ยิ่งอีกฝ่ายมีท่าทีเช่นนี้ ฮวาเหยียนก็ยิ่งอยากรู้
เดิมทีที่นางไม่ถาม เป็เพราะนางไม่ชอบมู่ชิงอวิ้น รวมถึงครอบครัวรองของอีกฝ่ายด้วย หากถามไปก็คงเป็การหาเื่ทุกข์ใจให้ตนเอง ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้ต่างออกไป สาวใช้ประจำกายของมู่อันเหยียนกลับมาแล้ว หากมู่ชิงอวิ้นไม่พูด นางก็สามารถถามเอาจากปากของฉิงคงได้ จะมีผู้ใดรู้เื่มากไปกว่าสาวใช้ผู้นี้อีก โดยเฉพาะเมื่อฟังจากคำพูดของมู่ชิงอวิ้น นางฟังออกอย่างชัดเจนว่าครั้งนั้นฉิงคงได้รับโทษจากความผิดที่มิอาจปกป้องเ้านายได้
“นอกจากนี้ พี่หญิง เื่ราวเมื่อสี่ปีก่อนได้ผ่านพ้นไปแล้ว ไม่ง่ายเลยที่ท่านจะหวนคืนกลับมาได้ ทั้งยังมีบุตรชายที่น่ารักอีกด้วย เช่นนั้นท่านอย่าได้ไถ่ถามเื่เมื่อสี่ปีก่อนเลยเ้าค่ะ เื่นี้สำหรับท่านแล้ว หากกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง มิใช่ว่าเป็การทำร้ายท่านทางหนึ่งหรือ?”
น้ำเสียงของมู่ชิงอวิ้นแฝงคำปลอบโยน ไม่ว่าจะฟังอย่างไร น้องรองผู้นี้ล้วนทำไปเพราะหวังดีต่อนางทั้งสิ้น
ฮวาเหยียนพ่นลมหายใจเ็า “ทำร้ายข้าหรือ? ข้าถูกทำร้ายมานานนักแล้ว สี่ปีที่ผ่านพ้น าแเปื้อนเืย่อมเกิดรอยแผลเป็ ทว่าบางเื่ต้องทำให้ชัดเจน มิอาจปล่อยผ่านเพราะสูญเสียความทรงจำได้ เ้าว่าอย่างไรเล่า? น้องรอง?”
มู่ชิงอวิ้นสะอึกเพราะคำพูดของฮวาเหยียน
“พี่หญิง หากท่านอยากทราบจริงๆ น้องก็จะกล่าวให้ท่านฟัง แต่ท่านต้องรีบขับไล่สาวใช้ผู้นี้ออกไป นางไม่มีคุณสมบัติจะก้าวเข้ามาในจวนตระกูลมู่ของพวกเราอีก”
มู่ชิงอวิ้นเหลือบตามองฉิงคง นางไม่ปิดบังสีหน้าไม่ชอบใจเลยสักนิด
“มิต้อง น้องรอง เ้าก็พูดของเ้าไป ให้นางอยู่ที่นี่ไม่เห็นเป็อันใด”
ฮวาเหยียนมองอีกฝ่ายพลางยิ้ม
คำพูดเหล่านี้ทำให้ใบหน้าของมู่ชิงอวิ้นแข็งค้าง นางอ้าปากพะงาบๆ ้าจะเกลี้ยกล่อมฮวาเหยียนอีกครั้ง ทว่าดวงตาคู่นั้นของพี่หญิงช่างเ็ายิ่ง ทำให้นางไม่กล้าเปิดปาก นางกลืนน้ำลาย ท้ายที่สุดก็พูดพึมพำออกมาว่า “พี่หญิง เื่ราวเมื่อสี่ปีก่อน ข้าจำได้อย่างชัดเจน ท่านหายตัวไปทั้งคืน ทุกคนในตระกูลมู่ล้วนบ้าคลั่งเป็อย่างยิ่ง ท่านลุงใหญ่ พี่ใหญ่ ทั้งยังมีพี่สาม ล้วนนำกำลังทหารออกตามหาตัวท่านตลอดคืน ราตรีนั้นมิมีผู้ใดนอนหลับลง สุดท้ายจึงพบท่านที่หอหมื่นบุปผา...”
ฮวาเหยียนรับฟังด้วยความสงบ นางราวกับเห็นแสงจันทร์กลางราตรีอันหนาวเหน็บในคืนนั้นอยู่เบื้องหน้า
นางสามารถนึกสีหน้าร้อนรนและเป็กังวลของท่านพ่อกับท่านพี่ในยามนั้นได้ชัดเจน
ท้องฟ้ามืดมิด อากาศเย็นจับใจ ลมหนาวพัดโชยบาดผิวหน้าราวกับคมมีด
ทั่วทั้งอาณาจักรต้าโจวถูกทำให้ตื่นตระหนกแล้ว!
สุดท้ายก็พบนางที่หอนางโลม
เฮอะ...
สตรีอันดับหนึ่งแห่งต้าโจวตกนรกทั้งเป็
นางสามารถจินตนาการถึงหัวใจที่แตกสลายของท่านพ่อและท่านพี่ รวมถึงใจที่พังทลายของมู่อันเหยียนได้เป็อย่างดี
...
นางเคยคิดภาพเหตุการณ์นี้มานับครั้งไม่ถ้วน แม้มู่ชิงอวิ้นจะไม่พูด ทว่านางก็สามารถจินตนาการเองได้เช่นกัน
มู่ชิงอวิ้นคิดว่าเมื่อคำพูดเหล่านี้สิ้นสุดลง อย่างน้อยนางก็คงได้เห็นบางคลื่นอารมณ์ที่ฉายออกมาจากใบหน้าของพี่หญิงบ้าง เ็ป? โศกเศร้า? มิยินยอม?
ทว่ากลับไม่ปรากฏคลื่นอารมณ์ใด พี่หญิงสงบเป็อย่างยิ่ง นิ่งเฉยราวกับกำลังฟังเื่ของผู้อื่น
นางเม้มริมฝีปากพลางหลุบตาลง ่เวลาสี่ปี ยาวนานจนทำให้พี่หญิงของนางเปลี่ยนไปเป็คนที่แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
“เช่นนั้นน้องรองคงทราบ ว่าเหตุใดข้าจึงไปปรากฏตัวที่หอนางโลมใช่หรือไม่?”
ฮวาเหยียนถามอีกครั้ง น้ำเสียงของนางอ่อนลง
มู่ชิงอวิ้นเงยหน้า ท่าทางอึกอัก สีหน้าของนางยุ่งเหยิง ราวกับยากจะเอ่ยปาก
“พี่หญิง เื่นี้ข้าไม่ทราบเ้าค่ะ...”
มู่ชิงอวิ้นส่ายหัว
ฮวาเหยียนเหยียดยิ้ม กล่าวมากล่าวไป ก็ยังมิได้พูดอันใดที่เป็ประโยชน์ออกมาเลย
ทว่าจากคำพูดของมู่ชิงอวิ้น คล้ายนางจะมองเห็นบางสิ่ง
นางหวนกลับมาหลายวันแล้ว ท่าทีที่นางมีต่อมู่ชิงอวิ้นนับว่าเ็ายิ่ง ไม่มีผู้ใดกล่าวถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อสี่ปีก่อน เนื่องจากท่านพ่อมีคำสั่งให้ปิดปากเงียบ
ทว่าเมื่อฉิงคงปรากฏตัว น้องรองผู้นี้กลับมิอาจทนนิ่งเฉยได้ ถึงขั้นต้องวิ่งมาหานางทันที
ฉิงคงเข้ามาในจวนยังไม่ถึงหนึ่งเค่อ แต่มู่ชิงอวิ้นกลับได้รับข่าวจนต้องรีบพุ่งตัวมาทางนี้เสียแล้ว?
นางไม่เชื่อว่าในโลกนี้มีเื่บังเอิญ
บังเอิญว่ามู่ชิงอวิ้นมีเื่ให้ต้องมาหานาง บังเอิญว่ามาที่นี่จึงได้พบกับฉิงคง
เฮอะ...
ความบังเอิญเช่นนี้ ล้วนเป็ฝีมืุ์
“พี่หญิง เื่ราวที่ผ่านพ้นไปแล้ว ท่านจะกล่าวถึงไปเพื่ออันใด? พวกเราอย่ากล่าวถึงมันอีกดีหรือไม่เ้าคะ? ยังมีฉิงคงผู้นี้ รอจนท่านลุงใหญ่และพี่ใหญ่กลับจวนมาพบนาง บางคราอาจทำให้พวกเขานึกถึงเื่เมื่อสี่ปีก่อน เกรงว่าหากคิดถึงเื่ราวเ่าั้ อาจทำให้พวกเขาโศกเศร้าขึ้นมาอีก พี่หญิงเ้าคะ ท่านมีใจเมตตาเกินไปแล้ว จึงอนุญาตให้นางเข้าจวนมาได้”
มู่ชิงอวิ้นเอ่ยปากอีกครั้ง
ฮวาเหยียนรู้สึกว่าวันนี้มู่ชิงอวิ้นกล่าววาจามากความ ทั้งยังดูรีบร้อนกังวลอยู่เล็กน้อย
สิ่งนี้ทำให้ฮวาเหยียนลอบคาดเดา ทว่ายังมิกล้าเชื่อนัก
“น้องรอง เ้ายังมีเื่อันใดอีกหรือไม่? หากไม่มีแล้ว ข้าอยากนอนกลางวันสักตื่นหนึ่ง...”
จู่ๆ ฮวาเหยียนก็เงยหน้าขึ้น เปิดปากกล่าวด้วยรอยยิ้มจาง
หา?
มู่ชิงอวิ้นถูกเอ่ยปากไล่ สีหน้าของนางพลันแข็งค้าง ใบหน้ามิอาจข่มกลั้นได้
คำพูดใดๆ นางล้วนกล่าวออกมาจนถึงขั้นนี้แล้ว ทว่าท่าทีเ็าและไม่ชอบใจที่มู่อันเหยียนมีต่อนาง ล้วนไม่ปกปิดแม้สักนิด
ปากของนางขยับไหว “พี่หญิง อันที่จริงข้าอยากถามท่าน ท่านได้ข่าวเื่นั้นบ้างหรือไม่เ้าคะ?”
ราวกับนางยังพิจารณาได้ว่ามีคนนอกอยู่ที่นี่ มู่ชิงอวิ้นรู้สึกกระดากอายเกินกว่าจะถามออกไปตามตรง แต่มู่อันเหยียนรู้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงเื่การอภิเษกสมรส น้องรองผู้นี้ช่างอดรนทนมิไหวอยู่บ้างจริงๆ
“าชายแดนวุ่นวาย เื่การอภิเษกสมรสย่อมถูกระงับไปด้วย ทว่าข้าได้กล่าวเื่นี้กับท่านพ่อแล้ว คงจะมีข่าวกลับมาในไม่ช้า เ้าย่อมทราบดี ท่านพ่อให้ความสำคัญกับเ้าเสมอมา”
ฮวาเหยียนกล่าวออกมาตามตรง
มู่ชิงอวิ้นพยักหน้าอย่างเขินอาย “เช่นนั้นข้าต้องรบกวนท่านลุงใหญ่กับพี่หญิงแล้วเ้าค่ะ”
ฮวาเหยียนหัวเราะเสียงเบา ความหมายไม่ชัดเจน
มู่ชิงอวิ้นกล่าวต่ออีกว่า “พี่หญิง แล้วสาวใช้ชั้นต่ำฉิงคงผู้นี้เล่า? หรือพี่หญิงจะยอมเก็บนางไว้ข้างกาย? นาง...”
“เก็บนางไว้”
ฮวาเหยียนโยนคำสามคำออกไปอย่างแ่เบา
มู่ชิงอวิ้นยัง้าจะกล่าวบางสิ่ง ทว่ากลับถูกท่าทีไม่แยแสของมู่อันเหยียนทำให้กล่าวอันใดไม่ออก
“พี่หญิง ท่าน...”
“น้องรอง เ้ายังมีเื่ใดอีกหรือไม่? ข้า้าพักผ่อนแล้ว”
ไม่รอให้มู่ชิงอวิ้นพูดจบ นางก็ปิดปากหาวเสียงเบา
ไม่ว่ามู่ชิงอวิ้นจะหน้าหนาเพียงใด นางก็ไม่กล้ารั้งรอต่ออีก
ทว่าดวงตาของนางแดงก่ำ นางกัดริมฝีปากตนเองก่อนกล่าว “เช่นนั้นพี่หญิงพักผ่อนเถิด น้องขอตัวลาเ้าค่ะ”
“อืม”
มู่ชิงอวิ้นเดินออกจากศาลาหนึ่งก้าวก็หันศีรษะกลับมาสามครั้ง แม้จะหันหลังก็ยังมองเห็นท่าทางที่นางปาดเช็ดน้ำตา ดูทีราวกับเสียใจอย่างสุดซึ้ง
ฉิงคงเงยหน้ามองคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่อย่างตกตะลึง คล้ายนางมิได้คาดหวังว่าเื่ราวจะดำเนินไปในทิศทางนี้
“มีอันใดหรือ?”
เมื่อสังเกตเห็นแววตาของอีกฝ่าย ฮวาเหยียนพลันเลิกคิ้วขึ้น
ฉิงคงกลืนน้ำลาย กระซิบเสียงเบาออกมาว่า “คุณหนู ดูเหมือนท่านจะปฏิบัติกับคุณหนูรองต่างไปจากเดิมเล็กน้อยนะเ้าคะ...”
“ก่อนนี้ข้าปฏิบัติกับนางเช่นไร?”
ฮวาเหยียนหรี่ตาลงพลางถาม ได้ยินฉิงคงตอบว่า “ดีเป็อย่างยิ่ง เชื่อใจถึงที่สุด จนเกือบจะเรียกได้ว่าจงรักภักดีเ้าค่ะ”
ฮวาเหยียนพยักหน้าอย่างรู้เท่าทัน ั้แ่ที่กลับมา นางเคยได้ยินเื่ความสัมพันธ์ระหว่างมู่อันเหยียนกับมู่ชิงอวิ้นมาไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้ง กระทั่งพี่ใหญ่เองยังกล่าวว่าให้นางสนิทสนมกับน้องรองให้มากๆ
“ฉิงคง ลุกขึ้นเถิด คำพูดเมื่อครู่ของเ้ายังกล่าวมิจบกระมัง”
หลังจากได้รับคำสั่งของฮวาเหยียน ฉิงคงก็ลุกขึ้นจากพื้น “คุณหนู สิ่งที่ข้าน้อยอยากพูดคือเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อสี่ปีก่อน ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับคุณหนูรองเป็แน่เ้าค่ะ!”
