เล่มที่ 5 บทที่ 131 ปรมาจารย์หลอมอาวุธ
ตอนแรกชายวัยกลางคนยังไม่เชื่อ แต่หลังจากที่โคจรพลังใส่เข้าไปหลายรอบก็ไม่สำเร็จ จึงอดที่จะขมวดคิ้วแน่นไม่ได้
หินนี่ช่างประหลาดแท้...
“เดี๋ยวนะ นี่มัน...” ขณะที่สับสนอยู่นาน เขาก็พบว่าก้อนหินมือในเปล่งแสงเรืองรองออกมา
นี่มันแสงของอาวุธล้ำค่านี่นา!
ชายวัยกลางคนเห็นดังนั้นก็กระตุกใขึ้นมาทันที หรือว่าเ้าหินธรรมดาก้อนนี้จะเป็อาวุธล้ำค่า?
‘ใครมันหาทำกันนะ?’
ถึงกับเอาหินมาหลอมเล่นแบบนี้!
ชายวัยกลางคนรู้สึกราวกับตนเองถูกฟ้าผ่าเข้าที่กลางอก ก่อนจะเริ่มนับมนต์สะกดที่อยู่ในหินนั้น...
หนึ่งสาย สองสาย สามสาย...
และมันก็มีทั้งหมดเก้าสายด้วยกัน
หากมีมนต์สะกดครบเก้าสายก็จะเกิดเป็เสิ่นทง
“...” ชายวัยกลางคนพิจารณาก้อนหินอยู่พักใหญ่ แต่ของตรงหน้ากลับทำให้เขาพูดไม่ออก เพราะมันถูกหลอมจนกลายเป็อาวุธล้ำค่าจริงๆ
แต่มนต์สะกดทั้งเก้าสายนี้นับว่าพิสดารมาก
เพราะมนต์สะกดทั้งเก้าสายมีความเกี่ยวพันกันทุกเส้นราวกับห่วงวงแหวน นอกจากนี้ความสามารถของเสิ่นทงแต่ละเส้นก็เหมือนกันทั้งหมด นั่นก็คือการกลืนกินพลังปราณ หากกลืนกินจนถึงระยะหนึ่ง ก็จะสามารถเกิดเป็เสิ่นทงสายใหม่ได้ หากมีคนใช้พลังปราณหล่อเลี้ยงมันไปเรื่อยๆแล้วละก็ บางทีมันอาจจะกลายเป็อาวุธขั้นอิงฝูได้เลยทีเดียว...
“บ้าเอ๊ย ใครมันช่างว่างจัดขนาดนี้!” เป็เวลานานกว่าชายวัยกลางคนจะปริปากด่าออกมา
ว่างมากจริงๆนั่นแหละ...
จะว่าไปมนต์สะกดที่อยู่ในหินนี่ถือว่าเยี่ยมยอดเลยทีเดียว แค่ฝีมือการหลอมก็เข้าขั้นปรมาจารย์แล้ว แต่จะมีประโยชน์อะไรล่ะ?
สุดท้ายมันก็เป็เพียงหินก้อนหนึ่งอยู่ดี...
แม้
‘เป็อาวุธอิงฝูแล้วไงต่อ?’
‘ก็เป็แค่หินที่เอาแต่สูบพลังปราณของผู้อื่นไม่ใช่หรือไง?’
“เ้านั่นกำลังล้อข้าเล่นอยู่แน่ๆ...” ชายวัยกลางคนลอบด่าหลินเฟยในใจ ขณะกำลังจะบีบหินในมือให้แตก จู่ๆเขาก็หยุดชะงักไป
‘เดี๋ยวนะ ไม่ใช่สิ’
มนต์สะกดเก้าสายนี้ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์เสียทีเดียว
‘ที่คิดว่ามันไร้ประโยชน์ เพราะมันเป็แค่หิน แต่ถ้ามนต์สะกดเหล่านี้ไม่ได้อยู่บนหินล่ะ?’
‘แล้วถ้าเกิดมันอยู่บนอาวุธขึ้นมาล่ะ?’
‘เช่น อยู่บนระฆังหรือกระถางหลอมยาอะไรแบบนี้’
ถ้าเป็คนอื่นคงคิดว่า มนต์สะกดสายนี้รองรับพลังปราณได้จำกัด หากส่งพลังเข้ามาเรื่อยๆ ก็จะทำให้มนต์สะกดของมันแข็งแกร่งขึ้น แต่ถ้ามนต์สะกดเหล่านี้อยู่ในอาวุธป้องกัน และถูกคู่ต่อสู้อัดพลังปราณกระแทกใส่ละก็ จะไม่ถึงขั้นแตกสลายไปเลยหรือ?
เขาเองก็เป็ช่างหลอมอาวุธเช่นกัน
จึงเข้าใจเื่นี้ดี
และปรมาจารย์ที่หลอมมนต์สะกดเช่นนี้ออกมา มีหรือจะมีคิดถึง?
เพียงหลอมค่ายกลเล็กๆเพิ่มเข้าไป ก็สามารถลดแรงอัดกระแทกได้แล้ว หลังจากพลังปราณที่อัดกระแทกเข้ามาถูกลดทอนจนถึงระดับที่เหมาะสมแล้ว มนต์สะกดทั้งเก้าสายนี้ก็จะกลืนกินเข้าไป จากนั้นตัวอาวุธก็จะแข็งแกร่งขึ้น จนอาจพัฒนาเป็อาวุธขั้นหยางฝูได้เลยทีเดียว...
“อาจารย์อาเ้ามาหรือ?” สิ่งแรกที่ชายหนุ่มวัยกลางคนนึกถึงก็คือศิษย์น้องที่ชอบเอาชนะของตนเอง สงสัย่นี้จะคิดค้นเทคนิคใหม่ขึ้นมาได้ จึงรีบแจ้นมาอวดถึงที่
“อาจารย์อา?” ผู้เป็ศิษย์ได้ยินเช่นนั้น ก็ส่ายหน้าด้วยความงุนงง
“ไม่ได้มานะ...”
“ถ้าอย่างนั้นก็แปลก นอกจากอาจารย์อาของเ้าแล้ว ใครมันจะหาทำเื่ไร้สมองเช่นนี้...”
“อ้อ ข้านึกออกแล้ว หินก้อนนี้น่ะ...” ผู้เป็ศิษย์ครุ่นคิดอยู่นานกว่าจะเอ่ยต่อ
“ดูเหมือนคนที่บอกจะซื้อร้านในราคาสิบหินิญญาจะเป็คนเอามาทิ้งเอาไว้!”
“อะไรนะ?” ชายวัยกลางคนใทันที ก่อนจะตบหัวลูกศิษย์ตัวดีเข้าไปเต็มแรง
“ไหน เ้าเล่าใหม่อีกทีสิ ่ที่ข้าไม่อยู่เกิดอะไรขึ้นบ้าง อย่าให้ขาดตกแม้แต่เื่เดียวเชียว!”
“เอ่อ...”
ผู้เป็ศิษย์ไม่คิดจะปิดบังอะไร เขาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด จนถึงตอนสุดท้ายตอนที่หลินเฟยวางหินเอาไว้ ถึงกับเลียนแบบท่าทางการพูดออกมาเหมือนอย่างกับแกะ
“หากเปลี่ยนใจก็มาหาข้าที่โรงเตี๊ยมฝั่งตะวันออก...ใช่แล้ว เ้านั่นพูดทิ้งไว้เช่นนี้ก่อนจะออกไปจากร้าน”
“ตะวันออก?” ชายวัยกลางคนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งโดยไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ก่อนจะลุกขึ้นยืน
“ไปกันเถอะ ออกไปตามหากัน”
“หา?” ผู้เป็ศิษย์มึนงงกับปฏิกิริยาของผู้เป็อาจารย์
“คิดจะขายร้านให้เ้านั่นในราคาเพียงสิบหินิญญาจริงหรือ?”
“เ้าจะไปรู้อะไร!” ได้ยินเช่นนั้นชายวัยกลางคนก็ตบหัวลูกศิษย์เข้าไปอีกครั้ง
“เรียกเ้านงเ้านั่นได้อย่างไร ปกติข้าสอนไว้ว่าอย่างไร นี่คือปรมาจารย์เชียวนะ เป็ปรมาจารย์หลอมอาวุธที่แท้จริง เข้าใจไหม!”
“...”
จากนั้นทั้งคู่ก็ออกจากร้าน มุ่งหน้าไปทางตะวันออกของเมือง...
ตลอดทางผู้เป็ศิษย์ก็ยังไม่เข้าใจแม้แต่น้อย หลังจากลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็อดที่จะถามออกมาไม่ได้
“แค่หินก้อนเดียว ทำไมถึงแน่ใจว่าอีกฝ่ายเป็ปรมาจารย์เล่า...”
“ทีหลังอย่าไปบอกใครเขาว่าเป็ศิษย์ข้านะ...” ชายวัยกลางคนถลึงตาใส่ทันที ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเจือด้วยความไม่พอใจ
“พูดตั้งกี่ล้านครั้งแล้วว่าถ้ามีเวลาก็หาหนังสือมาอ่านบ้าง เลิกเอาแต่นอนสักที หากเ้าสามารถหลอมมนต์สะกดใส่หินได้ละก็ ข้าจะเรียกเ้าว่าอาจารย์ทันทีเลย...”
“ทราบแล้ว ศิษย์ทำไม่ได้จริงๆนั่นแหละ แต่ก็มีท่านที่ทำได้อยู่ไม่ใช่หรือ ด้วยฝีมือของท่าน อย่าว่าแต่หลอมหินจนเกิดมนต์สะกดเก้าสายเลย ต่อให้เป็สิบแปดสายก็สบายบรื๋อสะดือโบ๋อยู่แล้ว...”
“เ้าประเมินข้าสูงเกินไปแล้ว...” ชายวัยกลางคนขำออกมาแห้งๆ
“บอกตรงเลยๆนะ ข้าหลอมมนต์สะกดแบบนั้นไม่ได้หรอก ต่อให้เป็เมืองวั่งไห่เอง ก็มีเพียงไม่กี่คนที่ทำได้เช่นนั้น...”
“ร้ายกาจขนาดนั้นเชียว?”
“เอาล่ะ เลิกพูดมากได้แล้ว รีบไปตามหากันเถอะ ดูท่าความหวังการบรรลุขั้นจิงตันของข้า คงต้องฝากไว้ที่คนคนนี้เสียแล้ว”
“...” ผู้เป็ศิษย์ได้ยินเช่นนั้นก็หุบยิ้มลงทันที
ทว่าทั้งคู่ดูเหมือนจะลืมอะไรบางอย่างไป
เพราะโรงเตี๊ยมตะวันออกนั้นไม่ใช่ชื่อ
แต่เป็โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งทางฝั่งตะวันออกต่างหาก...
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
