การยืนขึ้นของซูฮ่าวทำให้ทุกคนใ
ใครๆ ล้วนแต่คิดไม่ถึงว่า ซูฮ่าวจะกล้าออกหน้าแทนผู้หญิงคนหนึ่งในเหตุการณ์ที่อันตรายอย่างนี้ได้
แน่นอนว่า พวกเขาไม่ได้เลื่อมใสพวกผู้ชายขี่ม้าขาว มีแต่จะหัวเราะเยาะเท่านั้น
หากรู้ว่า พวกคนที่อยู่ตรงหน้านี้ไม่ใช่นักเลงปลายแถว แต่คือฆาตกรที่ถือปืนชอบฆ่าคน
การอวดเก่งโดยไม่ดูเวล่ำเวลาเช่นนี้ ก็มีแต่ตายสถานเดียว
อย่างที่คาดเอาไว้ พอซูฮ่าวยืนขึ้น หัวหน้าโจรก็มีสีหน้าดุร้ายทันที ในสายตามีแต่กลิ่นอายของความตาย
“ไอ้หนู นายอยากเล่นกับไฟหรือ?”
ซูฮ่าวมีสีหน้าเมินเฉย เขามองไป๋เหวินหลิงที่อยู่ด้านหลังแวบหนึ่ง และมองหัวหน้าโจรพลางพูดว่า “ภารกิจที่สำคัญที่สุดของพวกนายในตอนนี้คือออกไปจากร้านเครื่องประดับ แต่ไม่ใช่เสพสุขกับผู้หญิง ฉันคิดว่าพวกนายมาปล้น น่าจะเพื่อชีวิตสำมะเลเทเมาในบั้นปลายชีวิต ตอนนี้ตำรวจที่อยู่ด้านนอกยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ หากเสียเวลาอยู่กับผู้หญิงคนนี้ ยื้อจนถึง่สุดท้าย โอกาสที่พวกนายจะได้เอาเครื่องประดับกับเงินทองออกไปได้ก็แทบจะเป็ศูนย์”
“ถึงพวกนายจะมีตัวประกันอยู่ในมือ แต่พวกนายมีแค่ห้าคน ก็ต้องมีเผลอตัวบ้าง โดยเฉพาะร้านเครื่องประดับก็มองเห็นได้หลายด้าน ตำรวจก็สามารถจัดพลซุ่มยิงมาจู่โจมะเิหัวของพวกนายได้”
“แม้ดูเหมือนว่าพวกนายจะได้เปรียบ แต่จริงๆ แล้วกลับไม่ได้เปรียบอะไรมาก ในเมื่อเป็เช่นนี้ สู้จี้ฉันจะดีกว่า ฉันขอแนะนำตัวสักหน่อย ฉันคือลูกชายของผู้กำกับสถานีตำรวจตงเฉิง พวกนายจับฉันเป็ตัวประกัน ก็มีประโยชน์กว่าจับตัวคนกลุ่มนี้”
คำพูดของเขา วิเคราะห์อย่างเป็ระเบียบแบบแผน โดยเฉพาะสถานะลูกชายของผู้กำกับตำรวจในตอนท้ายนั้น ก็ทำให้พวกโจรตาลุกวาว
จับตัวลูกชายของผู้กำกับตำรวจเป็ตัวประกัน ก็ดีกว่าจับตัวพวกที่หลบอยู่ในมุมอย่างสั่นเทาพวกนั้นหลายร้อยเท่า อย่าว่าแต่พวกเขาจะออกไปได้อย่างปลอดภัยไหม อย่างน้อยสถานะของลูกชายผู้กำกับตำรวจนี้ก็พอที่จะทำให้ตำรวจที่อยู่ด้านนอกพวกนั้นกลัว และรับมือไม่ทัน
“ลูกชายของผู้กำกับสถานีตำรวจตงเฉิงหรือ?” หัวหน้าโจรขมวดคิ้ว และจ้องซูฮ่าวอย่างระแวง
พูดตามตรง เมื่อดูจากการแต่งกายของซูฮ่าวแล้ว ดูไม่เหมือนลูกชายของผู้กำกับตำรวจเลยสักนิด
แต่ตอนที่ซูฮ่าวเผชิญหน้ากับอันตรายระดับนี้กลับยังมีจิตใจที่มั่นคง โดยเฉพาะไม่กลัวปืนที่อยู่ในมือของตนเองแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่าคือคนที่เคยผ่านอุปสรรคมามากมาย ดังนั้นความเป็ไปได้ที่จะเป็ลูกชายของผู้กำกับตำรวจก็มีไม่น้อย
“ทำไมฉันต้องเชื่อคำพูดของนาย?”
“ในฐานะลูกชายของผู้กำกับตำรวจ ความปลอดภัยของประชาชนคือหน้าที่ที่ฉันหนีไม่พ้น ในร้านเครื่องประดับมีกล้องวงจรปิด หากฉันไม่ก้าวออกมา ไม่เท่ากับว่าให้โอกาสนักข่าวพวกนั้นวิพากษ์วิจารณ์เอาหรือ?” สีหน้าของซูฮ่าวไม่เปลี่ยน และพูดอย่างสงบเหมือนบ่อน้ำโบราณที่ไร้คลื่น
“หากไม่ใช่เพราะต้องรักษาชีวิตของตัวประกันกลุ่มนี้ ทำไมฉันต้องโง่ก้าวออกมาพูดกับพวกนายมากมายอย่างนี้?”
“พูดอีกอย่าง หากฉันคือคนธรรมดาคนหนึ่ง นายคิดว่าฉันจะก้าวออกมาเพื่อผู้หญิงคนเดียวจริงๆ หรือ?”
“ร่างกายที่ดูดีคือของตาย ผู้หญิงหน้าตาสะสวย สุดท้ายก็ต้องโรยราเหมือนดอกไม้สด การขุดหลุมฝังตัวเองเพียงเพราะผู้หญิงคนเดียว ในสายตาของฉันมันดูโง่เขลาสุดๆ ”
ตอนที่พูดอย่างนี้ ซูฮ่าวยังตั้งใจมองไป๋เหวินหลิงอย่างดูถูก ทั้งยังแบมือ และจงใจทำท่าทางจนปัญญา หลังจากนั้นก็ถอนหายใจอย่างต่อเนื่อง
สายตาของไป๋เหวินหลิงซับซ้อน และยิ่งรู้สึกละอายใจ เธอเฉลียวฉลาดมาก เป็ธรรมดาที่จะรู้ว่าซูฮ่าวพูดคำเหล่านี้ก็เพื่อปกป้องเธอ
ทั้งร้านเครื่องประดับเงียบสงัดมาก
พวกโจรมองหน้ากัน ราวกับกำลังคิดอะไร
ซูฮ่าวยืนอยู่ที่เดิม ภายนอกดูเหมือนจนปัญญา แต่จริงๆ แล้วฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อ
เขากำลังพนันความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อของพวกโจร
ในเมื่อพวกโจรกลุ่มนี้เลือกที่จะปล้นร้านอย่างโจ่งแจ้ง เช่นนั้นการขโมยและหลบหนีจากการจับกุมของตำรวจ น่าจะสำคัญกว่าการหาความสุขกับหญิงคนหนึ่ง
ตราบใดที่พวกโจรเชื่อสถานะที่เขาแต่งขึ้น มีโอกาสที่เขาจะรวมตัวห้าคนนี้มาอยู่ใกล้ๆ ในระยะหนึ่งเมตรได้ เมื่อใช้การ์ดประสบการณ์สั่งหยุด สถานการณ์ก็จะพลิกผันในทันที
แน่นอนว่า หากพวกโจรไม่เชื่อเขา เช่นนั้นสถานการณ์ของเขาก็อันตรายแล้ว
บรรยากาศเงียบสงบอยู่สิบกว่านาที เหมือนซูฮ่าวจะถึงขั้นได้ยินเสียงเต้นของหัวใจที่กระวนกระวายใจของตนเองแล้ว
วินาทีต่อมา หัวหน้าโจรมองเขาแวบหนึ่ง สุดท้ายก็เลิกหวาดระแวง และพูดกับโจรอีกสี่คนว่า “ไปค้นตัวเขา ดูสิว่ามีเครื่องดักฟังไหม อีกเดี๋ยวจะต้องใช้ประโยชน์จากเขาออกไปจากที่นี่”
“ครับ!” โจรสี่คนพยักหน้า และเข้ามาค้นตัวซูฮ่าวแล้ว
ซูฮ่าวไม่มีท่าทีต่อต้าน และให้ความร่วมมือเป็อย่างมาก เขาแอบถอนหายใจอยู่ในใจลึกๆ
แผนการสำเร็จแล้ว
เมื่อผู้คนโดยรอบเห็นอย่างนี้แล้ว ก็ล้วนโล่งใจ
คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าชายหนุ่มคนนี้จะเป็ลูกชายของผู้กำกับตำรวจ ที่ยิ่งคิดไม่ถึงก็คือ ซูฮ่าวยอมเป็ตัวประกันเพื่อความปลอดภัยของพวกเขา
นี่ต้องกล้ามากแค่ไหนถึงจะทำได้?
มองท่าทางที่ไม่ยี่หระต่อความตายใดๆ ทั้งสิ้นของซูฮ่าว จิตใจของผู้คนมากมายก็ซับซ้อน
เทียบกับจิติญญาที่ยอมเสียสละเพื่อคนอื่นของซูฮ่าวแล้ว พวกเขาถือว่าเป็คนที่เห็นแก่ตัวจริงๆ
ไป๋เหวินหลิงอ้าปากอยากพูดอยู่หลายครั้ง แต่สายตาที่ซูฮ่าวมองมากลับทำให้เธอพูดไม่ออก
หลังจากค้นตัวเสร็จแล้ว
เมื่อยืนยันว่าบนตัวของซูฮ่าวไม่มีเครื่องดักฟังแล้ว หัวหน้าโจรจึงให้โจรอีกสี่คนแบกของที่ขโมยไปยืนล้อมรอบตัวของซูฮ่าว ส่วนตัวเขาเองก็ถือปืนจี้ซูฮ่าวให้ก้าวไปยังหน้าประตูร้านทีละก้าว
ระหว่างที่เคลื่อนตัว ซูฮ่าวก็คำนวณระยะห่าง หลังจากที่ยืนยันว่าโจรห้าคนนี้ยืนอยู่รอบตัวเขาในระยะหนึ่งเมตรแล้ว เขาก็พูดขึ้นในใจทันทีว่า “ระบบ ใช้การ์ดประสบการณ์สั่งหยุด”
“รับทราบ ระบบดำเนินการแล้ว!”
วินาทีก่อนหน้านี้โจรห้าคนเพิ่งจะก้าวมาถึงหน้าประตูร้าน แต่วินาทีต่อมากลับพบว่าร่างกายหยุดชะงักเสียแล้ว เหมือนกับถูกพลังประหลาดบางอย่างเข้าควบคุมทั้งร่างจนขยับไม่ได้
“ฟิ้ว!” วินาทีแรกที่พวกโจรถูกสั่งหยุด ซูฮ่าวก็ตอบโต้อย่างรวดเร็ว เขาเขวี้ยงหัวหน้าโจรออกไปนอกร้านพร้อมกับปืนพก
พลังที่ใช้กับวัตถุที่หยุดอยู่จะเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว การเขวี้ยงนี้จึงทำให้หัวหน้าโจรสลบอยู่บนพื้นทันที
วินาทีที่สองถึงสาม ซูฮ่าวหมุนตัว หมัดทั้งคู่ต่อยออกไปโดนหัวของโจรที่อยู่ด้านหลังสองคนจนเืไหลทะลัก และสลบล้มลงกับพื้นอย่างไม่ต้องสงสัย
วินาทีที่สี่ถึงห้า เขาะโเตะโจรสองคนตรงหน้าปลิวออกไป หลังจากนั้นก็กระแทกกับพื้น เืกระเซ็นไปทั่ว ก่อนจะสลบไปไม่รู้ตัว
ในระหว่างขั้นตอนทั้งหมดนี้ เรียกได้ว่าสำเร็จในชั่วพริบตา
แค่ห้าวินาที ซูฮ่าวคนเดียวก็ใช้กำลังพลิกสถานการณ์ได้แล้ว
ร้านเครื่องประดับพลันเงียบในบัดดล
ส่วนนอกร้าน ณ ตอนที่ตำรวจกำลังคิดว่าจะเข้าไปช่วยคนอย่างไร เสียงะเิก็ดังขึ้น
พวกเขาเห็นแค่ประตูกระจกของร้านแตกออกเป็เสี่ยงๆ เศษกระจกแตกกระจายลงบนพื้นเหมือนเม็ดฝน
แค่เวลาสั้นๆ ร่างร่างหนึ่งก็ปลิวออกมาจากในร้านเครื่องประดับเหมือนว่าวที่เชือกขาด
ต่อมาร่างอีกสองร่างก็ถูกคนเตะปลิวออกมาจากร้าน และกระแทกลงบนพื้นดังปึก เศษกระจกปนเืกระเซ็นเต็มตัวของพวกเขา
โจรสามคนนี้ถูกคนโจมตีย่อยยับแค่ในกระบวนท่าเดียว โดยไร้ซึ่งหนทางตอบโต้แม้แต่น้อย
ตำรวจหลายนายม่านตาหดลง และเพ่งมองเข้าไปในร้านด้วยสายตาเดียวกัน
ไม่ไกลจากหน้าประตู มีชายร่างผอมบางคนหนึ่งยืนอยู่กับที่พร้อมโจรอีกสองคนที่นอนอยู่ข้างๆ เท้า
ลมพัดโชยมา แม้จะพัดทรงผมเดรดล็อคของเขายุ่งเหยิง แต่กลับพัดสายตาที่ยากจะหยั่งถึงนั้นของเขาไม่ได้
เมฆขาวกระจายออก แสงอาทิตย์ส่องลงมาจากฟ้าผ่านประตูกระจกที่แตกมากระทบตัวเขา ช่างเจิดจรัสราวกับเทพมาเยือนโลก
ไม่ว่าเวลานี้จะเป็ด้านในหรือด้านนอกร้าน ทุกคนล้วนมองซูฮ่าวด้วยสายตาเดียวกัน
ใบหน้าที่ขาวใสคมชัด ดวงตาที่ดำขลับราวกับมองทะลุได้ทุกอย่าง ถึงแม้ร่างกายผอมบางและยืนอยู่เพียงลำพัง แต่กลับมีท่าทางที่หยิ่งทะนง
ไป๋เหวินหลิงตกตะลึง
เวลาเพียงครู่เดียว โจรห้าคนก็ถูกจัดการหมดแล้ว
นั่นมันพลังและความเร็วแบบไหนกัน?
เธอจ้องซูฮ่าวด้วยใบหน้าอันเหลือจะเชื่อ แค่รู้สึกว่าทุกอย่างนี้คือภาพลวงตา
เมื่อซูฮ่าวมาถึงเขตเมืองตงเฉิงของฉวนโจว ความทรงจำของเธอในสองเดือนก่อนหน้าที่มีต่อเขานั้น ล้วนเป็คุณชายเสเพลผู้รู้จักแค่เที่ยวกินดื่มไปวันๆ
แต่ผู้ชายที่ฉลาดมากด้วยแผนการ และอาศัยแค่มือเปล่าช่วยเธอออกมาจากอันตรายนี้ จะใช่ซูฮ่าวที่เธอรู้จักจริงหรือ?
เธอรู้สึกว่า ซูฮ่าวไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วจริงๆ
ผู้คนมากมายในร้านล้วนตกตะลึงกับการลงมือของซูฮ่าว
จริงๆ แล้วพวกเขาก็ไม่เชื่อว่า ซูฮ่าวที่ร่างกายอ่อนแอจะมีพลังที่น่ากลัวอย่างนี้ได้
ไม่ว่าจะหมัดคู่ที่ต่อยออกไป จนทำให้โฉมหน้าโจรที่สลบอยู่บนพื้นด้านหลังสองคนบูดเบี้ยวไปจนจำแทบไม่ได้
หรือต่อมาที่พลิกตัวเตะโจรสองคน จนกระแทกสลบลงไปกับพื้นแบบไม่ทันตั้งตัว
นี่ถ้าไม่ได้เห็นฉากนี้กับตาจริงๆ พวกเขาคงคิดว่ากำลังถ่ายหนังเื่หนึ่งแน่นอน
ตำรวจหลายนายที่อยู่ด้านนอกร้านต่างสูดหายใจเข้า แถมมีบางคนตบหน้าตัวเอง เพื่อยืนยันว่ากำลังฝันไปหรือไม่ด้วย
ในเวลาไม่กี่วินาที โจรห้าคนถูกซูฮ่าวปราบปรามโดยไม่มีแม้แต่โอกาสจะยิงปืน
จริงๆ แล้วนี่ก็ไม่ใช่เื่ที่ผู้ชายอายุยี่สิบปีคนหนึ่งจะทำได้!
“ติ๊งต่อง ยินดีด้วย โฮสต์ได้เสแสร้งว่าฉลาดและมากด้วยแผนการอย่างมีระดับ ทำให้ผู้คนมากมายฮือฮา รางวัลที่ได้รับคือแต้มเสแสร้งหนึ่งร้อยยี่สิบแต้ม ps : การเสแสร้งของโฮสต์ในครั้งนี้ เหมือนกับฟ้าแลบในท้องฟ้ายามค่ำคืน แสงอาทิตย์ที่แหวกเมฆสีดำ แค่ฉับพลันก็ทำให้ผู้คนรู้สึกราวกับได้ดื่มน้ำค้างที่หวานฉ่ำ หรือฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ราวกับเทน้ำมันเนยลงบนหัว ก็ยังรู้สึกไม่พอที่จะบรรยายหนึ่งในหมื่นส่วนจากที่โฮสต์ทำได้ แม้แตู่เาเมฆหมอก น้ำในแม่น้ำแยงซีก็ล้วนเทียบกับความเจ๋งของโฮสต์ไม่ได้ ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ คิดไม่ถึงว่าร่างของสิ่งมีชีวิตครึ่งๆ กลางๆ ร่างหนึ่งจะเสแสร้งได้ถึงขั้นนี้”
ซูฮ่าว “ … ”
สิ่งมีชีวิตครึ่งๆ กลางๆ?
เพื่อนในเมืองเดียวกันช่วยซัดมันให้ที ขอบคุณ!
ซูฮ่าวไม่สนใจระบบบ้าๆ นี้แล้ว เขาชำเลืองมองโจรห้าคนที่ถูกเขาจัดการ จากนั้นก็เดินมาตรงหน้าไป๋เหวินหลิง หยิบกระดาษทิชชูออกมาให้เธอ “เหวินหลิง ไม่เป็ไรแล้ว เช็ดน้ำตาก่อนเถอะ เครื่องสำอางเลอะหมดแล้ว”
ถึงแม้ไป๋เหวินหลิงคือผู้หญิงแกร่งด้านธุรกิจ และมีคุณสมบัติทางจิตใจสูง แต่ก็ยังไม่เคยผ่านเื่ที่เฉียดตายอย่างนี้ เธอจะใกลัวจนร้องไห้ก็คือเื่ปกติ
ไป๋เหวินหลิงมองกระดาษทิชชูที่ซูฮ่าวส่งมาให้อย่างตะลึงงัน
แสงแดดส่องลงบนใบหน้าของซูฮ่าว สะท้อนรอยยิ้มที่เป็ห่วง
เทียบกับผู้คนมากมายที่กระเซอะกระเซิงอยู่ในร้านเครื่องประดับ ซูฮ่าวในเวลานี้ราวกับทูต์...
