“ป่าที่นี่ดูแปลกดูเหมือนมันจะแยกตัว จากป่าที่เราสำรวจมา พวกเราต้องระวังตัวกันมากขึ้น”หลิงหลงพูดขึ้น ก่อนจะเดินเข้าป่าไปเป็คนแรก
“มันไม่ได้ดูแปลก แต่มันมีพลังิญญาต่างหาก ป่านี้มีพลังิญญา”เฟยหย่าร้องขึ้นอย่างดีใจ
“ของในนี้ไม่ว่าจะเป็สมุนไพร หรือผลไม้มีพลัง มากกว่าป่าที่เราผ่านมา เ้าม้าและไก่ พวกเ้าหากินหญ้ากินผักที่มีพลังิญญานี้เข้าไป ไม่แน่ว่าพวกเ้าอาจจะเลื่อนขั้น จากระดับสองขึ้นเป็ระดับสามก็ได้”
“เฟยหย่า! เ้าบอกว่านี่คือป่าพลังิญญาอย่างนั้นรึ? ไม่ใช่เพียงแต่สมุนไพรหรือผลไม้ที่มีพลัง เ้าอย่าลืมว่าสัตว์ที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็จะต้องมีพลังที่สูงขึ้นด้วย!”
“โอ้!ข้าลืมไปได้ยังไงกัน พวกเ้าระวังตัวกันด้วย!”เฟยหย่าพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น นางอยากเห็นเต็มแก่แล้วอ่านตำรามาหลายคืน
“มันช่างสวยงามจังเลย ยามใบไม้ต้องกับแสงแดดระยิบระยับ เหมือนมีหมอกบางเบาอยู่ทั่วไป อากาศก็สดชื่น หลิงหลงเราอยู่ที่นี่สักปีหนึ่งเถอะ ข้าอายุแปดกว่าปีกว่า สักสิบปีออกไปก็ยังไม่สาย”
“นานขนาดนั้นคนข้างนอกไม่คิดว่าเรา หายสาบสูญไปแล้วหรือ ข้าตอนนี้อายุสิบสอง สามารถอยู่กับเ้าได้ แต่ว่า ต้องส่งข้อความไปหาท่านปู่ ว่าข้ายังมีชีวิตอยู่ ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะจัดงานศพให้ข้าเป็แน่”
“ทำยังไงล่ะถึงจะสื่อสารไปข้างนอกได้”
“นก!นก!” ทั้งคู่พูดออกมาพร้อมกัน เมื่อมองเห็นนกน้อยสีสวย บินอยู่บนยอดไม้ ที่มันดูมีพลัง
เฟยหย่าใช้วิธีเดิมเอาผลไม้จากแดนเซียน ที่อยู่ในแหวนมิติออกมากัดกิน เพื่อให้กลิ่นของมันลอยไปหานกน้อยสีสวย
นกร้อง “จิ๊บจิ๊บ!” บินลงมาจากบนยอดไม้ มาเกาะอยู่กิ่งใกล้กับเฟยหย่า เพื่อสูบกลิ่นผลไม้ ที่มันไม่เคยได้กลิ่นหอมหวานแบบนี้มาก่อน แม้ในป่านี้จะมีพลัง แต่กลิ่นแบบนี้ มันดูสูงส่งและน่าอร่อย
“เ้าอยากกินผลไม้อย่างนั้นรึ? รับไปกินสิ รับรองว่าอร่อยกว่าผลไม้ในป่านี้อย่างแน่นอน”นางพูดพร้อมกับยื่นผลไม้ในมือให้
‘ทำไมภาพนี้ถึงได้คุ้นตายิ่งนัก’ม้าทั้งสองตัวต่างคิดเหมือนกัน
มีแต่ไก่ที่คิดแตกต่างออกไป เพราะว่าตอนนั้นเด็กหญิงคนนี้ ไม่น่าจะรู้ว่ามันเดินอยู่แถวนั้น หรือว่านางจะรู้กัน
ทั้งหมดเดินเข้าป่าไป ต่างแยกย้ายหาสมุนไพรและผลไม้ เฟยหย่าเก็บไว้บางส่วน และบางลูกก็ขนมาให้ม้าและไก่ ที่ยืนรออยู่ใต้ต้น “พวกเ้ากินแล้วก็ต้องช่วยกันหาสมุนไพร แล้วหญ้าพวกเ้าไม่อร่อยหรือยังไง”
‘พลังน้อยกว่าผลไม้ ข้าเริ่มติดใจผลไม้ จนไม่อยากกินหญ้า’เสียงม้าดังขึ้นในหัว
‘ข้าก็เหมือนกัน กินผลไม้แล้วแข็งแรง ดูขาและเดือยของข้าสิ ข้าเห็นหนอนและไส้เดือน รู้สึกไม่อยากกิน’
“เ้าไม่ใช่ไก่ที่ลืมกำพืดของตัวเองใช่หรือไม่? เวลาพูดถึงหนอนและแมลง ดูสีหน้าของเ้าเหมือนรู้สึกขยะแขยงยังไงไม่รู้”
“ถ้ากินแล้วมีพลังมีแรงก็กินไปเถอะ ถ้าเห็นข้าปีนต้นไหนก็มายืนรออยู่ใต้ต้นก็แล้วกัน ต่อไปข้าจะไม่ขนลงมาให้ แต่จะโยนลงไปจากบนต้น เป็การฝึกให้พวกเ้า ใช้วิชาโดดรับกินผลไม้แทน”ไก่และม้าหันมามองหน้ากัน
“ข้าต้องบอกหนิงหลง ให้เอาผลไม้ให้เ้าม้าดำกินบ้างแล้ว ไม่รู้ว่าทั้งคู่สื่อสารกันเื่ผลไม้หรือไม่”
ต้นผลไม้ในป่าต้นสูงมาก สูงไม่ธรรมดา เหมือนมันแข่งกันสูงเพื่อเร่งแสงแดด ตรงไหนที่เป็พื้นที่โล่ง มีต้นหญ้าดอกไม้และสมุนไพร ขึ้นอยู่เป็ประปราย
“เอ๋!ทำไมป่าตรงนั้น ไม่สูงไม่ต่ำแต่ดอกไม้ดูหนาแน่นมาก”เฟยหย่าวิ่งนำหน้า เข้าไปยังดงดอกไม้
“หอม! หอมมาก กลิ่นนี้มาจากต้นไหนกันน่ะ”ไก่เดินตามมา ‘กลิ่นหอมทุกต้น เป็กลิ่นไหนที่เ้าชอบ' แม้แต่ม้าที่เดินตามหลังมา ยังทำจมูกฟืดฟาด เพราะกลิ่นที่หอมจนแสบจมูก
“ถ้าได้ดอกไม้พวกนี้ไปปลูกที่เนินเขา คงจะดีไม่น้อย หอมตลบอบอวลไปทั่วในระยะสองลี้ สงสัยต้องคว้านซื้อที่ดินก่อนขึ้นเนินเขา มาให้หมดปลูกดอกไม้และสมุนไพร ผลไม้มีพลัง ไม่ต้องเยอะแค่รอบเขาก็พอ”
‘ปลูกสิข้าจะช่วยเ้า พรวนดินทำสวนเอง ข้ารู้แหล่งว่าไส้เดือนอยู่ที่ไหน จับให้มันมาช่วยทำให้ดินของเ้าดีขึ้น รับรองว่าดอกไม้และสมุนไพรของเ้า ต้องงอกงามแน่นอน'เสียงไก่ดังขึ้นมาในหัว
“ข้าเองก็อยากได้แบบนั้น แต่จะขนพันธุ์ดอกไม้พวกนี้ไปได้ยังไง ถ้าตัดไม้มาทำเป็ถัง ใส่ดินเข้าไปเอาดอกไม้ลงไปปลูก แล้วเก็บเข้าไปในแหวนมิติ มันจะตายไหมนะ แต่ผลไม้และสมุนไพรใส่เข้าไปมันก็ยังดูสดนี่นา”
เฟยหย่าพึมพำเบาๆไม่คิดว่าจะมีใครได้ยิน “จิ๊บ จิ๊บ” นกน้อยสีสวยบินมาหา ดึงชายแขนเสื้อ แล้วดึงไปข้างหน้า “เ้าจะพาข้าไปไหนอย่างนั้นรึ”ถามออกไปแต่เท้าก็ก้าวตาม
“โอ้!ในม่านหมอกนี้ช่างสวยจัง เอ๊ะ!นั่น…มันคือ ภูตอย่างนั้นหรือ?”
เฟยหย่า รีบเข้าไปดูสิ่งที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ แต่ใหญ่กว่านิ้วโป้งของนางไปนิดเดียว มันมีผมสีม่วงมีปีกสีชมพู ใส่ชุดที่เป็ใบไม้สีเขียว ดวงตากลมโตจมูกโด่งปากเล็ก มันนั่งอยู่บนดอกไม้
“มันคือตัวภูตจริงด้วย เหมือนในหนังสือที่อ่านเลย ดูเหมือนมันจะได้รับาเ็ที่ข้อเท้า”นางยื่นมือเข้าไปหา
“เ้าขยับตัวขึ้นมาบนฝ่ามือข้าได้ไหม ข้าไม่รู้ว่าเ้าเจ็บตรงไหนบ้าง แล้วต้องจับส่วนไหนของเ้า ข้ามีโอสถรักษาแผล ข้าจะช่วยเ้า”
“จิ๊บ จิ๊บ”เสียงนกน้อยดังขึ้น ตัวภูตเลยค่อยขยับตัว เข้ามาที่ฝ่ามือเฟยหย่า
“แปลกจังตัวเ้าไม่ได้ใหญ่? แต่พอเข้ามาอยู่ในฝ่ามือกับรู้สึกว่าหนักและใหญ่ขึ้น หรือว่าข้ามองใกล้เกินไป ถ้าให้กินยาแก้อาการเจ็บป่วยาเ็ เหมือนที่เอาให้กวางเทากิน แต่ว่าเ้าตัวเล็กเกินไป”
“จะเล็กหรือใหญ่ก็าเ็เหมือนกัน”เฟยหย่าเอาโอสถจากมิติออกมา ยื่นให้ตัวภูต “ดูเหมือนโอสถจะใหญ่กว่าปากเ้า”
เฟยหย่าพูดยังไม่ทันจบ มือเล็กก็จับโอสถยัดใส่ปาก ด้วยความเร็วที่นางมองแทบไม่ทัน ว่าปากของตัวภูตขยายขึ้นได้
“ตัวเ้าขยายได้และหดได้อย่างนั้นรึ?”
“กรี๊ดด!” ร่างของภูตลอยขึ้นกลางอากาศ ตัวของมันขยายขึ้นตัว เท่าแขนของเด็กวัยแปดขวบอย่างนาง ปีกที่ดูบางเบาและสวยงาม ร่างของมันเปล่งประกายออกมา
‘มันกำลังยกระดับ หลังจากได้กินยาแก้อาการาเ็ไป ทำให้มันตัวใหญ่ขึ้นความสามารถก็เพิ่มขึ้นด้วย ถ้ามีภูตไปอยู่ด้วย ไม่ต้องห่วงเื่ดอกไม้และสมุนไพรแล้ว’เสียงไก่ดังขึ้นในหัว
‘ทำยังไงถึงจะชวนมันไปอยู่ด้วยได้เล่า ข้าก็อยากได้! อ่านเจอในตำรา ที่ข้าดั้นด้นเข้าป่าลึก เผื่อจะเจอกับตัวภูตนี่แหละ’
‘ต้องให้นกสื่อสารให้ ข้าจัดการเื่นี้เอง เ้าไปเตรียมทำลังไม้ปลูกดอกไม้เถอะ’
เฟยหย่า เดินถอยห่างออกมา ตามองหาไม้ที่แห้งหรือไม้ไผ่ มาทำที่เพาะปลูกดอกไม้ ‘เอาไปให้เยอะไม่แน่ว่า ขายพันธุ์ดอกไม้จะได้ตำลึงเพิ่ม และบ้านเมืองก็จะมีแต่กลิ่นหอม’
เฟยหย่าคิดไปทำไป ผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป ได้ลังไม้ขนาดไม่ใหญ่ห้าลัง ‘แค่นี้น่าจะพอ ถ้าให้ทำใบใหญ่เท่าลังใส่สินค้าของท่านลุง คงต้องใช้เวลานาน’
ลังไม้ทั้งห้าถูกลากมาวางไว้ กลางดงดอกไม้ ถึงตัวภูตไม่ไปด้วย นางก็ต้องเอาดอกไม้พวกนี้ไปอยู่ดี
'ไก่ใหญ่เ้าอยู่ไหน เดินมาที่กลางดงดอกไม้ มาเอาดินใส่ลังให้ข้าด้วย’อสูรไก่ตัวใหญ่สง่าผ่าเผย ขนสีแดงสลับดำที่อยู่บนตัวเป็มันเลื่อมวิ่งมาอย่างไว
‘ได้มาแค่นี้เองหรือ ปลุกไม่กี่ต้นก็หมดแล้ว ข้าว่าเ้าทำมาเพิ่มเถอะ’
“แค่นี้ยังไม่พอหรือ ข้าว่าหาขอนไม้ใหญ่ แล้วให้เ้าเจาะเป็ท่อนๆจะง่ายกว่าไหม เ้าก็เห็นค่าตัวเล็ก หายไปตั้งนานได้มาแค่นี้”
อสูรไก่ได้ยินมันยืดตัวสูงขึ้น เดินออกไปหน้าอกมันแทบยื่นเลยหน้าไปไกล เฟยหย่าแต่ได้มองตาม นางไม่เข้าใจท่าทางของไก่
“ป๊อก ป๊อก ป๊อกแป๊ก”
เสียงสับไม้ ดังมาจากในป่า ไม่ไกลจากดงดอกไม้ เฟยหย่าเลยตามไปดู ภาพที่เห็นคือ อสูรไก่ตัวใหญ่กำลังใช้ปากที่แหลมคม เจาะท่อนไม้อยู่ มันใช้อุ้งเท้าทั้งสองจับไว้ ปีกสองข้างกระพือขึ้นลง
‘มันเป็อสูรไก่ ที่ดุร้ายเจุ์ที่ไหนไล่จิกกัดที่นั่น จริงหรือ!’
ผ่านไปไม่นาน ขอนไม้ใหญ่กลายเป็ลังยาวใหญ่ แปดลังวางเรียงรายกันอยู่ เฟยหย่าเห็นดังนั้น รีบเอาผลไม้จากมิติและน้ำไปยื่นให้
“โอ้! เ้าช่างเก่งมาก ใช้เวลาไม่นานสามารถทำลังไม้ออกมาได้ตั้งแปดลัง แถมมีขนาดใหญ่อีกด้วย อย่างนี้ข้าก็ขนพันธุ์ดอกไม้และสมุนไพรไปได้เยอะแล้ว”
“ขนาดเ้าเป็อสูรระดับสองยังเก่งขนาดนี้ ถ้าเป็อสูรระดับสามจะขนาดไหน หรือจะเอาโอสถเพิ่มพลังปราณให้กินดี เ้าม้าด้วย”อสูรไก่ได้ยินรีบวิ่งมาหา
‘เ้ามียาสามารถเพิ่มพลังได้อย่างนั้นหรือ รีบเอามาให้ข้ากับเ้าม้ากินเลย พอพวกข้าแข็งแกร่งเ้าก็สบาย ไม่มีใครกล้ามาทำร้ายหรือหาเื่กับเ้า’
‘จริงอย่างนั้นหรือ ต้องหาที่พักผ่อน แล้วให้พวกเ้ากินโอสถจะได้มีที่นอนพัก ข้าให้พวกเ้ากินแน่ แต่ขอเวลาหาที่พักก่อน’
เฟยหย่าสื่อสารจบไปเท่านั้น เหมือนไก่มีพละกำลังเพิ่มขึ้น มันและม้าช่วยกันขุดดินใส่ลังไม้ ทั้งแปดลังอย่างละครึ่ง และต่อมานางก็เห็นภูตบินโปรยปรายสายน้ำลงไปในลัง มีดอกไม้ลอยเข้าไปอยู่ในลังไม้
“โอ้? เกิดอะไรขึ้นกัน ตาข้าไม่ได้มองผิดไปใช่หรือไม่ ดอกไม้สามารถลอยเข้าไปในลังไม้ ที่ตัวภูตโปรยปรายน้ำลงไป”เฟยหย่าร้องเสียงดัง
เหลือลังไว้ปลูกสมุนไพรสามลังและที่นาง ทำไว้อีกห้าลังเล็ก
'เ้ารีบมาเก็บเข้ามิติไปก่อนเลย' เสียงไก่ดังขึ้นเฟยหย่ารีบไปเก็บทันที นางกลัวหนิงหลงจะมาเห็น
เย็นวันนั้น ม้าดำพาร่างของหลิงหลงกลับมา ที่เฟยหย่าอยู่ มันสื่อสารทางจิตกับม้าขาว
“เฟยหย่าเ้าอยู่ที่นี่ทั้งวันเลยรึ?”
“ใช่แล้ว วันนี้เราจะพักที่นี่ ข้ามีเื่จะพูดกับเ้าด้วย”
หลิงหลงะโลงจากหลังม้า เดินมาหาเฟยหย่า “เ้ามีเื่อะไรจะพูดกับข้าอย่างนั้นหรือ พูดมาได้เลย”
“ข้าจะเอาโอสถเพิ่มพลังปราณ ให้ม้าทั้งสองได้กินและไก่ด้วย พวกมันต้องนอนหลายวัน เราต้องเข้าป่าเองเ้าสะดวกหรือไม่”
“เ้ามีโอสถเพิ่มพลังปราณอย่างนั้นหรือ มีเยอะไหมข้าก็อยากได้สักเม็ดหนึ่ง เ้าเองก็ไม่กินเพิ่มพลังตัวเองเข้าไปล่ะ แถวนี้ไม่ได้มีอันตรายอะไร ถ้ากินไปพร้อมกัน เราก็นั่งโคจรพลัง ไม่ต้องเดินทางไปที่ไหน”
“โอ้!ข้าลืมไปได้อย่างไรกันน่ะ ถ้าอย่างนั้นเราหาที่ปลอดภัยและพักผ่อน เราโคจรพลังสักสามวันเถอะ”
ทั้งสองตั้งกระโจมคู่กัน ไว้ที่ข้างต้นไม้ใหญ่ ด้านหลังของกระโจมคือต้นไม้ ไกลออกไปเล็กน้อย เป็กระโจมที่ไม่ได้หนาแน่น แต่หลังใหญ่สำหรับสัตว์อสูรทั้งสาม เฟยหย่าวางค่ายกล ป้องกันการโจมตีไว้โดยรอบ
เย็นวันนั้นเฟยหย่า นำโอสถเพิ่มพลังปราณออกมาจากแหวนมิติ แจกให้จากอสูรทั้งสาม หลิงหลงและนางได้กิน ไม่มีความเ็ปใดๆปรากฏขึ้น มีแต่อาการร้อนวูบวาบวิ่งตามเส้นลมปราณ ไปยังจุดตันเถียนเท่านั้น
