เล่มที่ 3 บทที่ 65 วิชาลอบสังหาร
หลินเฟยยิ้มออกมาน้อยๆ ในขณะที่กำลังจะเดินขึ้นแท่นประลอง ทันใดนั้นก็เห็นสือเหอเดินเข้ามาหา แน่นอนว่าเขาเพิ่งจะเอาชนะหวังฉ่วงได้ ทำให้ชื่อเสียงของเขาในตามถังเทียนตูและชิวเย่หัวมาติดๆ ทว่าใบหน้าของเขาก็ยังคงเ็าเช่นเดิม ไม่มีวี่แววแห่งความยินดีแม้แต่น้อย
“การประลองหน้าเจอกัน”
กล่าวจบก็ไม่ได้คำตอบจากหลินเฟยแต่ยังใด จากนั้นสือเหอก็หันหลังเดินไปยืนรวมกลุ่มกับเหล่าศิษย์หุบเขาเทียนเสวียน
ระหว่างที่เดินกลับมา มีศิษย์หุบเขาเทียนเสวียนคนหนึ่งเข้ามาถามสือเหอด้วยความสงสัย
“ศิษย์พี่สือ ครั้งนี้คู่ต่อสู้ของหลินเฟยคือตู้จ้งที่ได้ชื่อว่ามีกระบวนท่าพิสดารยากที่จะคาดเดา แม้แต่ถังเทียนตูยังเคยออกปากชม เกรงว่า…”
“ตู้จ้ง?” สือเหอแค่นหัวเราะออกมา ก่อนจะเอ่ยตอบ
“เขาจะต้องพ่ายให้กลับหลินเฟยภายในสิบกระบวนท่า”
“…” ได้ยินเช่นนั้น ศิษย์ที่เอ่ยถามก็อดที่จะสูดลมหายใจไม่ได้ สายตาก็พลางมองไปทางหลินเฟยที่อยู่บนแท่นประลองด้วยความสงสัย
“หลินเฟยเก่งกาจขนาดนั้นเชียวหรือ?”
สือเหอเหลือบมองอีกฝ่าย ทำทีเหมือนไม่อยากจะตอบคำถามนั้น ทว่าหลังจากทั้งคู่มาถึงจุดพักของหุบเขาเทียนเสวียน ขณะที่กำลังทิ้งตัวลงนั่ง สือเหอก็พูดขึ้นมา
“วันนั้นที่เชิงเขาอวี้เหิง หลินเฟยใช้เพียงสิบสามเคล็ดวิชาเท่านั้น”
“หื้อ?”
เขาพูดออกมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ศิษย์หุบเขาเทียนเสวียนที่ได้ยินก็ได้แต่มึนงง…
“โง่จริง!” เห็นท่าทางโง่งมของศิษย์ตัวเองแล้ว ผู้าุโหลี่ซิวหยวนแห่งหุบเขาเทียนเสวียนก็รู้สึกอยากจะเขกกะโหลกเขาเสียที
“เหตุใดจึงยังไม่เข้าใจอีก หลายวันมานี้หลินเฟยชนะถึงแปดสนามรวด และ ในแปดสนามนี้เขาก็ใช้เคล็ดวิชากระบี่ไปนับร้อย ทว่าตอนนั้นที่เชิงเขาอวี้เหิง เขากลับใช้เพียงสิบสามเคล็ดวิชาก็สามารถเอาชนะค่ายกลกระบี่หุ้นหยวนของศิษย์พี่เ้า นั่นก็แปลว่าในตอนนั้นหลิยเฟยมันออมมือเอาไว้อย่างไรล่ะ!”
“มันจะเป็ไปได้อย่างไร!” ศิษย์ผู้นั้นกระตุกใขึ้นมาทันที ขนาดแค่ออมมือยังสามารถเอาชนะค่ายกลกระบี่หุ้นหยวนได้ ถ้าเกิดเอาจริงขึ้นมาฝีมือจะร้ายกาจเพียงใด?
ไม่นานศิษย์หุบเขาเทียนเสวียนผู้นั้นก็ได้รับคำตอบ…
หลินเฟยเดินขึ้นมาบนแท่นประลอง ก่อนจะชักกระบี่หงส์คำรนออกมาเหมือนทุกครั้ง ตัวกระบี่สีแดงเกิดเป็เปลวไฟน้อยๆ ทุกครั้งที่โคจรพลังปราณ ก็รู้สึกได้ถึงกระแสอุ่นร้อนสายหนึ่งวาบเข้ามาที่ฝ่ามือ…
“กระบี่นี่ไม่เลวเลยเชียว!” แม้แต่ตู้จ้งเอง เมื่อเห็นแล้วก็ยังอดที่จะชื่นชมไม่ได้
“หากเ้าแพ้ กระบี่นั่นจะต้องเป็ของข้า!”
ทันทีที่สิ้นเสียง ชุดหนังดำที่ทำจากหนังปีศาจจิ้งจอกของตู้จงก็ปรากฏภาพจิ้งจอกหน้าตาดุร้ายขึ้นมา บางครั้งก็ได้ยินเสียงหอนของจิ้งจอกดังแว่วมาเป็ระยะ ก่อนที่ร่างของตู้จ้งจะหายไปจากแท่นประลอง…
“วิชาลอบสังหาร!”
ทั่วทั้งยอดเขาเวิ่นเจี้ยนต่างแตกตื่นขึ้นมาทันที
วิชาลอบสังหารของตู้จ้งนั้นถือว่ามีชื่อเสียงเป็อย่างมากมาก การที่เขาติดหนึ่งในสามอันดับผู้ที่ทำภารกิจสำนักได้มากสุด ถือเป็เครื่องการันตีถึงความสามารถของเขาได้ดีเลยทีเดียว
ไม่ค่อยได้มีใครได้เห็นวิชานี้มากนัก…
และก็เป็ไปตามคาด หลังจากที่ตู้จ้งหายตัวไป ลำแสงกระบี่สีขาวแดงทั้งสองสายก็ปรากฏขึ้นบนแท่นประลอง เกิดเป็แสงสว่างวาบและหายไปอย่างรวดเร็ว…
หลังจากที่เห็นกระบวนท่านี้ของตู้จ้ง แม้แต่เหล่าศิษย์ที่เคยเข้าไปฝึกฝนบำเพ็ญที่ผากระบี่เอง ยังต้องลอบถามตัวเองในใจว่าหากต้องรับมือกับตู้จ้งแล้ว จะต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถโค่นเขาได้
ในเวลานี้เอง กระบี่หงส์คำรนของหลินเฟยก็มีเสียงนกเฟิ่งหวงกรีดร้องระงมขึ้นมา ก่อนภาพนิมิตเฟิ่งหวงจะทะยานขึ้นไปบนฟากฟ้า เกิดเป็เปลวไฟร้อนแรง แท่นประลองก็กลายเป็ดั่งทะเลเพลิงโดยพลัน
“ช่างเป็กระบี่ที่ล้ำเลิศ!” ตู้จ้งที่กำลังอำพรางกายยังถูกเปลวไฟนี้บีบจนต้องแสดงตัวตนออกมา ทำให้สามารถเห็นเงาเลือนรางของตู้จ้งอยู่ท่ามกลางทะเลเพลิง เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชื่นชมกระบี่ของหลินเฟยอีกครั้ง
ในขณะเดียวกันเขาก็สะบั้นลำแสงสีขาวใส่เข้าไปยังทะเลเพลิงทันที…
พลังน้ำแข็งที่ะเิออก ทำให้ทะเลเพลิงที่ลุกโชนถูกแช่แข็งภายในพริบตา เมื่อกวาดตาสำรวจไปจะพบกับภาพที่แปลกประหลาด บริเวณกึ่งกลางแท่นประลองแห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง ขณะที่ขนาบข้างไปด้วยเปลวไฟที่ลุกโชน สุดท้ายเงาของตู้จ้งที่เลือนรางราวกับิญญา ก็หายไปจากแท่นประลองอีกครั้ง…
ตามมาด้วยเสียงแตกของน้ำแข็งที่ะเิออกมา…
จากนั้นจึงเกิดเป็สะเก็ดน้ำแข็งจำนวนมากที่โปรยปรายลงมา พอได้รวมเข้ากับทะเลเพลิงที่ลุกโชนอยู่ ทำให้มันบดบังแท่นประลองออกจากสายตาผู้ชมทุกคนไปจนหมด…
“แย่แล้ว!”
ผู้ชมจำนวนมากพากันใ เนื่องจากตู้จ้งเองก็เป็ถึงผู้สืบทอดวิชาลอบสังหาร แน่นอนว่าสิ่งที่เขาถนัดคือการใช้ข้อได้เปรียบด้านสภาพแวดล้อม เปลวไฟและน้ำแข็งบนแท่นประลองตอนนี้จึงราวกับสรรสร้างขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ
ขณะที่สะเก็ดน้ำแข็งและเปลวไฟกระจายปกคลุมไปทั่วบริเวณ เงาของตู้จ้งก็ปรากฏเข้าทางด้านหลัง ทว่าหลินเฟยยังไม่ทันจะสะบั้นกระบี่ เงาสายนั้นก็หายไปเสียแล้ว ก่อนจะปรากฏขึ้นอีกครั้งที่ด้านข้างของหลินเฟยแทน …
คราวนี้แม้แต่ศิษย์หุบเขาอวี้เหิงที่มั่นใจในตัวเองอย่างหลินเฟยนั้น ก็ยังอดตะลึงลานไม่ได้…
สำหรับนักฆ่าอย่างตู้จ้งแล้ว แค่ใช้ช่องโหว่เล็กน้อยก็เพียงพอที่จะเปิดโอกาสให้เขาได้ปลิดชีพฝ่ายตรงข้ามแล้ว
แน่นอนว่าในตอนนี้ช่องโหว่ของหลินเฟยไม่ได้มีแค่เล็กน้อยเท่านั้น ภายใต้วิชาน้ำแข็งเพลิง ทำให้ลำตัวด้านข้างของหลินเฟยเกิดเป็ช่องโหว่ ไร้ซึ่งการป้องกันใดๆเสียแล้ว…
“บอกแล้ว อย่างไรก็ตามกระบี่นั่นจะต้องเป็ของข้า!” ในที่สุดทุกคนก็ได้เห็นใบหน้าคล้ำของตู้จ้งอย่างชัดเจน แต่ใบหน้านั้นตู้จ้งกลับแฝงไปด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย
เมื่อตู้จ้งยกมือขึ้น จึงเกิดเป็ลำแสงเปลวไฟ ก่อนจะสะบั้นเข้าใส่หลินเฟยเต็มแรง พร้อมกับลำแสงน้ำแข็ง มือที่กำกระบี่หงส์คำรนของหลินเฟยถูกตัดจนขาดสะบั้นในทันที กระแสไอเย็นเสียดกระดูกะเิออก แม้แต่เืที่กระฉูดออกมายังถูกแช่แข็งภายในพริบตา ส่วนมือข้างที่ถูกตัดก็ถูกแช่งจนเป็น้ำแข็งก่อนจะตกลงมาจนแตกกระจายเป็เศษเล็กเศษน้อยบนพื้น…
ทั่วทั้งหุบเขาเวิ่นเจี้ยนเงียบสงบอีกครั้ง…
“ข้าพูดคำไหนคำนั้น” เมื่อพูดจบ ตู้จ้งก็เก็บกระแสไฟและน้ำแข็งเข้าไปตามเดิม ทว่าขณะที่กำลังจะก้มไปเก็บกระบี่หงส์คำรนอยู่นั้น
เขาก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา…
เพราะไม่ว่าจะยกกระบี่นั่นขึ้นมาอย่างไร ก็ไม่สามารถยกขึ้นมาได้
‘ไม่ใช่…’
ไม่ใช่ยกไม่ขึ้น แต่เป็เพราะแขนของเขาไม่สามารถขยับได้ต่างหาก ตู้จ้งก้มดูด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะพบว่าแขนของเขาได้ขาดออกไปเสียแล้ว และตอนนี้มันก็กองอยู่บนพื้นรวมอยู่กับเศษน้ำแข็งนั้น…
“ตัดมือข้างหนึ่งถือเป็การสั่งสอน”
เสียงหลินเฟยดังมาจากข้างหลัง ตู้จ้งหันกลับไปมองด้วยความตื่นตะลึง ภาพที่เห็นคือหลินเฟยที่ยืนอยู่ด้านหลังโดยไร้ซึ่งรอยขีดข่วนใดๆ แต่ที่ปลายกระบี่หงส์คำรนในมือกลับมีหยดเืไหลออกมาเช่นกัน…
“เ้า…” ตู้จ้งคิดไม่ถึงเลยว่าหลินเฟยที่าเ็สาหัสขนาดนี้ จะสามารถตัดแขนเขาได้
‘ช้าก่อน…’
ทั้งที่ลำแสงไฟของเขาแทงทะลุเข้าไปในตัวหลินเฟยแล้วแท้ๆ มิหนำซ้ำยังตัดแขนของเขาไปด้วยเช่นกัน…
‘แล้วเพราะเหตุใดถึงไม่เป็อะไรเลย?’
‘ไร้ซึ่งร่องรอยของแผลที่เกิดจากลำแสงไฟและน้ำแข็งราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มันจะเป็ไปได้อย่างไร?’
“เ้าไม่รู้หรือว่าสำนักเวิ่นเจี้ยนมีวิชาลอบสังหารที่เก่งกาจอีกวิชาหนึ่ง ที่ชื่อเคล็ดวิชาหมื่นวิหค?” หลินเฟยมองใบหน้าที่ตกตะลึงของตู้จ้ง แววตาไร้ซึ่งความเห็นใจใยดี ในอดีตเขาเป็เพียงมนุษย์ธรรมดาเท่านั้น แต่กลับสามารถลอบสังหารเ้าแห่งเหวทมิฬได้ ฉะนั้นที่เขาไม่คิดจะกลัวเลยก็คงเป็วิชาลอบสังหารนี้นี่แหละ…
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
