกเ้าพักอยู่ที่นี่ก่อน เลิกสู้กันได้แล้ว
หวังเค่อช่วยพวกเ้ามาจากด้านล่างอย่างยากลำบาก!” จางเจิ้งเต้าอธิบายความ
“อะไรนะ? โอ้ก!”
ทั้งหมดอ้วกไปถามไปด้วยความงุนงง
แต่จางเจิ้งเต้ารีบวิ่งไปลงข้างล่างแล้ว
ทันทีที่มาถึงด้านล่าง พบว่าหวังเค่อและาาอสรพิษช่วยคนมาอีกกลุ่ม
ปล่อยพวกมันทิ้งไว้ที่ล็อบบี้ทั้งที่ยังอ้วกไม่หยุด
“มองอะไร เร็วเข้าสิ ส่งพวกมันขึ้นข้างบน
บ้าเอ๊ย ผิดคนอีกแล้ว!” หวังเค่อกรีดเสียงร่ำร้องด้วยความผิดหวัง
“แหวะ หวังเค่อ ข้าไม่ไหวนะแบบนี้
เหม็นเป็บ้า!” จางเจิ้งเต้าแค่นเสียงอย่างโกรธแค้น
“ทั้งหมดนี่เ้าเองต่างหากที่เป็ตัวต้นเื่ไม่ใช่เหรอ?
ถ้ายังพล่ามไม่หยุดก็ไม่ต้องเป็ผู้จัดการทั่วไปแล้ว! ดูสิ
ราชันอสรพิษมันไม่เห็นบ่นสักคำ!” หวังเค่อย้อนเสียงแค้น
“โอ้ก!” ราชันอสรพิษได้แต่สำรอกออกมา ดังนั้นจึงไม่มีโอกาสพูดอะไร
ไหนเลยจะมีช่องให้มันบ่นได้?
จางเจิ้งเต้าได้แต่ต้องแบกคนชุดที่สองขึ้นข้างบนอีกครั้งอย่างหมดหนทาง
หลังส่งชุดที่สองขึ้นชั้นบน
จางเจิ้งเต้าก็พบว่าคนทั้งแปดที่มันแบกมาก่อนหน้านี้ดีขึ้นมากแล้ว
แต่ทั้งหมดล้วนาเ็อ่อนแรง ครั้งนี้ พวกมันเลิกต่อสู้
ศิษย์ธรรมะอธรรมนั่งแยกฝั่งกันชัดเจน ต่างฝ่ายต่างรักษาอาการาเ็ไป
ระมัดระวังอีกฝ่ายไป
“พวกเ้าใครว่างมาช่วยหน่อย
หวังเค่อช่วยคนมาได้ไม่น้อยเลยจากข้างล่าง ข้าต้องลงไปแบกพวกมันขึ้นมาอีก!”
จางเจิ้งเต้ากระตุ้น
“พวกเราเอง!” เหล่าคนที่ได้สติชุดแรกพลันขยับ
ลากเอาพวกเดียวกันเข้ามาฝั่งตัวเอง
“พะ พวกเราเป็อะไรไป?” คนที่เพิ่งตื่นถามออกมา
“พวกเราล้วนเกือบตาย พี่หวังเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยเราไว้!”
ผู้ที่ได้สติอธิบายให้ฟัง
“อะไรนะ?”
“เ้าตำหนักสองลัทธิมารเซ่ออวี้เทียน (ตัณหาเทียมฟ้า)
ใช้วิชาต้องห้าม เรียกว่าค่ายกลหมื่นโลหิตชุบั มัน้าสังหารพวกเราทั้งหมด
ข้าคิดทะลวงฝ่าเข้าไปช่วยพวกเ้า แต่แม้แต่ข้าก็ไม่รอดพ้นจากมนตร์ ต้องขอบคุณพี่หวังที่ลำบากแล้ว!”
“ใช่แล้ว อาคารเสินหวังนี่สูงไม่น้อย
ดังนั้นพวกเราพอขึ้นมาถึงชั้นยี่สิบห้าจึงหลุดพ้นจากอำนาจของค่ายกลแล้วได้สติ ข้า
ข้ามันเศษสวะ ตอนที่พี่หวังสร้างอาคารขึ้นมา
ข้ายังติดตามนายท้ายเหวินมาก่อหวอดสร้างความวุ่นวายที่นี่ พี่หวังสร้างความดีอย่างลำบาก
ข้ายังคิดขัดขวางมัน สมควรตาย!”
“นายท้ายเหวินคือลูกสมุนของเ้าตำหนักสองเซ่ออวี้เทียน
ตลอดเวลาที่ผ่านมามันตั้งค่ายกลอยู่ กลับไม่บอกกล่าวต่อพวกเราแม้แต่คำเดียว
ที่แท้คิดทำร้ายพวกเรา ไอ้นายท้ายสมควรตาย!”
“ลำบากพี่หวังจริงๆ !”
ศิษย์ฝ่ายธรรมะเองต่างก็พูดจากัน
“พี่หวังเตือนพวกเราล่วงหน้าแล้วว่าพวกฝ่ายอธรรมคิดทำร้ายฝ่ายธรรมะ
ตอนนั้นข้าไม่เชื่อถือมัน ทั้งยังแอบหัวร่อลับหลัง ข้ามันสมควรตาย!”
“ศิษย์พี่หวังของพวกเรา
เป็ถึงรองเ้าตำหนักหมาป่าบูรพา พอเห็นพวกเ้าทั้งหมดต่างดื้อดึงทื่อด้าน
ก็จงใจหาข้ออ้างสร้างอาคารหลังนี้ขึ้นมา เพื่อช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้
ก่อนหน้านี้ตอนสร้างอาคารมีคนมาหาเื่ พวกเ้าทั้งหมดรับรู้แต่มองไม่เห็น
ทั้งยังคิดว่าเป็เื่น่าขัน? เพ้ย
ตอนนี้รู้ซึ้งแล้วสินะว่าศิษย์พี่หวังพวกเราทำทั้งหมดเพื่อใคร?”
“ข้าละอายเหลือเกิน!”
………
………
……
……
…
……
“ถึงจะไม่รู้ว่าพี่หวังลงไปได้อย่างไร
แต่ในสถานการณ์เสี่ยงตายเช่นนี้ กลับทุ่มเทไม่คิดชีวิตเพื่อช่วยพวกเรา ข้า…พี่หวังคือยอดบุรุษพิทักษ์ธรรมแท้ๆ!”
………
………
……
……
…
……
แม้แต่หวังเค่อก็คาดไม่ถึง
ตัวมันเพียงหวังตัดการขาดทุนของตนเองเท่านั้น ไฉนกลายเป็ยอดบุรุษหวังเค่อผู้ทรงคุณธรรมเทียมฟ้าไปได้?
