หลังจากที่ทั้งสองคนปล่อยให้บรรยากาศรอบข้างตกอยู่ในความเงียบสักพักใหญ่ เจียงเฉิงแอบมองหลี่อันหรานแต่ถูกนางจับได้ นางจึงอดถามไม่ได้ “ท่านมีอะไรจะพูดกับข้าหรือ?”
เจียงเฉิงลังเลเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจเอ่ยออกไป “ที่เ้าพูดมา ข้าเชื่อ”
หลี่อันหรานไม่มีปฏิกิริยา นางยังคงโมโหอยู่ “เื่อะไร?”
“เื่ที่เ้าบอกว่าไม่ได้ถูกข่มเหง ข้าเชื่อ” เจียงเฉิงก้มหน้าก้มตาทำงานในมือตัวเอง ถึงแม้เขาจะยกก้อนหินในมือได้อย่างง่ายดายแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว
ลำพังแค่อากัปกิริยาของเขาก็บ่งบอกแล้วว่าไม่เคยทำงานแบบนี้มาก่อน
“ท่านเชื่อหรือ?” หลี่อันหรานทิ้งตัวลงนั่ง นางจ้องเจียงเฉิงอย่างคาดไม่ถึง จากนั้นก็หรี่ตาลง “เหตุใดจึงเชื่อ? กำลังสงสารและเห็นใจข้าอยู่หรือ?”
“ไม่ใช่” เขาเงยหน้าขึ้นทันทันที
“เช่นนั้นเพราะเหตุใด? เหตุใดอยู่ๆ จึงเชื่อที่ข้าพูด ตอนที่คุยกันก่อนหน้านี้ยังไม่เชื่ออยู่เลย”
“ข้ารู้สึกว่าเ้าไม่มีความจำเป็ต้องโกหกข้า”
หลี่อันหรานแค่นเสียงเบาเหมือนไม่พอใจกับคำตอบของเขานัก ราวกับว่าเขากำลังสงสารนางอย่างไรอย่างนั้น และสิ่งที่หลี่อันหรานไม่้ามากที่สุดคือความสงสารเวทนาจากคนอื่น
“ท่านมาคุยกับข้าดึกดื่นเช่นนี้ มีเจตนาอะไรกันแน่?”
เจียงเฉิงหยุดงานในมือและเงยหน้ามองนาง “ข้ามาเพราะ้าบอกว่าข้าเชื่อที่เ้าพูด”
หลี่อันหรานยังคงขมวดคิ้วมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา “ท่านเชื่อแล้วอย่างไรต่อ? ท่านวางแผนจะทำอย่างไร?”
“ข้าจะหาตัวคนที่ข่มเหงเ้า” เจียงเฉิงกล่าวอย่างจริงจัง นี่เป็เป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้เขายังอยู่ต่อ เป็เพียงสิ่งเดียวที่อยากทำให้นางเช่นกัน
หลี่อันหรานหัวเราะเบาๆ “สุดท้ายแล้วท่านก็ยังอยากตามหาคนผู้นั้นใช่หรือไม่?”
เจียงเฉิงเห็นนางมีท่าทีเหมือนไม่อยากให้ตามหาคนผู้นั้นก็ขมวดคิ้ว “หรือว่าเ้าไม่อยากตามหาเขา?”
“ตามหาเขาเจอแล้วอย่างไรต่อ? เป็ความจริงว่าตอนนั้นเขาพยายามข่มเหงข้า แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้ทำสำเร็จ ไม่มีความจำเป็ต้องไปตามหาเขาอีก”
ก่อนหน้านี้เจียงเฉิงคิดมาโดยตลอดว่าจะช่วยหลี่อันหรานตามหาคนผู้นี้ให้เจอและแก้แค้นแทนนาง รู้สึกว่านี่เป็สิ่งที่ตัวเองควรทำที่สุด ทว่าเมื่อทั้งสองได้มาคุยเื่นี้กันอย่างตรงไปตรงมา เขากลับพบว่าหลี่อันหรานดูจะไม่ได้อยากตามหาคนผู้นั้นเสียเท่าไรนัก
นอกจากนี้ ท่าทีขณะพูดของนางยังดูเรียบเฉยมาก นี่ทำให้เจียงเฉิงรู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย “อย่างน้อยตามหาคนผู้นี้เจอแล้วจะได้ยืนยันความบริสุทธิ์ของเ้า ทุกคนจะได้ไม่ติฉินนินทาเ้าลับหลังอีก เ้าไม่อยากตามหาคนผู้นี้ให้เจอหรือ?”
หลี่อันหรานหัวเราะอีกครั้ง “มันไม่ได้ง่ายอย่างที่ท่านคิด ต่อให้ตามหาเจอแล้วอย่างไร ยืนยันความบริสุทธิ์ของข้าแล้วอย่างไร?”
“ท่านดูตัวข้าตอนนี้สิ ท่านคิดว่ายืนยันความบริสุทธิ์แล้วผู้อื่นจะมองข้าดีขึ้นหรือ? คิดว่าจะมีคนนำของมาสู่ขอที่บ้านพวกข้าหรือ? คิดว่าคนแบบใดจะมาชอบคนเช่นข้ากันเล่า?”
เจียงเฉิงฟังจบแล้วมุ่นหัวคิ้วลงทันที เขาไม่พอใจกับท่าทีของหลี่อันหราน “แต่ไม่ว่าอย่างไร ความบริสุทธิ์ก็เป็สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับสตรี อย่างน้อยก็ต้องพิสูจน์ให้คนอื่นรู้”
หลี่อันหรานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นางเข้าใจดี ไม่ว่าจะในยุคนี้หรือยุคปัจจุบัน เมื่อใดที่เื่ที่สตรีถูกขืนใจแพร่กระจายออกไป ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็เสียหายทั้งนั้น โดยเฉพาะในยุคโบราณ การพรากเอาความบริสุทธิ์ของสตรีไม่ต่างอะไรกับการฆ่านางให้ตาย
นางใช้ชีวิตที่นี่ด้วยความยากลำบาก ต้องทนถูกทุกคนดูแคลน นางเคยัักับความใจร้ายของคนเรามากับตัวเอง ด้วยเหตุนี้จึงเข้าใจเป็อย่างดี
การที่เจียงเฉิงจริงจังขนาดนี้สามารถบ่งบอกว่าคนยุคนี้มองว่ามันเป็เื่ร้ายแรงมากเพียงใด
หลี่อันหรานไม่ได้ตอบคำถามเขา นางเปลี่ยนไปถามเื่อื่นแทน “ยามที่ท่านรู้ว่าข้าถูกข่มเหงและไม่ใช่สตรีบริสุทธิ์ ยามนั้นท่านมองข้าว่าอย่างไร?”
เจียงเฉิงผงะทันที เขาไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร หลี่อันหรานมองเขาเงียบๆ “ไม่เป็ไร ท่านแค่ตอบตามที่คิดก็พอ”
เจียงเฉิงรู้สึกละอายใจต่อหลี่อันหรานขึ้นมา เพราะหลังจากที่เขารู้เื่นี้ เขาคิดแต่เพียงว่าตอบแทนบุญคุณจบแล้วจะไปจากที่นี่ จากนั้นก็ถอนหมั้นกับนาง ไม่เคยคิดถึงอย่างอื่นมาก่อน
หลี่อันหรานใช้มือข้างหนึ่งเท้าคางจ้องเขาตาไม่กะพริบ “ท่านคิดอะไรอยู่? คำถามนี้ยากมากหรือ?”
หลี่อันหรานหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นว่าเจียงเฉิงยังคงนิ่งเงียบ “ดูท่าว่าท่านคงคิดเหมือนกับคนอื่น ท่านคงรู้สึกว่าข้าสกปรกเช่นกันใช่หรือไม่ รู้สึกว่าสตรีที่สูญเสียความบริสุทธิ์ไปแล้วไม่สมควรได้รับความสุขใช่หรือไม่?”
“ไม่ใช่ ข้าหวังจากใจจริงว่าเ้าจะใช้ชีวิตต่อไปให้ดี” นี่คือความในใจของเจียงเฉิง ทว่าหลี่อันหรานฟังแล้วกลับรู้สึกว่าเขาตอบตามมารยาท ไม่ได้ออกมาจากใจจริงทั้งหมด
หลี่อันหรานลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นางมองเจียงเฉิงเงียบๆ ก่อนจะใช้มือปัดฝุ่นบนร่างตัวเอง “คืนนี้คงต้องรบกวนให้ท่านช่วยบดถั่วพวกนี้ รบกวนช่วยทำให้เสร็จ พรุ่งนี้ข้าต้องใช้”
นางพูดจบแล้วหันหลังเดินจากไป เจียงเฉิงลุกขึ้นตาม เขามองแผ่นหลังบอบบางของนาง “เ้าไม่เชื่อที่ข้าพูดเมื่อครู่หรือ? ข้าหวังจริงๆ นะว่าเ้าจะใช้ชีวิตให้ดี”
หลี่อันหรานหันกลับมา นางเผยยิ้ม “เช่นนั้นข้าก็ขอขอบคุณมากที่อยากหาตัวคนที่ข่มเหงข้าให้เจอ แต่ข้าขอบอกท่านว่าข้าไม่้าให้ท่านช่วยเื่นี้ เื่ของข้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับท่าน หวังว่าท่านจะไม่ยื่นมือเข้ามายุ่ง ท่านเพียงแค่ทำหน้าที่ของท่านให้ดีก็พอ”
หลี่อันหรานพูดจบแล้วเตรียมจะจากไป แต่นางนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้จึงหันกลับไปมองเขา “เสร็จงานตรงนี้แล้วถือว่าท่านตอบแทนบุญคุณข้าเรียบร้อย จากนั้นขอให้ท่านรีบไปจากที่นี่ หวังว่าพรุ่งนี้ท่านจะไม่อยู่ที่บ้านข้าอีก ต่อให้ท่านย้ายไปอยู่กับหลี่เยวี่ยซือก็ไม่เกี่ยวข้องกับข้า” สิ้นเสียง นางก็หมุนกายเดินกลับห้องตัวเองทันที
นางไม่มีความรู้สึกแบบก่อนหน้านี้ต่อเจียงเฉิงอีกต่อไปแล้ว นาง้าเพียงให้เขาไปจากที่นี่เท่านั้น
สิ่งที่นางต้องให้ความสำคัญตอนนี้คือน้ำพริกที่ต้องทำ คือความเป็อยู่ที่ดีขึ้นที่ตัวเองใฝ่ฝัน ตราบใดที่ความเป็อยู่ยังเป็เช่นนี้อยู่ นางไม่เคยคิดว่าจะมีผู้ใดมารักนาง หรืออยากสร้างครอบครัวกับนางโดยไม่กลัวความยากลำบาก
สิ่งที่นาง้าคือชีวิตที่เป็ของนางโดยแท้จริง
เจียงเฉิงไล่ตามออกมา เขามองเงาหลังที่หลอมรวมเข้ากับความมืดของนาง “ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะตรวจสอบเื่นี้ให้กระจ่าง ข้าหวังจริงๆ ว่าเ้าจะมีความสุข ไม่ว่าเ้าจะมองข้าอย่างไรก็ตาม สำหรับข้าแล้ว การตรวจสอบเื่นี้ให้กระจ่างมีผลดีต่อเ้า”
หลี่อันหรานหันกลับมามองด้วยรอยยิ้มซาบซึ้งใจ “ข้าอยากรู้เหลือเกินว่าจบเื่นี้แล้วท่านจะทำอย่างไรต่อ?”
เจียงเฉิงแน่นิ่งไปอีกครั้ง เขาเหมือนจะไม่ค่อยเข้าใจว่าหลี่อันหรานคิดอะไรอยู่กันแน่ เพราะนางเอาแต่ถามคำถามนี้มาั้แ่ต้น
หลี่อันหรานเห็นเจียงเฉิงนิ่งเงียบจึงพูดต่อ “ท่านตอบไม่ได้ใช่หรือไม่ เช่นนั้นข้าช่วยตอบให้แทนดีหรือไม่?”
เจียงเฉิงมองนางพูดต่อ “ท่านจัดการเื่นี้จบแล้วจะกลับไปยังครอบครัวของตัวเอง กลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง ท่านต้องดูแลพ่อแม่ หาหญิงสาวที่ตัวเองชอบสักคน แน่นอนว่าต้องเป็สตรีที่หน้าตาไม่อัปลักษณ์แบบข้าและไม่ถูกคนอื่นทำให้ด่างพร้อย เป็สตรีที่คู่ควรเหมาะสมกัน”
“แต่งงานกับนาง อาจมีอนุสักหนึ่งคนหรือสองคน จากนั้นมีลูกแล้วค่อยๆ แก่ชรา นี่คือชีวิตของท่านใช่หรือไม่?”
เจียงเฉิงนึกไม่ถึงว่าหลี่อันหรานจะพูดยาวขนาดนี้ แต่สิ่งที่นางพูดมาก็เป็อนาคตที่เขาต้องก้าวเดินไปจริงๆ
“ทุกคนก็สมควรทำเช่นนี้อยู่แล้วมิใช่หรือ?”
หลี่อันหรานเผยยิ้ม “ถูกต้อง ชีวิตของคนเราส่วนใหญ่คล้ายคลึงกัน ส่วนใหญ่ก็เป็เช่นนี้”
เจียงเฉิงมองนางด้วยสายตาไม่เข้าใจ “เช่นนั้นเหตุใดเ้าต้องพูดแบบนี้”
