ทั้งสองเดินผ่านฝูงชนไปอีกประมาณหนึ่งก้านธูปเพื่อไปยังส่วนลึกของตลาดมืด ในขณะนี้จำนวนของผู้ฝึกตนเริ่มเบาบางลง และร้านค้าที่อยู่ด้านข้างก็เริ่มดูใหญ่โตมากยิ่งขึ้น
ซึ่งแตกต่างจากร้านค้าที่อยู่ทางเข้าอย่างมาก ร้านค้าที่อยู่บริเวณทางเข้าล้วนวางสมบัติไว้บนพื้นดิน
“ที่นี่มักมีสมบัติล้ำค่าขาย” ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวกับถังเหล่ยอย่างจริงจัง
ถังเหล่ยแอบหัวเราะในใจ สมบัติในตลาดมืดส่วนมากถูกควบคุมโดยตระกูลตี้ เขารู้สึกประหลาดใจว่าสมบัติเหล่านี้สามารถนำมาขายได้อย่างไร?
ถังเหล่ยกวาดสายตาไปรอบๆ ฉากที่เขาเห็นอยู่ในขณะนี้ทำให้เขาต้องตกตะลึง สมบัติทั้งหมดถูกวางไว้ด้านนอกโดยที่เ้าของร้านนอนอยู่ด้านในอย่างไม่กลัวว่าสมบัติเหล่านี้จะถูกขโมย เพราะกฎเหล็กของตลาดมืดแห่งนี้ก็คือหากผู้ใดหยิบเอาสมบัติไปโดยไม่จ่ายเงินจะถูกผู้ฝึกตนจำนวนมากปิดล้อม
เว้นแต่ผู้นั้นจะมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับปรมาจารย์ยุทธ์ และแน่นอนว่าผู้ที่อยู่ในระดับปรมาจารย์ยุทธ์จะไม่ขโมยของอย่างแน่นอน
ถังเหล่ยได้ตรวจสอบสมบัติหลายชนิด จากนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง เขาพบท่อนไม้สีม่วงอมฟ้าอยู่ท่ามกลางกองไม้
“ไม้สายฟ้า” ถังเหล่ยพึมพำพร้อมกับความรู้สึกประหลาดใจ
เดิมทีไม้สายฟ้าเป็สมบัติที่หายากและมีมูลค่าสูงมาก แต่ท้ายที่สุดถังเหล่ยก็ต้องวางมันลงเช่นเดิม เพราะที่ปลายของไม้สายฟ้ามีราขึ้น เขาคาดว่าไม้สายฟ้าชิ้นนี้คงอยู่ที่นี่มานานแล้ว
จากนั้นถังเหล่ยก็ััได้ว่าสมบัติแต่ละชนิดถูกทิ้งให้อยู่ที่นี่เป็เวลานานหลายปีแล้ว
“เป็อย่างไรบ้าง? มีวัตถุดิบอะไรที่นักปรุงยาอย่างเ้าสนใจหรือไม่?” ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวอย่างตื่นเต้น เดิมทีนางจะซื้อทุกอย่างที่นางสนใจ แต่ท้ายที่สุดพวกมันก็ไร้ค่า
“กองขยะ” ถังเหล่ยส่ายหัว เขาััได้ว่าสมบัติเหล่านี้คือของไร้ค่า
“คุณชายผู้นี้ เ้ามองดูสมบัติต่างๆ ที่ข้ามีเฉยๆ ก็กล่าวว่าเป็เพียงกองขยะ”
ชายชราผู้หนึ่งสบถออกมาทันที เขาเดินออกมาหน้าร้านเผยให้เห็นรูปร่างของเขา ถังเหล่ยตระหนักได้ทันทีว่าชายชราผู้นี้อยู่ที่ตลาดมืดแห่งนี้มาเป็เวลานาน
เดิมทีชายชรานอนพักผ่อนอยู่ภายในร้านโดยไม่ได้สนใจพวกเขาทั้งสอง แต่คำกล่าวของถังเหล่ยที่บอกว่าสมบัติของเขาเป็เพียงขยะ ทำให้เขาไม่สามารถอดทนได้ ดังนั้นเขาจึงเดินออกมาที่หน้าร้าน
“เช่นนั้นเ้าลองแนะนำสมบัติดีๆ ให้ข้าหน่อย” ถังเหล่ยกล่าวอย่างเ็า
“เอ่อ...”
ชายชราจ้องมองไปยังกองสมบัติที่กระจัดกระจายของเขา ผ่านไปหลายลมหายใจเขาก็ไม่สามารถหาสมบัติดีๆ ออกมาให้อีกฝ่ายดูได้ อย่างไรก็ตามถังเหล่ยไม่สามารถกล่าวคำเย้ยหยันออกมาได้ ชายชราจึงกล่าวว่า
“หากข้าหามันได้เ้ารับปากหรือไม่ว่าจะซื้อสมบัติของข้า?”
“หาให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน” ถังเหล่ยกล่าวอย่างไม่แยแส และมีท่าทีกำลังจะจากไป
“ช้าก่อน!” ชายชรากล่าวกับถังเหล่ยด้วยความโกรธ เขาขายของในตลาดมืดแห่งนี้มานานหลายทศวรรษแล้ว และไม่เคยมีผู้ใดกล่าวว่าสมบัติของเขาเป็เพียงกองขยะ
“ถังเหล่ย! นี่คือบุคคลที่มีชื่อเสียงที่สุดในตลาดมืดแห่งนี้ เขามีนามว่าเหล่าซู เขามักจะมีของดีอยู่ในมือเสมอ” ตี้เชียนเสวี่ยกระซิบข้างหูถังเหล่ย
“ข้ามีอะไรให้เ้าดู”
ทันใดนั้นกล่องไม้ก็ได้ปรากฏอยู่ในมือของชายชรา บนกล่องไม้นั้นมีคราบบางอย่างอยู่ข้างบน ถังเหล่ยตรวจสอบคราบที่อยู่บนกล่องไม้และรู้ได้ทันทีว่ามันคือคราบเื
จากนั้นกล่องไม้ก็ถูกเปิดออกและลูกแก้วสีดำก็ปรากฏขึ้นในสายตาของถังเหล่ย แม้ว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าของเขาจะดูธรรมดา แต่สิ่งนี้ก็ทำให้เขาต้องตกตะลึง
“ลูกปัดทมิฬ”
ถังเหล่ยยื่นมือออกไปหวังจะหยิบลูกปัดทมิฬมาตรวจสอบ แต่ชายชราหยุดเขาเอาไว้ แล้วปิดกล่องไม้ทันที
“นี่คือสมบัติใหม่ของข้า เ้ามีสิทธิ์ััมันได้ก็ต่อเมื่อเ้าซื้อมัน!”
ชายชรามีสีหน้าเย่อหยิ่ง เมื่อครู่ถังเหล่ยบอกว่าสมบัติของเขาเป็เพียงขยะ แต่ตอนนี้อีกฝ่ายกลับอยากจะััสมบัติของเขา มันไม่ง่ายไปหน่อยหรือ?
“บอกราคามาได้เลย!”
ถังเหล่ยไม่แน่ใจว่าเป็ลูกปัดทมิฬจริงๆ เขาจึง้าที่จะตรวจสอบและแสงที่ลูกปัดทมิฬนั้นริบหรี่เกินไป หาก้าที่จะััลูกปัดทมิฬชิ้นนี้ เขาจำเป็ต้องซื้อมัน
ลูกปัดทมิฬเป็สมบัติที่มีมาเนิ่นนาน หลังจากที่มันถูกค้นพบจึงถูกนำมาขัดเกลาและในกระบวนการหลอมกลั่นนั้นจะต้องใช้ิญญาของผู้ฝึกตนอย่างน้อยสี่ดวงเพื่อหลอมรวมเข้ากับมัน กล่าวอีกนัยหนึ่งต้องแลกด้วยชีวิตของผู้ฝึกตนระดับยอดยุทธ์สี่คนเพื่อหลอมกลั่นลูกปัดทมิฬออกมา
ผู้ฝึกตนสามารถดูดซับพลังงานในลูกปัดทมิฬได้ทันทีและสามารถควบคุมิญญายุทธ์ของทั้งสี่ได้ใน่เวลาสั้นๆ จะช่วยให้ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก
เพียงแต่ว่าสมบัติชนิดนี้หายากเกินไปและวิธีการหลอมกลั่นนั้นโหดร้ายเกินไป ผู้ฝึกตนจำนวนมากจึงพากันมองข้ามลูกปัดทมิฬไป
“ไม่ขาย!” ชายชรากล่าวออกมาสองคำอย่างเ็า
“สหายของข้ามาที่นี่เพื่อซื้อของ เหตุใดเ้าจึงไม่ขายของให้สหายข้า?” ตี้เชียนเสวี่ยโกรธมาก เพราะเหตุใดเ้าของร้านจึงขายของ?
“นี่คือสมบัติของข้า ข้าจะขายหรือไม่ขายมันก็เป็สิทธิ์ของข้า มีผู้คนมากมายแนะนำให้ข้านำสมบัติชิ้นนี้ไปประมูล” ชายชรากล่าวออกมาอย่างไม่แยแส
“เ้าจะส่งมันไปประมูลที่ใด?” ตี้เชียนเสวี่ยถามต่อ หากมันถูกส่งไปยังโรงประมูลของนาง นางก็สามารถเจรจากับผู้จัดการได้โดยตรง
“ก่อนที่ข้าจะส่งมันไปประมูล คุณชายตี้จะต้องเสนอราคาที่ดีให้กับข้าอย่างแน่นอน” ชายชรากล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มบนใบหน้า
ทันทีที่ได้ยินคำกล่าวของชายชราตี้เชียนเสวี่ยและถังเหล่ยก็ตกตะลึง ตี้ชิงยังคงอยู่ในวังหลวงและไม่สามารถปรากฏตัวที่นี่ได้ แล้วชายชราผู้นี้กล่าวถึงคุณชายตี้คนไหน?
ถังเหล่ยมองตามสายตาของชายชราและเห็นขุนพลสามคนที่ไม่มีเสื้อคลุมเดินอยู่ท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก และผู้นำของกลุ่มนั้นคือบุตรชายของตี้เลี่ย ตี้เทียนเซิ่ง ซึ่งถังเหล่ยเคยพบในวังหลวงก่อนหน้านี้แล้ว
“เขา!” ตี้เชียนเสวี่ยพึมพำ นางรู้ดีว่าหากตี้เทียนเซิ่งได้สมบัติชิ้นนี้ไปคงยากที่ถังเหล่ยจะได้สมบัติชิ้นนี้กลับมา
“ท่านผู้เฒ่าได้โปรดขายมันให้เรา ไม่เช่นนั้นท่านผู้เฒ่าจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต!” ตี้เชียนเสวี่ยหันกลับมากล่าวอย่างเด็ดขาดทันที
“หากเ้า้าก็ไปซื้อเอาที่โรงประมูล” ชายชราไม่สนใจคำขู่ของตี้เชียนเสวี่ย เพราะในสายตาของชายชรานางเป็เพียงสาวน้อยผู้หนึ่งเท่านั้น
อีกด้านหนึ่งตี้เทียนเซิ่งและขุนพลอีกสองคนไม่ได้สวมชุดคลุมปกปิดใบหน้า เพราะอำนาจที่เขามีนั้นล้นฟ้าเขาจึงไม่กลัวที่จะเปิดเผยตัวตนให้ผู้อื่นรู้
“เหล่าซูสมบัติพร้อมหรือยัง?”
ตี้เทียนเซิ่งเดินเข้ามาและกล่าวกับชายชราทันที เขาไม่แม้แต่จะชายตามองถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยที่สวมชุดคลุมปกปิดใบหน้าที่ด้านข้างเลยด้วยซ้ำ
“สมบัติถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว คุณชายที่โปรดตรวจสอบ”
ในขณะที่ชายชรากำลังแนะนำสินค้าต่างๆ กับตี้เทียนเซิ่ง ตี้เชียนเสวี่ยจึงได้ยื่นมือออกไปหยิบเอาสมบัติชิ้นนั้นมาไว้ในมือของตนเองอย่างรวดเร็ว!
……
