เหล่าโสเภณีรอบข้างพากันอุทาน “หล่อเหลือเกิน! คุณชายนี่รูปงามจริงๆ !”
“ไม่รู้ว่าเป็คุณชายบ้านไหน ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”
ไป๋เซียงจู๋อมยิ้มเล่นหูเล่นตากับหญิงสาวทุกคน ตู้เจวียนเอาแต่ขมวดคิ้วมอง เคราะห์ดีที่มาถึงหออี้ผิ่นจนได้ นายบ่าวทั้งสองค่อยๆ ย่างเข้าไปในโรงเตี๊ยม
“คุณชายรับอะไรดีขอรับ”
เสี่ยวเอ้อร์ [1] กุลีกุจอมาต้อนรับ ถามไถ่อย่างกระตือรือร้น คุณชายผู้นี้ช่างงามเหลือเกิน งามจนไม่สามารถละสายตาได้ เขาเคยเจอบุรุษรูปงามมาไม่น้อย แต่ชายหนุ่มที่หล่อเหลาปานนี้หาได้ยากยิ่งนักแล
ไป๋เซียงจู๋ตอบเสียงขรึม “ข้ามาหาเ้าของร้านพวกเ้า”
“คุณชายคือผู้ใดขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์ไม่กล้าตามเ้านายมั่วซั่ว ย่อมต้องสอบถามชื่อเสียงเรียงนามก่อน
“ข้าแซ่ไป๋”
พอได้ยินว่าแซ่ไป๋ เสี่ยวเอ้อร์พยักหน้าทันที อย่างอื่นน่ะไม่รู้ดอก แต่ตระกูลไป๋กับเถ้าแก่โรงเตี๊ยมเ้านายตนมีมิตรภาพแน่นแฟ้นต่อกัน ย่อมไม่กล้าทำหน้าที่ขาดตกบกพร่อง อีกทั้งเ้าของร้านยังเคยกำชับไว้ หากคนของจวนไป๋มา ต้องต้อนรับในฐานะแขกผู้ทรงเกียรติ
และคุณชายตรงหน้าท่านนี้ก็ดูไม่ธรรมดา รูปงามหล่อเหลา ต้องเป็แขกคนสำคัญอย่างแน่นอน
ผ่านไปประเดี๋ยวเดียว เถ้าแก่หลี่ก็ออกมา ผงะเล็กน้อยเมื่อเจอไป๋เซียงจู๋ จากนั้นจึงมองไปยังไป๋เซียงจู๋ที่ส่งสัญญาณให้แก่ตน เขาเข้าใจแจ่มแจ้งโดยพลัน รีบเรียกอีกฝ่ายเข้าไปในห้องส่วนตัวด้านข้าง
“คุณหนูใหญ่ไป๋ คุณหนูแต่งตัวแบบนี้ ข้าจำไม่ได้จริงๆ”
เถ้าแก่หลี่มองไป๋เซียงจู๋ในคราบบุรุษ เอ่ยชมด้วยความทึ่ง
อย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย คุณหนูใหญ่ไป๋ผู้นี้ช่างงามล่มชาติล่มแผ่นดินโดยแท้ หากนางไม่ได้มาหาเ้านายตนเมื่อไม่กี่วันก่อน และเ้านายก็ต้อนรับขับสู้นางเป็อย่างดี เขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าคุณหนูใหญ่ไป๋ผู้ลึกลับแห่งจวนไป๋จะงามตราตรึงใจปานนี้ พอไถ่ถามถึงได้รู้ ที่แท้เ้านายตนกับคุณชายใหญ่ไป๋เป็เพื่อนซี้กัน น้องสาวของเพื่อนยากคนนี้จึงถูกเ้านายยกให้เป็ดั่งน้องสาวแท้ๆ ไปด้วย
ครั้งนี้นางมาหาสหายด้วยตัวเอง เผอิญนายท่านเป็เ้าของหออี้ผิ่นแห่งนี้พอดี หลังได้ทราบคำขอของคุณหนูใหญ่ไป๋ย่อมตกลงช่วยเหลือตามวิสัย
“คุณหนูใหญ่ไป๋จะมาขายยาด้วยรูปลักษณ์นี้น่ะหรือ” เถ้าแก่หลี่พยักหน้าหงึกๆ ขณะพิศดูไป๋เซียงจู๋ในสภาพนี้ แต่งตัวเป็ชายแลเหมาะสมกว่าสำหรับการติดต่อค้าขายภายนอก
เมื่อไป๋เซียงจู๋รู้ว่าเถ้าแก่หลี่เข้าใจผิด นางก็รีบอธิบาย “เถ้าแก่เข้าใจผิดแล้ว ข้าจะเปิดรักษาโรคภัยไข้เจ็บโดยไม่คิดเงินในหอของท่าน จ่ายพวกยาทั่วไปบ้าง พอเริ่มเห็นผลดี มีชื่อเสียงแล้วค่อยเปิดร้านขายยาเ้าค่ะ”
เถ้าแก่หลี่จ้องมองปากที่อ้าหุบเป็จังหวะของไป๋เซียงจู๋ นางอธิบายอย่างเป็ขั้นเป็ตอน ซ้ำดวงหน้าลออยังเต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ เจิดจรัสด้วยพลังอันแรงกล้า ไม่รู้ั้แ่เมื่อไร เขาเริ่มเชื่อนางอย่างน้อยกึ่งหนึ่งจากไม่เชื่อเลยในตอนแรก
“รักษาไม่คิดเงิน? คุณหนูไป๋รู้วิชาแพทย์ด้วยหรือ หรือว่าเชิญหมอมาประจำ?”
ไม่แปลกที่เถ้าแก่หลี่จะประหลาดใจ คุณหนูในจวนเช่นนาง ไม่เคยเป็ที่รู้จักของสาธารณชน จู่ๆ ก็บอกว่าจะมารักษาคน เป็ใครก็ไม่เชื่อทั้งนั้นนั่นแล
คำถามของเถ้าแก่หลี่ในตอนนี้ถือว่าให้เกียรตินางสมน้ำสมเนื้อแล้ว
“ใต้ตาเถ้าแก่มีรอยช้ำ เกิดจากการนอนไม่พอสะสม นอนฝันตลอดคืน ขมปาก ความอยากอาหารลดลงหรือไม่” ไป๋เซียงจู๋กลับไม่ตอบคำถาม แต่มองไปที่เถ้าแก่หลี่แล้วสาธยายอาการป่วยเหล่านี้ออกมาทันที
เถ้าแก่หลี่ตกตะลึง หลังจากครุ่นคิดอยู่สักครู่ แววตาวาววับก็ถูกส่งให้ไป๋เซียงจู๋ “ใช่ๆ คุณหนูไป๋รู้ได้อย่างไร”
่นี้ไม่เคยได้นอนเต็มอิ่มเลย จะกินอะไรก็ขมในปากไปหมด ทั้งยังเห็นแล้วไม่รู้สึกอยากกินด้วย
ไป๋เซียงจู๋เปิดขวดกระเบื้องเคลือบใบหนึ่งออก “นี่คือยาแก้ร้อนใน ส่วนนี่คือถุงหอมเ้าค่ะ กินหลังมื้ออาหารพร้อมดื่มน้ำสะอาดตาม มีสิบเม็ด สิบวันเห็นผล เถ้าแก่จะลองหรือไม่”
เถ้าแก่หลี่มองสิ่งของที่ไป๋เซียงจู๋ยื่นมาให้ อยู่ในอาการงุนงง ถุงหอมนั่นคือกลิ่นของโกฐจุฬาลัมพา แม้มีกลิ่นอ่อน ทว่ามันทำให้ผ่อนคลายสบายอารมณ์ ทันใดนั้นสายตาที่เขามองไป๋เซียงจู๋ก็เปลี่ยนไปด้วย
“ข้านี่เฟอะฟะเสียจริงๆ คุณหนูไป๋ฝีมือมหัศจรรย์ ทักษะเป็เลิศ หากไม่มั่นใจจะบุ่มบ่ามทำได้อย่างไร ยานี้ราคาเท่าไรหรือ ข้าขอซื้อ”
“เถ้าแก่พูดแบบนี้ฟังดูห่างเหินเหลือเกิน ต่อจากนี้เซียงจู๋ยังต้องรบกวนเถ้าแก่อีกเยอะ ยาเล็กน้อยแค่นี้ ไม่ได้สลักสำคัญเลยเ้าค่ะ” ไป๋เซียงจู๋รู้จักวางตัวนัก คำพูดคำจายากที่จะปฏิเสธ ยิ่งรู้สึกว่าคนคนนี้จริงใจ แม้เป็สตรีแต่จัดการได้ไม่ขาดตกบกพร่อง สุขุมกว่าบุรุษบางคนเสียอีก เถ้าแก่หลี่ชื่นชมนางอย่างสุดซึ้ง
การเจรจาธุรกิจสำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว นางจะเปิดรักษาผู้คนในโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดของหออี้ผิ่น ใช้เวลาครึ่งชั่วยามในตอนเช้า มาบ่อยเท่าที่จะทำได้
ฝากยาทั้งหมดไว้ที่นั่น และเริ่มประจำการรักษา
ใน่เวลาสามวันติดต่อกันนั้นมีผู้คนมาเยือนมากมาย ทว่าไม่มีใครมาเพื่อพบหมอสักคน แต่มาเพื่อยลโฉมนางในร่างชายหนุ่มรูปงามเสียมากกว่า ข่าวลือเกี่ยวกับนางถูกแพร่ออกไปไม่น้อย ซึ่งมันมิใช่เพราะวิชาแพทย์ขั้นสูงของนาง แต่เป็เพราะว่านางหน้าตาหล่อเหลา ไป๋เซียงจู๋เองก็ไม่ได้รีบร้อน ถึงกระนั้นเถ้าแก่หลี่อาการดีขึ้นมากหลังใช้ยาที่นางมอบให้ เกิดการบอกเล่าปากต่อปากจนรับรู้กันเป็วงกว้าง นางจึงจ่ายยาให้ผู้คนไปบางส่วน ในที่สุดก็ค่อยๆ มีคนสูงวัยมาขอยาแผ่นเ่าั้
กลางเดือนสิบ กองทัพที่นำโดยฮ่องเต้มาถึงแนวพรมแดนต้าฉีกับแคว้นมองโกล ภายใต้การบัญชาการของฮ่องเต้ กำลังพลต้าฉีและแคว้นมองโกลสู้รบประชิดตัวกันหลายหน จนกระทั่งชิงเมืองสองเมืองที่ถูกแคว้นมองโกลยึดครองไปกลับมาสำเร็จ
ข่าวดีถูกส่งกลับเมืองหลวง สร้างความปลื้มปีติให้ทั่วทั้งแผ่นดิน
ภายในเมืองหลวง เหิงชินอ๋องย่อมต้องดูแลบ้านเมืองตามแนวทาง การค้นหาจุดบกพร่องเพื่อแก้ไขคือสิ่งจำเป็ นอกจากนี้เขายังแยกแยะประโยชน์ส่วนรวมและส่วนตนออกจากกันอย่างชัดเจน ไม่เคยพะว้าพะวังลังเล ไป๋เซียงจู๋เชื่อว่าไป๋จื่อจินพี่ชายตนรับนิสัยส่วนนี้มาจากเขา องอาจเด็ดเดี่ยว กล้าทำกล้ารับ
และเหิงชินอ๋องไม่กลัวว่าฮ่องเต้จะตำหนิอันใด พวกเขาสองพี่น้องกลมเกลียวกันดี ในอดีตก็เป็เขานี่แลที่ช่วยฮ่องเต้เหยียนตี้สร้างชาติรวมแผ่นดิน ฉะนั้นไม่มีใครเหมาะกับการดูแลบ้านเมืองในขณะนี้ไปกว่าเขาอีกแล้ว
ชั่วระยะเวลาเพียงสามเดือน เมืองหลวงเกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ ในยามวิกาล นอกจากคนเข้าเวรตรวจตรา ยังมีการส่งทหารรักษาการณ์มาลาดตระเวนในเมืองด้วย หากจับผู้ก่อเหตุไม่สงบหรือบุคคลต้องสงสัยได้ จะส่งตัวเข้าคุมขังในคุกกลางประจำอำเภอทันที และดำเนินการสอบสวนอย่างเคร่งครัดต่อไป ด้วยการบริหารเช่นนี้ ระเบียบรักษาความปลอดภัยในเมืองหลวงรัดกุมกว่าเมื่อครั้งฮ่องเต้เหยียนตี้ประทับอยู่เสียอีก เรียกได้ว่าเข้าใกล้สังคมสงบสุขในอุดมคติเลยทีเดียว
ขณะตู้เจวียนเล่าสถานการณ์ในเมืองหลวงรวมถึงข่าวชัยชนะของฮ่องเต้เหยียนตี้ให้ไป๋เซียงจู๋ฟัง ไป๋เซียงจู๋ได้รับจดหมายจากจวินมู่ซี หรือก็คือเ้าของหออี้ผิ่นนั่นเอง แจ้งว่าพบกับไป๋จื่อจินผู้เป็พี่ชายอย่างปลอดภัยแล้ว และเขาส่งต่อยาที่ตนฝากเขาไปให้แก่ไป๋จื่อจินเรียบร้อย เพียงแต่ตอนนี้ไฟากำลังลุกโชน ไม่สามารถเดินทางกลับทันทีได้ นอกเสียจากต้องรอาสงบลงก่อน
พอไป๋เซียงจู๋ทราบว่ายาของตนถึงที่หมายแล้ว นางเบาใจไปเปลาะหนึ่ง แม้ในชาติก่อนท่านพี่กับท่านน้าสามสร้างความดีความชอบใหญ่หลวงไว้ แต่พวกเขาได้รับาเ็จากคมดาบ และท่านตาที่อายุมากก็จับหวัด บัดนี้มียาพวกนั้นแล้ว ไม่ต้องกลัวอะไรอีกต่อไป อย่างน้อยจะไม่ลำบากเหมือนชาติก่อนแน่
ต้าฉีเอาชนะแคว้นมองโกลสำเร็จในตอนนี้เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ถ้าความจำนางไม่ผิดพลาด อีกไม่นานสถานการณ์จะพลิกผัน หวังว่าเมื่อถึงเวลานั้นทุกคนยังคงเหลือแรงใจไว้คิดบวกแบบนี้ได้?
สำหรับเื่การแต่งงานของตัวเอง นางต้องใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วน ไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรดี
คงเลือกแต่งงานกับใครสักคนซี้ซั้วไม่ได้ หากคนคนนั้นดันยุ่งวุ่นวายกับนางมากเกินควร จะมิเป็การหาความเดือดร้อนใส่ตัวโดยใช่เหตุหรือ
ชั่วพริบตาที่ไป๋เซียงจู๋ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี เดือนสิบผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว เดือนสิบเอ็ดคืบคลานเข้ามาแทนที่ อากาศยิ่งหนาวเย็นกว่าเดิม ในคืนที่หิมะแรกโปรยปรายทั่วต้าฉีนั้น ทางชายแดนส่งข่าวมาอีกครั้งหนึ่ง กองทัพมองโกลที่ปราชัยให้แก่กำลังพลซึ่งนำโดยฮ่องเต้เหยียนตี้ติดต่อกันหลายหนเริ่มเปลี่ยนยุทธวิธี เริ่มใช้เล่ห์กลเข้าช่วย ในการปะทะระหว่างต้าฉีกับมองโกลหลายครั้งหลังจากนั้น ต่างฝ่ายต่างผลัดกันแพ้ชนะ ในที่สุดาก็เดินหน้าสู่การประจัญบานเต็มรูปแบบจนได้
เชิงอรรถ
[1]小二 เสี่ยวเอ้อร์ คือ คำเรียกบริกรในโรงเตี๊ยม โรงน้ำชา หรือร้านอาหาร
