“เวลาถูกกำหนดไว้ที่สองวัน ใช้เวลาหนึ่งวันในการผ่านหุบเขาเหล่าเทพ ส่วนวันที่สองก็เข้าสู่แดนมรณะ การต่อสู้ย่อมโหดร้าย ทว่าการต่อสู้ในครั้งนี้ พวกเ้าไม่เพียงต้องปกป้องตัวเอง รวมถึงยังต้องปกป้องเพื่อนร่วมกลุ่มด้วย เข้าใจหรือไม่”
ศิษย์ทั้งห้าสิบคนที่อยู่เบื้องล่างะโขานรับ “เข้าใจแล้วขอรับ” รังสีที่แข็งแกร่งกระจายไปทั่ว ศิษย์ทุกคนที่เข้าร่วมต่างก็เืพล่าน
“เหยียนเอ๋อ สิ่งสำคัญของมันคือทดสอบพละกำลังหมู่ของพวกเ้า และยังมีความสามัคคีด้วย เพราะเข้าสู่ชั้นในตระกูลนั้นต้องมีเงื่อนไขที่เข้มงวดมากเป็ธรรมดา”
หลงเหยียนพยักหน้าเป็การบอกว่าเข้าใจแล้ว ถึงกระนั้น ครั้งนี้หลงเหยียนก็ััได้แล้ว คาดว่าที่หุบเขาเหล่าเทพต้องอันตรายมากแน่ เพราะไม่เพียงแค่ต้องปกป้องเถาวัลย์เจ็ดสีของตนไม่ให้ถูกชิงไปเท่านั้น กลับยังต้องป้องกันการโจมตีของปีศาจอสูรอีกด้วย ที่สำคัญยิ่งกว่าคือสองคนที่ร่วมทีมเดียวกัน ไม่ว่าใครก็ประมาทกลุ่มอื่นไม่ได้เป็อันขาด ใครได้เถาวัลย์เจ็ดสีมากที่สุด สุดท้ายจึงจะรู้ผลแพ้ชนะ”
“ทั้งหมดยี่สิบห้ากลุ่ม เข่มฆ่ากันเอง จนถึงสุดท้ายจะเหลือเพียงสามกลุ่มเท่านั้นที่ได้เข้าแดนมรณะ ในด่านนี้ จากจำนวนห้าสิบคนถูกคัดออกสี่สิบสี่คน นี่หมายความว่าอย่างไร แสดงว่าด่านต่อไปจะเหลือผู้เข้ารอบแค่หกคนเท่านั้น”
ไม่ต้องสงสัยเลย ต่อจากนั้นต้องเป็การต่อสู้ของหกคนแน่นอน
เป็อย่างที่คิด ฉินกว่างพูดต่อ “หกคนสุดท้ายที่เหลือ แตกกลุ่มออก จากนั้นก็จับฉลากคู่ต่อสู้อีกครั้ง หนึ่งในสามคนเท่านั้นที่จะได้เข้าสู่ชั้นในของเผ่าวิหคศักดิ์สิทธิ์ และต้องหาผู้ชนะจากในจำนวนสามคนนี้อีกที คนสุดท้ายเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้บรรลุถึงกระบี่เหมันต์ หากเป็ผู้ที่มีพร์สูง ไม่แน่อาจมีโอกาสได้บรรลุกระบี่ระดับสูงสุดของสี่ตระกูล นั่นก็คือกระบี่เมฆโลหิต!”
เมื่อพูดถึงกระบี่เมฆโลหิต คนที่อยู่เบื้องล่างก็เฮกันทันที เพราะโดยปกติแล้ว ที่ผ่านมายังไม่มียอดอัจฉริยะคนไหนมีโอกาสบรรลุกระบี่เมฆโลหิตมาก่อน และแน่นอนว่านั่นเป็กระบี่ระดับตำนาน เป็เพียงจินตนาการในใจทุกคนเท่านั้น
เวลานี้เองตงจวินหันกลับมาแล้วพูดว่า “เหยียนเอ๋อ คาดว่าเ้าคงเข้าใจที่ผู้าุโฉินกว่างพูดแล้วใช่หรือไม่ ปีนี้โหดมากกว่าปีก่อนจริงๆ จากปีที่แล้วผู้เข้าแข่งขันมีจำนวนสามสิบคน ปีนี้กลายมาเป็ห้าสิบคน และจากจำนวนห้าสิบคน เหลือเพียงหกคนที่เท่านั้นที่ได้เข้ารอบสอง ยังคงเป็คำเดิม อย่าฝืนเป็อันขาด หากเ้าผ่านด่านแรกได้ แค่นั้นก็เป็การสร้างหน้าตาให้แก่สำนักตงฟางของเรามากแล้ว”
หลงเหยียนมองตงจวินด้วยรอยยิ้ม
“วางใจเถิด ท่านตา เหยียนเอ๋อรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ชีวิตคนเราสำคัญกว่า!”
“เฮ้อ!”
สีหน้าตงจวินประกายความหมองหม่น เพราะเขารู้ดีว่าหลงเหยียนมีปัญหากับเย่ซีหนานกับเย่ซีหราน พวกเขาสองคนต้องอยู่ทีมเดียวกันแน่ และแน่นอนว่าพวกเขาทั้งสองต้องเป็ทีมที่แกร่งสุดในสี่สิบห้ากลุ่ม ถึงกระนั้น ยังมีเหล่ยอี่อีกคน ไม่ว่าเขาจะคู่กับใคร แต่จะประเมินพละกำลังเขาต่ำไม่ได้
หากตงจวินรู้ว่าหลงเหยียนไม่ได้มีเื่กับสองพี่น้องเย่ซีหนานและเย่ซีหราน กลับยังมีเื่กับเหล่ยอวี่ละก็ คาดว่าเขาที่เป็ท่านตาต้องยิ่งกังวลแย่
ถึงแม้บอกว่าการแบ่งกลุ่มมาจากความสมัครใจ ถึงอย่างไรหลงเหยียนก็เป็ถึงศิษย์หลักของสำนักตงฟาง ครั้งนี้สำนักตงฟางมีตัวแทนทั้งหมดแปดคน แปดคนนี้ล้วนมีพละกำลังที่ไม่ธรรมดาทั้งนั้น ในบรรดาแปดคนนี้ หลงเหยียนคือผู้มีความสามารถสูงสุด แต่ระดับพลังกลับไม่ได้สูงนัก
ระดับชีพธรณีขั้นล่างห้าคน ระดับชีพธรณีเริ่มแรกสองคน และยังมีระดับชีพธรณีขั้นสูงอีกหนึ่งคน อีกทั้งนางยังเป็สตรีเสียอีก อายุสิบเก้าปี พร์เป็เลิศ นางมีชื่อว่าหลิ่วหยุนซวี่
ครั้งนี้ตงจวินแนะนำให้หลงเหยียนจับคู่กับหลิ่วหยุนซวี่ แบบนั้นโอกาสเข้ารอบจะได้สูงขึ้น ถึงกระนั้น หลิ่วหยุนซวี่เกิดมาพร้อมพร์ที่เป็เลิศ ทว่ากลับเป็หลานสาวของผู้าุโแห่งสำนักเก้าชั้นฟ้า อย่างไรก็ตาม หลงเหยียนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุใดนางถึงเลือกเข้าตระกูลอู่ตี้
หลงเหยียนเห็นหญิงสาวคนนั้นอยู่ไม่ห่างจากตน ใบหน้าหยิ่งทะนง แค่มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่านางมาจากตระกูลใหญ่โต ได้รับความเคารพจากคนมากมาย จะให้ตนอยู่กับนางหรือ เมื่อหันไปมองนาง หลงเหยียนก็ส่ายหน้า
ไม่นานหลิ่วหยุนซวี่ก็เห็นหลงเหยียน นางแสดงสีหน้ารังเกียจ นางเป็สตรีอย่างที่หลงเหยียนคิดไว้ เดิมทีเขาอยากปฏิเสธ แต่ครั้งนี้ตงจวินเป็คนเลือกให้แล้ว แน่นอนว่าคนอื่นคงไม่มีใครกล้าขัด
“หยุนซวี่ มานี่เร็ว” ตงจวินโบกมือเรียกนาง
“คารวะใต้เท้าตงจวิน”
ตงจวินยิ้มอย่างพอใจ “พวกเ้าสองคนล้วนเป็คนที่ตัวข้าตงจวินให้ความสำคัญมาก เช่นนั้นพวกเ้าสองคนอยู่กลุ่มเดียวกันเถิด หากพวกเ้าสามารถผ่านด่านแรกได้จริงๆ จะว่าไปแล้ว เ้าก็ได้ทำเพื่อหน้าตาของตระกูลเ้าด้วย”
หลิ่วหยุนซวี่ไม่ได้แย้งแต่อย่างใด ทว่าเมื่อหันมามองหน้าหลงเหยียน นางก็แสดงสีหน้ารังเกียจออกมาทันที
“เ้ามีพลังระดับชีพธรณีเริ่มแรกเองหรือ หวังว่าถึงตอนนั้นเ้าจะไม่เป็ตัวถ่วงของข้านะ ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่พอใจมาก แต่ข้าเชื่อว่าเ้าคงไม่เป็เพื่อนร่วมกลุ่มที่เป็ตัวถ่วงหรอกนะ ในสำนักตงฟางของเรา ผู้ที่ถูกยอมรับเป็อันดับหนึ่งคงเป็แค่เื่ของทางด้านชื่อเสียงเท่านั้น”
หลงเหยียนมองนางเช่นเดียวกัน “หรือการที่เกิดในตระกูลใหญ่ ไม่เห็นใครในสายตา คือสิ่งที่คนในครอบครัวสั่งสอนหรือ? ใครจะเป็ตัวถ่วงก็ยังไม่แน่!”
สตรีนางนี้มีรูปร่างหน้าตางดงาม แต่ทางด้านกิริยากลับทำให้หลงเหยียนรับไม่ได้ เมื่อนึกได้ว่าต้องอยู่ร่วมกันกับเขาเพียงลำพังเป็เวลาสองวัน หลงเหยียนก็อยากร้องะโในใจ
“ฮึ! ระดับชีพธรณีขั้นสูงแล้วเก่งมากหรือไร? ตัวข้าาจะทำให้เ้าได้เห็นพละกำลังของขั้นเริ่มแรก เดี๋ยวเ้าต้องมองข้าใหม่” การมีสตรีเคียงข้างทำให้หลงเหยียนอยากเชื่อมสัมพันธ์
นางมีพลังระดับชีพธรณีขั้นสูง อายุยังน้อย ทว่ามีพลังสูงระดับนี้ ทำให้หลงเหยียนตกตะลึงมาก ไม่อยากคิดเลยว่านางจะได้รับการฝึกที่ดีมากเท่าใด
“ไม่ว่าอย่างไรก็เป็พวกเดียวกันแล้ว จะให้ฝ่ายตรงข้ามาเ็ไม่ได้เด็ดขาด หากไปถึงข้างใน ตัวข้าจะแสร้งทำเหมือนอ่อนแอ ปล่อยให้นางได้ใจไปก่อนดีกว่า”
“ชิงเถาวัลย์เจ็ดสีในหุบเขาเหล่าเทพ เข้าสู่ด่านต่อไป สู่แดนมรณะ จำนวนห้าสิบคน แบ่งออกเป็ยี่สิบห้ากลุ่ม ถูกคัดเลือกอย่างเข้มงวดเหลือเพียงหกคนเท่านั้นที่ได้เข้าสู่ด่านที่สอง จากนั้นก็จับฉลากคู่ต่อสู้ สุดท้ายเก็บไว้เพียงสามคน เข้าสู่ชั้นในตระกูลวิหคศักดิ์สิทธิ์ ก่อนที่สามคนจะแข่งขันหาผู้ชนะ ผู้ชนะมีโอกาสได้บรรลุกระบี่ชั้นสูงของตระกูล ทุกคนเข้าใจกฎแล้วใช่หรือไม่”
ทุกคนะโเสียงดังลั่น
ฉินกว่างะโเสียงดัง “เช่นนั้นก็ดี เริ่มกันเลย” ในบรรดาคนเหล่านี้ สายตาเขาหันมามองหลงเหยียนแล้วพยักหน้าเบาๆ
หลงเหยียนมั่นใจในตัวเองมาก แล้วประกายรอยยิ้มที่มั่นใจ
ตงจวินกังวลใจเหลือเกิน กดมือลงบนบ่าหลงเหยียน
“เหยียนเอ๋อ จำคำของท่านตาไว้นะ ข้าไม่หวังให้เกิดเื่กับเ้า หากเ้าเจอเย่ซีหนานกับพวก ต้องหลีกไปนะ อย่างไรเสีย เ้าอายุยังน้อย อนาคตยังมีโอกาสอีกมาก”
หลงเหยียนพยักหน้า! ทว่าตอนนี้ ผู้าุโในตระกูลวิหคศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนเวทีข้างผู้าุโฉินกว่าง เขาหันมามองฉินกว่าง
“ผู้าุโกว่าง ท่านชื่นชอบหลงเหยียนขนาดนั้นเชียวหรือ?”
ฉินกว่างประกายรอยยิ้ม “ครั้งก่อนตอนเข้าฝึกของสำนักตงฟาง ข้าเห็นเองกับตา เขามีพลังเพียงระดับชีพมนุษย์ขั้นสูง กลับสามารถล้มเทียนหลางที่มีพลังระดับชีพธรณีชั้นสูงได้ นี่ต้องเป็พร์ระดับไหน ถึงแม้เ้าเทียนหลางนั่นจะมีพลังระดับชีพธรณีขั้นสูงไม่นาน ถึงอย่างไรข้าก็มั่นใจว่าเ้าหมอนี่ต้องสำเร็จแน่”
“อืม ข้าก็ได้ยินเื่นี้มาแล้วเช่นกัน แต่เ้าหมอนั่นมีเื่กับเย่ซีหราน เขามีพลังถึงระดับชีพธรณีขั้นสูงสุดเชียวนะ ความแตกต่างทางด้านพลังของเขาสองคนห่างกันมากเกินไป”
“เ้าหลงเหยียนนั่นเดายากจริงๆ ทำให้พวกเราทุกคนต้องคอยจับตาดู”
--------------------
