บทที่ 80 ถูกจับเป็
ฉินชูถูกอีกฝ่ายถีบกระเด็นร่วงก้นกระแทกพื้น ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก
เืลมภายในร่างกายสูบฉีด ฉินชูตวัดกระบี่เทพบูรพาและพุ่งเข้าฟันหญิงสาวด้านหน้าอีกครั้ง
แข็งแกร่งแล้วมันเป็อย่างไร...ต่อให้ศัตรูแข็งแกร่งก็ต้องสู้ ถูกฆ่าตายได้ แต่ห้ามใกลัวตาย
อันที่จริง ฉินชูรู้ตัวดีว่าตัวเองสู้ไม่ไหว หญิงสาวแค่ออกกระบวนท่าง่ายๆ เพียงแค่สะบัดมือก็หักล้างคมกระบี่ของฉินชูได้แล้ว จากนั้นก็ใช้นิ้วคีบหยุดการเคลื่อนไหวของกระบี่ และถีบกระเด็นไปไกลมาก
ทุกครั้งที่ฉินชูพุ่งเข้าใส่ก็เจอลูกถีบเดิมๆ เป็สิบกว่าครั้ง ในที่สุด ฉินชูก็นั่งนิ่งอยู่กับพื้น เขาคิดว่าตัวเองกับนางห่างชั้นกันเกินไป ไม่ว่าเขาจะโจมตีแบบไหนก็ไม่เป็ผล มิหนำซ้ำยังโดนถีบกลับมา ยิ่งไปกว่านั้น มือขวาที่ถืออาวุธของนางยังไม่ขยับแม้แต่น้อย ถ้าขยับขึ้นมา เขาจะสู้ไหวหรือ
“พุ่งเข้ามาอีกสิ” หญิงสาวในชุดกระโปรงสีขาวกวักนิ้วเรียกฉินชู
ท้าทาย...แบบนี้จะทนได้หรือ ฉินชูลุกขึ้น และพุ่งเข้าโจมตีหญิงสาวอีกครั้ง
หลังจากถูกถีบกลับมาอีกครั้ง ฉินชูก็ตระหนักได้อย่างแจ่มแจ้งว่าตัวเองสู้ไม่ได้แล้ว จึงทำได้แค่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา “เ้าชนะแล้ว ฆ่าข้าเลยสิ”
“เ้ายังมีโอกาสมีชีวิตรอด กลับไปกับข้า แล้วเ้าจะรอด” หญิงสาวพูดขึ้น
“ข้าไม่ไป” ฉินชูไม่ยอมลุกขึ้น เขาพูดปฏิเสธขึ้นตรงๆ ขืนกลับกับอีกฝ่าย แล้วจะได้กินผลไม้หวานหรือ
“ถ้างั้นข้าจะตัดขาทั้งสองข้างของเ้า แล้วลากเ้ากลับ” หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง
ฉินชูรู้สึกวูบวาบขึ้นทันที เขามองเห็นสายตาเยือกเย็นในดวงตาของหญิงสาว นางไม่ได้พูดเล่นแน่นอน
“บอกมาว่าเ้า้าอะไร ไม่เช่นนั้น ข้าจะตายให้เ้าดูตรงนี้ ข้าไม่มีวันปล่อยให้เป้าหมายของเ้าสำเร็จลุล่วง” ฉินชูพ่นลมหายใจออกมาก่อนเอ่ย
“เฉียนชิงบอกว่าสำนักชิงหยุนมียอดฝีมืออัจฉริยะอยู่ ข้าจึงมา การที่ตอนนี้ไม่ฆ่าเ้าทิ้ง เพราะรู้สึกว่าเ้าน่าจะใช้ประโยชน์ได้” หญิงสาวเอ่ย
ให้ตายสิ! ฉินชูเข้าใจแล้ว จงฮั่นกับเฉียนชิงที่หนีไปได้น่าจะไปรายงานหญิงสาวที่อยู่ด้านหน้า มีความเป็ไปได้อย่างสูงว่านางคนนี้จะเป็องค์หญิงคนโตแห่งราชวงศ์เฉียน
“คิดดีแล้วก็จงกลับไปกับข้าแต่โดยดี เ้าไม่มีทางเลือกอื่น” หญิงสาวพูดขึ้นอีกครั้ง
ฉินชูลังเลสักพัก “ใช่ว่าจะกลับไปกับเ้าไม่ได้ แต่ข้าต้องกลับไปสำนักชิงหยุนก่อน ข้ารับภารกิจมาทำมากมาย หากไม่กลับไปส่งมอบภารกิจ ชื่อเสียงข้าในสำนักชิงหยุนจะเสื่อมเสีย เ้าอย่าคุกคามข้านักเลย ในเมื่อยังไม่ตาย ข้าก็ต้องคิดถึงชื่อเสียงของตัวเองเป็ธรรมดา”
“ได้ หากไปจับตัวเ้าตอนที่อยู่ในสำนัก คงยุ่งยากน่าดู ในเมื่อตอนนี้จับเ้าได้แล้ว กลับไปสำนักชิงหยุนของเ้าจะเป็ไรไป” หญิงสาว
“งั้นไปกันเถอะ ว่าแต่เ้าคือองค์หญิงคนโตแห่งราชวงศ์เฉียนใช่หรือไม่” ฉินชูลุกขึ้นปัดเศษฝุ่นดินตามตัว
หญิงสาวพยักหน้า “ใช่แล้ว ข้ามีนามว่าเฉียนหลิงอู่”
ฉินชูไม่พูดอะไรอีก เขาเดินนำหน้าเฉียนหลิงอู่และมุ่งหน้ากลับสำนักชิงหยุน ส่วนเฉียนหลิงอู่ลอยตัวตามอยู่ด้านหลัง นั่นเป็พลังอันเป็เอกลักษณ์ของผู้ฝึกตนที่บรรลุตบะขั้นที่หก
เมื่อเห็นเช่นนี้ ฉินชูก็อยากจะะโด่า ตัวเองยังเป็แค่ผู้ฝึกตนตัวกะเปี๊ยก ถึงขนาดต้องให้ผู้ฝึกตนขั้นที่หกหวางเจ่อออกโรงด้วยตัวเองเลยหรือ แบบนี้เท่ากับตัดโอกาสเอาชนะของเขาทุกช่องทาง
“เ้าคิดว่าหากไปถึงสำนักชิงหยุนแล้วจะมีโอกาสหนีรอดกระนั้นหรือ” เฉียนหลิงอู่มองฉินชูที่เดินนำหน้าพลางถาม
ฉินชูไม่พูดอะไร เขา้าบอกพวกโม่เต้าจื่อว่าตัวเองถูกจับ หากพวกเขาคิดแผนอะไรออกก็ควรรีบทำ แต่เขาจะบอกเฉียนหลิงอู่ไม่ได้ ถ้าบอกไปแล้วยังจะมีโอกาสหนีอยู่อีกหรือ
“ข้าล่วงรู้ความคิดเ้า แต่ข้าไม่สน หากพวกเขากล้ายื่นมือเข้ามาช่วยเ้า เช่นนั้นข้าจะฆ่าเ้าทิ้งก่อน แล้วเก็บข้อมูลว่าพวกเขามีพลังต่อสู้แบบไหน ดังนั้นเ้าไม่มีทางหนีจากข้าไปได้หรอก” เมื่อเห็นฉินชูไม่พูดอะไร เฉียนหลิงอู่ก็พูดตัดความหวังของฉินชูทันที
ในเมื่อเื่มาถึงขนาดนี้แล้ว ฉินชูจะพูดอะไรได้
เมื่อถึงเขตรอบนอกของสำนักชิงหยุน เฉียนหลิงอู่ก็พุ่งเข้ามาเตะฉินชูจนล้มลง จากนั้นก็ใช้เส้นเอ็นของสัตว์อสูรมัดมือทั้งสองข้างของฉินชู
“ห้ามมัดมือ แบบนี้ข้าจะส่งมอบภารกิจได้ยังไง” เมื่อถูกเฉียนหลิงอู่เหยียบหลังและพยายามมัดมือไพล่หลัง ฉินชูก็รีบะโขึ้น
“เอาล่ามคอก็ได้” เฉียนหลิงอู่มัดเส้นเอ็นสัตว์อสูรเป็บ่วงและเอามาคล้องคอฉินชูทันที
ฉินชูถอนหายใจ “เ้าฆ่าข้าดีกว่า ข้ายอมตายดีกว่าถูกเ้าล่ามคอเหมือนสุนัขแบบนี้”
“ข้าจะอดทนอีกแค่ครั้งเดียว ทางที่ดีเ้าอย่ามาเล่นลูกไม้ตื้นๆ กับข้าดีกว่า” เฉียนหลิงอู่จับฉินชูพลิกหันหน้ามา จากนั้นก็เอาเส้นเอ็นสัตว์อสูรล่ามข้อเท้าขวาของเขา
แล้วทั้งสองก็เดินเข้าสำนักชิงหยุนกัน โดยฉินชูเดินนำหน้า เฉียนหลิงอู่เดินตามหลัง
เมื่อถึงหอคุณูปการบนยอดเขาชิงจู๋ ฉินชูเดินผ่านสายตาอันแปลกใจของทุกคนเข้ามาส่งมอบภารกิจ
“เ้าเป็ใคร ทำไมจำกัดการเคลื่อนไหวของฉินชู” ผู้ดูแลหานถลึงตาใส่เฉียนหลิงอู่
“ออกไป” เฉียนหลิงอู่สะบัดแขน พลังอัดกระแทกผู้ดูแลหานจนถอยออกไป
“ผู้ดูแลหานอย่าขยับ นางคือองค์หญิงคนโตแห่งราชวงศ์เฉียน เป็ผู้ฝึกตนขั้นที่หกหวางเจ่อ” ฉินชูะโห้ามผู้ดูแลหานที่ชักกระบี่ออกมาเตรียมสู้ เขาสังเกตเห็นแววสังหารที่ฉายวาบออกมาจากดวงตาของเฉียนหลิงอู่ จึงกังวลว่าผู้ดูแลหานจะเกิดเื่
ฉินชูรู้ดีว่าเฉียนหลิงอู่ไม่มีทางฆ่าตัวเองแน่นอน เพราะคิดว่าสามารถใช้ประโยชน์จากตัวเขาได้ แต่นางไม่มีทางอ่อนข้อให้พวกผู้ดูแลหานแน่นอน
“ฉินชู พวกเราไปกันได้หรือยัง หากเ้าตุกติก ข้าจะฆ่าเหล่าลูกศิษย์ในสำนักชิงหยุนของพวกเ้า เ้าคงไม่อยากเห็นพวกเขาตายไปต่อหน้าต่อตาใช่หรือไม่” เฉียนหลิงอู่พูดกับฉินชูด้วยน้ำเสียงเจือแววหงุดหงิด
“ฝากบอกท่านผู้เฒ่าโม่ด้วย หากฉินชูผู้นี้ยังไม่ตาย จะต้องกลับมาในสักวัน” ฉินชูไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงทำตามเฉียนหลิงอู่ หากเขาไม่กลับไปกับนาง นางคงลงมือสังหารเหล่าลูกศิษย์ในสำนักชิงหยุนแน่
ฉินชูเดินนำหน้า เฉียนหลิงอู่เดินตามหลัง ทั้งสองเดินออกจากหอคุณูปการบนยอดเขาชิงจู๋และมุ่งหน้าไปที่ประตูหลัก
ขณะที่ฉินชูกับเฉียนหลิงอู่กำลังจะถึงประตูทางเข้าหลัก โม่เต้าจื่อ หลิงหยุนจื่อ หลัวเจินและลู่หยวนก็ปรากฏตัวขึ้นมา เพราะผู้ดูแลหานไปรายงานให้พวกเขาทราบอย่างทันท่วงที
“เฉียนหลิงอู่ เ้าเป็ถึงผู้ฝึกตนขั้นที่หกหวางเจ่อ ลงมือกับผู้ฝึกตนขั้นที่สามเจินหยวนแบบนี้มันสมควรแล้วหรือ” โม่เต้าจื่อมองเฉียนหลิงอู่ด้วยดวงตาที่อัดแน่นไปด้วยไฟโทสะ
“ไม่สมควรตรงไหน ข้าไม่ได้สั่งให้เขาหยุดฝึกตนเสียหน่อย เป็เขาเองที่ไม่สามารถฝึกตนจนบรรลุขั้นหวางเจอ” และแล้วมือขวาของเฉียนหลิงอู่ก็เลื่อนขึ้นไปปลดหอกยาวที่สะพายอยู่ด้านหลัง
ไร้เหตุผล ฉินชูมองออกแล้วว่าเฉียนหลิงอู่เป็พวกไร้เหตุผล
“ปล่อยเขาไป ถ้าเ้ายังมีอะไรค้างคาอีก สามารถระบายมาที่สำนักชิงหยุนได้เลย” สีหน้าของโม่เต้าจื่อเคร่งขรึมอย่างไม่เคยเป็มาก่อน เขาไม่คิดว่ายอดฝีมือผู้แข็งแกร่งแห่งราชวงศ์เฉียนจะปรากฏตัวขึ้นมาเช่นนี้
“ข้าไม่สนใจสำนักชิงหยุน แต่สนใจในผู้ที่เข้าถึงวิถีกระบี่ขั้นเจียนหลิงได้เท่านั้น พวกเ้าไม่มีทางแย่งเขาไปจากข้าได้ แต่ถ้าพวกเ้ายังคิดจะแย่ง ข้าคืนเขาให้ได้นะ แต่คืนในสภาพศพ” เฉียนหลิงอู่เอ่ยเสียงเย็น
ในที่สุด ฉินชูก็เข้าใจสาเหตุที่ตัวเองรอดมาได้ถึงตรงนี้แล้ว ที่แท้เฉียนหลิงอู่สนใจผู้ที่เข้าถึงวิถีกระบี่ขั้นเจียนหลิงนี่เอง
