หลังกลับมาจากกองบัญชาการของกะโหลกเื เนี่ยเทียนก็ฝึกบำเพ็ญตบะต่ออย่างตั้งใจ
การบำเพ็ญตบะใน่หลัง เขาไม่ต้องใช้หินวิเศษอีกแล้ว แต่ใช้วัตถุวิเศษที่มีพลังธาตุเปลวเพลิงและธาตุไม้สกัดเอาส่วนที่ดีที่สุดของพวกมันเข้าไปไว้ในคลื่นพลังเปลวเพลิงและคลื่นพลังพืชหญ้า
ครึ่งเดือนต่อมา
ในมหาสมุทริญญาของเนี่ยเทียนก็ดูดซับเอาพลังเปลวเพลิงให้เข้าไปอยู่ในคลื่นพลังเปลวเพลิงทีละนิด สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าตรงก้นของคลื่นพลังเปลวเพลิงมีเปลวไฟเป็กลุ่มๆ
เปลวไฟเ่าั้คล้ายทะเลไฟเล็กๆ แห่งหนึ่ง ด้านในมีพลังเปลวเพลิงที่ร้อนแผดเผา
ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักมาตลอดครึ่งเดือน เขาใช้วัตถุดิบวิเศษธาตุไฟอย่างต่อเนื่องเพื่อมาชักจูงพลังเปลวเพลิง แล้วก็พบว่าไม่สามารถสร้างเปลวไฟกลุ่มใหม่ไว้ที่ก้นของคลื่นพลังเปลวเพลิงได้อีกแล้ว
เวลานั้นเขาจึงเข้าใจทันทีว่าน้ำวนเปลวเพลิงมหาสมุทริญญาของเขาได้ชุบหลอมพลังเปลวเพลิงมาจนถึงขีดสุดแล้ว
หลังจากนั้นเขาจึงไม่ได้ฝึกฝนวิชาเปลวเพลิงอีก แต่เริ่มใช้แผ่นไม้แปลกประหลาดและใบไม้เขียวขจีมากมายมาสกัดเอาปราณของพืชหญ้า
ปราณพืชหญ้าที่ได้มาจากวัตถุดิบวิเศษธาตุไม้ เมื่อผ่านการชุบหลอมจากคลื่นพลังของพืชหญ้าจึงก่อตัวกันขึ้นมาเป็ของเหลวสีเขียวอยู่ตรงก้นของคลื่นพลัง
ของเหลวสีเขียวนั้นก็คือส่วนสกัดที่ดีที่สุดของพืชหญ้า แฝงเร้นไว้ด้วยปราณพืชหญ้าที่บริสุทธิ์
การฝึกฝนของคลื่นพลังพืชหญ้าเผาผลาญเวลาเขาไปสองเดือน เมื่อสองเดือนผ่านไป ของเหลวสีเขียวที่อยู่ตรงก้นของคลื่นพลังพืชหญ้าก็ไม่สามารถเพิ่มเติมลงไปได้อีกแล้ว
เนี่ยเทียนจึงเข้าใจทันทีว่าการฝึกคลื่นพลังพืชหญ้าของเขาก็มาถึงขีดสุดแล้วเช่นกัน
ต่อมาหลังจากนั้นเขาก็ใช้หินประหลาดสี่ห้าก้อนที่มีพลังดวงดาวหลงเหลืออยู่มาสกัดเอาพลังดวงดาวและรับเข้าไปในคลื่นพลังแห่งดวงดาว
ตรงก้นของคลื่นพลังแห่งดวงดาวมีน้ำดวงดาวอยู่แอ่งหนึ่งนานแล้ว นั่นคือพลังดวงดาวที่เขารวบรวมขึ้นมาตอนอยู่ในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวและสำนักโลหิต
ใช้เวลาเพียงสามวัน ก้อนหินหลายก้อนที่มีพลังดวงดาวหลงเหลือก็ถูกเขาใช้คาถาสะเก็ดดาวมาชุบหลอมและดึงเข้าไปในคลื่นพลังแห่งดวงดาว ทำให้แอ่งน้ำดวงดาวที่อยู่ตรงก้นน้ำวนดวงดาวเพิ่มขึ้นมาอีกแค่ไม่กี่หยด
ทว่าในความรู้สึกของเขา คลื่นพลังแห่งดวงดาวยังอยู่ห่างจากขอบเขตที่จะทำให้เขาทะลุไปถึงขั้นกลาง์อีกมาก
วัตถุดิบที่แฝงเร้นไว้ด้วยพลังดวงดาวมีน้อยอย่างถึงที่สุด ขนาดเผยฉีฉีที่มีฐานะพิเศษก็ยังซื้อมาให้เขาได้แค่ไม่กี่ก้อนเท่านั้น
ไม่มีวัตถุดิบประเภทนี้ หากเขาคิดจะฝึกคาถาสะเก็ดดาว หลอมเอาน้ำดาวออกมาไว้ในก้นของคลื่นพลังแห่งดวงดาวให้มากขึ้น ก็มีเพียงวิธีเดียว---ชักนำแสงดาวจากท้องฟ้ายามราตรี
แต่ที่น่าเสียดายก็คือม่านแสงที่ปกคลุมเมืองโพ่เมี่ยเอาไว้ไม่เพียงแต่ปิดกั้นปราณิญญาที่สกปรกมากมาย ยังตัดขาดการลอดทะลุของแสงดาวด้วย
หากยังอยู่ในเมืองโพ่เมี่ย เขาก็ไม่สามารถชักนำแสงดวงดาวให้เข้ามาอยู่ในคลื่นพลังแห่งดวงดาวและรวบรวมมันขึ้นมาเป็น้ำดวงดาวได้
“เปลวเพลิงเป็กลุ่มๆ คล้ายทะเลไฟ น้ำที่สะสมรวมกันจากสารสกัดจากพืชหญ้า น้ำดวงดาวที่เกิดจากพลังดวงดาว...”
วันนี้เนี่ยเทียนตื่นขึ้นมาจากการบำเพ็ญตบะ นั่งอยู่ตรงหน้าต่างมองท้องฟ้ายามค่ำคืน ใคร่ครวญอยู่กับตัวเอง
มหาสมุทริญญาของเขาอยู่ในรูปแบบของหมอกที่แผ่กว้าง ปราณิญญาที่เปลี่ยนมาจากน้ำวนพลังิญญาทั้งสามก็อยู่ในรูปของเมฆหมอกเช่นกัน
ทว่าส่วนสกัดที่มีสามธาตุซึ่งมาจากคลื่นพลังแห่งเปลวเพลิง คลื่นพลังแห่งพืชหญ้า และคลื่นพลังแห่งดวงดาวที่อยู่ในก้นของคลื่นพลังเหล่านี้ นอกจากกลุ่มเปลวเพลิงของคลื่นพลังแห่งเปลวเพลิงแล้ว พลังพืชหญ้าและพลังดวงดาวต่างก็อยู่ในรูปแบบของของเหลว
การฝึกฝนอย่างหนักตลอดหลายวันทำให้เขามีความรู้สึกอย่างหนึ่งว่าปราณิญญาที่อยู่ในมหาสมุทริญญาคือพื้นฐาน
การดำรงอยู่ของปราณิญญาในมหาสมุทริญญาที่กว้างขวางคือรากฐานของมหาสมุทริญญาจุดตันเถียน ไม่มีปราณิญญา มหาสมุทริญญาก็ไม่มีทางก่อตัวขึ้นมา คลื่นพลังแห่งเปลวเพลิง คลื่นพลังแห่งพืชหญ้า และคลื่นพลังแห่งดวงดาวล้วนไม่สามารถเกิดขึ้นมาได้
เปลวเพลิง พืชหญ้า ดวงดาวคือพลังงานสามชนิดที่มีธาตุต่างกัน ทว่าพลังงานทั้งสามนี้กลับจำเป็ต้องอาศัยการดำรงอยู่ของมหาสมุทริญญาและปราณิญญา
นี่หมายความว่าไม่ว่าผู้ฝึกลมปราณคนใดก็ตามที่ต่อให้มีธาตุในการฝึกที่แน่นอน ในจุดตันเถียนของพวกเขาก็จำเป็ต้องมีมหาสมุทริญญาก่อเกิดขึ้นมาก่อน
ปราณิญญาในมหาสมุทริญญาคือรากฐาน ซึ่งมันสามารถหล่อเลี้ยงพลังงานที่แตกต่างกัน ให้พลังงานเ่าั้ดำรงอยู่ในมหาสมุทริญญา
การฝึกบำเพ็ญตบะของท้าย์ ทุกครั้งที่ฝ่าทะลุหนึ่งขั้นก็จะสามารถสร้างน้ำวนพลังิญญาขึ้นมาได้หนึ่งลูก
ท้าย์่ต้นมีเพียงคลื่นพลังแห่งิญญาหนึ่งลูก ่กลางมีสองลูก ่ท้ายคือสามลูก
ลื่นพลังแห่งิญญาสามลูกชำระล้างและก่อตัวขึ้นมาเป็ปราณิญญา ชุบหลอมมหาสมุทริญญารอบแล้วรอบเล่า ทำให้มหาสมุทริญญาเกิดการแปรสภาพ และเลื่อนขั้นไปอยู่ริมขอบของขอบเขตต่อไป
คลื่นพลังแห่งิญญาที่มีธาตุต่างกันอยู่ได้ด้วยมหาสมุทริญญา เมื่อมหาสมุทริญญาชุบหลอมได้ถึงระดับหนึ่ง คลื่นพลังแห่งิญญาที่มีธาตุต่างกันก็จะอยู่ในสภาพฝ่าทะลุอย่างสมบูรณ์แบบ นั่นถึงจะเหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตใหม่ได้อย่างสมเหตุสมผล
ยิ่งฝึกพลังงานที่มีธาตุต่างกันมากเท่าไหร่ ระดับความยากในการเลื่อนขั้นก็ย่อมมากตามไปด้วย
อย่างเนี่ยเทียน หากเขาฝึกแค่พลังเปลวเพลิง ถ้าเช่นนั้นเขาย่อมถึงขอบเขตที่จะฝ่าทะลุได้ตั้งนานแล้ว
ขอแค่สภาพจิตใจอยู่ในสภาวะที่พร้อมมากพอก็จะสามารถฝ่าทะลุได้อย่างราบรื่น ไม่จำเป็ต้องเสียเวลามากมายไปกับคลื่นพลังแห่งพืชหญ้าและคลื่นพลังแห่งดวงดาวอีก
ชีวิตหนึ่งของคน อายุขัยมีขีดจำกัด มีเพียงฝ่าทะลุขอบเขตใหญ่ได้ครั้งหนึ่งเท่านั้นถึงจะได้รับอายุขัยเพิ่มเติม
ผู้แข็งแกร่งอย่างอูจี้และหัวมู่ต่างก็ถูกจำกัดในเื่อายุขัย เมื่อเห็นว่ากว่าจะเหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตใหม่ได้ยังอยู่ห่างไกลจนไม่มีกำหนด ทว่าอายุขัยกลับเขยิบเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกที จึงทำได้เพียงถอนหายใจด้วยความจนใจ
ด้วยเหตุนี้การเลือกลูกศิษย์ของสำนักใหญ่ๆ จึงมักจะเลือกแต่คนที่มีธาตุเฉพาะในการฝึกเท่านั้น นี่ก็เพื่อให้พวกเขาฝ่าทะลุขั้นได้ในเร็ววันและไม่ถูกจำกัดด้านอายุขัย
เนี่ยเทียนที่ไม่มีธาตุในการฝึกสามารถฝึกคาถาพลังงานได้ทุกธาตุ เนื่องด้วยเขามีสายเืแห่งชีวิต อายุขัยของเขาจึงมากกว่าคนทั่วไป
เขาเลือกคาถาวิเศษเปลวเพลิง พืชหญ้า ดวงดาว สามชนิดที่มีธาตุต่างกัน นอกจากความเร็วในการฝึกจะช้าไปเล็กน้อยแล้ว อายุขัยก็สามารถตามทันได้อย่างพอดี
เขามีเวลามาก ทว่าเขาไม่อยากให้มันเสียเปล่า ดังนั้นเมื่อวัตถุดิบที่แฝงเร้นไว้ด้วยพลังดวงดาวของเขาถูกเผาผลาญจนหมดสิ้น และเมืองโพ่เมี่ยก็ไม่สามารถดึงดูดเอาพลังดวงดาวมาได้ เขาจึงจำต้องเลือกเดินทางออกไปจากเมืองโพ่เมี่ยอย่างเดียวเท่านั้น
---แน่นอนว่าเขาย่อมนึกถึงค่ายกลนำส่งขนาดเล็กที่เผยฉีฉีสร้างขึ้นไว้ในเทือกเขาฮ่วนคง
แม้ว่าเทือกเขาฮ่วนคงจะอันตรายอย่างมาก ปราณิญญาก็ถูกทำให้สกปรก แต่อันที่จริงเขามีลางสังหรณ์ว่าเขามีวิธีต้านทานปราณิญญาที่ถูกทำให้สกปรกเ่าั้ได้
ตอนที่เขาอยู่สำนักโลหิตและสำนักภูตผี หลังจากที่สร้างสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงขึ้นมา เขาก็ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากปราณปีศาจ
เขาจึงเชื่อว่าไม่ต้องอาศัยกำไลหยกสีเขียวของหลีเหย่ ขอแค่เขาสร้างสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงขึ้นมา เขาก็สามารถมองข้ามปราณิญญาสกปรกในเทือกเขาฮ่วนคงไปได้
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
วันต่อมาฟ้าเพิ่งจะสว่าง เขาจึงไปหาหลีเหย่ทันที
“อ้อ หัวเทียนเองหรือ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” หลีเหย่มีสีหน้าเหนื่อยล้าคล้ายว่าอดหลับอดนอนมาแล้วหลายคืน “่นี้ข้าหลอมอาวุธวิเศษอยู่ชิ้นหนึ่ง ก็ไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ที่ตรงไหนถึงได้ล้มเหลวติดต่อกันอย่างนี้ แม่งเอ๊ย”
“ข้าอยากไปเทือกเขาฮ่วนคงอีกสักรอบ” เนี่ยเทียนเอ่ยถึงจุดประสงค์ในการมาเยือน
หลีเหย่ขยี้ตา กล่าวด้วยความตะลึง “ทำไม? หินวิเศษของเ้าไม่พอใช้อีกแล้วหรือ? ไม่น่าจะใช่นะ คราวก่อนที่เ้าได้รับหินวิเศษมาก็มากพอให้เ้ายืมใช้ห้องฝึกตนของกะโหลกเืได้พักใหญ่ทีเดียว อีกอย่างไปเทือกเขาฮ่วนคงก็ใช่ว่าจะได้รับผลเก็บเกี่ยวกลับมาทุกครั้ง เ้าต้องรู้ด้วยว่าคราวก่อนพวกเราโชคดีจริงๆ เพราะมีศิษย์พี่หญิงคอยช่วยดูแล”
“่นี้ศิษย์พี่หญิงมีหยกคงหลิงมากพอ นางจึงยุ่งอยู่กับการสร้างค่ายกลห้วงมิติ เกรงว่าคงไม่มีเวลาไปที่เทือกเขาฮ่วนคงอีกแล้ว”
“ข้าเองก็ยุ่งอยู่กับการหลอมอาวุธ...”
ไม่รอให้เขาพูดจบ เนี่ยเทียนก็พลันพูดแทรกขึ้นมา “ข้าอยากไปคนเดียว ที่ข้ามาหาเ้าก็เพราะหวังว่าจะขอยืมค่ายกลนำส่งที่คุณหนูเผยสร้างไว้ในเทือกเขาฮ่วนคง ให้ข้าไม่ต้องเดินทางไกลเกินไปนักก็สามารถไปโผล่ในเทือกเขาฮ่วนคงได้โดยตรงเลย”
“ไปคนเดียว? เ้าเป็บ้าไปแล้วหรือ?” หลีเหย่ใจนหน้าถอดสี “เ้ามีแค่ตบะท้าย์เท่านั้น เ้าอย่านึกว่าสังหารเ้าหยางหลิงไปคราวก่อน เ้าก็จะต่อสู้กับคนขอบเขตต้น์ได้! ครั้งที่แล้วเ้าก็แค่อาศัยสภาพแวดล้อมที่พิเศษเท่านั้น หากไม่เป็เพราะถ้ำแห่งนั้นจำกัดไม่ให้ใช้พลังิญญา เ้าจะฆ่าหยางหลิงได้อย่างไร?”
“ข้าเข้าใจดี” เนี่ยเทียนพยักหน้าเบาๆ แล้วจึงกล่าวอย่างจริงจัง “ที่ข้าจะไปเทือกเขาฮ่วนคงไม่ใช่เพราะ้าสังหารสัตว์วิเศษ และไม่ใช่เพราะ้าค้นหารอยแยกห้วงมิติ ที่ข้าไปเพียงเพราะอยากจะฝึกวิชาลับและคาถาวิเศษของข้า อยู่ที่นั่นข้าจะพยายามหลบเลี่ยงผู้แข็งแกร่ง ไม่ไปมีเื่กับใคร”
“แบบนี้ยังพอว่าหน่อย” หลีเหย่พยักหน้า “เ้าเอาหินวิเศษร้อยก้อนมาให้ข้า ห้าสิบก้อนมอบให้กะโหลกเื อีกห้าสิบก้อนเป็ของศิษย์พี่หญิง เ้ารอข้าจัดการกับอาภรณ์สักครู่ เดี๋ยวจะไปกับเ้าด้วย แต่เ้าต้องจำไว้นะว่าอย่าเปิดเผยค่ายกลที่ศิษย์พี่หญิงสร้างไว้ในเทือกเขาฮ่วนคง ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด”
“มิฉะนั้นจะถูกเดือนดับและเปลวอัคคีทำลาย หากพวกเราต้องสร้างขึ้นมาใหม่จะลำบากมาก”
“วางใจเถอะ ข้าแค่ขอยืมอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีทางอยู่ในบริเวณนั้นนานแน่นอน” เนี่ยเทียนตอบรับ
“อ้อ ใช่แล้ว เดี๋ยวข้าจะเอาแผนที่มาให้เ้า เ้าไปยังพื้นที่ที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ สถานที่แห่งนั้นถูกคนค้นหาจนทั่วั้แ่นานมาแล้ว ไม่มีทั้งสัตว์วิเศษที่แข็งแกร่ง และไม่มีทั้งรอยแยกห้วงมิติ ดังนั้นที่นั่นจึงแทบจะไม่มีใครไปข้องเกี่ยวด้วย”
หลีเหย่ล้างหน้าล้างตาพลางพูดไปด้วย “ที่นั่นอยู่ห่างจากค่ายกลนำส่งไม่ค่อยไกลเท่าไหร่นัก หากเ้าระวังตัวหน่อย อยู่ที่นั่นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ใช่แล้ว จำไว้ว่ารีบไปรีบกลับ หากอยู่นานเกินไปอาจจะพบเจอปัญหาเข้าได้”
“ตกลง”
-----
