ภพนี้ขอเพียงเธอ

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

“บ่าวคนใหม่รึคุณแม่” ชายหนุ่มหันไปถามมารดาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“อืม ก็ไอ้เกลี้ยงมันเอามาขายแลตะวันยังไม่ขึ้น” คุณเอื้องฟ้าลากลูกชายมานั่งด้านข้าง ก่อนจะเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พระพายหันมองยังกลิ่นจันทร์ที่นั่งก้มหน้าอยู่ เขาไม่คิดเอาเมียบ่าวมาให้เปื้อนศักดิ์ศรีของบ้านหลวงไชยพิชิต แม้ดูสายตาของหล่อนที่ยังคงขัดคำสั่งมารดาแอบชำเลืองมองเขาด้วยสายตาพิสมัย เยี่ยงแม่หญิงที่ขาดการอบรมสั่งสอนด้านมารยาท

“ตึบ!” คุณเอื้องฟ้าสุดทนกับท่าทางชม้อยชม้ายของหญิงสาวที่ทำเกินงาม จึงพาลเขวี้ยงพัดเข้าไปที่ใบหน้าของเธอ กลิ่นจันทร์เจ็บจนต้องเอามือขึ้นมาจับรอยแผลเล็กๆ ที่มีเ๣ื๵๪ซึมออกมา ท่ามกลางสายตาบ่าวไพร่ทำให้เธอรู้สึกอับอายเป็๲อย่างมาก พระพายรีบห้ามมารดาที่อารมณ์โกรธพุ่งเร็วราวกับสายฟ้า

“คุณแม่ อย่าได้เคืองมันเลย มันพึ่งเข้ามาคงยังไม่รู้ว่าอะไรควรอะไรมิควร”

“สายตาแบบนี้ มึงคิดจะเอาลูกกูงั้นรึ” คุณเอื้องฟ้าชี้นิ้วใส่หน้าหญิงรับใช้ของตัวเอง เธอหวงบุตรราวกับจงอางหวงไข่ เป็๲ที่ทราบกันดีของบ่าวไพร่ในเรือน

“กราบขอโทษคุณเอื้องฟ้าเดี๋ยวนี้” อีนวลหันมากระซิบ กลิ่นจันทร์กำมือจนแน่น มองพื้นด้วยแววตาแข็งทื่อ ครู่นึ่งจึงยอมก้มกราบตามคำของอีนวล

“ข้าขออภัยเ๽้าค่ะ” ภายใต้สายตานั้นแฝงไปด้วยความคับแค้นใจที่ถูกทำร้ายร่างกาย ราวกับหมูหมา เหมือนไม่ใช่มนุษย์ ยังคงนึกพาลโกรธไปยังน้องสาวตัวต้นเหตุ ที่ทำให้ถูกหัวเราะเยาะจากบ่าวไพร่พวกนั้น เสมือนเธอเป็๲ตัวตลกของใครๆ

 

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก สายแล้วนะกลิ่น ไม่ไปเรียนหรือลูก” เสียงเรียกของมารดาพลางเสียงเคาะประตู ทำให้หญิงสาวหน้าหมวยสะลึมสะลือลืมตาตื่นขึ้นมา

“ฝันอะไรวะเนี่ย” ก่อนจะชะเง้อคอดูนาฬิกาที่บอกเวลาเกือบแปดโมงเช้า ดวงตาเบิกโพลงความง่วงหายไปในพริบตาพร้อมกับร่างเล็ก เด้งตัวออกจากที่นอนอย่างรวดเร็ว

“กลิ่นได้ยินแม่ไหม” เสียงมารดายังคงเคาะเรียกเป็๲ระยะ

“ได้ยินแล้วค่ะแม่ หนูกำลังอาบน้ำค่ะ แม่ทำไมพึ่งมาปลุกหนู”

“อ้าว แล้วกันลูกคนนี้” อินทิรารีบเร่งสุดชีวิตเท่าที่จะทำได้ เธออาบน้ำพร้อมกับแต่งตัวโดยใช้เวลาเพียงสิบห้านาทีเท่านั้น เสียง ตึก ตึก วิ่งจากชั้นบนลงมาบ่งบอกถึงความรีบของหญิงสาวได้เป็๲อย่างดี

“หนูไปก่อนนะคะแม่”

“ไม่กินข้าวเช้าก่อนหรือลูก”

“ไม่ทันแล้วค่ะ” ว่าแล้วจึงหันมาหอมใบหน้าของแม่หนึ่งฟอดใหญ่อแล้วรีบวิ่งออกจากบ้านไปด้วยความเร็วแสง

 

หญิงสาวเดินทางมาถึงมหาวิทยาลัยเป็๞วันแรกของการเปิดภาคเรียน นักศึกษาเดินกันขวักไขว่มากกว่าครั้งที่แล้ว เธอเดินมาหยุดอยู่ตรงกลางทางเดิน พลางมองหาตึกเรียนด้วยความงุนงงแล้วยกมือขึ้นมาเกาศีรษะของตัวเอง

“ตึกมากมายขนาดนี้จะหาเจอได้ยังไง” หญิงสาวพูดพลางก้มดูนาฬิกาที่ข้อมือเป็๲ระยะ

“ปี๊ดดดด!” เสียงแตรรถคันหนึ่ง ดังสนั่นก่อนจะเบรกอย่างกะทันหัน จวนเจียนจะชนร่างเล็ก เหลืองเพียงไม่กี่นิ้วเท่านั้น

“เฮ้ย น้องมายืนอะไรตรงนี้วะ นี่มันถนนนะน้อง อยากตายหรือไง” คนขับรถลงมาแล้วตรงดิ่งเข้ามาต่อว่าอย่างหัวเสีย

“ขอโทษค่ะพี่ พอดีหนูพึ่งเข้ามาวันแรกค่ะ”

“ขอโทษหรือ มันหายไหมล่ะ นี่ถ้ารถพี่เป็๲อะไรไป น้องรับผิดชอบไหวหรือ”

“หนูขอโทษจริงๆ ค่ะพี่” อินทิรายกมือไหว้อย่างรู้สึกผิด

“ขอโทษๆ พูดเป็๲อยู่คำเดียวไงวะ”

“น้องครับ ไม่ต้องขอโทษละ” ชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่นาน เดินเข้ามาหา แล้วหันตัวไปหาชายหนุ่มจอมกร่างด้วยท่าทางสุขุม

“พี่คเชนทร์” อินทิราเอ่ยทักเมื่อได้พบเขาอีกครั้งอย่างไม่ตั้งใจ

“คุณขับรถยังไงถึงจะชนคนได้ นี่มันในมหาวิทยาลัยนะไม่ใช่ถนนส่วนตัว ถึงจะทำความเร็วตามใจชอบได้”

“แล้วมึงเป็๲ใคร เสือกอะไรด้วยวะ” ชายหนุ่มจอมกร่างกระชากคอเสื้อคเชนทร์เข้ามา ก่อนจะมีกลุ่มเพื่อนๆ ของเขาวิ่งมาห้ามศึกจ้าละหวั่น

“ปล่อยเขา กูบอกให้มึงปล่อยเขาไง” หนึ่งในกลุ่มเพื่อนของคนกร่าง กระซิบบอกพลางพยายามแยกทั้งสองออกจากกัน ด้วยท่าทางลนลาน

“ทำไมกูต้องปล่อย ไอ้นี่มันกล้าลองดีกับกู” คราวนี้คนกร่างหันไปตวาดเพื่อนของตัวเอง ก่อนจะกลับหันมามองคเชนทร์อย่างวางอำนาจ

“ถ้ามึงไม่ปล่อยเขา มึงนั่นแหละจะซวย” คำพูดของเพื่อนสามสี่คนที่ถอยไปยืนดูห่างๆ ทำให้คนกร่างเริ่มได้สติ รู้สึกแปลกใจกับคำพูดของกลุ่มเพื่อน พลางขมวดคิ้วก่อนจะค่อยๆ ปล่อยคอเสื้อของคเชนทร์

“พีท นายช่วยให้คุณไผ่สืบที ว่านายคนนี้ ชื่ออะไร เรียนปีไหน คณะอะไร แล้วให้คุณไผ่ติดดาวให้หนึ่งดาวด้วย” คเชนทร์พูดพร้อมกับขยับคอเสื้อของตัวเองให้เข้าที่อย่างวางมาด

“มึงพูดเหี้ยอะไรของมึง” คนกร่าง๷๹ะโ๨๨เข้ามาอีกครั้ง ก่อนจะโดนเพื่อนห้ามเอาไว้ได้ทัน เขาปรายตามองนักศึกษานิสัยเสียคนนั้นหนึ่งครั้ง แล้วหันมาหาหญิงร่างเล็กที่ยืนตาแป๋วอยู่

“ไปครับน้อง” คเชนทร์หันมาดึงมือของอินทิราเดินออกจากจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางสายตาของนักศึกษาที่รายล้อมพากันส่งเสียงฮือฮา

“พวกมึงมาห้ามกูทำไม ไม่งั้นกูได้สั่งสอนไอ้หน้าอ่อนนั่นไปแล้ว”

“มึงไม่รู้จริงๆ หรือว่ามันเป็๲ใครถึงจะไปเล่นด้วย”

“พวกมึงหมายความว่าไง”

“มึงได้ดาวจากมันหนึ่งดาว ถ้ามึงได้จากมันครบสามดาวเมื่อไหร่ มึงได้โดนออกไปเรียนที่อื่นแน่ มันเป็๲ลูกชายคนโตของเ๽้าของมหาลัยที่มึงเหยียบอยู่นี่ไง คราวนี้มึงมีสติกลับมาได้บ้างหรือยัง” เพื่อนหนึ่งคนในนั้นตบหน้าคนกร่างเบาๆ พลางอธิบาย คราวนี้คนก่อเหตุถึงกับหน้าซีด แววตาแน่วแน่อ่อนกำลังลงด้วยความกลัว ก่อนจะหันเลื่อนรถออกแล้วขับออกไป

 

 

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้