บทที่ 41
ไม่ไหว้เทพเ้า ไม่ไหว้พระพุทธรูป ไหว้เพียงปลาคาร์พ
หวังเหลียงซานมีท่าทีลนลาน "เชี่ยนเชี่ยนเธอป่วยจนเพ้อเจ้อพูดจาเลอะเทอะ อาจารย์อย่าถือสาเลยนะครับ" อาจารย์คนนี้อุตส่าห์เชิญมาได้อย่างยากลำบาก ถ้าโดนโกรธจนเดินหนีไปล่ะก็ฉิบหายแน่
หลินซีกวาดตามองหวังเชี่ยนแวบหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป "ไปดูอีกสองคนที่เหลือ"
หวังเหลียงซานลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาผลักประตูห้องข้างๆ ออก "หูเถา ภรรยาของผมพักอยู่ที่นี่ครับ"
หูเถามีสภาพไม่ต่างจากหวังเชี่ยน เธอแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำ พอเห็นคนสองคนยืนอยู่หน้าประตูก็เริ่มทุบน้ำจนสาดกระจายอย่างบ้าคลั่ง
"หวังเหลียงซาน! นังนี่เป็ใคร? ฉันถามแกว่านังนี่เป็ใคร?!"
"ฉันยังไม่ตาย แกก็พานังเมียน้อยเข้าบ้านแล้วเหรอ! แกทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง?"
"หวังเหลียงซาน แกมันไอ้คนไม่มีมโนธรรม..."
หวังเหลียงซานแผดเสียงคำราม "หุบปาก!"
หูเถายิ่งตื่นตระหนกกว่าเดิม ดวงตาแดงก่ำจ้องเขม็งไปที่เขา "หวังเหลียงซาน แกกล้าตะคอกใส่ฉันเหรอ ฉันจะกลายเป็ผีไปตามจองล้างจองผลาญแกไม่ให้ผุดไม่ให้เกิดเลย!!"
"รวมถึงนังเมียน้อยกับลูกนอกสมรสของแกด้วย!"
"แก... แก... พวกแกเตรียมตัวไว้เลย!!"
เส้นเืที่ขมับหวังเหลียงซานเต้นตุบๆ โง่... โง่ไม่มีที่เปรียบทั้งแม่ทั้งลูก!
เขาแอบชำเลืองมองหลินซีด้วยความระแวง กลัวว่าเธอจะโกรธจนเดินสะบัดก้นหนีไป หวังเหลียงซานเอ่ยเสียงอ่อย "อาจารย์ครับ ภรรยาผมสติไม่ค่อยดี ท่านโปรดเมตตาด้วยนะครับ"
"พอดูออกค่ะ จินตนาการล้ำเลิศกว่าคนบ้าอีก" หลินซีกอดอก สีหน้าเรียบเฉย
หวังเหลียงซานหัวเราะแห้งๆ แก้เก้อ "อาจารย์ครับ ต้องไปดูลูกชายผมด้วยไหม?"
หลินซีหมุนตัวเดินนำออกไป "ย้ายทั้งสามคนมาไว้ในห้องเดียวกัน ฉันมีเื่จะถาม"
หวังเหลียงซานส่งสายตาให้หลี่ซาน "แกไปจัดการ"
หลี่ซานมองดูสภาพคนที่มีเกล็ดปลาขึ้นเต็มตัวแล้วก้าวถอยหลัง
"ท่านประธานครับ ผมเข้าไปใกล้คุณนายมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ท่านไปเกลี้ยกล่อมคุณนายเองจะดีกว่าครับ"
แม่มเอ๊ย! ไอ้แก่เอ๊ย! เขาเป็แค่พนักงานกินเงินเดือน จะให้ไปััไอ้ตัวประหลาดนั่น ยอมตายดีกว่า เกิดมันติดเชื้อขึ้นมาจะทำยังไง? หลี่ซานถอยไปยืนตรงหัวบันได เตรียมเผ่นทุกเมื่อ
"ท่านประธาน ท่านจัดการเถอะ ผมทำไม่ได้จริงๆ"
หวังเหลียงซานสูดลมหายใจเข้าลึก เขาเองก็กลัว! ถึงนั่นจะเป็เมียตัวเอง แต่สภาพตอนนี้สยองขวัญยิ่งกว่าปีศาจเป็ร้อยเท่า แต่พอนึกถึงอาจารย์หลินที่ยืนอยู่ไม่ไกล เขาเลยกัดฟันพุ่งเข้าไปหาหูเถา
"ลุกขึ้น! ไปที่ห้องลูกชาย!"
หูเถากรีดร้อง "ไม่! ฉันไม่ไป!"
หวังเหลียงซานหมดความอดทนโดยสิ้นเชิง "ถ้าไม่อยากตาย ก็ทำตามที่สั่ง!"
พอหูเถาได้ยินคำว่า "ตาย" เธอก็สติแตกทันที "หวังเหลียงซาน ฉันตายไปก็ดีสิ จะได้เว้นที่ว่างให้เมียน้อยกับลูกนอกสมรสของแกเข้ามาเสวยสุขไวๆ..."
หวังเหลียงซานโกรธจนปอดแทบะเิ ยกมือขึ้นฟาดหน้าเธอฉาดใหญ่ "อีเมียโง่! ฉันตาถั่วขนาดไหนถึงแต่งแกเข้าบ้าน?!"
หูเถาเป็ผู้หญิงที่มีแต่ความสวย แต่ไร้สมอง ไร้ความฉลาดทางอารมณ์ โง่เขลาเบาปัญญา เหมาะจะเป็แค่แจกันวางประดับบ้านไว้สวยๆ เท่านั้น ตอนแรกเขาเลือกเธอเพราะเหตุผลนี้ เขาคิดว่าผู้ชายทำงานนอกบ้าน ผู้หญิงดูแลในบ้าน แค่สวยหรูเพื่อปรับปรุงยีนส์รุ่นลูกก็พอ ไม่ต้องฉลาดมาก แค่อยู่บ้านสอนลูกก็พอ
แต่หลังแต่งงาน หูเถามักจะระแวงจับผิด ไม่สนใจลูกทั้งสองคน แต่วันๆ เอาแต่จ้องจับผิดความเคลื่อนไหวของเขา ถ้าไม่ตอบข้อความภายในห้านาที เธอจะกระหน่ำโทรจิกไม่หยุด บางครั้งถึงขั้นบุกไปอาละวาดที่บริษัท ด่าคนมั่วซั่วไปหมด หวังเหลียงซานปวดหัวแทบตาย แต่เห็นแก่ที่เธอให้กำเนิดลูกชายลูกสาวเขาเลยทนมาตลอด
แต่ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ หูเถายังไม่รู้สำนึกสถานการณ์ เอาแต่พล่ามไร้สาระ วินาทีนี้เขาเห็นด้วยกับสุภาษิตโบราณอย่างที่สุดว่า "แต่งเมียต้องแต่งคนมีคุณธรรม"
หวังเหลียงซานโกรธจัด คว้าข้อมือหูเถาแล้วลากเธอขึ้นมา "เตือนครั้งสุดท้ายนะ ถ้าอยากรอดก็หุบปากซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่สนใจแกอีก" สายตาเขาดูอำมหิตจนหูเถาถอยกรูดทันที เธอเอามือปิดปากแล้วสะอื้นไม่หยุด
หวังเหลียงซานเห็นฝ่ามือเปียกชื้น ใจเขาก็เริ่มอ่อนลง เขาปลอบเสียงเบา "หูเถา เราแต่งงานกันมาตั้งหลายปี เธอต้องเชื่อใจฉันสิ ฉันอุตส่าห์เชิญอาจารย์มาได้อย่างลำบาก ถ้าเธอทำให้ท่านโกรธจนหนีไป พวกเราต้องตายกันทั้งบ้านนะ"
หูเถาก้มหน้าเงียบงัน หวังเหลียงซานจึงพาเธอไปห้องข้างๆ แล้วไปลากตัวหวังเชี่ยนตามเข้ามาด้วย
หลี่ซานยืนมองเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ท่านประธานแม่งโหดว่ะ กล้าเอามือเปล่าไปจับเกล็ดปลาประหลาดนั่น ทำไมไม่ใส่ถุงมือวะ วินาทีนี้เขาแอบนับถือเ้านายตัวเองขึ้นมานิดๆ
เมื่อหวังเหลียงซานขู่กำราบทั้งสามคนเสร็จ เขาก็หันมาหาหลี่ซาน "ไปเชิญอาจารย์หลินมา"
"ได้ครับ" หลี่ซานลงไปตามหลินซี "อาจารย์หลินครับ ท่านประธานเชิญข้างบนครับ"
หลินซีเดินขึ้นมา พอได้เห็นภาพข้างในเธอก็รีบเบือนหน้าหนีทันที... ภาพมันรุนแรงต่อสายตาเกินไป ตัวประหลาดเกล็ดปลาสามตัวนั่งแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำคนละใบ คอยตักน้ำราดตัวไม่หยุด
หวังเหลียงซานแนะนำ "คนตรงกลางคือลูกชายผม หวังหู่ครับ"
หลินซีหันไปจ้องหวังหู่เป็พิเศษ บนตัวเขา เกล็ดปลาขนาดเท่าเล็บมือพากันขยับยั้วเยี้ยราวกับมีชีวิต เขาดูอาการหนักกว่าอีกสองคนอย่างเห็นได้ชัด ไม่เกินสามวันคงไม่รอด พอมองดูดีๆ เธอก็พบว่าสีของเกล็ดปลามันต่างกัน มีทั้งสีน้ำตาลเข้มและสีเหลืองอ่อน
เธอนิ่งพิจารณา บนหลังของหวังหู่ บนหน้าอกของหูเถา และบนหัวของหวังเชี่ยน ต่างมีเกล็ดปลาทั้งสองสีปะปนกัน โดยหวังหู่มีมากที่สุด รองลงมาคือหูเถา และหวังเชี่ยนมีน้อยที่สุด
หลินซีเอ่ยขึ้น "บนตัวพวกคุณแต่ละคนมีเกล็ดปลาสองสี... ไหนลองบอกมาสิ ว่าพวกคุณไป 'ล่วงเกินปลา' มาได้ยังไง?"
ทั้งสามคนยังคงก้มหน้าก้มตาเกาตัวและราดน้ำใส่ตัวเอง หวังเหลียงซานร้อนใจจนจะบ้า "อาจารย์ถามอยู่นะ รีบพูดสิ!"
หวังหู่พยายามอ้าปาก "พ่อ... ผมคันเหลือเกิน ทรมานมากเลย"
หวังเชี่ยนะโ "พ่อ หนูนึกอะไรไม่ออกเลย มันคันไปหมดทั้งตัวแล้ว!"
หวังเหลียงซานร้อนรน "อาจารย์ครับ มีวิธีบรรเทาอาการคันให้พวกเขาไหมครับ?"
หลินซีสะบัดยันต์ออกไปหนึ่งใบ ยันต์แผ่แสงสีทองจางๆ ทันใดนั้นหูเถา หวังหู่ และหวังเชี่ยนก็รู้สึกว่าความคันหายวับไปเป็ปลิดทิ้ง
หวังหู่ใ "พ่อ! ได้ผลจริงๆ ด้วย!"
หวังเชี่ยนเหมือนเห็นฟางเส้นสุดท้าย พยายามนึกเื่ที่เกี่ยวกับปลาสุดชีวิต... เธอยังเด็ก ยังไม่อยากตาย!
หลินซีกล่าว "วิธีนี้ช่วยได้แค่ชั่วคราวค่ะ การจะแก้คำสาปให้เด็ดขาด ต้องหาคนลงมือให้เจอ พวกคุณเล่ามาได้แล้ว"
หวังหู่กลับมาทำท่าทางโอหัง "เล่าอะไรนักหนา! รีบรักษาให้ฉันสิ ฉันสั่งให้เธอรักษาเดี๋ยวนี้นะ!"
หลินซีถึงกับพูดไม่ออก... บ้านนี้ไม่มีคนปกติเลย ฟังภาษามนุษย์ไม่รู้เื่หรือไง
หวังเหลียงซานสูดลมหายใจ "อาจารย์สั่งให้เล่าก็เล่าไป!"
หวังหู่ไม่ยอม "พ่อจะให้ผมเล่าทำไม เธอมีหน้าที่รักษาผมก็ต้องรักษาดิ!"
ทันใดนั้น หวังเชี่ยนก็กรีดร้องขึ้นมา "หนูนึกออกแล้ว! หมู่บ้านปี้ลั่ว! ปลานั่น... ต้องเป็ฝีมือของปลานั่นแน่ๆ!"
"หมู่บ้านปี้ลั่ว..." หวังเหลียงซานทวนชื่อหมู่บ้าน เขาตบหน้าผากตัวเองดังปึก "เดือนก่อน พวกเราสี่คนไปเที่ยวทางใต้ พักที่หมู่บ้านปี้ลั่วสามวัน ทัศนียภาพที่นั่นสวยมาก ชาวบ้านก็เป็กันเอง แต่มีจุดหนึ่งที่ประหลาดมาก คือในศาลเ้าของหมู่บ้านเขาบูชาปลาตัวหนึ่ง"
"พวกเขาไม่ไหว้เทพเ้า ไม่ไหว้พระพุทธรูป ไหว้เพียงปลาคาร์พ"
หวังเชี่ยนละล่ำละลักด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน "ปลาคาร์พตัวนั้น... หนูเห็นมันเข้ามาในบ้านเรา มันลอยอยู่กลางอากาศแล้วจ้องมองหนูอย่างโกรธแค้น ต้องเป็มันแน่ๆ ปลาคาร์พตัวนั้นมาทำร้ายเรา!"
หูเถาเบิกตาโพลง "เป็ไปไม่ได้ แกไม่มีทางเห็นปลานั่นหรอก"
"แกจำไม่ได้เหรอ?"
"ปลานั่นน่ะตายไปแล้ว"
"เพราะพวกเรากินมันเข้าไปไง!"
