หลิวเซี่ยงเฉียนมองจางกุ้ยหลานตรงหน้าด้วยความขุ่นเคืองใจ เมื่อก่อน เธอเป็ "นางงาม" ที่เขาฝืนใจคนทั้งบ้าน ยอมทุ่มเงินมากมายไปสู่ขอมา!
แต่ไฉน "นางงาม" ถึงได้กลายเป็ "ยายแก่" เร็วนัก มองดูแก่กว่าเขาที่อายุ 45 ปีเสียอีก! แถมยังกลายเป็ภาระของคนทั้งบ้าน ญาติสนิทมิตรสหายต่างก็หัวเราะเยาะเขาอย่างลับ ๆ บางคนถึงกับถามตรง ๆ ว่าเขาเสียใจหรือไม่
เสียใจอย่างยิ่งยวด...
หลิวเซี่ยงเฉียนยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ "ผึง" เขาลุกพรวดจากเก้าอี้ ตรงเเข้าไปหาจางกุ้ยหลาน แล้วยกมือตบหน้าอย่างแรง
"ยังกล้าโกหกอีกรึ? บอกมา! วันนี้แกไปทำอะไรมา?!"
จางกุ้ยหลานถูกตบจนหน้ามืดตาลาย เธอเงียบงันยกมือขึ้นเช็ดเืที่มุมปาก แล้วกล่าวเสียงเบา "เข้าได้ยินว่าลูกสาวคนโตแต่งงานแล้ว วันนี้เข้าเลยไปดูเธอ"
เธอไม่กล้าโกหก
ไม่คาดคิดว่าหลิวเซี่ยงเฉียนจะตบซ้ำอีกข้าง
"บอกมา! แกให้เงินเธอไปเท่าไหร่? บอกมา! หลายปีมานี้แอบให้เงินเธอไปเท่าไหร่! เงินพวกนั้นเป็เงินของตระกูลหลิวทั้งนั้น! แต่แกกลับเอาไปเลี้ยงคนนอก! เข้าจะตีแกให้ตาย!" หลิวเซี่ยงเฉียนไม่รอให้เธอตอบ ตบตีเธอไม่ยั้ง
เงินเก็บของจางกุ้ยหลานมาจากไหน? ก็แค่เงินที่เหลือจากมื้อเที่ยงเท่านั้น จะประหยัดได้สักเท่าไหร่? แถมแต่ละเดือนยังถูกลูก ๆ ของเขาหักไปไม่น้อย เงินที่ส่งไปให้ฮวาเจาจริง ๆ มีเพียงเล็กน้อย พวกเขาไม่ได้เสียดายอะไรนัก
อย่างไรเสีย เงินพวกนั้นก็เป็ค่าอาหารของจางกุ้ยหลาน หากเธอไม่กินก็เป็เื่ของเธอเอง ตระกูลหลิวของพวกเขาจะสั่งให้เธอไม่กิน หรือเอาค่าอาหารของเธอไปใช้ก็ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นก็จะถูกครหาว่าใจดำ อำมหิต ทำให้คนนินทาไปจนวันตาย
ดังนั้น หลิวเซี่ยงเฉียนก็แค่หาข้ออ้างเพื่อทำร้ายเธอเท่านั้น
จางกุ้ยหลานกอดหัวตัวเองแน่น หวังให้เขาหยุดมือเสียที
สิบนาทีต่อมา หลิวเหล่าโถวก็พูดขึ้น
"พอแล้ว ไปทำกับข้าว กินข้าวได้แล้ว" เขาเอ่ย
หลิวเซี่ยงเฉียนหอบหายใจแรง ๆ แล้วหยุด "ยังไม่รีบไปอีก!"
จางกุ้ยหลานคลานลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล แล้วไปล้างจานต่อ ทำอาหาร
แล้วเธอจะทำอะไรได้อีก? ขัดขืนหรือ? เธอคนเดียวสู้หลิวเซี่ยงเฉียนก็ไม่ได้ แล้วจะสู้คนทั้งบ้านได้อย่างไร?
เจ็บไปทั้งตัว...
เธออยากจะไปจากที่นี่เหลือเกิน...
ที่ผ่านมาไม่มีโอกาส แต่ตอนนี้โอกาสมาแล้ว
เมื่อคิดถึงเื่นี้ ความเ็ปตามร่างกายของจางกุ้ยหลานก็เหมือนถูกลืมเลือน เธอรีบทำอาหารอย่างคล่องแคล่ว
จากนั้นต้าเหว่ยและเสี่ยวเหว่ยที่หลบอยู่ในห้อง รวมถึงต้าฉินและเสี่ยวฉินก็ออกมานั่งกินข้าวเงียบ ๆ บนโต๊ะ
จางกุ้ยหลานยืนมองคนตระกูลหลิวอย่างเงียบ ๆ
คนเราต้องรู้จักสถานการณ์... เวลานี้หากเธอยังอยากกินข้าว สิ่งที่จะตามมาคือการถูกทำร้ายอีกครั้ง
หลังอาหาร คนตระกูลหลิวก็เตรียมตัวจากไป
จางกุ้ยหลานรวบรวมความกล้า กล่าวขึ้น "เดี๋ยวก่อน เข้ามีเื่อยากจะพูด"
นี่มันเื่น่าประหลาดใจจริง ๆ หรือ? จางกุ้ยหลานแต่งงานเเข้าตระกูลหลิวมาสิบกว่าปี ในที่สุดก็มีเื่จะพูดแล้วหรือ?
"เื่อะไร?" หลิวชงถามอย่างสงสัย
"เข้า... เข้าอยากกลับไปชนบท..."
"อะไรนะ?!" หลิวเซี่ยงเฉียนโกรธจัดทันที เธอหมายความว่าอย่างไร? เธอจะจากเขาไป? ไม่อยู่กับเขาอีกต่อไปแล้วหรือ?
เขาถูกทิ้งหรือ?
หากเื่นี้แพร่งพรายออกไป เขาก็จะอับอายขายหน้า
เขาพลันลุกพรวดขึ้นอีกครั้ง
"ไม่ใช่ ไม่ใช่! เข้าหมายถึง เข้าอยากกลับไปชนบทเพาะถั่วงอกขาย! ก็ถั่วงอกแบบที่สหกรณ์กำลังขายอยู่นั่นแหละ! เข้าเพาะเป็! เข้าจะกลับไปหาเงิน!" จางกุ้ยหลานรีบกล่าว
หลิวเซี่ยงเฉียนชะงัก "ถั่วงอก? ถั่วงอกที่สหกรณ์ขาย? แกเพาะเป็?"
"ใช่ ๆ" จางกุ้ยหลานพยักหน้า
"ชิ~" หลิวชงหัวเราะ "ป้าจาง ถั่วงอกที่ป้าเพาะ พวกเราไม่เคยกินหรือไง? ทำไมรสชาติไม่เหมือนของสหกรณ์เลย? นี่ป้าโกหก หรือว่าแอบซ่อนของดีไว้กันแน่?"
จริงดังว่า จางกุ้ยหลานบางครั้งก็จะเพาะถั่วงอกไว้หม้อหนึ่ง ให้คนทั้งบ้านกินกันหลายวัน เมื่อก่อนทุกคนก็ว่าอร่อย แต่เทียบกับของสหกรณ์ที่ขายอยู่ตอนนี้แล้ว เทียบกันไม่ได้เลย
หลิวเซี่ยงเฉียนเงื้อมือเตรียมจะตบอีกครั้ง
"ไม่ใช่ ไม่ใช่!" จางกุ้ยหลานรีบหลบ แล้วกล่าวว่า "เข้าเพาะที่นี่ไม่ได้เพราะน้ำที่นี่ไม่ดี! น้ำที่ค่าวซานถุนดีกว่า! เพาะถั่วงอกออกมาแล้วถึงอร่อย!"
นี่เป็สิ่งที่ป้าหม่าบอกเธอมาก่อน
จริง ๆ แล้วเธอก็รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน ตามหลักแล้ว วิธีการเพาะถั่วงอกที่ฮวาเจาสอน ก็เป็วิธีที่เธอเคยใช้เพาะที่ค่าวซานถุนมาไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง แต่รสชาติก็เป็แบบเดิม ไม่เหมือนของสหกรณ์
แต่ความจริงก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า
จางกุ้ยหลานคิดว่าคงเป็เพราะแม่น้ำในค่าวซานถุน มีน้ำพุที่ไหนไหลมาเพิ่มเติม เปลี่ยนคุณภาพของน้ำ
ถึงจะอธิบายได้สมเหตุสมผลที่สุด
คนตระกูลหลิวก็เชื่อ
"ถั่วงอกพวกนั้น เป็คนค่าวซานถุนเพาะ?" หลิวเหล่าโถวถาม
"จริงแท้แน่นอน วันนี้เข้าไปเจอมาแล้ว!" ตอนเที่ยงฮวาเจาทำมาให้เธอจานหนึ่ง เธอกินไปเกือบหมด รสชาตินั้นสุดยอดจริง ๆ
จางกุ้ยหลานไม่ใช่นักโกหก นี่เป็สิ่งที่คนตระกูลหลิวรู้ดี
"แล้วพวกเขาขายถั่วงอกให้ทีมผลิต ได้เงินกันอย่างไร? แต่ละคนได้เท่าไหร่?" หลิวเหล่าโถวถาม
ข่าววงในพวกนี้ เพราะมีคำสั่งจากหวังเิ ทำให้คนในสหกรณ์ไม่พูดถึง พวกเขาจึงสืบไม่ได้
"เดือนละครั้ง แบ่งกันตามปริมาณที่แต่ละบ้านส่ง ไม่รู้ว่าจะได้เงินเท่าไหร่กันแน่ เพราะยังไม่ถึงเดือน" จางกุ้ยหลานกล่าว "แต่สหกรณ์รับซื้อจากพวกเขาในราคา กิโลกรัมละ 2 เหมา"
จริง ๆ แล้วเธอไม่ได้โง่ เธอไม่ได้พูดแบบรับปากว่าจะได้เงินเท่าไหร่ต่อเดือน เธอไม่ได้พูดคลุมเครือ เพราะแบบนั้นจะโดนทำร้าย ทำให้คนเเข้าใจผิดว่าเธอซ่อนของดีไว้
คนตระกูลหลิวตาเป็ประกาย การคำนวณนี้ทำได้ง่าย จางกุ้ยหลานเพาะถั่วงอกครั้งหนึ่งก็ 5-6 กิโลกรัมแล้ว 2 เหมาก็ 2 หยวน ถ้าวัน ๆ ไม่ทำอะไร นอกจากเพาะถั่วงอก จะได้เงินเท่าไหร่กัน!
"ตอนนี้สหกรณ์รับซื้อวันละ 1,000 กิโลกรัม พวกเขาแบ่งตามจำนวนครัวเรือน ไม่สามารถส่งเพิ่มได้" จางกุ้ยหลานยังให้ขีดจำกัดสูงสุดด้วย แต่ละบ้านส่งได้มากที่สุดวันละ 33 กิโลกรัม ได้เงิน 6 หยวน 6 เหมา
นี่คือกฎที่ค่าวซานถุนกำหนดขึ้น บางครั้งก็จะมีวันสองวันที่ฮวาเจาแลกเปลี่ยนพลังงานพลาด ทำให้ถั่วงอกทั้งหมู่บ้านมีมากกว่า 1,000 กิโลกรัม ทำให้มีการทะเลาะกันว่าจะรับซื้อของใคร ไม่รับของใคร สุดท้ายก็ตกลงวิธีนี้
"บางครั้งก็คุมไม่ได้ เพาะออกมาแล้วเขาก็ไม่รับซื้อ" จางกุ้ยหลานเล่าข่าวที่เธอสืบมาทั้งหมด "โดยปกติแล้วจะพลาดประมาณ 3-4 ครั้ง"
"ขยะ! นั่นมันก็ 6 หยวนแล้ว!" หลิวเหล่าโถวรู้สึกเสียดาย ราวกับว่าคนที่เพาะถั่วงอกคือเขา แล้วเงินนั้นเป็ของเขาเสียเอง
จางกุ้ยหลานก้มหน้า ไม่ส่งเสียง
"แกไปเถอะ แต่ต่อไปเงินที่ได้จากการเพาะถั่วงอก ต้องเอามาให้ที่บ้าน พวกเราเลี้ยงดูลูก 4 คนของแกมาหลายปี เงินำาญเล็กน้อยของเข้ากับแม่แกก็หมดไปกับพวกเขาแล้ว แม้แต่ชงชงก็ยังช่วยสนับสนุนแกไม่น้อย" หลิวเหล่าโถวกล่าว "แถมต่อไปต้าเหว่ยกับเสี่ยวเหว่ยต้องเเข้าเรียน แต่งงาน ส่วนต้าฉินกับเสี่ยวฉินก็ต้องออกเรือน ต้องใช้เงินอีกเยอะ"
"ค่ะ เข้าทราบแล้ว" จางกุ้ยหลานตอบอย่างอ่อนน้อม
หลิวเหล่าโถวพยักหน้าอย่างพอใจ ลูกสะใภ้จากชนบทคนนี้ไม่ดีสักอย่าง แต่เื่เชื่อฟังนั้นดีเยี่ยม
ถ้าเป็ลูกสะใภ้ในเมือง พวกเขาคงไม่สามารถควบคุมเธอได้ง่าย ๆ แบบนี้
"ต้าฉินกับเสี่ยวฉินก็เอาไปด้วย" หลิวเหล่าไท่ไท่ที่ไม่เคยพูดอะไรเลย จู่ ๆ ก็พูดขึ้น "พวกเขายังไม่ได้เเข้าโรงเรียน ไปกับแกก็ไม่เสียหายอะไร แถมยังช่วยแกทำงานได้ดีด้วย"
เด็กหญิงสองคนนี้ในที่สุดก็จะได้ปล่อยมือแล้ว เธอจะได้พักผ่อนเสียที
"แล้วก็ ตอนที่แกกลับไป มีแปลงผักกับที่ดินส่วนตัวใช่ไหม? ปลูกผักเยอะ ๆ หน่อย ตอนนั้นก็อย่าลืมส่งกลับมาบ้านด้วยนะ" หลิวเหล่าไท่ไท่กล่าวอีก
