เด็กหนุ่มตรงหน้าสูงราวสามเมตร เขาเป็คนของตระกูลั์ซึ่งจัดประเภทอยู่ในุ์ เหล่าตระกูลุ์ล้วนแต่มีรูปร่างสูงใหญ่ เมื่อโตเต็มวัยก็จะสูงถึงสามสิบกว่าเมตร อีกทั้งพละกำลังไร้ที่เปรียบ นับว่าเป็ตระกูลที่พบได้ยากยิ่ง ตามคำเล่าขานผู้แข็งแกร่งในตระกูลจะมีหัวไหล่ประดุจขุนเขา ขาเปรียบดั่งเสาเทพที่ไม่อาจปีนขึ้นไปได้
ยากที่จะจินตนาการนักที่เด็กหนุ่มตระกูลั์ เรียกชายหนุ่มด้านข้างที่สวมอาภรณ์หรูหราว่า ‘นายน้อย’
อู่เผิงไห่สีหน้าโอหัง เขาเหลือบตามองมายังเต้าหลิงด้วยใบหน้าที่ไม่ยินดีนัก ไอ้เด็กที่คล้ายกับยาจกขอทานคนนี้สามารถขึ้นมาที่ชั้นห้าได้ด้วยหรือ? เป็เื่ที่น่าประหลาดใจไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็คงมาได้ไกลเพียงเท่านี้
“ข้าขวางทางพวกเ้าตรงที่ใดกัน?” สีหน้าของเต้าหลิงพลันเ็า เมื่อครู่เขาไม่ได้ไปล่วงเกินพวกเขาเสียหน่อย นี่มันหาเื่เขาอยู่ชัดๆ
ได้ยินดังนั้นสีหน้าของอู่เผิงไห่ก็พลันขึงขังขึ้น หนุ่มตระกูลั์เบิกแววตาที่เหมือนดังกระดิ่งทองแดงออกกว้าง คิดว่าเมื่อครู่ตนคงจะฟังผิดไปพลางะโคำรามลั่น “โอหังยิ่งนัก รีบคุกเข่าเอาหัวโขกพื้นยอมรับผิดเสีย!”
จบคำ ฝ่ามือของเขาก็พุ่งออกไป แขนหยาบหนามีเส้นเืปูดโปนออกมา เป็ลวดลายคล้ายอสรพิษน้ำขดตัวอยู่ มีพลังแข็งแกร่งโอบล้อม ก่อนจะกดไปยังบ่าของเต้าหลิงหมายจะให้เต้าหลิงคุกเข่า
เต้าหลิงกำหมัดแน่นจนมีเสียงกระดูกกระทบกันลั่นออกมา คล้ายกับเสียงอะไรบางอย่างขาดผึง เขาปล่อยหมัดพุ่งออกไปสุดแรง
เมื่อเด็กหนุ่มตระกูลั์เห็นอีกฝ่ายลงมือ สีหน้าก็พลันกระด้างขึ้นพลางคำรามเสียงต่ำ “ใจกล้าดี แต่ถ้าเ้าไม่คุกเข่าก็ตายเสีย!”
สีหน้าของเขาไม่แยแส ไม่มีใครไม่รู้ถึงพลังที่แข็งแกร่งอย่างที่สุดของตระกูลั์ กับแค่ขอทานยาจกเช่นนี้แล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง คิดต่อต้านข้าก็เท่ากับว่าไม่รู้จักรักชีวิต
หนึ่งฝ่ามือกับหนึ่งหมัดปะทะกันอย่างจัง อากาศรอบด้านแตกกระจาย คลื่นพลังขนาดใหญ่ปะทุออกมาพร้อมกับเสียงของกระดูกที่ดังลั่นขึ้น
เด็กหนุ่มตระกูลั์ปะทะกับเต้าหลิง แขนของเด็กหนุ่มตระกูลั์ก็พลันบิดเบี้ยว เขาััได้ถึงพลังิญญาที่ปะทุเข้ามาตรงหน้า สีหน้าของเด็กหนุ่มตระกูลั์พลันถอดสี สองเท้าก้าวถอยร่นออกมาทันที
เต้าหลิงแค่นหัวเราะอย่างเยือกเย็น เหตุใดจึงอภัยให้เขาอย่างง่ายดายเช่นนี้เล่า กระดูกสันหลังยืดขึ้นอย่างองอาจ พลันปล่อยคลื่นพลังปราณออกมาอย่างหนาแน่น หมัดที่โอบล้อมด้วยแสงสีทองแพรวพราวพุ่งทะยานออกไป
“แย่แล้ว!” สีหน้าของอู่เผิงไห่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ความโอหังที่มีอยู่พลันสลาย รีบกระชับกำปั้นพุ่งทะยานเข้าไป
ฟ้าดินส่งเสียงดังลั่น ราวกับเสียงกลอง์กำลังสั่นไหว ร่างของพวกเขาทั้งสองสั่นสะท้าน เมื่อสองหมัดเข้าปะทะกันส่งผลให้พลังนั้นะเิออกอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ปรากฏเสียงหนึ่งราวกับเสียงของเหล็กที่กระทบกันจนแตก
สีหน้าของอู่เผิงไห่เ็ายิ่ง เขาดึงหมัดกลับมา จ้องเขม็งพลางะโลั่น “อาจหาญนักนะ มีพลังแค่นั้นแต่กลับกล้าทำร้ายข้ารับใช้ของข้า เ้าคงเบื่อชีวิตมากสินะ!”
ภายในแววตาของเด็กหนุ่มั์เต็มไปด้วยความเคียดแค้น เขาเดินเข้ามาพร้อมกล่าวอย่างโอหัง “เ้าเดรัจฉาน กล้าล่วงเกินนายน้อยของข้าหรือ ไม่รู้หรือว่านายน้อยของข้าเป็ผู้ใด?”
“ข้าไม่สนว่าเ้าจะเป็ใคร หากอยากประมือก็เข้ามา” สายตาเต้าหลิงจ้องเขม็ง ก่อนจะยิ้มเยาะพลางเอ่ยต่อว่า “ถ้าไม่กล้าก็ไสหัวไป!”
ที่นี่คือหอคอยผ่านจิต พลังของทุกคนที่เข้ามาล้วนถูกควบคุมเหลือเพียงขั้นพลังหลอมกายา เขาไม่สนอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะยิ่งใหญ่มาจากที่ใด
“บัดซบ!” อู่เผิงไห่กำหมัดแน่นคำรามออกมาอย่างเดือดดาล “ไม่รักตัวกลัวตาย ก็จงตายซะ!”
เสียงหนึ่งะเืเลือนลั่น พลังทั่วร่างปลดปล่อยออกมาเป็แสงสีน้ำเงิน โอมล้อมไว้ทั่วทั้งร่าง ไม่ว่าใครเห็นเข้าก็จะต้องรู้สึกกลัวขึ้นมา ฝ่ามือแข็งดั่งหินผาฟาดลงไปตรงๆ
คลื่นพลังทั่วร่างของเต้าหลิงหมุนวนอย่างเชี่ยวกราก ชายเสื้อกระพือขึ้น ผมยาวพลิ้วไหว ฝ่าเท้ากระทืบลงพื้นพลังทั่วร่างะเิออก ฝ่ามือเปล่งแสงสีทองวับวาวพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
ปรากฏเสียงดังราวกับอสุนีบาตฟาดลงมา สองฝ่ามือปะทะกันผลัดกันรับผลัดกันรุก มวลอากาศรอบข้างสั่นะเื เต้าหลิงคำรามลั่นพร้อมกับคลื่นพลังที่ล้นทะลักออกมา เืลมโคจรรุนแรงเสียจนสั่นะเื
“อ๊าก!” อู่เผิงไห่ส่งเสียงออกมาอย่างเ็ป ง่ามนิ้วมีเืไหลกระเซ็น อีกทั้งพลังที่ร้อนแผดเผาไหลผ่านมายังร่าง เขารู้สึกราวกับว่าพลังทั่วร่างเริ่มจะเหือดแห้ง!
เขาอยากจะเพิ่มพลังกายให้สูงขึ้น ทว่าพลังที่กดดันเขาจากชั้นห้านี้รุนแรงเกินไป เนื่องจากเขาได้รับาเ็อย่างหนักทำให้ร่างกายโซเซลงไปกองกับพื้นอย่างเ็ปเกินจะรับไหว
“อะไรกัน?” เด็กหนุ่มร่างั์ใสะดุ้งเสียจนออกอาการ เขาไม่คาดคิดว่าอู่เผิงไห่จะพ่ายแพ้ เขาเป็อัจฉริยะซึ่งหาได้ยากยิ่งในวิหารยุทธ์ พลังในขั้นหลอมกายาก็สูง อีกทั้งยังรู้จักกับอู่ตี้!
อู่ตี้นั้นเป็เด็กหนุ่มที่เหมือนกับพระเ้า แม้ว่าจะใช้แค่นิ้วโป้งมือก็สามารถบดขยี้อู่เผิงไห่ได้ ทว่าพลังของอู่เผิงไห่หาได้อ่อนแอขนาดถึงกับแพ้ได้อย่างง่ายดายแบบนี้!
อู่เผิงไห่ทั้งโกรธและอับอายยิ่ง เวลานี้พลังกายของเขาได้ฟื้นฟูกลับมาแล้ว เขายันกายขึ้นก่อนจะทำการเรียกหอคอยแสงม่วงขนาดเล็ก
“อะไรกัน? ของล้ำค่า!” เมื่อเต้าหลิงเห็นของในมืออีกฝ่ายสายตาก็พลันฉายแววยินดี แต่เขาไม่ปล่อยให้อู่เผิงไห่มีโอกาสใช้ของล้ำค่าเด็ดขาด ฝ่ามือแข็งแกร่งฟาดผ่านอากาศพุ่งลงไปยังแขนของอู่เผิงไห่อย่างจัง!
อู่เผิงไห่ใเสียจนเกือบหยุดหายใจ เขารู้สึกเหมือนกับว่าแขนถูกหักออกไป หอคอยแสงม่วงตกลงบนพื้น ก่อนที่เต้าหลิงจะหยิบขึ้นมา
หอคอยแสงม่วงล้ำค่าเปล่งประกายพร่างพราว ราวกับถูกแกะสลักมาจากหยกม่วงก็ไม่ปาน แสงสีม่วงหมุนเกลียวสูงจนถึงชั้นที่เก้า ดูแล้วไม่ธรรมดา
อู่เผิงไห่เห็นสายตาที่อีกฝ่ายมองหอคอยล้ำค่าอย่างปลื้มปีตินั้น เขาก็แทบจะกระอักเืออกมา นี่คือของล้ำค่าที่พิเศษยิ่ง ไม่คิดฝันว่าจะถูก่ชิงไปเช่นนี้!
เขาโมโหจนแทบบ้า ของสิ่งนี้มีมูลค่าสูงยิ่ง ทั้งยังเป็รางวัลที่ผู้าุโแห่งวิหารยุทธ์มอบให้ หากถูก่ชิงไปเช่นนี้ เขาคงถูกทำโทษเป็แน่!
“ส่งคืนมาเดี๋ยวนี้!”
จบคำอู่เผิงไห่ทนไม่ไหวจนต้องสำรอกโลหิตออกมา เขากล่าวอย่างโกรธแค้น “รนหาที่ตายเสียแล้ว ของจากวิหารยุทธ์ยังกล้าชิงเอาไป คืนมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
เด็กหนุ่มร่างั์ใเสียจนหัวใจเกือบหยุดเต้น ของล้ำค่าจากวิหารยุทธ์ยังกล้า่ชิงเช่นนี้ เ้าคนผู้นี้ช่างหาญกล้าเกินไปแล้ว
“ฮึ วิหารยุทธ์แล้วอย่างไร ข้าจะเอาสมบัติเ้ามาทั้งหมด!” เต้าหลิงจ้องเขม็งไปที่อู่เผิงไห่อย่างไม่วางตา ราวกับเห็นห่านทองคำก็ไม่ปาน ั์ตาเบิกกว้างพลางกล่าวลั่น “รีบนำมาให้ข้าทั้งหมด!”
“เ้า…” อู่เผิงไห่โกรธจนตัวสั่นเทา ชี้นิ้วไปที่เต้าหลิงอย่างไร้คำพูด นี่มันคือของมหัศจรรย์ในวิหารยุทธ์ ไอ้ชั่วช้านี่ยังกล้า่ชิง รนหาที่ตายแน่แล้ว ใครก็ช่วยมันไม่ได้!
พลันเห็นสายตาที่ลุกโชนของเด็กหนุ่ม อู่เผิงไห่ก็ต้องสะดุ้งอีกครั้ง เ้าสารเลวนี่จะปล้นขโมยทุกอย่างของข้าแน่แล้ว เขาขบกรามแน่นพลางหยิบยันต์หยกออกมาแล้วฉีกทิ้งทันใด ตอนนั้นเองก็ปรากฏลมหมุนขนาดใหญ่นำพาร่างอู่เผิงไห่หายลับไปกับตา
“รอข้าก่อนเถอะ ไม่ว่าใครก็ช่วยเ้าไม่ได้!” อู่เผิงไห่ทิ้งคำพูดเอาไว้อย่างเคียดแค้น หากไม่ใช่เพราะว่าหอคอยผ่านจิตลดขั้นพลังเหลือแค่ขั้นหลอมกายา เขาคงจะใช้พลังของขั้นสถิติญญากำราบไอ้สารเลวนี่ได้อย่างง่ายดาย
“ช้าไปงั้นหรือ” เต้าหลิงหัวฟัดหัวเหวี่ยงอย่างเจ็บใจ เมื่อสักครู่นี้คงจะเป็ยันต์หยกล้ำค่าที่ใช้สำหรับหลบหนี ไม่อยากจะเชื่อมันจะหลุดมือของเขาไปได้!
เวลาเดียวกันนั้นเองที่เต้าหลิงนึกขึ้นได้ว่าเด็กหนุ่มร่างั์ยังคงอยู่ที่นี่ สีหน้าเปลี่ยนไปเป็ความยินดี ตอนนี้ร่างของคนตระกูลั์ราวกับเป็อัมพาตไปชั่วขณะ เขาไม่รู้ว่าจะรอดพ้นเงื้อมมือของเต้าหลิงไปได้อย่างไร เต้าหลิงเข้ามาค้นตัวแล้วหยิบของล้ำค่าไป ก่อนจะเหวี่ยงเขาปลิวออกมา
เต้าหลิงจ้องขวดหยกในมือ ก่อนจะรีบเปิดฝาออก ในนั้นบรรจุโอสถเม็ดสีโลหิตอยู่หนึ่งเม็ด
“ยาโอสถ!” สีหน้าของเต้าหลิงยินดีราวกับกิ้งก่าได้ทอง เคยได้ยินมาเนิ่นนาน วันนี้เขาได้เห็นกับตาครั้งแรก
“โอสถนี้...หรือจะเป็โอสถจิตโลหิต” เขาพลิกดูอยู่หลายครั้ง โอสถเม็ดชนิดนี้เขาเคยอ่านเจอในคัมภีร์โบราณ สามารถนำมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกายได้ ซึ่งเป็ของที่เขากำลัง้าอยู่พอดี!
เต้าหลิงเดินวนเวียนอยู่ที่ชั้นห้าก่อนจะขึ้นไปยังชั้นหก แรงกดดันในชั้นหกรุนแรงกว่าชั้นห้าถึงสองสามเท่าเลยทีเดียว!
ประดุจโดนูเาขนาดเล็กทับตัวเอาไว้ ร่างกายของเขาหนักอึ้งแข็งทื่ออยู่บ้าง ทุกย่างก้าวที่กระทบพื้นล้วนแต่ยุบลงไป
พลังแห่งชีวิตในชั้นนี้หนาแน่นอย่างมาก หมอกแสงสีเขียวมรกตลอยฟุ้งอยู่ทั่วอากาศ ในชั้นนี้มีคนอยู่ไม่มาก บางส่วนกำลังนั่งขัดสมาธิ อีกส่วนดูน่ากลัว คงกำลังดูดซับพลังที่นี่เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกาย
เมื่อเห็นคนเดินเข้ามา คนบนชั้นนี้ก็เหลือบมองแวบหนึ่งแล้วจึงหันกลับไปอย่างมิใส่ใจ ใน่หลายวันมานี้มียอดฝีมือไม่น้อยที่เข้ามายังหอคอยผ่านจิต ไม่แปลกอะไรที่จะมีคนขึ้นมาถึงชั้นหกได้ ที่สำคัญคือจะทนอยู่บนชั้นนี้ได้นานเพียงใด
เต้าหลิงเดินออกห่างจากคนอื่น มองหาที่ที่ไม่มีใครอยู่ก่อนจะนั่งขัดสมาธิลงไป เขาคิดว่าจะอาศัยแรงกดดันของชั้นนี้ซึมซับพลังของเือสูรกิเลนเสือดาวให้สมบูรณ์ หลังจากนั้นค่อยขึ้นไปยังชั้นถัดไป!
เมื่อตอนที่ยังอยู่ชั้นล่าง เขาก็ได้ยินเสียงพูดคุยเล่าว่าหอคอยผ่านจิตนี้ ั้แ่ชั้นที่หกลงไปจะไม่มีสิ่งลี้ลับล้ำค่าอันใด ทว่าั้แ่ชั้นเจ็ดเป็ต้นไปจะมีของล้ำค่าอยู่ไม่น้อย น้อยคนที่จะนำมันออกมาได้ เพราะว่าการที่จะยืนหยัดอยู่ในชั้นบนๆ ได้เป็เวลานานเพื่อตามหาสมบัติล้ำค่าที่อยู่ในแต่ละชั้นนั้นแทบจะเป็ไปได้ยาก
แรงกดดันรุนแรงกดทับลงมาบนร่างของเต้าหลิงที่นั่งขัดสมาธิอย่างต่อเนื่อง เพียงไม่นานิัของเขาก็ปรากฏเืซึมออกมา ภายในร่างััได้ถึงความไม่ปกติ พลังที่โคจรหมุนเวียนไปมาภายใต้แรงกดดันเช่นนี้ต่างบิดเบี้ยว ไม่สงบนิ่ง ก่อนจะซัดสาดรวมกันอย่างมหาศาล พลันหลอมเข้ากับร่างกายของเขา
เส้นพลังสีเขียวมรกตกลั่นกรองเข้าสู่ร่างกาย ไหลเวียนไปตามกระดูกนับร้อยทั่วร่าง พลังชนิดนี้มีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายอย่างมาก หลอมเข้าไปยังร่างกายและจิติญญา เต้าหลิงััได้ว่าร่างกายของตนเองกำลังแข็งแกร่งขึ้นอย่างค่อยเป็ค่อยไป
คนที่เข้ามายังในหอคอยผ่านจิตล้วนแต่หวังได้พลังสีเขียวมรกตนี้ พวกเขารู้ว่าคลื่นพลังชีวิตนี้สามารถกลั่นหลอมร่างกายได้อย่างดี ยิ่งชั้นสูงมากขึ้นเท่าใดก็ยิ่งเข้มข้น อีกทั้งไม่ต้องระวังว่าจะมีผู้ใดมาแย่งซึมซับพลังเสียด้วย ทว่าั้แ่ชั้นห้าลงไปความหนาแน่นจะไม่สูงนักจึงไม่เพียงพอที่จะแบ่งกัน
ทั่วร่างของเต้าหลิงแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ิัที่มีเืซึมก็พลันฟื้นฟูเปล่งแสงมันวาว ประดุจหยกล้ำค่าก็ไม่ปาน อีกทั้งร่างกายยังค่อยๆ แปรเปลี่ยนอย่างเงียบๆ คลื่นพลังที่แทรกตามกล้ามเนื้อต่างเข้มข้นรุนแรงขึ้น ในตอนนี้คลื่นพลังชีวิตธาตุไม้แต่ละเส้นก็พลันเอ่อล้นออกมา!
เขาดูดซึมพลังชีวิตบริสุทธิ์ที่อยู่รอบตัวอย่างบ้าคลั่ง ััได้ว่าพลังนี้มีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายอย่างยิ่งยวด หากเขาดูดซับไปอย่างนี้เรื่อยๆ ยาวนานสามวัน ทั่วทั้งร่างคงจะอัดแน่นสะบัดพลิ้วไปด้วยพลังแห่งชีวิต
ผู้คนที่ฝึกอยู่ในชั้นเดียวกับเต้าหลิง เริ่มขมวดคิ้วจ้องไปที่เขา พวกเขารู้สึกว่า เต้าหลิงดูดซับพลังชีวิตบริสุทธิ์ได้รวดเร็วยิ่งนัก และในจังหวะนั้นเองก็เกิดเสียงะเิดังสนั่น คล้ายกับเสียงกลองร้องกังวานจาก์ก็ไม่ปาน คนกลุ่มนั้นต่างสั่นเทาด้วยความใ
