เสิ่นว่านเหลียงที่กำลังเช็ดกริชบังเอิญเห็นเงาสะท้อนบนพื้น จ้าวจือชิงสังเกตเห็นก็รีบหลบจากพื้นที่แสงสว่าง เขาคิดไม่ถึงว่าเสิ่นว่านเหลี่ยงที่เป็คนธรรมดาจะมีปฏิกิริยาการรับรู้ที่ดีเช่นนี้
“ข้ารู้ว่าเ้ามาแล้ว ในเมื่อมาแล้วก็ลงมานั่งก่อนเถอะ” เมื่อไม่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวด้านนอก เสิ่นว่านเหลี่ยงจึงวางกริชลง
เขานั่งอยู่ฝั่งซ้าย มองดูแสงไฟที่เบาบาง ดวงตาคู่นั้นแฝงด้วยความมีสติอย่างไม่เคยมีมาก่อน “ข้ารู้ว่าตนเองกระทำความผิด พวกเ้าคิดจะจับข้า ข้าก็ยินดี เพียงแต่หมู่บ้านถู่กับคนอื่นไม่เกี่ยวข้องกับเื่นี้ หวังว่าเ้าจะปล่อยพวกเขาไป”
จ้าวจือชิงได้ยินก็รู้ว่า อีกฝ่ายคิดว่าเขาคือคนของทางการ ดังนั้นเขาจึงไม่ปกปิดตัวตนและเดินเข้าด้านในห้องโดยตรง
มองดูจ้าวจือชิงที่ร่างกายแข็งแรงไม่ได้มีขาพิการแต่อย่างใด เสิ่นว่านเหลี่ยงจึงเชื่อมั่นกับการคาดคะเนของตนเองมากกว่าเดิม
คืนนี้ก่อนที่เขาจะออกเดินทาง เสิ่นหรูหลินลูกชายคนเล็กมาหาเขา จากนั้นบอกเล่าความไม่กระจ่างของตนออกมาทั้งหมด เขาถึงรู้ว่าวันนี้ลูกชายที่มุทะลุเกือบพาคนนอกเข้ามายังเขตต้องห้าม เขารับรู้จากคำบอกเล่าของลูกชายเื่ที่จ้าวจือชืงบอกเล่าประวัติที่มาของเขาให้กับเสิ่นหรูหลิน ส่วนเสิ่นว่านเหลียงที่ติดตามเื่ราวของค่ายโจรเลี่ยหยางมาอย่างใกล้ชิด ย่อมรู้ว่ามันคือเื่ราวของครอบครัวไหน
นับั้แ่นั้น เขาก็เริ่มเดาว่าผู้เฒ่าจ้าวที่ลูกชายรู้จัก บางทีน่าจะเป็คนของหน่วยงานจากเมืองหลวง เพราะถึงอย่างไร คืนนั้นเขาพาเศรษฐีท้องที่คนอื่นมุ่งหน้าเพื่อปฏิบัติการที่ค่ายโจรเลี่ยหยาง ได้มีคนของทางการปรากฏตัว มิเช่นนั้นแผนการของพวกเขาคงไม่สำเร็จเช่นนั้น
“เ้ารู้ว่าเื่นี้ขัดกับกฎหมายบ้านเมือง แต่กลับยังคงเลือกทำเช่นนี้ คุ้มค่าแล้วหรือ?” อันที่จริงจ้าวจือชิงอยากถามมากกว่าว่า ในเมื่อจะแก้แค้นเพื่อลูกสาว เหตุใดตอนนั้นถึงไม่ให้ลูกสาวฝังในสุสานตระกูล
เสิ่นว่านเหลี่ยงจ้องมองบนเตียง แล้วกัดฟันกรอด “เหตุใดจึงไม่คุ้มค่า! ข้าแทบอยากจะหั่นเขาเป็หมื่นเป็พันชิ้น! เล่อเอ๋อร์ของข้าทั้งใจดีและน่ารักถึงเพียงนั้น คนกลุ่มนี้กลับทรมานนางจนตายเพียงเพราะเงินเหม็นเน่าเ่าั้!”
“เ้ารู้หรือไม่ว่าตอนที่ข้าเจอนาง บนตัวนางไม่มีิัชิ้นส่วนไหนที่ยังอยู่ดี! เ้าเดรัจฉานเ่าั้ ต่ำช้ายิ่งกว่าสัตว์! ข้าเกลียด ข้าเกลียดนัก!”
ที่ตอนนั้นเสิ่นเล่อเอ๋อร์ถูกจับจ้อง ล้วนเป็เพราะความร่ำรวยของสกุลเสิ่น คู่อริของสกุลเสิ่น้าทำลายสกุลเสิ่น จึงอยากให้คนลักพาตัวผู้สืบทอดอย่างเสิ่นหรูหลินไป ใครจะรู้ว่าตอนที่ลงมือเสิ่นหรูหลินกลับรู้ตัว เสิ่นเล่อเอ๋อร์้าปกป้องน้องชาย จึงรั้นจะเปลี่ยนชุดกับเขา เสิ่นหรูหลินหนีรอดไปได้ พอกลับไปตามคนมาช่วยก็ไม่ทันการแล้ว
ทางการได้แต่ตามหาจากเบาะแสอันน้อยนิดและพบความเป็ไปได้ว่าอาจจะถูกคนของค่ายโจรเลี่ยหยางจับตัวไป เพียงแต่ต่อมาไม่รู้เพราะเหตุใด ทางการหยุดการช่วยเหลือกะทันหัน ต่อมาเสิ่นว่านเหลี่ยงถึงรู้ว่าคนของทางการได้รับจากคู่อริ จึงไม่สนใจไยดี หากมิใช่เพราะเขาได้จ้างคนของยุทธภพ เกรงว่าจนตายก็คงหาตัวเสิ่นเล่อเอ๋อร์ไม่เจอ แน่นอนว่าหลังจากจัดการค่ายโจรเลี่ยหยางเรียบร้อย คู่อริของเขา เขาก็ไม่ได้ปล่อยไปเช่นกัน
เมื่อคนของค่ายโจรเลี่ยหยางรู้ว่าตนเองถูกเล่นงาน ก็นำความเดือดดาลทั้งหมดไประบายที่ตัวเสิ่นเล่อเอ๋อร์ จนสามารถพูดได้ว่านางถูกคนของค่ายโจรเลี่ยหยางทรมานจนตัวตาย
“เ้ารู้หรือไม่ว่าตอนที่เล่อเอ๋อร์ตาย นางจับมือข้าไว้และไม่ให้ข้าฝังนางไว้ในสุสานตระกูล นางบอกว่ากลัวจะทำให้ดวงตาของบรรพบุรุษต้องแปดเปื้อน! เล่อเอ๋อร์ของข้าอายุเพิ่งจะสิบห้าเท่านั้น!”
ชายร่างใหญ่ขณะนี้น้ำตานองหน้า จ้าวจือชิงไม่ได้รบกวนเขา สำหรับเื่ราวต่ำช้าที่ค่ายโจรเลี่ยหยางกระทำไว้มีอีกมากมาย แต่คนของทางการกลับไม่สนใจไยดี เื่นี้เขาจะต้องสืบให้รู้ชัดเช่นเดียวกัน
จ้าวจือชิงนั่งลงข้างเขา แล้วชี้ไปยังสือเลี่ยหยางที่อยู่บนเตียง “ดังนั้นเ้าจึงเก็บชีวิตเขาไว้และทรมานเขาอย่างสาแก่ใจหรือ?”
“ใช่แล้ว!” เสิ่นว่านเหลี่ยงยอมรับอย่างไม่ปกปิด “ข้า้าทำให้สือเลี่ยหยางได้รับรู้รสชาติของความเ็ปเวลาที่ถูกทิ่มแทงเนื้อหนังและกระดูก ความขมขื่นเวลาถูกคนด่ากราดเหยียดหยาม! ข้าต้องให้เขาชดใช้ด้วยเื!”
“เ้าไม่จำเป็ต้องตื่นเต้นเกินไป แม้ว่าข้าจะสืบข่าวคราวของสือเลี่ยหยาง ใช่ว่าจะต้องเอาตัวเขาไปแบบเป็ๆ เพียงแต่เขาเกี่ยวพันกับเื่ราวบางอย่าง ซึ่งข้าจำเป็ต้องสอบถามเขา!”
เพียงแต่สภาพร่อแร่ของสือเลี่ยหยางนี้ ไม่รู้ว่าจะยังถามได้ความอะไรอีกหรือไม่
เสิ่นว่านเหลี่ยงคิดไม่ถึงว่าจ้าวจือชิงไม่ได้มาจับตนเอง จากนั้นมองอีกฝ่ายแล้วถามย้ำ “เ้าไม่ได้มาจับข้าหรือ?”
จ้าวจือชิงมองเขาอย่างฉงน “ข้าอยู่ดีๆ จะจับเ้าทำอะไร? กินอิ่มไม่มีอะไรทำหรือ! เขายังพูดได้หรือไม่?”
เสิ่นว่านเหลี่ยงพยักหน้า “มีบางคนยังอยากฟังเสียงร้องขอชีวิตอย่างน่าสมเพชของเขา ดังนั้นจึงยังไม่ได้ตัดลิ้นเขาออกมา ใต้เท้ามีสิ่งใดอยากถามก็ถามได้”
ขณะพูด เสิ่นว่านเหลี่ยงวางกริชลง จากนั้นก็ออกไปและปิดประตู แล้วไล่คนที่เฝ้าที่นี่ออกไป
“พวกเ้าออกไปก่อน ่ระหว่างนี้พวกเ้าไม่ต้องเฝ้า”
เมื่อเห็นคนที่เฝ้าจากไป เสิ่นหรูหลินกลับมุดออกมาจากรถม้า “ท่านพ่อ ท่านลุงจ้าวเขา…”
“สิ่งที่ไม่ควรถามก็อย่าถาม ต่อไปเ้าจงจำไว้ว่าไม่เคยเห็นคนผู้นี้มาก่อน!”
แม้ว่าเสิ่นว่านเหลี่ยงจะไม่ชอบลูกชายที่ไม่เอาไหน แต่ตอนนี้เขากลับเป็ลูกเพียงหนึ่งเดียวของตนเอง จึงเลี่ยงไม่ได้ต้องชี้แนะเขามากสักหน่อย
จ้าวจือชิงอยู่ด้านในนานเพียงใด เสิ่นว่านเหลี่ยงกับลูกชายก็อยู่ด้านนอกนานเท่านั้น จวบจนได้ยินเสียงร้องโหยหวนอย่างเ็ป เขาตระหนักได้ว่าท่าจะไม่ดี จึงรีบเข้าไป กลับพบว่าสือเลี่ยหยางที่อยู่บนเตียง ขณะนี้ได้เสียชีวิตไปพร้อมกับใบหน้าหลุดพ้นแล้ว
“ท่านพ่อ ดูเร็ว!”
เสิ่นหรูหลินชี้ไปยังลายมือที่ทิ้งไว้บนโต๊ะ เสิ่นว่านเหลี่ยงมองดู บนนั้นใช้กริชสลักคำว่า ‘เก็บนานไปก็ไร้ประโยชน์’
คล้อยกันกับการจากไปของสือเลี่ยหยาง หมู่บ้านถู่ก็ค่อยๆ หายไปจากเมืองอัน ส่วนขณะนี้บ้านพักตากอากาศอันหยางก็เริ่มเป็รูปเป็ร่างแล้ว จวบจนตู้ิเจวียนที่รอคอยชีเหนียงอยู่ได้ยินข่าวเกี่ยวกับเื่บ้านพักตากอากาศอันหยาง จึงสืบสาวและหาชีเหนียงจนเจอ
เยี่ยนรั่วซวงกลับรู้สึกว่าตนเองเคยผ่านเส้นทางนี้ เมื่อเห็นป้ายประตูบ้านพักตากอากาศอันหยาง แล้วมองดูหอที่เรียงรายสุดสายตา จึงคิดว่าตนเองจำผิดไป
ั้แ่ลงจากรถม้า ก้าวแรกที่เข้าสู่บ้านพักตากอากาศอันหยาง ตู้ิเจวียนกับที่เหลือก็ถูกภาพทิวทัศน์ตรงหน้าดึงดูดอย่างหนัก ที่แห่งนี้ไม่เหมือนกับูเาปลอมและธารน้ำที่ถูกออกแบบ หากแต่มีต้นไผ่สีเขียวชอุ่มเรียงกันแ่า ต้นไผ่นั้นเรียงั้แ่ทางเข้าไปจนสุด้า และสุดปลายของต้นไผ่กลับมีน้ำตาไหลลงมา ดั่งที่ร่ายในกลอน หมื่นจ้างน้ำตกไหล บรรยากาศร่มเย็นสดชื่น ต้นไม้ไหวเอนสลับไปมา ก้อนเมฆล่องลอยออกไปไกล
ทางเดินหินไข่ตรงหน้าประตูสองฝั่งมีพุ่มดอกจื่อฮัวสีม่วงเตี้ยๆ ในนั้นมีแซมด้วยดอกไม้ฉางโซ่ว ดอกฉางโซ่วสีแดงสีเหลืองแทรกอยู่ระหว่างดอกจื่อฮัวสีม่วงแล้วช่างดูโดดเด่นอย่างน่าประหลาด พอเดินผ่านตรงนี้และเลี้ยวไปก็จะเห็นบึงขนาดใหญ่ ในบึงมีดอกบัวอยู่ เพียงแต่ยังไม่ถูกฤดูออกดอกของมัน ในบึงยังมีเรือลำเล็กจอดเทียบอยู่ไม่กี่ลำ ดูท่าแล้วยังสามารถล่องเรือเล่นได้ด้วย
เมื่อเข้าไปด้านในอีกจะแบ่งเป็ทางสามแยก คนทั้งหมดไม่รู้ว่าควรมุ่งไปทิศใด เนื่องจากบ้านพักตากอากาศยังสร้างไม่เรียบร้อยดี ดังนั้นจึงยังไม่ได้เปิดกิจการอย่างเป็ทางการ หลายวันมานี้คนของค่ายอันหยางแบ่งกันลาดตระเวนละแวกใกล้เคียง จากนั้นกำจัดสิ่งที่จะเป็ภัยอันตรายออกไปทั้งหมด
“พวกเ้าคือใครกัน?” เฉียงจื่อเพิ่งลาดตระเวนเส้นทางฝั่งซ้ายจบก็พบเจอกลุ่มสตรียืนอยู่ระหว่างทาง
-----