ิหยวนได้แต่ยืนนิ่งด้วยความใ เขาไม่รู้จะทำอย่างไรดี ได้แต่ร้องเรียกชื่อพวกเขา นับั้แ่เขาเริ่มต้นศึกษาเล่าเรียน ทุกอย่างก็เป็ไปอย่างราบรื่น นอกจากหลิวเปียวแล้ว แทบไม่เคยพบเจออุปสรรคใดๆ เขาคิดมาตลอดว่า์เมตตา ใครจะรู้ว่าวันนี้กลับต้องมาเจอกับเื่เช่นนี้ ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าตนเองเป็คนอ่อนแอไร้ความสามารถ แม้นเขาจะได้รับการขนานนามว่ายอดคน แต่ในสนามรบจริง ยอดคนแล้วอย่างไร?
“อย่ามัวแต่ยืนมอง! มนุษย์เราต่างมีชะตาชีวิตเป็ของตนเอง ระวังตัวเองจะเอาตัวไม่รอด!” โหวฟางะโใส่เขาด้วยความร้อนใจ
ิหยวนได้สติ รีบรวบรวมกำลังพลเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้
“พี่น้องทั้งหลาย! หากเสบียงสูญหาย พวกเราต้องถูกปะา! สู้กับพวกมัน!”
ิหยวนะโเสียงดัง เหล่าทหารต่างพุ่งเข้าต่อสู้กับศัตรูอย่างกล้าหาญ ทันใดนั้นก็มีเสียงนกเหยี่ยวร้องลั่น ทำเอาทุกคนบนฟ้าและพื้นดินต่างตกตะลึง ที่แท้มันคือเหยี่ยวหวนที่ประจำเรือ ทั้งสองฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองเหยี่ยวหวนที่บินวนอยู่บนท้องฟ้า จากนั้นก็มีเสียงหวีดหวิวดังขึ้น ลูกธนูหนึ่งดอกตกลงมากลางสนามรบ ขนตรงปลายลูกธนูสั่นไหว
ิหยวนรีบหันไปมองเนินเขาเตี้ยๆ ทางทิศตะวันออก ทหารม้าในชุดเกราะสีดำปรากฏตัวขึ้น ด้านหลังมีกองทัพม้าในชุดสีแดงปรากฏขึ้นเป็จำนวนมาก
กองทัพเป่ยฝู่! ดวงตาิหยวนเป็ประกายด้วยความยินดี
แม่ทัพในชุดเกราะสีดำขว้างกระบองเหล็กขึ้นไปบนอากาศ ก่อนจะะโเสียงดัง “ผู้ใดบังอาจล่วงเกินกองทัพเป่ยฝู่!”
จากนั้นเขาก็ควบม้าพุ่งลงมาจากเนินเขา เหล่าทหารม้าที่อยู่ด้านหลังต่างควบม้าตามเขามาเป็ขบวน เสียงฝีเท้าม้าดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับฟ้าผ่า ิหยวนรู้สึกเหมือนพื้นดินกำลังสั่นะเื
พวกเขาสวมชุดเกราะสีเดียวกับกลุ่มคนร้าย กองทัพเป่ยฝู่จึงผูกผ้าสีขาวไว้ที่แขนเสื้อเพื่อเป็สัญลักษณ์ หากพบเจอผู้ใดไม่ผูกผ้าให้ฆ่าทิ้งได้เลย ทหารม้าปะทะกับทหารราบ ศัตรูจึงตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบ สถานการณ์พลิกผัน
เมื่อเห็นว่ามีกำลังเสริมมาช่วย ฝ่ายิหยวนจึงฮึกเหิม พวกเขาต่อสู้กับศัตรูอย่างดุเดือด ในที่สุดศัตรูก็กลายเป็ฝ่ายที่ต้องวิ่งหนีเอาตัวรอด
ทหารม้าเกราะดำคนหนึ่งควบม้าพุ่งชนศัตรูไปสามคนรวด ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าิหยวน เขาลงจากหลังม้า ใช้กระบองเหล็กในมือฟาดศัตรูจนสิ้นใจตายคาที่
หยางจวินถอดหมวกเหล็กออก “เ้าไม่เป็ไรนะ?”
“ท่านแม่ทัพหยาง!”
หยางจวินเผยรอยยิ้ม แม้ใบหน้าของเขาจะเปื้อนไปด้วยเื แต่กลับดูบริสุทธิ์ สดใส และอบอุ่น ิหยวนรู้สึกราวกับได้เห็นดวงอาทิตย์
ิหยวนเห็นอีกฝ่ายปรากฏตัวขึ้นราวกับเทพเซียนที่จุติลงมาจาก์ หัวใจเต้นแรง รู้สึกตื้นตันใจจนพูดไม่ออก ได้แต่ส่ายหัวไปมา
“ท่านแม่ทัพ จะจัดการกับเชลยและทหาราเ็อย่างไรดีขอรับ?”
“ฆ่าทิ้งให้หมด”
“รับทราบขอรับ!”
“ช้าก่อน!” ิหยวนเห็นทหารกำลังจะจากไป จึงรีบร้องห้าม “เหตุใดจึงไม่ปล่อยเชลยไว้สักคนเพื่อสอบสวนว่าพวกเขาเป็ใคร เหตุใดถึงปลอมตัวมาเช่นนี้?”
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาต้องพบเจอกับความล้มเหลวเช่นนี้ เสวี่ยเทาถูกสังหาร ทหารนับไม่ถ้วนถูกสังหาร อีกทั้งยังเห็นเพื่อนรักตกลงไปในน้ำต่อหน้าต่อตา โดยไม่รู้ชะตากรรม เขาโกรธแค้นคนที่ปลอมตัวมาจนแทบอยากจะกัดฟันให้แหลก
“เ้าแน่ใจหรือว่าอยากรู้? ต่อให้รู้ว่าเป็ผู้ใด แล้วเ้าจะทำอย่างไร?”
“ข้า...” ิหยวนอึ้งไปชั่วขณะ ถูกของเขา พวกศัตรูสามารถหาชุดเกราะของกองทัพเป่ยฝู่มาใส่ อีกทั้งยังรู้เส้นทางที่พวกตนใช้ แน่นอนว่าไม่ใช่ฝีมือของพวกชาวหู อย่างน้อยๆ ก็ไม่ใช่แค่ฝีมือของพวกชาวหู เห็นได้ชัดว่าเป็ฝีมือของคนในแคว้นหนานฉู่ พวกมันปลอมตัวเป็ทหารกองทัพเป่ยฝู่ เป้าหมายแรกไม่ใช่การเผาทำลายเสบียง แต่เป็การสังหารพวกเขา แล้วใส่ร้ายว่าเป็ฝีมือตระกูลเซี่ย เมื่อหวังอี้จือตาย ตระกูลหวังกับตระกูลเซี่ยก็จะกลายเป็ศัตรูกัน พันธมิตรระหว่างสองตระกูลใหญ่ก็จะสลาย ยามนั้นก็จะมีคนฉวยโอกาสนี้สร้างความวุ่นวาย เื่นี้เกี่ยวข้องกับการต่อสู้แย่งชิงอำนาจในราชสำนัก ยากที่เขาจะเข้าใจ ยามนี้าระหว่างแคว้นใกล้เข้ามาทุกที คนในแคว้นควรร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับศัตรูภายนอก ถึงจะมีโอกาสได้รับชัยชนะ เขาควรจะเปิดโปงเื่วุ่นวายในราชสำนักในตอนนี้จริงๆ หรือ?
เมื่อเห็นว่าิหยวนไม่พูดสิ่งใด หยางจวินจึงโบกมือให้ทหารไปทำตามคำสั่ง
ิหยวนจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย รวบรวมกำลังพล ก่อนจะคุกเข่าคำนับอีกฝ่ายอย่างนอบน้อม “ข้าน้อยิหยวน คารวะท่านแม่ทัพหยาง”
“มิกล้าๆ พวกเ้าเป็ขุนนางออกตรวจราชการแทนฮ่องเต้ มิใช่บัณฑิตอีกต่อไป”
“ทั้งเป็ขุนนาง และเป็บัณฑิต พวกข้ายังต้องเรียนรู้อีกมากมายเกี่ยวกับการทำา” ิหยวนเอ่ยอย่างจริงจังพลางคารวะอีกฝ่าย “ขอคำชี้แนะจากท่านแม่ทัพหยางด้วย”
“เช่นนั้นอย่าเรียกข้าว่าท่านแม่ทัพเลย”
“สหายหยาง” ิหยวนยิ้มออกมา “ขอบพระคุณสหายหยางที่ช่วยชีวิต”
หยางจวินตอบอย่างใจเย็น “นี่เป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่เ้าขอบคุณข้า?”
ิหยวนได้แต่ยิ้มแห้งๆ เหตุใดทุกครั้งที่เขาเจอปัญหา ถึงได้บังเอิญเจออีกฝ่าย “บุญคุณในครั้งนี้ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะตอบแทน ต่อให้ข้าตายไปเกิดใหม่กี่ชาติก็ไม่อาจทดแทนได้ เพียงแต่... พวกท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
“ข้าประจำการอยู่ที่เมืองโซ่วหยาง วันนี้จึงออกลาดตระเวน” เขาพูดเพียงเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วหลังจากที่หวังอี้จือและิหยวนออกเดินทาง เซี่ยฉีก็ส่งสาส์นมาบอกให้เขาระวังตัวและคอยให้ความช่วยเหลือ เขานำทหารออกลาดตระเวนริมแม่น้ำทุกวัน ราวกับกำลังรอคอยใครบางคน
“เช่นนั้นหรือ สหายหยางมาช่วยข้าได้ทันเวลาจริงๆ” เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง ิหยวนจึงถือโอกาสเอ่ยปากขอร้อง “สหายหยางยังจำิเยี่ยได้หรือไม่? เมื่อครู่เขาาเ็และตกลงไปในน้ำ สหายหยางคุ้นเคยกับเส้นทางแถวนี้ โปรดช่วยส่งคนออกตามหาเขาด้วย”
“ได้ ข้าจะให้คนพาเขากลับมาให้ได้”
ิหยวนรู้สึกหนักอึ้งในใจ อีกฝ่ายบอกเพียงว่าจะพาเขากลับมา ไม่ได้บอกว่าจะพากลับมาทั้งเป็หรือตาย
-----
