สีหน้าของหลินหนิงค่อยๆ แดงเรื่อขึ้น ไม่ขาวซีดเหมือนก่อนหน้านี้อีก หลินคุนและสือเทียนที่อยู่ด้านข้างตกตะลึงจนเบิกตาโต
โลหิตของเซียวเฉินขจัดพิษได้?
“เสี่ยวหนิง...” หลินคุนเดินเข้าไปเรียกเสียงเบา
ขนตาของหลินหนิงสั่นไหว จากนั้นค่อยๆ ลืมตา แม้ได้สติแต่ร่างกายยังอ่อนแอ
“พี่...” หลินหนิงพูดเสียงอ่อนระโหย “ทำให้พวกท่านต้องเป็ห่วงแล้ว ข้าไม่เป็ไร พักสักครู่ก็หาย” เมื่อสายตาของนางมองเห็นเซียวเฉินก็สั่นสะท้านรุนแรง
จากนั้นปกคลุมด้วยม่านน้ำ
“เซียวเฉิน...”
เซียวเฉินเอ่ยช้าๆ “อย่าร้องไห้ ข้าอยู่นี่ เ้าเพิ่งได้สติ สมควรพักผ่อนให้ดีๆ ไม่เช่นนั้นจะเป็ผลเสียต่อการฟื้นฟูร่างกาย”
“เมื่อครู่ข้าเพิ่งฝันยาวนาน ฝันว่าข้าไม่ฟื้นขึ้นมา ข้ากลัวมาก กลัวว่าข้าจะเสียพี่ชาย สูญเสียพวกเ้าไป...” หลินหนิงเอ่ยเสียงเบาและสั่น น้ำตาอาบแก้ม
ดั่งดอกสาลี่ต้องฝน ทำให้คนรู้สึกปวดใจ
“ตอนนี้ไม่เป็ไรแล้ว พวกเราทุกคนอยู่นี่ ไม่จากไปไหนหรอก” เซียวเฉินเอ่ยปลอบ เขาห่มผ้าให้หลินหนิงและเอ่ยเบาๆ “เ้านอนก่อน ตื่นมาแล้วจะดีขึ้น”
หลินหนิงที่ร่างกายอ่อนแอ ผงกศีรษะ หลับตาและหลับไปอย่างรวดเร็ว
เซียวเฉินนำสมุนไพริญญาขั้นหกยี่สิบต้นออกมามอบให้หลินคุน แล้วเอ่ยว่า “พี่ใหญ่หลิน พี่ใหญ่สือ ข้าต้องกลับสำนักในแล้ว สมุนไพริญญายี่สิบต้นนี้ พวกเ้านำไปบำรุงร่างกายหลินหนิงสิบต้น ส่วนอีกสิบต้นพวกเ้าเอาไว้ใช้ มีประโยชน์ต่อการฝึกวิชาอย่างมาก”
หลินคุนและสือเทียนรู้สึกตัดใจไม่ค่อยได้
“จะไปแล้วหรือ?”
เซียวเฉินพยักหน้า “อืม ข้ายังมีเื่สำคัญต้องทำ ไม่มีเวลามากนัก จึงต้องรีบกลับไป”
“อืม ได้”
หลังกลับถึงสำนักใน เซียวเฉินก็จมอยู่ในภาวะปิดประตูฝึกวิชา อีกไม่ถึงสามเดือนจะถึงการประลองห้าสถานศึกษา เขาจำเป็ต้องทะลวงระดับขั้น อีกทั้งเขาจะได้เจอเนี่ยอวิ๋นเหอซึ่งเป็ศัตรูคนสุดท้าย!
เวลาผ่านไปราวกับเหินบิน พริบตาก็ผ่านไปสองเดือน อีกครึ่งเดือนจะมีการประลองห้าสถานศึกษา สถานศึกษาชางหวงย่อมเตรียมตัวออกเดินทางไปเมืองหลวง
เมื่อเซียวเฉินรุดมา สายตาของทุกคนก็เปล่งประกาย
เนื่องจากพวกเขารู้สึกได้ว่ากลิ่นอายเซียวเฉินเข้มข้นขึ้น
แข็งแกร่งยิ่งกว่าตอนกลับมาเสียอีก!
ตอนนี้เซียวเฉินอยู่ระดับขั้นใด?
บรรลุขั้นเสวียนฟ้าห้าชั้นฟ้าแล้วหรือไม่?
เซียวเฉินเดินมาแล้วยิ้มสดใสให้ทุกคน “ข้าน่าจะไม่ได้มาสายกระมัง?”
ทุกคนยิ้มพลางส่ายศีรษะ
“พวกเราไปลานประลองกันเถอะ อาจารย์ใหญ่และผู้าุโทุกท่านรอพวกเราอยู่ ศิษย์พี่เซียวหวงก็อยู่ด้วย” ซูเฉินเทียนยิ้มกล่าว ทุกคนมุ่งหน้าไปลานประลอง
ลานประลองในเวลานี้มีฝูงชนคลาคล่ำ ทุกแห่งหนมีแต่ผู้คน ศิษย์สำนักนอกสำนักในของสถานศึกษาชางหวงมารวมตัวโดยพร้อมเพรียงกันเพื่อส่งศิษย์ที่เข้าร่วมการประลองห้าสถานศึกษาออกเดินทาง
อาจารย์ใหญ่จั๋นอวี่และผู้าุโหกท่านของสถานศึกษาชางหวงก็ปรากฏตัวพร้อมกัน ข้างกายผู้าุโใหญ่และผู้าุโรองมีคนยืนอยู่สองคน คนที่อยู่ข้างกายผู้าุโใหญ่คือหญิงงามล่มเมือง ส่วนข้างกายผู้าุโรองเป็บุรุษหนุ่มหาญกล้า
คนทั้งสองคือเสิ่นเล่ยและเซียวหวง
และเป็หนึ่งในผู้ได้รับคัดเลือกให้ออกศึกในการประลองห้าสถานศึกษาครั้งนี้
จากนั้น มีห้าคนเดินมาแต่ไกล เป็บุรุษสี่สตรีหนึ่ง พวกเขาล้วนเป็บุคคลโดดเด่น เดินขึ้นลานประลองท่ามกลางสายตาฝูงชนมาถึงเบื้องหน้าของอาจารย์ใหญ่ ใบหน้าคนทั้งห้าประดับด้วยรอยยิ้ม
วันนี้พวกเขาออกศึกเพื่อเกียรติยศของสถานศึกษา
ดังนั้น พวกเขาจะนำชื่อเสียงกลับมาให้สมกับความคาดหวังของทุกคน
“ทุกคนมาพร้อมแล้ว” จั๋นอวี่ยิ้มกล่าว
จู่ๆ เซียวหวงที่อยู่ข้างกายผู้าุโรองก็มองเซียวเฉินแล้วยิ้ม “เ้าคือศิษย์น้องเซียวเฉินที่เพิ่งเข้าสถานศึกษาระยะนี้กระมัง เห็นว่าเ้ามีพร์ไม่เลว อายุเยาว์เปี่ยมความสามารถจริงๆ!”
เซียวเฉินยิ้มกล่าว “เซียวเฉินคารวะศิษย์พี่เซียว”
เซียวหวงโบกไม้โบกมือ “ศิษย์พี่อะไรกัน ข้าไม่ใส่ใจหรอก พวกเราต่างแซ่เซียว เป็ครอบครัวเดียวกัน เ้าเรียกข้าว่าพี่ใหญ่เซียวหวงก็พอ”
เซียวเฉินยิ้ม “ได้ พี่ใหญ่เซียวหวง”
ผู้าุโสามกระแอม จากนั้นเอ่ยอย่างจริงจัง “การประลองห้าสถานศึกษาครั้งนี้มีอาจารย์ใหญ่พาพวกเ้าไปเมืองหลวง เมืองชางเซิ่ง หวังว่าพวกเ้าจะได้ชัยนำเกียรติยศมาสู่สถานศึกษา”
“ต้องทำภารกิจให้ลุล่วง!”
คนทั้งเจ็ดเอ่ยพร้อมกันด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ออกเดินทาง!” ผู้าุโใหญ่ะโ วิหคั์สี่ตัวร่อนลงมาจอดตรงเบื้องหน้าของพวกเขา หลังจากนั้น พวกเขาก็ะโขึ้นไป วิหคั์บินสู่ท้องนภาและเหินจากไปไกล
แคว้นชางหวง มีอาณาเขตหนึ่งล้านหลี่ ทุกคนขี่วิหคั์มุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางช้าๆ
เซียวเฉินสวมชุดสีขาว แววตาเปล่งประกาย ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ในเวลานี้เอง พลันมีเสียงถ่ายทอดเข้ามาในสมอง
“ขอบคุณนะ...”
เซียวเฉินอึ้ง หันหน้าไปมองเสิ่นเล่ยที่ยืนเคียงข้างตนด้วยสายตาสงสัย
“ขอบคุณที่เ้าช่วยชีวิตข้าในเขติญญา”
เซียวเฉินยิ้ม ถ่ายทอดเสียงไปว่า “พวกเราน่าจะถือเป็สหายกันแล้วนะ”
จากนั้น เซียวเฉินเห็นใบหน้าของเสิ่นเล่ยมีแววครุ่นคิด แต่สุดท้ายก็ผงกศีรษะ ตอบอืมเสียงเบา
“ข้ารู้ว่าเ้าก็รู้แจ้งเจตจำนงกระบี่ ข้ามีวิชากระบี่อยู่ชุดหนึ่ง เหมาะกับเ้าพอดี มีส่วนช่วยต่อมรรคากระบี่ของเ้าอย่างมาก” ว่าแล้ว เซียวเฉินก็ส่งคัมภีร์กระบี่ทัณฑ์์ในห้วงการรับรู้เข้าสู่การรับรู้ของเสิ่นเล่ย
เสิ่นเล่ยอึ้งไปนิด ไม่พูดไม่จา
เพียงแต่ใบหน้าเผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
แม้จะยิ้มแค่ชั่วขณะ แต่กลับงดงามจนทำให้คนแทบหยุดหายใจ
ครึ่งวันต่อมา วิหคั์ของสถานศึกษาชางหวงก็ค่อยๆ บินเข้าสู่เมืองชางเซิ่ง
เมืองชางเซิ่ง เป็เมืองหลวงของแคว้นชางหวง มีความเจริญรุ่งเรืองที่สุด เพราะเมืองนี้อยู่ใต้เบื้องบาทวังหลวง
หอสูงประตูเมืองวังหลวงสร้างขึ้นจากผลึกเสวียนสีเหลือง สูงเกินสิบเมตร ปกป้องทุกอย่างภายในเมืองไว้ คูป้องกันเมืองกว้างสามสิบกว่าเมตร องครักษ์วังหลวงมีนับหมื่นนาย ล้อมเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ไว้อย่างแ่า
มีอักษรสีทองสามตัวบนหอตรงประตูเมือง
เมืองชางเซิ่ง!
“ยิ่งใหญ่อลังการ สมเป็เมืองหลวง เมืองอื่นๆ เทียบไม่ได้เลยจริงๆ” ฉู่เฉินเฟิงชื่นชม
แม้คนอื่นๆ ไม่ได้เอ่ยวาจา แต่แววตากลับวาดหวัง
เซียวเฉินมองเมืองหลวงตรงเบื้องหน้าด้วยแววตาลึกล้ำ
หลังทุกคนเข้าสู่เมืองชางเซิ่งก็ใกับความเจริญรุ่งเรืองด้านในอีกครั้ง เทียบกับที่นี่แล้ว เมืองของสถานศึกษาชางหวงคือหมอผีน้อยเจอหมอผีใหญ่แท้ๆ!
เทียบกันไม่ได้เลย!
หลังถึงที่พักของสถานศึกษาชางหวงในเมืองชางเซิ่งแล้ว จั๋นอวี่ก็บอกทุกคนด้วยรอยยิ้มว่า “ยังมีเวลาอีกครึ่งเดือน ่เวลาสั้นๆ นี้ พวกเ้าผ่อนคลายหน่อย เที่ยวเล่นในเมืองชางเซิ่งสักรอบ”
ทุกคนย่อมปีติยินดี
หลังทุกคนจากไป จั๋นอวี่ก็ยิ้มพลางเดินเข้าข้างใน
บนถนน เสิ่นเล่ยเงียบงัน ส่วนเซียวเฉินไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ดังนั้น คนทั้งสองจึงกลับไปก่อน ส่วนพวกซูเฉินเทียนอีกห้าคนเดินเตร็ดเตร่ผ่อนคลายอารมณ์ต่อ
หลังเซียวเฉินกลับถึงที่พักก็พยักหน้าให้เสิ่นเล่ย แล้วหันกายจะกลับที่พักของตน ในเวลานี้เอง เสิ่นเล่ยที่อยู่ทางด้านหลังเรียกเขาไว้
“เซียวเฉิน”
เซียวเฉินหันมา “มีอะไร?”
เสิ่นเล่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็เอ่ยว่า “ขอบคุณที่มอบเคล็ดวิชาให้ข้า”
เซียวเฉินยิ้ม “พวกเราเป็สหายกันนี่นา!”
เซียวเฉินเอ่ยจบก็กลับห้องไป
เสิ่นเล่ยยืนมองเงาหลังของเซียวเฉินด้วยแววตาซับซ้อนอยู่ตรงนั้นแล้วพึมพำว่า “ใช่ พวกเราเป็สหายกัน...”