บทที่ 99 รังแกกันเกินไป
“ได้สิ ไม่เป็ไร แค่อย่าให้ข้าดูเ้าโดนซ้อมก็พอ” เฉียนหลิงอู่ไม่ปฏิเสธข้อเสนอของฉินชู
ฉินชูพยักหน้า ตอนนี้เขากำลังพยายามฝึกตนเพื่ออะไร ก็เพื่อไม่ให้ตัวเองถูกตีถูกซ้อม เพียงเพื่อให้พลังมากขึ้นเมื่อยามจำเป็
บริเวณหอพักศิษย์รับใช้ บนยอดเขาชิงจู๋
ไป๋อวี้ เอ้อพั่งและพวกหลินเจิ้งรู้สึกงุนงงไม่น้อย เพราะมีผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในกระท่อมไม้ของฉินชูอยู่ตลอดเวลา
“เอ้อพั่ง เ้าสังเกตเห็นอะไรบ้างหรือไม่ตอนที่ไปส่งอาหาร” ไป๋อวี้ถามขึ้น ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากไป เขาไปที่นั่นเมื่อไม่กี่วันก่อนเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ แต่ถูกเฉียนหลิงอู่ใช้หอกไล่เขาออกมา ตอนนี้นอกจากเอ้อพั่งที่สามารถไปส่งอาหารได้ ก็ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้กระท่อมไม้ได้เลย
“ไม่มีอะไรผิดปกติ ผู้หญิงคนนั้นกำลังฝึกซ้อมกับลูกพี่อยู่” เอ้อพั่งพูดขึ้น
วันนี้สำนักชิงหยุนได้รับข่าวว่ากองทหารของพวกเขาที่ประจำการอยู่นอกหุบเขาเทียนเซียงถูกโจมตีโดยอีกสามสำนัก พวกเขาหลายคนถูกสังหารและมีผู้าุโเพียงคนเดียวที่รอดออกมาได้
สถานการณ์นี้ทำให้หลัวเจินและคนอื่นๆ โกรธมาก ทั้งสี่สำนักได้ตกลงที่จะใช้การประลองยุทธิ์ของเหล่าลูกศิษย์เพื่อชิงสิทธิ์หุบเขาเทียนเซียงกันแล้ว แต่สถานการณ์ปัจจุบันคือสำนักเตาเสวี่ย ตำหนักพญาจิ้งจอกและศาลาดาวฤกษ์้าบีบสำนักชิงหยุนออกก่อน และไม่้าให้สำนักชิงหยุนมีโอกาสในการประลอง
หลัวเจินอยากจะพากองกำลังไปถล่มทั้งสามสำนักนอกหุบเขาเทียนเซียงให้ราบคาบ แต่ถูกโม่เต้าจื่อห้ามเอาไว้
“ท่านเ้าสำนัก หากไปสู้ตอนนี้จะเป็การใช้อารมณ์เกินไป โอกาสชนะของพวกเรามีไม่มาก เราอาจถูกปิดล้อมโดยทั้งสามสำนัก นอกจากนี้เราได้ใช้หญ้าหอมนภาปรุงโอสถเทียนหยวนแล้ว ด้วยสรรพคุณของโอสถเทียนหยวน เมื่อถึงเวลานั้น เราจะมีผู้ฝึกฝนขั้นที่ห้าตอนปลายและขั้นสมบูรณ์มากขึ้นเรื่อยๆ พอถึงตอนนั้นทั้งสามสำนักจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเราอีกต่อไป” โม่เต้าจื่ออธิบายเหตุผลที่ไม่ต่อสู้
“หลัวเจินเข้าใจแล้ว ข้าแค่รู้สึกอึดอัด ไอ้พวกนี้กำลังรนหาที่ตาย แค้นนี้ต้องได้รับการชำระ” หลัวเจินออกจากเรือนพำนักของโม่เต้าจื่อไปด้วยอารมณ์ไม่ดี
เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้า โม่เต้าจื่อได้แต่ถอนหายใจ ก่อนยิ้มอย่างมีเลศนัย กระบี่ของเขาจะไร้ความหวาดหวั่นและความเกรงกลัว แต่ทำไมเขาถึงไม่สามารถบรรลุพลังแห่งเจตจำนงกระบี่ บางทีอาจเป็เพราะวิธีที่เขามีปฏิัักับโลกไม่ค่อยกลมกลืน วิเคราะห์ทุกสรรพสิ่งอย่างละเอียดถี่ถ้วนเกินไป ไม่ยอมชักกระบี่ออกมาต่อสู้ในศึกที่ไม่อาจชนะ แต่หลัวเจินและลู่หยวนสามารถทำได้ และหลิงหยุนจื่อก็ทำได้เช่นกัน ดังนั้นพวกเขาทั้งสามคนจึงพลังแห่งเจตจำนงกระบี่ แต่เวลาในการทำความเข้าใจนั้นแตกต่างกัน
ลู่หยวนมาถึงผาหินตัดบนยอดเขาชิงจู๋ หลังจากทักทายเฉียนหลิงอู่ เขาก็บอกเล่าเกี่ยวกับสถานการณ์ของหุบเขาเทียนเซียงให้ฉินชูรับรู้
“รังแกกันมากเกินไปแล้ว! พวกเขาทำแบบนี้เพื่อให้สำนักชิงหยุนของพวกเราพ่ายแพ้ไปก่อน จากนั้นทั้งสามสำนักจะต่อสู้กันเองเพื่อชิงสิทธิ์หุบเขาเทียนเซียง ด้วยวิธีนี้ พวกเขาจะมีโอกาสเพิ่มขึ้น” ดวงตาของฉินชูสะท้อนแววสังหาร เพราะสำนักเตาเสวี่ย ตำหนักพญาจิ้งจอกและศาลาดาวฤกษ์กำลังฝ่าฝืนสิ่งที่พวกเขาตกลงกันเอาไว้ นี่เป็พฤติกรรมที่ไร้ยางอายมาก
“การประลองยุทธ์ของลูกศิษย์จากสำนักมหาอำนาจหลักทั้งสี่เหมือนจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสำนักชิงหยุนของพวกเราแล้ว มันกลายเป็การประลองยุทธ์ของสามสำนัก สิ่งที่พวกเขาทำคือการยับยั้งโอกาสเจริญรุ่งเรืองของสำนักชิงหยุน” ลู่หยวนพูดขึ้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธปนเสียดาย
“เรายังต้องเข้าร่วม หากเราชนะ แล้วพวกเขาไม่ยอมแพ้ ก็เท่ากับผิดสัญญาที่ตกลงกันไว้ และหน้าตาศักดิ์ศรีของพวกเขาจะร่วงหล่นลงไปกับพื้นอีกครั้ง ข้าคิดว่า คนหนุ่มสาวจำนวนมากในอนาคตคงไม่อยากเข้าร่วมกับสำนักเช่นนี้” ฉินชูพูดขึ้น
“พวกเราค่อยมาหารือเื่นี้กันอีกทีว่าควรจัดการยังไงให้เหมาะสม เ้าค่อยๆ ฝึกตนไปเถอะ ไม่ต้องรีบร้อน” ลู่หยวนมองฉินชูพลางเอ่ย
พูดคุยกันสักพัก ฉินชูก็ส่งลู่หยวนออกจากผาหินตัด ลู่หยวนเป็หนึ่งในบุคคลในสำนักชิงหยุนที่เขาเคารพนับถือ
“ลู่หยวนคนนี้ เป็บุคคลที่มีชื่อเสียง” เมื่อเห็นฉินชูกลับมา เฉียนหลิงอู่ก็พูดขึ้น
“เ้ารู้จักเขา?” ฉินชูถามกลับ
“สำหรับบุคคลที่โดดเด่นหลายคนของสำนักชิงหยุน ราชวงศ์เฉียนล้วนตรวจสอบมาหมดแล้ว หลัวเจินกับลู่หยวนเป็คนที่ถูกกดอำนาจเอาไว้ก่อนหน้านี้ พวกเขามีโอกาสแข่งขันชิงตำแหน่งเ้าสำนักชิงหยุนกับจงฮั่น แต่การที่จงฮั่นได้ตำแหน่งไปก็เพราะความช่วยเหลือของราชวงศ์เฉียน ความสำเร็จของจงฮั่นบางส่วน ราชวงศ์เฉียนเป็คนมอบให้เขา หลังจากที่เขาได้ขึ้นเป็เ้าสำนัก หลัวเจินกับลู่หยวนก็ไม่มีโอกาสเฉิดฉาย จากนั้นจงฮั่นก็หันไปสนับสนุนซูซานเหอที่ไร้ความสามารถแทน”
“ที่แท้เป็แบบนี้นี่เอง ข้าเข้าใจแล้ว” ฉินชูพยักหน้า
“ในราชวงศ์เฉียน จักรพรรดิเฉียนเป็ผู้ควบคุมอำนาจสูงสุด แต่แผนบางอย่างถูกวางแผนและดำเนินการโดยราชครูฉาวเทียน ส่วนฉาวกั๋วกงที่ถูกสังหารในหุบเขาเทียนเซียงเป็หลานชายของเขา หากเ้าบังเอิญพบกับฉาวเทียนเข้า หากหลบเลี่ยงได้ก็ควรทำ เพราะเขาเป็บุคคลอันตรายคนหนึ่ง” เฉียนหลิงอู่พูดกับฉินชู
ฉินชูพยักหน้า “ข้าจำจะสิ่งที่เ้าบอกมา ว่าแต่ทำไมเ้าถึงบอกเื่พวกนี้กับข้า หลายฝ่ายมองข้าว่าเป็ภัยคุกคาม ทั้งสามสำนักมหาอำนาจก็คิดเช่นนี้ ราชวงศ์เฉียนก็คงคิดเช่นนี้เหมือนกันกระมัง”
“สำหรับข้าแล้ว การปกป้องและความอยู่รอดของราชวงศ์เฉียนคือคำสั่ง แต่แผนการและการดำเนินการบางอย่าง ข้าไม่ยุ่งเกี่ยวและไม่เห็นด้วย และข้าหวังว่าจะไม่เกิดปัญหากับเ้า” เฉียนหลิงอู่พูดถึงหลักการของตัวเอง ความเป็จริงแล้วนางไม่ค่อยเห็นด้วยกับแผนการบางอย่างของราชวงศ์เฉียนนัก
“สถานการณ์ค่อนข้างยุ่งเหยิง ตอนที่ข้าเดินทางมาที่สำนักชิงหยุน ความคิดของข้าเรียบง่ายมาก แค่มาเพื่อพัฒนาตัวเอง จากนั้นก็รบกวนให้ผู้เฒ่าโม่ย้อนนิมิตสืบเบาะแสชาติกำเนิดของข้า แต่เื่บางเื่ในตอนนี้ ดูเหมือนว่าข้าจะทำตัวเป็คนนอกไม่ได้ ค่อยว่ากันไปทีละก้าวแล้วกัน” ฉินชูส่ายหน้า ก่อนชักกระบี่ออกมาเริ่มฝึก
การฝึกวิชากระบี่พันคลื่นของฉินชูบรรลุขั้นแล้ว ในระหว่างสำแดงกระบวนท่า กระบี่เทพบูรพาโจมตีออกไปซ้ำกันต่อเนื่อง
เฉียนหลิงอู่มองดูอยู่ข้างๆ นางคิดว่าพร์ในการฝึกวิชากระบี่ของฉินชูล้ำเลิศมาก วิชากระบี่พันคลื่นเป็วิชากระบี่ที่ลึกซึ้ง รูปแบบในการออกกระบวนท่าและแก่นแท้ของมันเป็สิ่งที่ทำความเข้าใจได้ยาก แต่ตอนนี้ฉินชูกลับก้าวข้ามความยากเ่าั้มาได้
หลังจากฝึกฝนเป็เวลาครึ่งชั่วยาม ฉินชูก็เก็บกระบี่เข้าฝัก
“พลังที่แท้จริงของวิชากระบี่พันคลื่นไม่สามารถะเิออกได้ก่อนบรรลุตบะขั้นที่สี่ เนื่องจากผู้ฝึกฝนขั้นที่สามเจินหยวนสามารถปลดปล่อยพลังปราณออกมาได้แค่รอบตัวและปลดปล่อยคมแสงกระบี่ได้เท่านั้น ดังนั้นระยะการโจมตีจึงถูกจำกัด เมื่อเ้าบรรลุขั้นที่สี่ เ้าจะสามารถปลดปล่อยพลังปราณจากร่างกายได้ และเมื่อเ้าใช้ปราณกระบี่โจมตี ปราณกระบี่หลายระลอกจะซ้อนทับกัน เกิดเป็พลังทำลายล้างอันน่าทึ่ง” เฉียนหลิงอู่มองฉินชูพลางพูด
“ขั้นที่สี่...ไม่น่าจะไกลเกินเอื้อม ข้าวางแผนที่จะทะลวงขั้นที่สามระดับที่เก้าในคืนนี้” ฉินชูพูดขึ้น
“เส้นทางการบ่มเพาะพลังปราณไม่ควรรีบร้อน เ้าต้องมั่นคง ยุทธภพไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เ้าคิด เ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมราชวงศ์เฉียน้าโค่นล้มสี่สำนักมหาอำนาจยิ่งนัก เพราะถ้าหากปัญหาภายในและภายนอกเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ทำให้ง่ายต่อการถูกโค่นล้ม ดังนั้นทิศทางหลักของราชวงศ์เฉียนใน่ปีที่ผ่านมาคือเริ่มก่อกวนจากภายใน สำนักชิงหยุนยังดีหน่อย แต่อีกสามสำนักที่เหลือล้วนมีเส้นสายกับกองกำลังด้านนอกอาณาจักร พวกเขา้าพื้นที่นี้ อุดมการณ์ของพวกเขาแตกต่างจากสำนักชิงหยุนของเ้า นี่เป็เหตุผลอย่างหนึ่งที่ข้าสัญญาว่าจะไม่โจมตีสำนักชิงหยุน” เฉียนหลิงอู่พูดกับฉินชู
