บทที่ 183 รวมพล
ลู่อวี่เองไม่ได้ไม่ปรารถนาการปรุงโอสถ แต่ตัวเขาเพิ่งกลับมาจากตำหนักมหาเทพ จำเป็ต้องปรับตัวก่อนจะเริ่มต้นใหม่ การรีบเร่งปรุงโอสถเช่นนี้ แม้แต่ปรมาจารย์โอสถก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ การปรุงโอสถถือเป็งานละเอียดอ่อน หากผิดพลาดเพียงนิดอาจส่งผลเสียอย่างใหญ่หลวง ไม่จำเป็ต้องรีบร้อน
จีชิงรั่วและลู่หนานต้องเหนื่อยกันมากในครั้งนี้ แม้ว่าลู่อวี่จะมอบหมายงานปรุงโอสถให้พวกนางมาก่อนหน้า แต่ก็ไม่รีบเร่งและมักจะคอยให้คำแนะนำอยู่ข้างๆ ยามนี้ต้องทำตามคำขอของผู้เฒ่าห้าลู่หงิ ที่้าเน้นเพียงปริมาณ ไม่เน้นคุณภาพและอัตราความสำเร็จสูง เพราะรู้ดีว่าเด็กสาวทั้งสองมีพร์ แต่ยังขาดประสบการณ์ในการปรุงโอสถ เพียงเปิดโอกาสให้พวกนางได้ฝึกฝนก็เท่านั้น
ดังนั้นยามที่ลู่อวี่มาหาลูกศิษย์ทั้งสอง พวกนางจึงดูเหนื่อยล้าไม่น้อย แต่เห็นได้ชัดว่าการปรุงโอสถในครั้งนี้ทำให้พวกนางได้เรียนรู้มากขึ้น จึงไม่ได้รู้สึกว่าเป็เื่ที่แย่อะไร
ลู่อวี่ปลอบใจเด็กสาวทั้งสองเพียงเล็กน้อย หลังจากดูพวกนางปรุงโอสถขั้นเก้าหนึ่งเตาแล้ว ก็รู้สึกพอใจจนต้องเอ่ยชมเชยพวกนาง จากนั้นก็บอกให้ไปพักผ่อนเสีย
เมื่อเขากลับมาแล้ว ก็ตัดสินได้ใจว่าคืนนี้จะพักผ่อนสักหน่อย พรุ่งนี้คงสามารถเริ่มปรุงโอสถได้ ไม่จำเป็ต้องให้ทั้งลู่หนานและจีชิงรั่วปรุงโอสถอย่างหนักอีกต่อไป อีกทั้งดูจากสภาพจิตใจของทั้งสองในยามนี้ การจะฝืนให้ฝึกปรุงโอสถต่อไปคงไร้ความหมาย
หลังจากลู่อวี่พักผ่อนอยู่หนึ่งคืน ในรุ่งเช้าของวันถัดไปก็เริ่มลงมือปรุงโอสถ
การปรุงโอสถของลู่อวี่ไม่เหมือนกับนักปรุงโอสถทั่วไปที่จะแบ่งปรุงทีละเตาหลอมโอสถ โดยเฉพาะในยามนี้ที่ความ้าโอสถวิเศษมีมากล้น เขา้าใช้โอกาสนี้ทำกำไรสักหน่อย
ในห้องปรุงโอสถใหม่ที่สร้างขึ้น มีห้องปรุงโอสถเฉพาะสำหรับเขา ซึ่งมีเตาหลอมโอสถไฟปฐีอยู่เก้าใบ เตาปรุงโอสถระดับอาวุธวิเศษเก้าใบ ด้วยพลังของลู่อวี่ในปัจจุบัน เขาสามารถใช้เตาหลอมโอสถทั้งเก้าได้พร้อมกัน ซึ่งเป็เตาหลอมโอสถที่เขาขอให้คนสร้างขึ้นให้ภายในห้องปรุงยาส่วนตัวของตนเอง
เตาหลอมเทียนซิงระดับอาวุธวิเศษที่ดีที่สุดของลู่อวี่ถูกยืมไปให้ผู้เฒ่าห้าลู่หงิใช้ปรุงโอสถ เนื่องจากมีิญญาอาวุธช่วยเหลือ หากไม่ใช่การปรุงโอสถที่ท้าทายยิ่ง ผู้เฒ่าห้าลู่หงิและลู่เหว่ยเฉินที่เป็นักปรุงโอสถขั้นห้าของตระกูลลู่ ก็สามารถใช้เตานี้ปรุงโอสถได้อย่างคล่องมือ ทั้งยังสามารถเพิ่มอัตราความสำเร็จและคุณภาพได้อีกด้วย แต่สำหรับลู่อวี่แล้ว มันไม่ได้มีประโยชน์มากนัก จึงให้อีกฝ่ายยืมไป
ในขณะที่การต่อสู้ระหว่างเทียนตูกับดินแดนมารเข้าสู่่หยุดชะงัก แต่ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีที่ว่าจะประนีประนอมให้กัน ดังนั้นทุกวันจึงยังมีการต่อสู้และมีผู้าเ็ล้มตายอยู่เนืองๆ ดังนั้นการเปิดเตาปรุงโอสถครั้งนี้ของลู่อวี่จึงเน้นไปที่โอสถรักษาและโอสถฟื้นฟูแทน
“พวกเ้าทั้งหมดจงหยุดปรุงโอสถ ยามนี้นายน้อยเปิดเตาหลอมโอสถแล้ว ้าสมุนไพรจำนวนมาก พวกเ้าจงไปช่วยจัดการสมุนไพรอย่างรวดเร็ว ขอเพียงมีประสิทธิภาพสูงและมั่นใจได้ในคุณภาพ หากผู้ใดทำผิดพลาดจนส่งผลต่อการปรุงโอสถของนายน้อย พวกเ้าคงรู้ผลลัพธ์ที่จะตามมาดี!”
ผู้ดูแลห้องปรุงโอสถของตระกูลลู่รีบเข้ามาในห้องปรุงโอสถ พลางกวาดตามองไปรอบๆ แล้วเอ่ยพูดเสียงดัง
ยามนี้นักปรุงโอสถขั้นสูงของตระกูลลู่ทุกคนงานยุ่งมากและไม่มีเวลาว่าง ลูกศิษย์ที่เป็นักปรุงโอสถทุกคนต้องมารวมตัวกันจัดการสมุนไพร ถึงคราวนายน้อยเปิดเตาหลอมโอสถ การเตรียมสมุนไพรที่จัดการแล้วจึงมีความตึงเครียดขึ้น นักปรุงโอสถขั้นต่ำเหล่านี้จึงถูกเรียกไปจัดการสมุนไพร
แม้ว่านักปรุงโอสถเหล่านี้จะไม่ได้มีระดับสูง แต่เมื่อเทียบกับผู้ดูแลห้องปรุงโอสถ อีกฝ่ายก็ยังมีสถานะสูงกว่ามาก ปกติไม่ใช่หน้าที่ของผู้ดูแลที่จะมาชี้นำ แต่เนื่องจากลู่หงิและลู่เหว่ยเฉินงานยุ่งมาก และเมื่อกล่าวอ้างถึงการปรุงโอสถของนายน้อย จึงไม่มีนักปรุงโอสถตระกูลลู่คนใดกล้าละเลย ทำให้ผู้ดูแลตำแหน่งเล็กๆ ผู้นี้ได้มีโอกาสแสดงอำนาจ
ใน่เวลาเพียงสามถึงสี่วัน ลู่อวี่ปรุงโอสถจำนวนหลายแสนเม็ดด้วยความเร็วเฉลี่ยวันละสิบแปดเตาหลอมโอสถ แต่ละเตาปรุงออกมาได้จำนวนหมื่นเม็ด ส่วนใหญ่เป็โอสถรักษาและโอสถฟื้นฟู แต่ก็มีบางชนิดที่เป็โอสถแก้พิษ โอสถระงับจิตและโอสถสำหรับฝึกฝน ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนโอสถวิเศษของตระกูลลู่ได้ไม่น้อย
“ท่านผู้เฒ่าสูงสุด ผู้รอบรู้หยวนตู้ส่งข่าวมาว่าแนวหน้าขาดแคลนโอสถวิเศษ หวังว่าพวกเราจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ เพราะนักพรตมารชำนาญการสู้รบกว่าฝั่งเทียนตู หากไร้ซึ่งการสนับสนุนโอสถวิเศษจากตระกูลลู่ ย่อมส่งผลกระทบต่อพลังและขวัญกำลังใจอย่างยิ่ง!”
ผู้ที่มาคือผู้รอบรู้เฟยอวิ๋น ผู้ซึ่งรับผิดชอบด้านข่าวสารและการติดต่อของตำหนักมหาเทพ ซึ่งเป็ยอดฝีมือขั้นเกิดเทพเ้า
“อืม คลังโอสถตำหนักของเรายังมีโอสถวิเศษที่สามารถใช้งานได้เท่าไร?” ผู้เฒ่าสูงสุดหยวนหวูจี๋ถามขึ้นเบาๆ
“เราเก็บสะสมโอสถสำรองมานานหลายปี จำนวนยังคงมีอยู่ไม่น้อย หากใช้เพียงสนับสนุนแนวหน้า ก็สามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่องประมาณปีครึ่ง แต่การต่อสู้กับดินแดนมารไม่รู้จะยืดเยื้อไปนานเพียงใด หากไม่มีโอสถวิเศษสำรองที่เพียงพอ ยามเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้น คงไม่อาจรับมือได้อย่างราบรื่น”
ผู้เฒ่าสูงสุดหยวนหวูจี๋พยักหน้าเบาๆ แล้วกล่าวต่อว่า “เื่นี้ข้าได้วางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว เนื่องจากตอนนี้สถานการณ์ของโอสถวิเศษกำลังตึงเครียด หากเป็เช่นนั้นก็จงดำเนินการล่วงหน้า เ้าจงไปเชิญนายน้อยลู่อวี่มาที่นี่เพื่อดูแลการปรุงโอสถ รวบรัดการปรุงโอสถและการจัดสรรโอสถให้เป็หนึ่งเดียว น่าจะพอช่วยบรรเทาสถานการณ์ขาดแคลนโอสถวิเศษได้มาก!”
ผู้รอบรู้เฟยอวิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อย พลันถามต่อว่า “ตระกูลลู่คงไม่ยอมตอบตกลงง่ายๆ”
เขาได้ยินมาว่านายน้อยตระกูลลู่ปรุงโอสถได้หลายแสนเม็ดในครั้งเดียว ถือเป็จำนวนไม่น้อย หาก้าย้ายตัวลู่อวี่มาที่ตำหนักมหาเทพ ตระกูลลู่คงไม่ยินดีแน่ ดังนั้นเขาจึงกล่าวต่อว่า “หากนายน้อยลู่อวี่ยอมมาดูแลเื่นี้ให้จริงๆ ก็คงจะช่วยได้มาก ด้วยความเชี่ยวชาญในการปรุงโอสถของเขาอย่างเดียว ก็เพียงพอจะทำให้ทุกคนยอมรับได้ แต่การทำเช่นนี้อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อกิจการของตระกูลลู่!”
ผู้เฒ่าสูงสุดหยวนหวูจี๋เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของผู้รอบรู้เฟยอวิ๋น แต่ใบหน้าของชายชรากลับไม่ร่องรอยความกังวล เพียงกล่าวว่า “เื่นี้ให้เ้าถ่ายทอดออกไป ถึงเวลานั้น หากตระกูลลู่มีข้อเรียกร้องใด ย่อมเจรจาหาข้อตกลงร่วมกันได้!”
ผู้รอบรู้เฟยอวิ๋นยังไม่เข้าใจว่ามีเื่ราวภายในอะไรที่เขายังคาดไม่ถึงอีก แต่เมื่อผู้เฒ่าสูงสุดหยวนหวูจี๋สั่งการมาเช่นนี้ เขาจึงไม่กล้าพูดอะไรอีก รีบลุกขึ้นไปจัดการเื่นี้ทันที
“นายน้อย ตำหนักมหาเทพส่งข่าวมา พวกเขา้าเชิญนายน้อยไปเป็ผู้นำการปรุงโอสถ เพื่อสนับสนุนความ้าโอสถของแนวหน้า!”
ลู่อวี่อยู่ในห้องปรุงโอสถมาหลายวันแล้ว ดังนั้นผู้ที่มารายงานข่าวจึงมุ่งหน้าตรงมายังห้องปรุงโอสถส่วนตัวของเขา
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว!” ลู่อวี่ตอบกลับไปเสียงเบาอย่างเน้นย้ำ
เขาคาดการณ์เื่นี้เอาไว้แล้ว เพียงแต่คิดไม่ถึงว่ามันจะมาเร็วถึงเพียงนี้ จากประสบการณ์ของเขา คลังโอสถของตำหนักมหาเทพควรจะสนับสนุนโอสถวิเศษที่จำเป็ต่อนักพรตแนวหน้าได้อย่างน้อยหนึ่งปีครึ่ง แต่มายามนี้ ยังไม่ถึงเดือนก็หมดแล้ว ทำให้เขาประหลาดใจไม่น้อย
แต่เมื่อตำหนักมหาเทพเชิญเขาไปปรุงโอสถ แน่นอนว่าต้องมีผลประโยชน์ให้แก่ตระกูลลู่บ้าง และต้องไม่ทำให้ตระกูลลู่เสียเปรียบ การได้ปรุงโอสถในนามของตำหนักมหาเทพครั้งนี้ เขาจึง้าเก็บเกี่ยวผลประโยชน์สูงสุดจากมัน
หลังจากครุ่นคิดเล็กน้อย เขาก็มีแผนการคร่าว ๆ ในใจและเผยรอยยิ้มอย่างมั่นใจ!
หลังจากเก็บโอสถวิเศษเตาสุดท้ายแล้ว ลู่อวี่ก็เดินออกจากห้องปรุงโอสถส่วนตัวไป
แม้ว่าตำหนักมหาเทพจะเชิญเขาไปเป็ผู้นำในการปรุงโอสถ แต่ในฐานะทายาทของตระกูลลู่ย่อมไม่สามารถไปได้โดยพลการ เขาต้องปรึกษาบิดาอย่างลู่เหว่ยจุนเสียก่อน ซึ่งเป็สิ่งที่ควรทำในฐานะสมาชิกของตระกูลลู่
ลู่เหว่ยจุนเองก็สนับสนุนการตัดสินใจของบุตรชายอย่างไร้เงื่อนไข ยิ่งไปกว่านั้น การได้ปรุงโอสถที่ตำหนักมหาเทพตามแผนการของลู่อวี่ จะนำผลประโยชน์มหาศาลกลับมาสู่ตระกูลลู่ เขาย่อมสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง
หลังจากบอกลาบิดาแล้ว ลู่อวี่ก็ก้าวขึ้นเรือแสงตัดเมฆา์และมุ่งหน้าไปยังตำหนักมหาเทพทันที
ผู้เฒ่าสูงสุดหยวนหวูจี๋พบกับลู่อวี่ที่ห้องประชุมครั้งก่อน หลังจากทักทายกันแล้ว ลู่อวี่ก็เอ่ยถามออกไปตรง ๆ ว่า “ครั้งนี้ท่านผู้เฒ่าสูงสุดมอบหมายให้ข้ามาเป็ผู้นำการปรุงโอสถ แต่ไม่ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไรหรือ คงไม่ใช่ว่า ให้ข้าหาสถานที่ปรุงโอสถด้วยตนเองกระมัง?”
“ฮ่าๆ แน่นอนว่าไม่ใช่เช่นนั้น ข้ามีเพียงความคิดนี้ จึงแจ้งให้นายน้อยทราบก่อน เมื่อเ้ามาถึงแล้ว หากมีข้อเรียกร้องใด ๆ พวกเราย่อมเจรจากันได้!” ผู้เฒ่าสูงสุดหยวนหวูจี๋หัวเราะเบาๆ ด้วยตำแหน่งและอำนาจของตำหนักมหาเทพ แน่นอนว่าพวกเขาไม่คิดจะเอาเปรียบเด็กหนุ่มผู้หนึ่งใน่เวลาสำคัญเช่นนี้อยู่แล้ว
ลู่อวี่พยักหน้ารับ หลังจากครุ่นคิดเล็กน้อยก็กล่าวต่อว่า “เช่นนั้น ข้า้าข้อแลกเปลี่ยนบางประการ!”
“จงกล่าวมาตามที่เ้า้า!”
“อืม ประการแรก ข้า้าให้ตำหนักมหาเทพรวบรวมนักปรุงโอสถทั่วทั้งเทียนตู พร้อมทั้งดึงตัวนักปรุงโอสถจากตระกูลและสำนักต่าง ๆ มาอยู่ภายใต้การควบคุมของข้า จัดตั้งส่วนปรุงโอสถแยกออกมาต่างหาก ให้เรียกว่าตำหนักตันหลิงก็แล้วกัน และยัง้าสถานที่อันเงียบสงบและปลอดภัย!”
“ไม่มีปัญหา ยามนี้ดินแดนมารบุกรุกเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นักพรตสันโดษ นักพรตจากตระกูลและสำนักต่าง ๆ ทุกคนล้วนมีหน้าที่ปกป้องเทียนตู การดึงตัวนักปรุงโอสถบางคนมาย่อมไม่มีปัญหา! ส่วนเื่สถานที่นั้นง่ายดายยิ่งนัก!” ผู้เฒ่าสูงสุดหยวนหวูจี๋พยักหน้าตอบตกลงอย่างไม่แปลกใจ
“ประการที่สอง หากรับรองปริมาณโอสถที่เพียงพอต่อความ้าของแนวหน้าได้แล้ว ข้า้าสิทธิ์ในการแบ่งสันปันส่วนโอสถวิเศษที่เหลือ!” ลู่อวี่กล่าว แต่ครั้งนี้ข้อเรียกร้องค่อนข้างมากเกินไป สิทธิ์ในการจัดสรรโอสถวิเศษแม้ว่าจะไม่ใช่สิทธิ์ในการ แต่ก็มีความสำคัญเช่นกัน
“ไม่ได้!” แล้วก็เป็อย่างนั้นจริงๆ ผู้เฒ่าสูงสุดหยวนหวูจี๋ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด กล่าวว่า “แม้ว่าเ้าจะสามารถรับรองการจัดหาโอสถวิเศษให้แนวหน้าได้ แต่สมุนไพรที่ใช้ปรุงโอสถวิเศษ ไม่เพียงแต่ได้มาจากตำหนักมหาเทพเท่านั้น ยังมาจากขุมอำนาจอื่นๆ ด้วย หากสุดท้ายแล้วโอสถวิเศษกลับไปตกอยู่ภายใต้การควบคุมของตระกูลลู่ ย่อมเทียบเท่ากับการควบคุมชีพจรของทุกคน เื่นี้เห็นทีจะไม่มีผู้ใดยอมรับได้! หากมีความขัดแย้งเื่การจัดสรร ไม่ว่าจะกับผู้ใดก็ไม่ดีทั้งนั้น โดยเฉพาะใน่สำคัญเช่นนี้!”
ลู่อวี่รู้ว่าข้อเรียกร้องของตนมากเกินไป แต่เขากลับไม่ยอมแพ้ ทั้งยังกล่าวต่อไปอีกว่า “เช่นนั้น ขอข้าให้ควบคุมบางส่วนก็เป็พอ ห้าในสิบส่วนเป็อย่างไร? ต้องรู้ด้วยว่า ภายใต้การชี้แนะของข้า โอสถวิเศษที่ปรุงออกมาย่อมมีปริมาณและคุณภาพเพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งจะเป็ประโยชน์อย่างยิ่งต่อนักพรตเทียนตูที่สู้รบอยู่แนวหน้ากับดินแดนมาร!”
ผู้เฒ่าสูงสุดหยวนหวูจี๋ยังคงส่ายหน้า ห้าในสิบส่วนยังมากเกินไป หลังจากครุ่นคิดเล็กน้อยจึงกล่าวว่า “สามในสิบส่วนเป็จำนวนสูงสุดที่ยอมตกลงได้ แม้ตระกูลลู่จะมีอำนาจไม่น้อยในยามนี้ แต่หากผลประโยชน์มากเกินไป ย่อมตกเป็เป้าหมายให้ผู้อื่นริษยาได้โดยง่าย!”
