คำพูดแกมบังคับและแข็งกร้าวออกมาจากปากของซูฮ่าว ซึ่งมันดังก้องอยู่ในมุมของห้องโถงอยู่นาน
ภายใต้แสงไฟคริสตัล สายตาประดุจเหยี่ยวของซูฮ่าวกวาดมองหลินอีหลุน เหมือนเป็การส่งสัญญาณเตือนเล็กน้อย
ไป๋เหวินหลิงที่ถูกซูฮ่าวโอบอยู่ในอ้อมอกก็หน้าแดงขึ้นมา ในหัวเริ่มว่างเปล่า
มืออันแข็งแกร่งและทรงพลังโอบเธอไว้แน่น จนใบหน้าของเธอแนบติดหน้าอกอันร้อนผ่าวของซูฮ่าว และได้ยินเสียงหัวใจเต้นของเขาอย่างชัดเจน
ความรู้สึกปลอดภัยที่ไม่เคยมีมาก่อนกระจายไปทั่วตัวของเธอ ราวกับการโอบกอดของซูฮ่าว เป็การโอบกอดจากโลกทั้งใบ
ตอนนี้จิตใจของไป๋เหวินหลิงสับสนมาก
สองเดือนก่อนหน้านี้ การกระทำทุกอย่างของซูฮ่าวทำให้เธอสิ้นหวังกับชีวิตแต่งงานแล้ว
แต่วันนี้เขากลับทำให้เธอรู้สึกถึงแสงแห่งความสุขที่สว่างจ้าเป็อย่างยิ่ง
เธอไม่รู้ว่าซูฮ่าวตั้งใจหรือไม่ หรือแค่อยากแสวงหาความตื่นเต้นใหม่ๆ แล้วพรุ่งนี้ก็กลับไปเป็คุณชายเสเพลที่เอาแต่กินดื่มเที่ยวเล่นคนนั้นเช่นเดิม
เธอ้าผลักซูฮ่าวออกตามสัญชาตญาณ แต่มือที่ซูฮ่าวโอบเธอไว้กลับแน่นขึ้นเรื่อยๆ
หลินอีหลุนที่เห็นสถานการณ์นี้ แม้ว่าบนใบหน้าจะยังยิ้มอยู่ แต่หากมองอย่างละเอียด ก็จะพบว่าในดวงตาของเขาแฝงไปด้วยความเย็นเยือก
เขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่า ขยะที่แม้แต่ของไร้ประโยชน์ก็ยังเทียบไม่ติดในสายตาของเขา จะกล้ายื่นมือไปโอบกอดผู้หญิงที่เขาชอบ
แล้วยิ่งคิดไม่ถึงอีกว่า ไป๋เหวินหลิงที่รังเกียจซูฮ่าวเป็อย่างยิ่ง จะยอมให้ซูฮ่าวโอบกอดโดยไม่ต่อต้านแม้แต่น้อย
เขารู้จักไป๋เหวินหลิงเป็อย่างดี นี่คือผู้หญิงที่มีความสามารถและสายตาสูงมากคนหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็การเจรจาสัญญา หรือใช้ชีวิตประจำวันล้วนรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยกับผู้ชาย แม้แต่ที่นั่งที่ผู้ชายเคยนั่งแล้ว ยังหยิบกระดาษทิชชูออกมาเช็ดเลย
เื่ที่จะโอบกอดเธอไว้ในอ้อมอกแทบเป็ไปไม่ได้ด้วยซ้ำ
แต่ซูฮ่าวกลับทำได้
เ้าคนที่สำมะเลเทเมาและมีชื่อเสียงฉาวโฉ่คนนี้… กลับทำได้!
สายตาของหลินอีหลุนกวาดมองซูฮ่าวกับไป๋เหวินหลิงไปมา หลังจากเงียบไปสักพัก ถึงพูดออกมาว่า “ผมบุ่มบ่ามเกินไปแล้ว คุณซูคือคู่หมั้นของคุณไป๋ แน่นอนว่าคู่เต้นรำที่ดีที่สุดต้องเป็คุณซู”
“ไม่ใช่แค่คู่หมั้น” ซูฮ่าวส่ายหน้า และพูดอย่างจริงจังว่า “หน้าตาเหวินหลิงนั้นสะสวยงดงาม และมีออร่า คนธรรมดาทั่วไปจะเข้าตาเธอได้อย่างไร?”
หลินอีหลุนหรี่ตา แล้วหัวเราะออกมาทันที “คุณซูพูดอย่างนี้หมายความว่าผมไม่คู่ควรกับเหวินหลิงอย่างนั้นหรือ?”
“ประธานหลินอายุน้อยและร่ำรวย เป็คนมีความสามารถ และเป็ผู้ชายในฝันของผู้หญิงหลายๆ คนในฉวนโจว จะไม่คู่ควรกับเหวินหลิงได้อย่างไร?” ซูฮ่าวโบกมือ และชี้คนบางคนพลางพูดว่า “แต่ประธานหลิน สาวงามที่ดูดีล้วนมีมากมาย แต่คนที่มีจิติญญาน่าสนใจกลับมีไม่มาก แน่นอนว่าคนที่คู่ควรกับคนมีพร์อย่างประธานหลินต้องไม่เหมือนคนอื่น ผมคิดว่าคนที่มีจิติญญาน่าสนใจคนนั้นคู่ควรกับคุณที่สุด แล้วคุณคิดว่าอย่างไร?”
หลินอีหลุนมองตามทางที่ซูฮ่าวชี้ไป หางตากระตุกทันที
คนที่ซูฮ่าวชี้คือของชั้นเยี่ยมชัดๆ ใบหน้ากลมโตเหมือนทุเรียน ร่างกายสูงใหญ่ พอเดินพื้นโดยรอบล้วนสั่นไหว
นั่นคือคนที่หนักหนึ่งร้อยห้าสิบกว่ากิโลกรัม!
เขาเก็บสายตากลับมา แล้วมองซูฮ่าวด้วยสายตาเ็าเล็กน้อย “ได้ยินว่าคุณซูเป็คนมีคารมคมคาย และชอบพูดเป็ต่อยหอย วันนี้พอได้เห็น ก็สมชื่อจริงๆ ”
“ได้ยินว่าประธานหลินมีความสนใจโดดเด่นเฉพาะตัว มีงานอดิเรกมากมาย วันนี้พอได้เห็น ก็ยอมแพ้จริงๆ ” ซูฮ่าวจ้องสายตาของหลินอีหลุน และหัวเราะอย่างไม่แยแส “ขอให้ประธานหลินกับเธอที่มีจิติญญาน่าสนใจท่านนั้นได้เข้าสู่ประตูวิวาห์ในเร็ววัน เมื่อถึงตอนนั้น ประธานหลินอย่าลืมส่งบัตรเชิญให้ผมด้วยล่ะ ผมจะให้ของขวัญชิ้นใหญ่กับคุณแน่นอน”
สีหน้าของหลินอีหลุนเริ่มบูดบึ้ง
เขาจะไม่รู้เจตนาได้อย่างไร เห็นได้ชัดว่าซูฮ่าวคนนี้กำลังถากถางตนเอง
หลินอีหลุนสูดหายใจลึก เขาหรี่ตาและเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “คุณซู ตามที่ผมรู้ คุณไม่ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ ผมอยากรู้จัง ถ้าเทียบกับลูกเศรษฐีที่จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง และมีเื้ัครอบครัวยิ่งใหญ่พวกนั้น คุณมีความสามารถอะไรที่พอจะนำออกมาอวดได้?”
“ผมมีคู่หมั้นอย่างเหวินหลิง!”
มุมปากหลินอีหลุนกระตุก “ถ้าแบบนั้นหมายความว่าวันๆ คุณก็ไม่ได้ทำอะไร แค่กินดื่มเที่ยวเล่นอย่างเดียว ถ้าจะใช้ชีวิตอยู่ในบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวเหมือนปรสิตตัวหนึ่ง แล้วจะมีบ้านหรูรถหรูเหมือนคนอื่นเขาได้อย่างไร?”
“เหวินหลิงคู่หมั้นของผมมีได้!”
“ผมหมายถึงคุณนะ!” ดวงตาของหลินอีหลุนเบิกกว้างด้วยความไม่พอใจ พลางพูดเบาๆ ว่า “นายมัวแต่ทำตัวเสเพลอยู่ด้านนอกทุกคืนทุกวัน ไม่กลับบ้านสามสี่วัน จะเอาอะไรมาให้คุณไป๋ที่ลำบากเหน็ดเหนื่อยได้?”
“ประธานหลิน ก่อนที่ผมจะตอบคำถามนี้ คุณช่วยตอบคำถามของผมหนึ่งข้อได้ไหม?” ซูฮ่าวยกไวน์แดงขึ้นมาดื่มแล้วถามพลางหัวเราะ
หลินอีหลุนขมวดคิ้ว “คำถามอะไร?”
“ของสีแดงที่อยู่ใต้กางเกงของคุณคืออะไร?” ซูฮ่าวชี้ร่างกายท่อนล่างของหลินอีหลุน และถามอย่างหยอกล้อ
หลินอีหลุนตะลึงงันสักครู่ ก็ก้มหน้ามอง เขาหน้าแดงด้วยความอับอายในทันที
บริเวณท่อนล่างของเขา ถูกย้อมด้วยไวน์แดงเต็มไปหมด
ดูท่าแล้ว คงเป็เพราะตอนที่คุมเชิงก่อนหน้านี้กับซูฮ่าวเขาตื่นเต้นเกินไป จึงทำให้มือที่ถือแก้วไวน์อยู่ไม่มั่นคง ไวน์แดงก็เลยกระฉอกออกมา
คิดไม่ถึงว่าเขาในฐานะคนมีพร์ด้านธุรกิจ และมีจิตใจเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไปสิบเท่า ในวันนี้กลับถูกซูฮ่าวรบกวนจิตใจได้
“คุณไป๋ ขอตัวก่อนครับ” หลินอีหลุนจ้องมองซูฮ่าว แล้วก็หันไปฝืนยิ้มให้ไป๋เหวินหลิง ก่อนเร่งฝีเท้าไปที่ห้องน้ำ
เมื่อมองด้านหลังที่ดูจนตรอกเล็กน้อยของหลินอีหลุน ดวงตาอันงดงามของไป๋เหวินหลิงก็เจือแววประหลาดใจ
ในสองเดือนนี้ซูฮ่าวกับหลินอีหลุนก็พบเจอกันไม่น้อย ทุกๆ ครั้งจะเป็ซูฮ่าวที่ถูกหลินอีหลุนพูดกดดัน กระทั่งโกรธจนหน้าเขียว แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคยได้เปรียบ
จิตใจอันแข็งแกร่งที่ปลูกฝังมาจากด้านธุรกิจของหลินอีหลุน คือมาตรฐานของนักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังหลายแห่งร่ำเรียน ไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับใคร เขาล้วนควบคุมอารมณ์ได้อย่างอิสระ
คิดไม่ถึงว่าซูฮ่าวในวันนี้จะพูดจามีคารมคมคาย และกดดันหลินอีหลุนจนเป็อย่างนั้นได้
ไป๋เหวินหลิงจ้องซูฮ่าวสักครู่ สายตาเล็งไปที่มือของเขา “คนก็ไปแล้ว ปล่อยมือได้แล้ว?”
“โทษที!” ซูฮ่าวหัวเราะอย่างเคอะเขิน และรีบหดมือกลับมา
“เหวินหลิง ฉันหวังว่าต่อไปเธอจะรักษาระยะห่างกับหลินอีหลุน คนคนนี้เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวมาก ถ้าเผลอแป๊บเดียวอาจจะหลงกลเขาได้ คนคนนี้เพื่อบรรลุเป้าหมายแล้ว หากไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็จะเอาด้วยกล โดยเฉพาะเธอที่เป็คนดี ง่ายต่อการถูกหลอก ดังนั้น … ”
“ดังนั้นฉันควรจะอยู่ให้ไกลจากหลินอีหลุน และคบกับนายใช่ไหม?” ไม่รอให้ซูฮ่าวพูดจบ จู่ๆ ไป๋เหวินหลิงก็ถามกลับ
ซูฮ่าวตะลึงจนอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออก
เขาในชาติก่อนก็เ้าชู้กับผู้หญิงไม่น้อย เพื่อบีบให้ไป๋เหวินหลิงขึ้นเตียงกับเขาแล้ว กระทั่งขายหุ้นของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวกินก็ยอม เทียบกับหลินอีหลุนแล้ว เขาควรจะเป็คนที่ถูกคนอื่นรังเกียจมากกว่า
คำพูดข้างต้นให้ความรู้สึกราวกับโจรเรียกจับโจร
พอเห็นซูฮ่าวไม่พูด สายตาของไป๋เหวินหลิงก็ฉายแววผิดหวัง
หากซูฮ่าวรับประกันกับเธอได้จริงๆ ว่าจะกลับตัวกลับใจ และสัญญากับเธอ บางทีเธออาจจะรับปากซูฮ่าวจริงๆ และอยู่ให้ห่างจากหลินอีหลุน
แต่ความเงียบของซูฮ่าวทำให้เธอมองไม่เห็นความหวัง
“บางที เขาก็อาจจะหาอะไรสนุกๆ ทำก็ได้” ไป๋เหวินหลิงหัวเราะเยาะตัวเอง แต่ไม่พูดอะไรมาก เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา และดูข่าวใน่นี้ต่อ
อีกด้านหนึ่งหลินอีหลุนที่เดินออกมาจากห้องน้ำมีสีหน้าบูดบึ้ง เขามองมาทางซูฮ่าวด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความเคียดแค้น
คนไร้ประโยชน์คนหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าจะทำให้เขาปล่อยไก่ต่อหน้าผู้หญิงที่เขาชื่นชอบ อภัยให้ไม่ได้จริงๆ
“ประธานหลิน ทำไมสีหน้าคุณดูแย่อย่างนี้?” เวลานี้ผู้ชายผมสั้นที่สวมใส่ชุดหรูหราเดินเข้ามาถามด้วยความประหลาดใจ
ในความทรงจำ หลินอีหลุนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ล้วนมีท่าทางที่สง่างามและมีความเป็ผู้ดี แค่ฉีกยิ้มเล็กน้อยก็ทำให้หญิงสาวนับหมื่นนับพันคนลุ่มหลง จะเหมือนตอนนี้เสียที่ไหน ไม่ใช่แค่ใบหน้าที่มองอาการใดๆ ไม่ออก แต่ยังมีความโกรธอยู่รำไร
หลินอีหลุนมองผู้ชายผมสั้นตรงหน้า เขาครุ่นคิดเล็กน้อย แล้วดวงตาก็ลุกวาว
เขาเข้าไปกระซิบข้างๆ หูของผู้ชายผมสั้นว่า “ฉันได้ข่าวว่า อีกสักครู่หวางไป่ว่านจะเชิญปรมาจารย์ด้านอักษรวิจิตรที่มีประสบการณ์ล้ำลึกของฉวนโจวสองท่านมาร่วมฉลอง ถึงเวลานั้นก็จะปล่อยให้คนวิพากษ์วิจารณ์อย่างแน่นอน เวลานั้นนายก็เบนเป้าหมายไปที่ไป๋เหวินหลิง ให้เธอเป็คนวิจารณ์คนแรก”
“ไป๋เหวินหลิง?” ผู้ชายผมสั้นใและงงงวยเล็กน้อย “ประธานหลิน ตามที่ผมรู้ ไป๋เหวินหลิงคือผู้หญิงที่คุณชื่นชอบ แล้วเธอก็ไม่ค่อยชำนาญการประดิษฐ์อักษร คุณให้เธอมาเป็คนวิจารณ์ ไม่เท่ากับหาเื่ให้เธอหรอกหรือ?”
หาเื่ให้ผู้หญิงที่ตนเองชอบ นี่อย่างไรก็ไม่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของหลินอีหลุน
หลินอีหลุนจิบไวน์แดง และพูดเบาๆ ว่า “ฉันก็ไม่ได้คิดที่จะให้ไป๋เหวินหลิงวิจารณ์ แค่ให้นายเบนเป้าหมายไปที่เธอ เธอที่ไม่ชำนาญการประดิษฐ์อักษร ก็ต้องลนลานอย่างแน่นอน เวลานั้นฉันก็จะออกหน้าแก้ไขสถานการณ์ให้เธอ”
“เยี่ยม!” ผู้ชายผมสั้นรับคำสั่ง ดวงตาของทั้งคู่ลุกวาว และชูนิ้วโป้งให้กัน
หลินอีหลุนสร้างเื่เดือดร้อนให้ไป๋เหวินหลิง หลังจากนั้นก็ออกหน้าแก้ไข แน่นอนว่าไป๋เหวินหลิงที่หลุดพ้นจากเื่เดือดร้อนก็จะรู้สึกขอบคุณหลินอีหลุน และเกิดความรู้สึกดี
วิธีอย่างผู้ชายขี่ม้าขาวนี้ก็สุดยอดจริงๆ !
หลินอีหลุนมีท่าทางภาคภูมิใจ “เื่นี้หากทำสำเร็จ บริษัทของนายก็จะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มบริษัทหลินชื่อสามปี”
“คุณชายหลิน คุณวางใจเถอะ เื่นี้ให้เป็หน้าที่ของผมเอง” ผู้ชายผมสั้นใ ใบหน้ามีอาการดีอกดีใจ และรีบตบอกพูด
กลุ่มบริษัทหลินชื่อให้การสนับสนุนสามปี นี่ก็พอที่จะทำให้บริษัทของเขาะโจากระดับกลางล่างไปถึงระดับกลางสูง
หลินอีหลุนพยักหน้าเล็กน้อย และเขย่าแก้วไวน์แดง หลังจากนั้นก็เดินไปนั่งลงตรงที่นั่งด้านข้าง
เขาเบิกตามองซูฮ่าวอยู่ไกลๆ พบว่าซูฮ่าวก็กำลังมองตนเองเหมือนกัน
สายตาของทั้งสองคนประสานกันกลางอากาศ เกิดประกายกระเซ็นไปทั่วทุกทิศ
นานมากกว่าหลินอีหลุนจะเก็บสายตา แต่มุมปากมีรอยยิ้มที่ชั่วร้าย
ซูฮ่าวขมวดคิ้วด้วยดวงตาเย็นะเื
หลินอีหลุน ชาติก่อนนายพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวพัง ทำให้ไป๋เหวินหลิงทุกข์ใจจนทนไม่ไหว และไปะโตึกฆ่าตัวตาย
ชาตินี้ฉันซูฮ่าวอาศัยกล่องแสงจันทร์กลับมา หากนายกล้าแตะไป๋เหวินหลิงแม้แต่น้อย ฉันจะทำให้นายสิ้นเนื้อประดาตัว และเสียใจเป็อย่างยิ่ง
