“ดึกดื่นป่านนี้แล้ว เ้าจะไปไหน” หูต้าเซียนถามโดยไม่ทันสังเกตว่าศิษย์ตรงหน้าเป็ลู่เต้าปลอมตัวมา
ลู่เต้าอ้ำอึ้ง “ศิษย์รู้สึกอึดอัด อยากออกไปรับลมข้างนอก”
“รับลม?” หูต้าเซียนดูเหมือนจะไม่พอใจกับคำตอบนี้ เขาจึงสั่งด้วยน้ำเสียงดุดัน “เ้ามานี่”
ประตูอยู่ใกล้แค่เอื้อม เพียงแค่ลู่เต้าวิ่งออกไปก็จะได้อิสรภาพกลับคืน แต่ทว่าพลังิญญาของเขาสูญสิ้นไปแล้ว จะวิ่งหนีหูต้าเซียนไปได้ไกลแค่ไหนกัน เกรงว่าวิ่งไปไม่กี่ก้าวก็คงจะถูกจับได้แล้ว
ถึงแม้ในใจลู่เต้าจะไม่เต็มใจอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่อาจขัดขืนคำสั่งของหูต้าเซียนได้ จึงเดินไปข้างหน้าอย่างว่าง่าย
“ข้าให้เ้าไปถามวิธีใช้ศัสตราวุธิญญา เ้าถามหรือยัง” หูต้าเซียนถามอีกครั้ง
ลู่เต้ารู้สึกกระสับกระส่าย ไม่กล้ามองหน้าหูต้าเซียนตรงๆ ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะจับได้ว่าเขาปลอมตัวมา เขาจึงก้มหน้าลงแล้วตอบเสียงเบา “ถามแล้ว”
ความสามารถในการเปลี่ยนโฉมหน้าของอู๋เซียงนั้นแเีไร้ที่ติ ถึงแม้จะเป็ศิษย์อาจารย์ที่อยู่ด้วยกันมานาน หูต้าเซียนก็ไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของศิษย์ในทันที
เมื่อเห็นเขาทำหน้าหงอย หูต้าเซียนก็คิดว่าเขาถามวิธีใช้ไม่ได้ จึงเอ่ยด้วยความโมโห “ดูท่าทางเ้าคงจะถามไม่ได้สินะ! ข้าให้เวลาเ้าตั้งเจ็ดวัน! เ้าไปทำอะไรมาบ้าง”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่รู้ตัว ดวงตาลู่เต้าก็เป็ประกาย เขาเลียนแบบน้ำเสียงของจินเลี่ยงต่อไป “ท่านอาจารย์โปรดใจเย็นก่อน ศิษย์ถามวิธีใช้ของวิเศษสมบัติได้ทั้งสองชิ้นแล้ว”
หูต้าเซียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนถามด้วยความรีบร้อน “จริงหรือ”
ลู่เต้าพยักหน้า เขานำขวดน้ำเต้าออกจากเอว เปิดฝาออกแล้วเทออกมา เม็ดน้ำตาลสีม่วงดำที่แผ่รัศมีน่าขนลุกปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา หรือก็คือลูกกวาดหุ่นเชิดนั่นเอง
เขาแอบวางแผนร้าย คิดหลอกล่อให้อีกฝ่ายกินลูกกวาดหุ่นเชิดที่เหมือนยาบำรุงกำลัง
หูต้าเซียนรับลูกกวาดหุ่นเชิดมาด้วยความยินดี ก่อนจะพิจารณาดูอย่างละเอียดใต้แสงไฟ ยิ่งมองสีหน้าเขาก็ยิ่งดูไม่สู้ดีนัก เขาเชี่ยวชาญการปรุงโอสถ จึงััได้ถึงพลังิญญาที่ผิดปกติของลูกกวาดหุ่นเชิด เขาหรี่ตามองศิษย์แล้วถามว่า “นี่คือยาบำรุงกำลังที่เ้าบอกว่ารักษาโรคภัยไข้เจ็บของข้าได้อย่างนั้นหรือ”
“ศิษย์อาจจะดูผิดไป...มิน่าเล่า เ้าหมอนั่นถึงบอกว่าไม่มียาบำรุงกำลัง แต่ขวดน้ำเต้านี้ก็เป็ของวิเศษเช่นกัน ไม่ว่าจะใส่ยาบำรุงกำลังมากแค่ไหนก็ไม่เต็ม ยามจะหยิบออกมาเพียงแค่คิดถึงยาที่้าก็พอ”
“คนผู้นี้เป็ศิษย์สำนักพิษ ขวดน้ำเต้านี้คงจะใส่ยาพิษที่เขาใช้วางยาเอาไว้” หูต้าเซียนโยนลูกกวาดหุ่นเชิดกลับไปให้ลู่เต้า
เดิมทีหูต้าเซียนก็ไม่ได้คาดหวังว่าผู้ฝึกตนพเนจรจะมียาบำรุงกำลังวิเศษวิโสอะไร หากไม่ใช่เพราะจินเลี่ยงคะยั้นคะยอว่าลู่เต้ามียาบำรุงกำลัง เขาคงไม่สนใจขวดน้ำเต้านี้ด้วยซ้ำ
‘ท่านอาจารย์ลองชิมดูหรือไม่ บางทีอาจจะได้ผลจริงก็ได้’ ถึงแม้ลู่เต้าอยากจะพูดเช่นนี้ แต่บนโลกนี้จะมีศิษย์คนใดกล้าชักชวนให้อาจารย์กินยาพิษกันเล่า อีกฝ่ายคงจะสงสัยในตัวเขาทันที
“ยาพิษในขวดน้ำเต้านี้เก็บเอาไว้ต้อนรับคนอื่นในภายหลังก็แล้วกัน” หลังจากสั่งเสร็จ หูต้าเซียนก็หยิบขลุ่ยออกมาจากอกเสื้อแล้วยื่นให้ศิษย์ตรงหน้า “ของวิเศษชิ้นนี้ใช้อย่างไร”
ใจของลู่เต้าพลันกระตุก คิดในใจ ‘ขลุ่ยสะกดมารอยู่ในมือของตาเฒ่าสารเลวนี่จริงๆ ด้วย’
หูต้าเซียนสะบัดมือส่งขลุ่ยให้เขาสาธิตวิธีใช้ ลู่เต้ารับขลุ่ยสะกดมารที่ได้คืนมาไว้ในมืออย่างหวาดหวั่น
เดิมทีขลุ่ยนี้เป็ของของเขา ลู่เต้าย่อมรู้วิธีใช้
ลู่เต้าคิดในใจ แต่ขลุ่ยสะกดมารในมือกลับไม่เปลี่ยนแปลง มันไม่ได้กลายเป็ไม้บรรทัดเช่นเคย จนกระทั่งตอนนี้ เขาถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าทะเลปราณของเขาถูกผนึกเอาไว้ จึงมิอาจควบคุมพลังิญญาได้อย่างอิสระ ลู่เต้าใจนเหงื่อกาฬแตกพลั่ก เขายืนนิ่งอยู่กับที่โดยไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรดี
เมื่อเห็นว่าเขากำขลุ่ยไว้ในมือ แต่กลับไม่ขยับเขยื้อน หูต้าเซียนจึงลูบเครายาวพลางเร่งเร้า “เร็วเข้า เขาไม่ได้บอกวิธีใช้เ้าแล้วหรือ”
ลู่เต้านึกข้ออ้างไม่ออก จึงคุกเข่าลงกับพื้นแล้วร้องขอชีวิตเสียงดัง “ศิษย์ทำผิดไปแล้ว! ศิษย์ทำไม่สำเร็จ โปรดท่านอาจารย์ไว้ชีวิต!”
ใบหน้าหูต้าเซียนที่งงงวยเอ่ยถาม “เ้าทำผิดอะไร”
“ศิษย์ใช้กระบี่บังคับให้เขาเปิดเผยวิธีใช้วิเศษสมบัติ” ลู่เต้ากุเื่ขึ้นมา เขาเล่าเื่ที่เกิดขึ้นในคุกเมื่อครู่ให้หูต้าเซียนฟัง แต่เปลี่ยนแปลงเนื้อหาไป “เ้านั่นกล้ายั่วยวนศิษย์...ชั่วขณะหนึ่งศิษย์ไม่ทันระวังตัว จึงเผลอไผลไป เขาฉวยโอกาสที่ข้าไม่ทันตั้งตัวใช้กระบี่ปลิดชีพตัวเอง...เื่เกิดขึ้นกะทันหัน ศิษย์ก็ห้ามไม่ทัน”
หูต้าเซียนรู้ดีว่าศิษย์ผู้นี้นิยมชมชอบบุรุษ ดังนั้นเขาจึงวางใจมอบหญิงสาวพรหมจรรย์ที่ถูกส่งขึ้นเขามาให้เขาดูแล คิดไม่ถึงว่าศิษย์ที่ไร้ประโยชน์ผู้นี้จะสร้างปัญหาขึ้นมาใน่เวลาสำคัญเช่นนี้
“เฮ้อ!” เขาถอนหายใจ “มิน่าเล่าเ้าถึงบอกว่าอึดอัด อยากออกไปรับลมข้างนอก!”
“ศิษย์ผิดไปแล้ว! ต่อไปศิษย์ไม่กล้าแล้ว!” ลู่เต้าที่คุกเข่าอยู่บนพื้นตัวสั่นเทา
หูต้าเซียนถามด้วยความร้อนใจ “คนผู้นั้นตายไปนานเท่าใดแล้ว”
“เพิ่งจะตายไปเมื่อครู่นี้เอง”
‘หากใช้คนเป็ๆ มาปรุงโอสถ จะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด’ หูต้าเซียนคิดในใจ “ในเมื่อคนผู้นั้นตายไปแล้ว ก็ได้แต่รีบนำเขามาปรุงโอสถเป็ยาบำรุงพลังิญญา หากตายไปนานแล้ว สรรพคุณยาก็จะลดลงมาก”
“เ้าเกือบจะทำให้งานใหญ่ของข้าพัง! เอาไว้ค่อยมาจัดการเ้าทีหลัง! รีบนำศพไปที่ห้องปรุงโอสถเร็วเข้า!” เขาก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้องด้วยความโมโห
ลู่เต้าคิดในใจ ‘เอาศพไปที่ห้องปรุงโอสถทำไมกัน’
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็เข้าใจความหมายของหูต้าเซียน จึงเอ่ยด้วยความโมโห “ตาเฒ่าสารเลวนี่ไม่เพียงแต่จะปรุงโอสถเด็กสาวเ่าั้เป็ยา แม้แต่ข้ามันก็ไม่เว้นด้วย!”
ลู่เต้าคิดแผนการได้ก็ฉีกยิ้มแล้วกล่าวว่า “ดี! เ้าอยากปรุงโอสถใช่หรือไม่ ข้าจะให้เ้าเล่นให้หนำใจเลย!”
ภายในห้องปรุงโอสถเต็มไปด้วยควันไฟที่ร้อนอบอ้าวยิ่งนัก
ลู่เต้าที่ปลอมตัวเป็จินเลี่ยงแบกศพที่ห่อด้วยผ้าขาวผืนหนึ่งไว้ในมือ เมื่อผลักประตูห้องปรุงโอสถ คลื่นความร้อนและกลิ่นหอมของสมุนไพรโชยเข้าปะทะใบหน้า
ลู่เต้าเพิ่งรู้ว่าที่นี่เป็ห้องหินกว้างใหญ่ บนเพดานมีรูวงกลมขนาดใหญ่เหมือนปล่องไฟที่เชื่อมต่อกับโลกภายนอกเพื่อระบายความร้อนและควัน มีความสูงจากพื้นมากกว่าสิบจั้ง[1]
บนผนังห้องเต็มไปด้วยตู้ยาจีน กลิ่นหอมของสมุนไพรโชยมาจากตู้เหล่านี้ ตรงกลางห้องมีหม้อต้มยาขนาดใหญ่สูงแปดฉื่อ[2] ทำจากเหล็กสีดำ มีลวดลายโบราณสลักอยู่้า
เปลวไฟสีฟ้าลุกโชติ่ใต้หม้อยา ทำให้เหล็กสีดำร้อนแดง
หูต้าเซียนนั่งขัดสมาธิหลับตาอยู่หน้าหม้อต้มยา ฝ่ามือทั้งสองยื่นออกไป เปลวไฟสีฟ้าลุกโชนภายใต้การควบคุมของเขา
“วางศพไว้บนโต๊ะหิน” หูต้าเซียนสั่งเมื่อเห็นลู่เต้าเดินเข้ามา
ถึงแม้ลู่เต้าจะใช้พลังเปลี่ยนโฉมหน้า แต่ศพของจินเลี่ยงก็ยังคงเป็ใบหน้าเดิม เพื่อไม่ให้ถูกจับได้ ถึงแม้จะวางศพลงแล้ว เขาก็ยังคงยืนเฝ้าอยู่ข้างๆ ไม่ห่างไปไหน
เมื่อเห็นว่าเปลวไฟสงบลง หูต้าเซียนก็เดินมาที่โต๊ะหินเพื่อตรวจสอบขั้นสุดท้ายก่อนการปรุงโอสถ บนโต๊ะเต็มไปด้วยสมุนไพรล้ำค่าต่างๆ เขาตรวจสอบทีละอย่างอย่างคล่องแคล่ว ทุกอย่างล้วนเป็สมุนไพรที่ขาดไม่ได้ในการปรุงโอสถยาบำรุงพลังิญญา
เมื่อตรวจสอบไปถึงตัวยาที่สำคัญที่สุด คิ้วขาวทั้งสองข้างของเขาก็ขมวดมุ่น
หูต้าเซียนชี้ไปที่ศพที่ห่อด้วยผ้าขาวแล้วถามว่า “เหตุใดจึงใช้ผ้าคลุมเอาไว้เล่า”
ขณะที่ลู่เต้ากำลังจะตอบเลี่ยงๆ หูต้าเซียนก็เอื้อมมือไปดึงผ้าขาวออก!
‘แย่แล้ว!’ เขาไม่ทันได้ตอบโต้ ใจพลันหายวาบ
[1] จั้ง เป็หน่วยวัดจีน 1 จั้ง ประมาณ 3.33 เมตร
[2] ฉื่อ เป็หน่วยวัด 10 ฉื่อเท่ากับ 1 จั้ง
