เมื่อเห็นไท่เฮามองดูอย่างเงียบๆ มู่หรงหว่านหรูก็ร้อนใจ รีบคุกเข่าลงอย่างรวดเร็ว “ไท่เฮา หว่านหรูทำให้ท่านอับอาย หว่านหรูประมาทเกินไป ได้โปรดยกโทษให้หม่อมฉันด้วยไท่เฮา!”
ไท่เฮามองมู่หรงหวานหรูอย่างเ็า ดวงตาที่เรียวยาวเฉียบคมคู่นั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
เื่นี้นอกจากจะไม่สามารถปราบปรามตระกูลหานได้ ก็ยังทำให้หานอวิ๋นซีต่อสู้กลับอย่างดุเดือดและศาลต้าหลี่ต้องชดเชยค่าเสียหาย เมื่อเื่ไร้สาระดังกล่าวแพร่กระจายออกไป ไม่เพียงศาลต้าหลี่เท่านั้นที่จะถูกเยาะเย้ย แต่รวมถึงผู้ที่สั่งให้พิจารณาคดีอย่างนางด้วย!
หากไม่ใช่เพราะคำแนะนำของมู่หรงหว่านหรู นางคงไม่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจเช่นนี้
แล้วจะไม่ให้ไท่เฮาขุ่นเคืองมู่หรงหว่านหรูได้อย่างไร?
มู่หรงหว่านหรูไม่กล้าเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นว่าไท่เฮาเงียบไปเป็เวลานาน นางจึงกระสับกระส่าย ไท่เฮาคือทางหนีสุดท้าย คือที่พึ่งพิงสุดท้ายของนาง ไม่ว่าอย่างไร นางจะไม่มีทางสูญเสียไปอีกครั้ง
ในขณะที่กำลังจะพูด ใครจะรู้ว่า ความแค้นเคืองจะแวบเข้ามาในแววตาของไท่เฮาและเอ่ยปากพูดขึ้นก่อนว่า “เ้าลุกขึ้นแล้วพูดเถอะ”
มู่หรงหว่านหรูรู้สึกประหลาดใจมาก ไม่คาดคิดว่าไท่เฮาจะไม่โกรธนาง ทั้งยังให้นางลุกขึ้นเช่นนี้อีก
นางเงยหน้าขึ้นด้วยความกลัว ใบหน้าเต็มไปด้วยความน่าสงสาร “ไท่เฮา หว่านหรูผิด หว่านหรูไม่สามารถลุกขึ้นได้
“ความสามารถของหานอวิ๋นซีเทียบไม่ได้กับคนทั่วไป เป็เื่ปกติที่เ้าจะแพ้นาง” ไท่เฮาถอนหายใจเบาๆ
เสียงถอนหายใจนี้ เห็นได้ชัดว่ากำลังชื่นชมหานอวิ๋นซีและกำลังปฏิเสธมู่หรงหว่านหรูในเวลาเดียวกัน
มู่หรงหว่านหรูเหลือเชื่อจริงๆ หานอวิ๋นซีเพิ่งจะทำให้ไท่เฮาประทับใจ ถึงไท่เฮาจะก็โกรธมาก แต่ไม่คาดคิดว่าจะยังมั่นใจในตัวนางขนาดนี้
ทำไมสตรีผู้นั้นถึงมีความสามารถมากขนาดนี้?
นางไม่ยอมรับ แล้วก็ไม่พอใจด้วย!
หานอวิ๋นซีไม่เพียงรู้วิชาพิษเท่านั้น แต่ยังโชคดีอีก นอกจากวิชาพิษแล้ว นางจะไปทำอะไรได้อีก? เื่ของขุยเกิ่งในครั้งนี้ก็เป็เพียงเื่บังเอิญเท่านั้น เหตุใดไท่เฮาจึงได้มั่นใจในตัวนางนัก?
มู่หรงหว่านหรูรู้สึกใจสลาย ไม่มีความมั่นใจอย่างมากและพูดอย่างจริงจังว่า “ไท่เฮา โปรดให้โอกาสหว่านหรูอีกครั้ง หว่านหรูสามารถจัดการนางได้อย่างแน่นอนเพคะ”
สิ่งที่ไท่เฮา้า ไม่ใช่จิติญญาแห่งการต่อสู้ของมู่หรงหว่านหรูหรอกหรือ?
แทนที่จะต่อสู้กับหานอวิ๋นซีด้วยตนเอง จะเป็การดีกว่าหากปล่อยให้มู่หรงหว่านหรูไปก่อปัญหา แม้ว่ามู่หรงหว่านหรูจะเป็ลูกสาวบุญธรรมของอี้ไท่เฟย แต่ก็เป็สมบัติที่อยู่ในมือของอี้ไท่เฟยเช่นกัน
ไท่เฮาเกลียดหานอวิ๋นซีและอี้ไท่เฟยที่สุด!
และความสัมพันธ์ที่ยุ่งยาก ละเอียดอ่อน และเปลี่ยนแปลงได้มากที่สุดในโลกคือความสัมพันธ์ระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้ ไม่ว่าหานอวิ๋นซีจะเก่งแค่ไหน นางจะไปทำอะไรกับอี้ไท่เฟยได้? และไม่ว่าหานอวิ๋นซีจะดีแค่ไหน ตราบใดที่มีบางอย่างผิดพลาด อี้ไท่เฟยก็ยังคงแค้นเคือง?
หาก้ายั่วยุแม่สามีกับลูกสะใภ้สองคนนี้ สิ่งที่สำคัญคือมู่หรงหว่านหรูผู้เป็น้องสามี
“โอกาส…”
ไท่เฮาพึมพำกับตัวเองอย่างครุ่นคิด “แน่นอนว่ามีโอกาส เพียงแค่...”
ขณะที่นางพูด นางก็ช่วยจับมู่หรงหว่านหรูให้ลุกขึ้นด้วยตัวเอง และให้นางนั่งลงข้างๆ มู่หรงหว่านหรูสึกกระวนกระวายใจอย่างมาก “ไท่เฮา ตราบใดที่หม่อมฉันอยู่ใต้ชายคาเดียวกับนาง ข้าจะไม่ปล่อยให้นางมี่เวลาที่ดีอย่างแน่นอนเพคะ”
ไท่เฮาที่กำลังคิดเกี่ยวกับเื่นี้ แน่นอนว่ามู่หรงหว่านหรูเองก็มีความแค้นอยู่ในใจของตัวเองเช่นกัน
จุดประสงค์โดยตรงที่นางมาร่วมมือกับไท่เฮาคือการแต่งงานไม่ใช่หรือ? ถึงจะหมั้นแล้ว นางก็ไม่แต่ง!
หลังจากผ่านไปไม่กี่ปี ผิงเป่ยโฮ่วไปก็ที่จวนฉินอ๋องเพื่อเร่งการแต่งงาน หากไม่ใช่เพราะไท่เฮาไม่ได้อยู่เื้ัเพื่อเติมไฟและรอดูเื่สนุกๆ ในจวนฉินอ๋อง จวนผิงเป่ยโฮ่วจะไปเอาความกล้าที่ไหนมาเร่งการแต่งงานล่ะ?
ใต้ชายคาเดียวกัน?
ไท่เฮาซึ่งเป็ผู้ใหญ่และฉลาดก็เข้าใจได้ทันทีว่ามู่หรงหว่านหรูหมายถึงอะไร นางจับมือของมู่หรงหว่านหรูอย่างอ่อนโยนและตบเบาๆ “เมื่อวานข้าบอกผิงเป่ยโฮ่วไปแล้วว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่ควรรีบร้อน อย่างไรจนกระทั่งถึงวันนี้จ่างซุนเช่อเด็กผู้นั้นของเขาก็ยังไม่มีตำแหน่งอย่างเป็ทางการ ใช้เวลาไปวันๆ อย่างไร้ประโยชน์ ถ้าแต่งงานกับเขาก็คงต้องลำบาก...”
เมื่อได้ยินเช่นนี้มู่หรงหว่านหรูรู้สึกซาบซึ้งอย่างมาก ไม่เคยคิดว่าไท่เฮาจะสนใจนางมากขนาดนี้ สิ่งที่ไท่เฮากำลังคิดอยู่นั้นเป็สิ่งที่นางกังวลมาโดยตลอด
และอี้ไท่เฟย ไม่เคยพูดเื่นี้กับนางมาก่อน
ไม่ต้องพูดถึงนิสัยเ้าชู้ของจ่างซุนเช่อ แค่พูดถึงสถานการณ์ปัจจุบันของเขา อาหารและเสื้อผ้าล้วนพึ่งพาครอบครัวของเขา ไม่มีแม้แต่ช่องทางในการทำมาหากิน พูดตรงๆ ว่าเขาเป็คนเกียจคร้าน!
ภรรยาจะสูงส่งได้ก็เพราะสามีที่ร่ำรวย หากนางแต่งงานไป ไม่ต้องพูดถึงเื่อื่น สถานะของนางจะถูกลดค่าอย่างง่ายดาย หากมีความหวัง ต่อให้ลดลงชั่วคราวก็ไม่สำคัญ แต่ที่สำคัญคือร่างกายของผิงเป่ยโฮ่วยังแข็งแรงดี หากรอให้จ่างซุนเช่อเป็ผู้นำตระกูล พระเ้ารู้ดีว่าต้องใช้เวลานานกี่ปี?
แม้ว่านางจะปล่อยมันไปและเต็มใจที่จะแต่งงาน แต่ชีวิตหลังจากการแต่งงานจะเป็อย่างไร?
ไท่เฮามองมู่หรงหว่านหรูด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ มู่หรงหว่านหรูพยักหน้าซ้ำๆ เม้มริมฝีปากด้วยความคับแค้นใจและดูเหมือนว่ากำลังจะร้องไห้ ไม่ว่าใครก็ตามที่มองมาก็รู้สึกสงสาร
อย่างไรก็ตาม ไท่เฮาทรงเห็นสตรีประเภทนี้ในวังหลังมาหลายคน แม้ใบหน้าจะเผยความสงสารแต่ใจของนางกลับเ็า
ไม่ช้า นางก็เปลี่ยนเื่และพูดอีกครั้งว่า “เฮ้อ อย่างไรก็ตาม การเลื่อนการแต่งงานออกไปนั้นไม่ใช่ทางเลือก ท้ายที่สุด...เื่ของเ้าเป็กรณีพิเศษ ผิงเป่ยโฮ่วพูดถูก หากไม่จัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุด พระเ้าคงรู้ดีว่าจะมีการซุบซิบนินทากัน ถึงเวลานั้น เ้าจะไม่เสียหายยิ่งกว่านี้หรือ?”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา มือของมู่หรงหว่านหรูก็แข็งทื่อ เมื่อได้เห็นดวงตาและคิ้วที่ใจดีของไท่เฮา นางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียวสันหลัง
ขนาดนางเองก็ยังสวมหน้ากากให้คนเห็น ลืมไปได้อย่างไรว่าหญิงชราผู้นี้ก็เป็คนเื่มากปัญหาเยอะ รอยยิ้มของนางไม่ว่าจะใจดีแค่ไหนก็ไม่น่าเชื่อ!
คำพูดของไท่เฮาที่พูดอย่างสวยงามนั้น ความจริงแล้วกลับเป็การลงโทษนางและเป็การเตือนนาง!
หากกิจการของโรงหมอตระกูลหานยุติลงได้ในครั้งนี้ แน่นอนว่าไท่เฮาย่อมช่วยนางในการเลื่อนการแต่งงานออกไป แต่ตอนนี้สิ่งต่างๆ ยุ่งเหยิง ไท่เฮาจึงมุ่งมั่นที่จะให้นางแต่งงาน!
ฝ่ามือของมู่หรงหว่านหรูค่อยๆ เย็นขึ้น ไท่เฮายังคงจับนางอย่างอ่อนโยนด้วยรอยยิ้มที่เป็มิตรและใจดี “หว่านหรู เ้าเป็เด็กฉลาด หากในภายภาคหน้าเ้าช่วยข้าทำสิ่งต่างๆ จนสำเร็จ แน่นอนว่าข้าเองก็จะไม่ปฏิบัติต่อจวนผิงเป่ยโฮ่วอย่างเลวร้าย สตรีน่ะ ไม่ว่าครอบครัวเ้าจะมีอำนาจเพียงใด หากเ้าไม่ช่วยเหลือครอบครัวสามีของเ้า สุดท้ายแล้วจะไปยืนหยัดได้อย่างมั่นคงได้อย่างไร เ้าไม่คิดเช่นนั้นหรือ?”
ในที่สุดไท่เฮาก็พูดมันออกมาอย่างชัดเจน หัวใจของมู่หรงหว่านหรูเองก็เต้นไม่เป็จังหวะ และนี่นับว่าเป็การมองการณ์ไกล เข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง!
“กลับไปเถอะ กลับไปเตรียมตัวให้ดี อย่าปฏิเสธอีกเลย ผิงเป่ยโฮ่วเลือกวันดีในสิ้นเดือน ข้าดูแล้วก็ไม่เลว” ไท่เฮาพูดและในที่สุดก็ปล่อยมือของมู่หรงหว่านหรู เวลานี้ ฝ่ามือของนางเต็มไปด้วยเหงื่อแล้ว
ไท่เฮาปฏิบัติต่อนางด้วยความเมตตาและนางมิอาจหลีกหนี...
อย่างไรก็ตาม หลังจากก้าวเข้าสู่ตำหนักคังหนิงแล้ว นางไม่เคยคิดที่จะหนี แต่นางแค่ไม่พอใจเท่านั้น!
เมื่อกลับมาถึงจวนฉินอ๋อง มือของมู่หรงหว่านหรูยังคงกำไว้แน่น ถ้าไม่ใช่เพราะหานอวิ๋นซีในครั้งนี้ นางคงไม่ทำเื่ที่ฉลาดให้กลายเป็โง่และคงไม่ถูกไท่เฮาลงโทษ!
ไท่เฮาพูดว่า แม้ว่าหมู่เฟยจะชักช้า แต่นางก็ยังต้องเริ่มตกลงที่จะแต่งงานได้แล้ว นางอยากจะอาเจียนออกมาเสียเหลือเกิน!
ทั้งหมดนี้เกิดจากหานอวิ๋นซี!
ั้แ่เริ่มงานเลี้ยงเหมยฮวาจนถึงตอนนี้ ความทุกข์ทรมานทั้งหมดของนางเกิดจากหานอวิ๋นซี ผู้ทำลายอนาคตของนาง!
ยิ่งมู่หรงหว่านหรูคิดเกี่ยวกับเื่นี้มากเท่าไร นางก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้น ใบหน้าที่เชื่อฟังเสมอของนางค่อยๆ บิดเบี้ยวอย่างดุร้าย ในขณะเดียวกัน นางก็เห็นหานอวิ๋นซีและอี้ไท่เฟยเดินมาตามทางเดินไม่ไกล ทั้งสองกำลังพูดคุยและหัวเราะ หากไม่รู้ก็คงคิดว่าเป็แม่ลูกกัน!
ความแค้นเคืองฉายออกมาจากดวงตาของมู่หรงหว่านหรู “หานอวิ๋นซี แม้ว่าข้าจะแต่งงานไปแล้ว เ้าก็จะไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบสุขในจวนฉินอ๋อง!”
หานอวิ๋นซีที่กำลังพูดคุยกับอี้ไท่เฟย อยู่ดีๆ ก็รู้สึกเย็นวาบที่ด้านหลัง นางหันหน้าไปโดยไม่รู้ตัวและเห็นว่าสนามหญ้าด้านหลังว่างเปล่าและไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น
“มีอะไรหรือไม่?” อี้ไท่เฟยถาม
หานอวิ๋นซีลูบผมยาวของนาง “ไม่มีอะไรเพคะ”
อี้ไท่เฟยนั่งลงด้านข้างและโบกมือให้หานอวิ๋นซีนั่งลงเช่นกัน นางพูดอย่างใจเย็นว่า “อวิ๋นซี จวนผิงเป่ยได้กำหนดวันไว้แล้วคือสิ้นเดือน และได้ส่งไปในวังให้ไท่เฮาดูแล้ว เกรงว่าอีกสองวันก็คงส่งมา...”
“หว่านหรู…รู้หรือไม่เพคะ?” หานอวิ๋นซีถามอย่างเร่งรีบ จะพูดว่านางไม่มีความสุขกับความโชคร้ายของคนอื่นก็คงเป็ไปไม่ได้
การที่วันแต่งงานของชายหนุ่มและหญิงสาวในหมู่ราชวงศ์ต้องขอคำแนะนำจากไท่เฮา มันไม่ได้เป็กฎที่เขียนไว้อยู่แล้ว แต่หากไท่เฮาชอบ ก็จะเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่สำหรับคู่บ่าวสาว และหากไม่เป็เช่นนั้นก็จะปฏิเสธ
ก่อนที่ผิงเป่ยโฮ่วจะมาเร่งการแต่งงาน นางเดาว่าไท่เฮาคงไม่พลาดโอกาสที่จะปล่อยให้อี้ไท่เฟยหลุดมือไป
อี้ไท่เฟยผู้เกียจคร้านและผ่อนคลายอยู่เสมอ ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างเป็ทุกข์ “นางยังไม่รู้ เฮ้อ...เด็กสาวผู้นั้นนิสัยดื้อรั้น ไม่รู้ว่าจะบอกนางอย่างไรดี”
“หมู่เฟย ไม่ช้าก็เร็วนางจะต้องแต่งงาน ถ้าแต่งงานเร็ว ก็จะหลีกเลี่ยงการนินทาเ่าั้ได้” หานอวิ๋นซีทำได้เพียงปลอบนางด้วยวิธีนี้
“จ่างซุนเช่อผู้นั้น แม้ว่าเขาจะเป็บุตรชายของตระกูลโฮ่ว แต่...เขาไม่มีหน้าที่ในราชสำนักด้วยซ้ำ ทั้งเกียจคร้านตลอดทั้งวัน เป็คนเ้าชู้เสเพล ข้ายังคิดว่าหากการแต่งงานยืดเยื้ออกไป ก็คงต้องคิดหาวิธีให้จ่างซุนเช่อได้งานที่เหมาะสม เพื่อที่จะได้ไม่รู้สึกผิดกับหว่านหรู!”
ความจริงอี้ไท่เฟยคิดมากเกี่ยวกับเื่นี้ แต่น่าเสียดายที่มู่หรงหว่านหรูไม่พอใจกับอี้ไท่เฟยที่สัญญาว่าจะหมั้นหมายั้แ่เกิดเื่และเหินห่างมาตลอด โดยไม่รู้ว่าอี้ไท่เฟยคิดอะไรอยู่
เมื่อเห็นใบหน้าที่เศร้าสร้อยของอี้ไท่เฟย หานอวิ๋นซีก็คิดว่าอี้ไท่เฟยคงต้องรักมู่หรงหว่านหรูจากก้นบึ้งของหัวใจเป็แน่ และปฏิบัติต่อมู่หรงหว่านหรูเหมือนกับบุตรสาวที่คลอดออกมาเอง
มิฉะนั้น นางผู้แข็งแกร่งและมีใบหน้านิ่งสงบมาตลอดจะแสดงสีหน้าที่ทำอะไรไม่ถูกเช่นนี้ได้อย่างไร?
น่าเสียดายที่มู่หรงหว่านหรูก่ออาชญากรรมของตัวเองและไม่สามารถอยู่รอดได้
ตามที่อี้ไท่เฟยคาดไว้ ภายในไม่กี่วัน ผิงเป่ยสั่งให้ซีผอส่งวันแต่งงานและฤกษ์มาให้ ไท่เฮาที่พยักหน้าแล้ว อี้ไท่เฟยเองก็ไม่อาจรอช้าแม้ว่านางจะอยากจะขัดก็ตาม
มู่หรงหว่านหรูขังตัวเองอยู่ในห้อง โกรธจนไม่อยากเจอใคร แต่ก็กลับปฏิเสธการแต่งงานไม่ได้อยู่ดี ดังนั้นเพียงเท่านี้ การแต่งงานก็จะจบลง
อี้ไท่เฟยกำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมสินสอดทองหมั้นให้กับมู่หรงหว่านหรู และยังยุ่งอยู่กับการหาตำแหน่งงานให้กับจ่างซุนเช่อ แต่น่าเสียดายที่มีไท่เฮาอยู่เบื้องบน เื่ต่างๆ จึงไม่ใช่เื่ง่ายที่จะจัดการ
วันนี้หานอวิ๋นซีกำลังจะออกไปข้างนอก อี้ไท่เฟยก็เรียกนางไว้ “อวิ๋นซี ถ้าฉินอ๋องกลับมาแล้วให้เขามาที่ห้องข้า และบอกว่ามีเื่สำคัญจะคุยกับเขา”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า อี้ไท่เฟยจะมอบอนาคตของจ่างซุนเช่อให้กับฉินอ๋องของเขา
หานอวิ๋นซีตอบตกลงอย่างสบายๆ โดยไม่มีคำอธิบายมากนัก นางเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อใดฉินอ๋องจะกลับมา ดูเหมือนว่าฉินอ๋องจะยุ่งไม่น้อย ความจริงแล้วหานอวิ๋นซีก็ยุ่งมากเช่นกัน
การออกไปในวันนี้ไม่ใช่สิ่งอื่นใด แต่เนื่องจากศาลต้าหลี่ได้รับเงินชดเชยแล้ว รวมเป็เงินหนึ่งแสนตำลึงทอง
นางมีร้านอยู่ทางตะวันตก เหนือ และตะวันออกของเมืองแล้ว วางแผนที่จะใช้เงินชดเชยมาเปิดโรงหมอในนามของตระกูลหาน ให้คำปรึกษาทางการแพทย์แก่ครอบครัวที่ยากจนและให้ยาโดยไม่คิดเงิน
ตระกูลหานขาดกำลังคน ตกแต่งหน้าร้านขายยา ซื้อวัสดุยา จ้างหมอและนักปรุงยา รวมถึงการป่าวประกาศต่างๆ มีหลายสิ่งหลายอย่างรอนางอยู่!
แน่นอนว่ายังมีตระกูลหลี่และลูกๆ ของเฉินซื่อ หานอวิ๋นซีไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็คนดีและยังยอมรับว่านางเป็คนเ้าคิดเ้าแค้นมาก ด้วยการล้างแค้นทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม นางยังคงมีความเมตตาต่อเฉินซื่อและตระกูลหลี่ ต่างก็เป็ฝ่ายผิดและไร้เดียงสา และคนในครอบครัวของพวกเขาก็ไร้เดียงสายิ่งกว่า ในที่สุดหานอวิ๋นซีก็จัดสรรเงินจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือตระกูลหลี่และลูก เมื่อพูดไปแล้ว แค่พวกเขาเต็มใจก็สามารถมาช่วยงานที่โรงหมอได้?
