ในซอกหลืบแคบของตลาดมืด ชาร์ลส์และโจเซฟก้าวเท้าไปอย่างสงบด้วยความเร็วฝีเท้าปกติ พวกเขามองซ้ายขวาอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงเริ่มกระซิบกันอย่างแ่เบา เสียงของพวกเขาแทบจะจมหายไปในเสียงก้าวเท้าและการกระซิบกระซาบของผู้คนในตลาดนี้
"ทำไมพวกเราถึงถูกสะกดรอยตาม?" โจเซฟถามเบา ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย ขณะที่สายตาสีฟ้าของเขากวาดไปตามเงามืด
ชาร์ลส์ครุ่นคิดก่อนจะตอบ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขาเปล่งประกายความระแวดระวัง "แม้ที่นี่จะมีแต่พวกน่าสงสัย แต่แปลกที่พวกนั้นเลือกสะกดรอยตามแค่เราสองคน... ทั้งที่มีเป้าหมายอื่นในตลาดตั้งมากมาย"
"หรือเป็เพราะไมเคิล? ก่อนหน้าฉันเพิ่งถามหาตัวไมเคิลในหลายแผง แถมยังลงรายละเอียดซะเยอะด้วย"
"ถ้านายพูดถูก คนที่ตามเราคงมีอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับไมเคิล หรือไม่ก็ไม่อยากให้เราเข้าใกล้เื่ของเขา"
ทั้งสองตกอยู่ในความเงียบครู่หนึ่ง ต่างคนต่างครุ่นคิดถึงเจตนาของผู้สะกดรอยตาม พวกเขาไม่อาจรู้ได้ว่าคนคนนั้น้าอะไร แค่จับตาดู หรือคิดจะลงมือทำอะไรบางอย่าง
โจเซฟกระซิบ "ต้องเปลี่ยนจากผู้ถูกล่าเป็ผู้ล่าแล้วล่ะ"
"หากเขาตามเรา...ก็ต้องทำให้เขาคิดว่าเรายังไม่รู้ตัว จากนั้นพอถึงเวลา เราจะกลับเป็ฝ่ายตามเขาแทน"
ชาร์ลส์ยิ้มบาง ๆ รับแผนของเพื่อนอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณของนักสืบในตัวเขาเริ่มทำงาน งานของเขาในฐานะนักสืบ บางครั้งก็อาจจะพบเจออันตรายจากคนร้าย ส่วนโจเซฟที่อยู่หน่วยพิเศษ ต่างก็เชี่ยวชาญเื่พวกนี้เป็ธรรมดา
"เราจะล่อเขายังไง?"
"แยกกันเดิน นายลองไปที่แผงขายเครื่องเงิน เราจะดูว่าเขาจะเลือกตามนาย หรือตามฉันต่อ"
"แล้วถ้าเขาเลือกตามฉันล่ะ?"
"ถ้าอย่างนั้น ฉันจะตามเขาต่อเอง เราจะรู้ให้ได้ว่าเขาเป็ใคร และ้าอะไร"
จากนั้นทั้งสองแยกย้ายกันอย่างแเี ชาร์ลส์เดินช้า ๆ ไปตามทางที่เต็มไปด้วยแสงสลัวจากโคมไฟน้ำมัน ขณะที่โจเซฟหายเข้าไปในซอกหลืบอีกด้านของตลาด ร่างของพวกเขากลืนหายไปในฝูงชน ราวกับเป็เพียงเงาเคลื่อนไหวตามมุมมืดของตลาดมืด
ชาร์ลส์เดินไปยังแผงขายเครื่องเงินตามแผน ฝีเท้าของเขาเบาและสม่ำเสมอ ไม่เร่งรีบหรือระแวดระวังจนเกินไป แต่หูของเขากลับคอยฟังทุกเสียงฝีเท้าที่อยู่ด้านหลังอย่างตั้งใจ ในไม่ช้า เขาก็ััได้ถึงการเคลื่อนไหวแปลก ๆ มีใครบางคนเดินตามเขาในระยะพอเหมาะ
ชาร์ลส์ััได้ถึงความเคลื่อนไหวแปลก ๆ จากด้านหลัง มีคนตามเขามาจริง ๆ แต่ในขณะที่เขายังคงเดินอย่างเป็ธรรมชาติ ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นชายในชุดคลุมเข้มแยกตัวออกจากการตามเขา แล้วหันไปทางที่โจเซฟเดินไป
'เขาเปลี่ยนเป้าหมายแล้ว' ชาร์ลส์คิดในใจ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขาหรี่ลงเล็กน้อยอย่างระมัดระวัง
โจเซฟยังคงเดินไปตามซอกแคบของตลาด ราวกับไม่ได้สังเกตว่าเขากำลังถูกตาม เขามองแผงขายของผ่าน ๆ แต่สายตาเฉียบคมของเขาสังเกตเห็นเงาหนึ่งที่สะท้อนจากมุมของกระจกเก่าบนแผงสินค้าด้านข้าง ชายคนนั้นกำลังตามเขาอยู่ในระยะที่พอเหมาะ ไม่ใกล้เกินไปและไม่ห่างเกินไป
'ตามฉันจริงด้วยสินะ...' โจเซฟคิดในใจ แต่เขายังรักษาท่าทีสงบ ไม่ให้ชายชุดคลุมรับรู้ว่าเขาถูกจับได้แล้ว
ชาร์ลส์มองเห็นทุกอย่างจากจุดที่เขายืน เขาหยุดอยู่ในเงามืดเพื่อสังเกตการณ์ ไม่เร่งร้อนจะเข้าไปช่วย แต่รอให้แผนของพวกเขาพัฒนาไปตามจังหวะที่เหมาะสม และคอยสนับสนุนจากระยะห่างที่ปลอดภัย
โจเซฟเดินไปเรื่อย ๆ ผ่านแผงขายสมุนไพรและอัญมณีต่าง ๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขารู้ว่าชายชุดคลุมจะไม่ลงมือทันที เพราะตลาดมืดที่เต็มไปด้วยผู้คนไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะกับการโจมตี แต่โจเซฟต้องหาวิธีดึงชายคนนั้นให้เปิดเผยตัวมากขึ้น นำเขาไปสู่สถานที่ลับที่อาจเปิดเผยเจตนาที่แท้จริง
โจเซฟมองหาซอกเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ เขาเลี้ยวเข้าไปในทางเดินแคบที่ทอดยาว มันเป็ทางที่คนเดินผ่านน้อย เขากะระยะเวลาไว้แล้วว่าชายชุดคลุมต้องเดินตามเข้ามาเช่นกัน
ชาร์ลส์มองเห็นโจเซฟเลี้ยวเข้าไปในซอกนั้น เขาขยับตัวทันที แต่ยังคงรักษาระยะห่าง เขาก้าวไปอย่างรวดเร็วแต่เงียบกริบ ตามชายชุดคลุมที่ยังคงเพ่งความสนใจไปที่โจเซฟโดยไม่รู้ว่าชาร์ลส์เองก็กำลังสะกดรอยตามเขาอีกที
เมื่อโจเซฟเข้าไปลึกในซอกแคบ เขาหยุดยืนชั่วคราว ทำท่าราวกับกำลังสังเกตบางอย่างที่อยู่ข้างกำแพง เขารู้ว่าชายชุดคลุมต้องเดินตามเข้ามาในอีกไม่กี่วินาที และในที่สุด เสียงฝีเท้าแ่เบาของชายคนนั้นก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
โจเซฟไม่รีบเร่ง เขาปล่อยให้ชายคนนั้นขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับรอจังหวะที่เหมาะสม จนเมื่อรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายอยู่ใกล้พอ เขาก็พลิกตัวกลับมาเผชิญหน้าอย่างรวดเร็ว!
ชายชุดคลุมชะงักไปเล็กน้อยเมื่อพบว่าโจเซฟหันมาเผชิญหน้า ดวงตาของชายคนนั้นฉายแววใเพียงเสี้ยววินาที
"ตามฉันมาทำไม?" โจเซฟถามด้วยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยพลัง
ชายชุดคลุมไม่ตอบในทันที เขากวาดตามองรอบ ๆ ราวกับพยายามหาทางหนีทีไล่ แต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวถอย ชาร์ลส์ก็ปรากฏตัวจากด้านหลังเขาอย่างเงียบงัน
ชาร์ลส์ยืนขวางทางชายชุดคลุม ท่วงท่ามั่นคง ราวกับกำแพงที่อีกฝ่ายไม่อาจฝ่าไปได้
ชายชุดคลุมขยับตัวอย่างไม่สบายใจ รู้ดีว่าตอนนี้เขาตกอยู่ในวงล้อมของสองนักสืบที่ไม่มีทางปล่อยให้เขาหลุดมือไปได้ง่าย ๆ
"แกเป็ใคร และ้าอะไร?" โจเซฟถามซ้ำ
ชายชุดคลุมเหลือบตามองไปรอบ ๆ ราวกับตัดสินใจบางอย่างอย่างรวดเร็ว จังหวะเดียวกันนั้น ชาร์ลส์ก็ััได้ถึงความเคลื่อนไหวแปลก ๆ จากใต้ผ้าคลุมของชายคนนั้น ราวกับเขากำลังเตรียมลงมืออะไรบางอย่าง
โจเซฟมองเห็นการขยับนั้นเช่นกัน เขารู้ทันทีว่าไม่ใช่สัญญาณที่ดี เขาใช้พลังของตนอย่างฉับพลัน ประกาศอย่างกึกก้อง "อย่าขยับ"
ทันใดนั้น บริเวณที่พวกเขายืนอยู่เหมือนถูกพันธนาการด้วยพลังงานที่มองไม่เห็น พื้นที่แคบนี้กลายเป็เขตที่ตรึงทุกอย่างให้หยุดนิ่งราวกับกาลเวลาหยุดหมุน ชายชุดคลุมชะงัก ร่างของเขาแข็งค้างอยู่ในท่านั้น ไม่อาจขยับหนีไปไหนได้ เช่นเดียวกับชาร์ลส์และโจเซฟ พลังของโจเซฟนั้นมีเงื่อนไข และเงื่อนไขนั้นก็คือทุกคนจะโดนอำนาจของพลัง ไม่ว่าจะเป็มิตรหรือศัตรู แม้กระทั่งตัวผู้ใช้เองต้องมีข้อยกเว้น
แต่เพียงชั่วอึดใจ ห่อกระดาษที่ชายชุดคลุมซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อก็เลื่อนหลุดลงมากระแทกพื้น
ชาร์ลส์เห็นมันเพียงเสี้ยววินาที 'ไม่!' ชาร์ลส์สบถในใจ
ห่อกระดาษนั้นแตกออกทันทีที่กระทบพื้น เผยให้เห็น ะเิควัน ที่กระจายกลุ่มควันหนาทึบออกมาอย่างรวดเร็ว ควันกำมะถันพวยพุ่งไปทั่วทางเดินแคบ กลิ่นฉุนจัดของกำมะถันแทรกเข้าไปในจมูกของพวกเขา ทำให้การหายใจเริ่มติดขัด ดวงตาทั้งสองก็พลันพร่ามัวด้วยควันสีเทาเข้มที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ
โจเซฟกัดฟันแน่น ควันกำมะถันหนาทึบแทรกเข้ามาลมหายใจของเขา ทำให้ปอดของเขาแสบร้อนราวกับถูกเผา
ร่างของทั้งสามเขาสั่นระริกขณะหยุดนิ่ง ปอดของเขาเหมือนถูกเผาด้วยควันกำมะถันที่แทรกซึมเข้าไปทุกการหายใจ ร่างกายเริ่มโอนเอนด้วยอาการเวียนหัว
ในที่สุดโจเซฟก็ตัดสินใจ ถอนพลังของเขาออก และชายชุดคลุมอาศัย่เสี้ยววินาทีนี้ พุ่งตัวออกจากกลุ่มควัน หายลับไปในทางเดินซับซ้อนของตลาดมืด
ชาร์ลส์กะพริบตาถี่ ๆ ไล่ความพร่ามัวออกจากดวงตา เขาผลักตัวเองออกจากความงุนงงอย่างรวดเร็ว "โจเซฟ!" เขาเรียก
โจเซฟไอเบา ๆ จากกลิ่นควัน "ฉันไม่เป็ไร" เขาตอบสั้น ๆ ก่อนจะกวาดสายตาไปยังจุดที่ชายชุดคลุมหายตัวไป "เขาหนีไปแล้ว…"
ชาร์ลส์มองไปทางที่ชายชุดคลุมวิ่งหนี ร่องรอยของเขาถูกกลืนหายไปในทางเดินซับซ้อนและควันกำมะถันที่ยังคงคละคลุ้งอยู่
"มันต้องรู้อะไรบางอย่างแน่ ๆ ไม่งั้นคงไม่หนีขนาดนี้" โจเซฟกล่าวขณะที่เขาพยายามประคองตัวเองให้ยืนมั่นคง
"ถ้าจะหนี มันคงไม่ได้หนีไปไกลนัก" ชาร์ลส์กล่าวพลางหันไปทางแยกในตลาดมืด "เราแค่ต้องหาตัวมันให้เจอ ฉันจะลองถามพวกพ่อค้าแม่ค้าดู บางคนอาจรู้จักมันหรือเคยเห็นหน้ามันก่อนหน้านี้"
โจเซฟยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ชูมือห้ามปรามเพื่อนตัวเองเอาไว้ "อย่าเลย... ไม่ดีกว่า ถ้าชายคนนั้นรู้ว่าเรากำลังตามหาไมเคิล มันอาจเป็เพราะมันได้ยินพอดี หรือบางทีอาจมีพ่อค้าหรือแม่ค้าบางคนที่ฉันเคยคุยด้วยไปบอกมัน"
ชาร์ลส์ขมวดคิ้วพลางครุ่นคิด "หมายความว่ามีคนในตลาดส่งข่าวให้หมอนั่น?"
โจเซฟพยักหน้าเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าของเขาฉายแววระแวดระวัง "ใช่ และถ้าเป็แบบนั้น การซักถามเพิ่มอาจทำให้ พวกมันอาจพยายามกีดกันเราหนักขึ้นกว่าเดิม"
ชาร์ลส์ถอนหายใจเบา ๆ "ถ้าอย่างนั้น เราควรทำยังไงต่อ? "
โจเซฟนิ่งเงียบไป จ้องเหม่อลอยอยู่ในความมืดราวกับกำลังดื่มด่ำกับความคิดที่ลึกซึ้ง ชาร์ลส์ขยับตัวเล็กน้อย เรียกสติของเพื่อนด้วยน้ำเสียงเบา ๆ "โจเซฟ..."
แต่ทันทีที่เขากำลังจะเอ่ยซ้ำ โจเซฟก็ยกมือขึ้นชูห้าม เป็สัญญาณว่าเขา้าเวลาคิด ชาร์ลส์ชะงัก สังเกตเห็นแววจริงจังในแววตาของเพื่อนจึงตัดสินใจเงียบและถอยออกมาครึ่งก้าว ปล่อยให้โจเซฟจมอยู่ในความคิด
เวลาผ่านไปเพียงครู่เดียว โจเซฟก็ถอนหายใจลึก ราวกับว่าตัดสินใจได้แล้ว "กลับไปที่หน่วยพิเศษกันเถอะ"
ชาร์ลส์เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ "ทำไมล่ะ? เราใกล้จะได้เบาะแสจากตลาดมืดแล้วนี่"
โจเซฟมองหน้าเพื่อนด้วยสีหน้าจริงจัง "อาเอ็ดเวิร์ดส่งข้อความมาหาฉัน..."
"เขาบอกว่าเจอที่ซ่อนของ องค์กรแปลกอักษรแล้ว และให้เรากลับไปโดยด่วน"
ชาร์ลส์หรี่ตาลง สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็จริงจังทันที ถอนหายใจอย่างหนัก เขายังจำคำพูดของเอ็ดเวิร์ดได้ ว่าถ้าพบที่อยู่ขององค์กรแปลกอักษร จำเป็ต้องเข้าร่วมภารกิจปราบปรามก่อน
"งั้นไปกันเถอะ"
ระหว่างที่ชาร์ลส์และโจเซฟก้าวเท้าออกจากตลาดมืดในอุโมงค์ใต้ดิน ความมืดมิดที่แวดล้อมเงียบเชียบ สภาพแวดล้อมรอบตัวได้ยินเพียงเสียงหนูท่อและเสียงหยดน้ำ
ชาร์ลส์หยิบนาฬิกาพกของเขาออกมา แล้วใช้แสงจากตะเกียงน้ำมันส่องดูเวลา ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นความหมองที่เริ่มเกาะบนขอบของนาฬิกา ความแวววาวที่เคยมีค่อย ๆ หมองลงไปบางส่วน
"ทำไมนาฬิกาหมองลง?" ชาร์ลส์พึมพำขณะพยายามเช็ดออกเบา ๆ แต่สีหม่นก็ไม่จางหาย
โจเซฟเหลือบมองเล็กน้อย "ฉันว่าเพราะะเิควันนั่นแหละ ตอนนั้นมีกลิ่นกำมะถัน แถมขอบนาฬิกานี่ก็ใช้แร่เงินแท้ทำ กำมะถันน่าจะทำให้มันหมองลง"
ชาร์ลส์ถอนหายใจอย่างเสียดาย ขณะที่นิ้วลูบไปบนขอบนาฬิกาเบา ๆ "นึกว่าทำจากโลหะอย่างเดียวซะอีก ที่แท้บางส่วนก็มีแร่เงินด้วย"
โจเซฟยิ้มให้กำลังใจ "ไม่ต้องห่วง คราบนั่นกำจัดออกได้อยู่แล้ว"
