หัวใจของสือเจียงหย่วนกระตุกวูบ เขากังวลแทนคังอิงขึ้นมา เพราะเธอเคยเผชิญกับเื่เช่นนี้มาแล้ว
สือเจียงหย่วนเห็นลูกสาวกตัญญูที่ยอมทนทุกข์ทรมานในชีวิตแต่งงานเพียงเพราะคำสั่งของพ่อแม่มามากมาย
ยุคนี้มีผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยที่ชอบจัดแจงเื่แต่งงานให้ลูกๆ
“ไม่หรอกค่ะ วางใจเถอะ พ่อแม่ฉันเคยทำร้ายฉันมาครั้งหนึ่งแล้ว การที่ฉันทำตามความ้าของพวกเขาก็ถือว่าเป็การตอบแทนบุญคุณที่พวกเขาเลี้ยงดูฉันมา หลังจากนี้ไปฉันจะทำตามเสียงหัวใจของฉันเอง ฉันไม่ยอมก้มหัวให้กับอำนาจของพวกเขาอีก” คังอิงกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว
พอสือเจียงหย่วนได้ยินคำพูดเหล่านี้ก็รู้สึกยินดีอย่างบอกไม่ถูก “ถ้าพวกเขาจะมาอาละวาด คุณก็โทรหาลูกพี่ลูกน้องผมตามเบอร์โทรนี้ เขายินดีช่วยคุณแน่นอน
ถึงต่อให้หลังจากนี้ผมจะไม่อยู่ที่อำเภอหลี่ว์แล้ว แต่ถ้าคุณโทรหาเขา เขาก็ยังคงยินดีช่วยเหลือคุณ ผมจะกำชับเขาเอง ถึงเขาจะทำงานอยู่ที่สำนักงานบริหารการพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม แต่เขาก็มีอิทธิพลในสังคมอยู่บ้าง”
สือเจียงหย่วนไม่ได้บอกฐานะที่แท้จริงของลุงเขย คังอิงก็รู้สึกขอบคุณเขาอย่างสุดซึ้ง “ได้ค่ะ ฉันจะจำเบอร์นี้เอาไว้ให้ขึ้นใจเลย อ้อ ใช่แล้ว พอพูดถึงโทรศัพท์ ฉันมีเื่หนึ่งอยากจะปรึกษากับคุณค่ะ”
พอสือเจียงหย่วนได้ยินน้ำเสียงที่จริงจังของคังอิง เขาก็รู้ว่าเป็เื่งาน เขารวบรวมสมาธิแล้วถามว่า “เื่อะไรหรือครับ?”
เมื่ออยู่กับคังอิง สือเจียงหย่วนรู้สึกได้ว่าเธอมีพร์ด้านการค้าที่เหนือกว่าคนทั่วไป ถึงแม้ว่าพร์นี้จะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ แต่สือเจียงหย่วนที่เดินทางไปทั่วประเทศใน่ปีกว่ามานี้ก็เคยพบเจอกับอัจฉริยะทางธุรกิจมากมาย
มีบางคนที่อายุน้อยกว่าเธอ การศึกษาก็น้อยกว่าเธอ แต่เพราะความกล้าหาญ รอบคอบ มีความคิดสร้างสรรค์ จึงทำให้พวกเขาสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้
ส่วนคังอิงนั้น นอกจากความอ่อนเยาว์ ความกล้าหาญแล้ว เธอยังเป็คนหนักแน่นและสุขุม ทำให้สือเจียงหย่วนยิ่งเชื่อมั่นในตัวเธอขึ้นอีก
“ฉันอยากได้โทรศัพท์ เพจเจอร์ อืม แล้วก็รถยนต์สักคัน จะได้สะดวกในการเดินทางค่ะ”
คังอิงกล่าวอย่างไม่เกรงใจ
สือเจียงหย่วนตะลึงงันไปชั่วขณะ
“พวกนี้ล้วนแต่เป็ของจำเป็สำหรับการทำงานทั้งนั้นค่ะ” คังอิงที่เห็นเขาไม่ตอบอะไรจึงพูดเสริม
“ได้สิ เดี๋ยวผมจะจัดการให้” คิดไม่ถึงว่าสือเจียงหย่วนจะตอบตกลงทันที
หากไม่มีโทรศัพท์และวิทยุติดตามตัว ก็คงติดต่อกันลำบาก ที่สือเจียงหย่วนไม่ได้ซื้อวิทยุติดตามตัว ไม่ใช่เพราะเขาซื้อไม่ไหว แต่เป็เพราะว่าเขารู้สึกว่าหากพกวิทยุติดตามตัวไปด้วย ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนก็จะมีคนติดต่อเขาได้ตลอดเวลา ซึ่งรู้สึกอึดอัด และไม่เหมาะกับบุคลิกของเขาเสียเลย
ตอนนี้โครงการธุรกิจบางอย่างที่เขากำลังลงทุนอยู่ล้วนเป็การลงทุนระยะยาว ไม่จำเป็ต้องให้คนอื่นรู้ความเคลื่อนไหวของเขาตลอดเวลา
ยิ่งไปกว่านั้น คนที่เขาไว้ใจก็เป็คนจัดการโครงการพวกนี้ ขอแค่โทรหาพวกเขาเดือนละสองสามครั้ง หรือให้พวกเขาโทรมาเพื่อรายงานความคืบหน้าให้เขาทราบก็พอ
ตอนนี้มีโอกาสทางธุรกิจเช่นนี้มากมาย แน่นอนว่าคนธรรมดาๆ ไม่มีทางได้ัักับมัน
คนที่อยู่ในสถานะอย่างคังอิงนั้นทำได้แค่มุ่งมั่นลงมือทำธุรกิจเท่านั้น
นี่เป็ครั้งแรกที่สือเจียงหย่วนลงทุนทำธุรกิจหลังจากที่เขาลาพักงาน ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าเธอมีหน้ามีตาขนาดไหน
พอคังอิงเอ่ยขึ้นมา เขาก็เข้าใจทันที จึงพยักหน้ารับปากตกลง
คังอิงไม่คิดเลยว่าสือเจียงหย่วนจะตอบตกลงง่ายๆ เช่นนี้ เธอจึงเอ่ยเตือนเขาอย่างหวังดีว่า “ของพวกนี้ต้องใช้เงินเยอะเลยนะคะ เพจเจอร์ตอนนี้ราคาประมาณสี่พันหยวน ส่วนโทรศัพท์ก็ต้องเจ็ดแปดพันหยวน บวกกับรถยนต์อีก แค่ซื้อรถมือสองก็ต้องเสียเงินหลายหมื่นหยวนแล้ว เงินมากขนาดนี้ คุณต้องคิดให้ดีๆ นะคะ”
สือเจียงหย่วนยิ้มแล้วพูดว่า “เื่โทรศัพท์กับเพจเจอร์ไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ ส่วนรถยนต์ รถจี๊ปมือสองแบบนี้ได้ไหม?”
รถจี๊ปมือสองที่สือเจียงหย่วนกำลังขับอยู่นั้นเป็รุ่นที่ราคาถูกที่สุด ในรถไม่มีอะไรพิเศษเลยสักอย่าง แค่มีวิทยุให้ฟังเท่านั้น ส่วนเครื่องปรับอากาศและลำโพงต่างก็ไม่มี ราวกับว่ามันเป็แค่โครงเหล็กเคลื่อนที่ได้
คังอิงไม่ได้รังเกียจ มีรถก็ดีกว่าไม่มี “ได้ค่ะ รอให้บริษัทของพวกเราใหญ่โตขึ้นมาเมื่อไหร่ ค่อยเปลี่ยนรถก็แล้วกัน”
สือเจียงหย่วนไม่มีความเห็นใดๆ เขาพูดว่ารถมือสองแบบนี้ราคาแค่ห้าพันหยวนเท่านั้น เดี๋ยวเขาจะลองไปหาให้
ตอนนี้รถจี๊ปที่เขากำลังขับอยู่เป็ของลูกพี่ลูกน้องของเขา ไม่งั้นเขาก็คงยกให้คังอิงไปแล้ว
ตอนนี้คนส่วนใหญ่จะไม่ยอมเสียเงินก้อนโตเพื่อซื้อรถยนต์ส่วนตัว เพราะว่ามันแพงมากจริงๆ แค่รถยนต์ยี่ห้อเซินหลง หรือฟู่คังก็ราคาประมาณแสนหยวนแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงรถยนต์นำเข้าที่ราคาสองสามแสนหยวน
แต่ว่ารถจี๊ปมือสองแบบนี้ คนหนุ่มสาวที่มีฐานะทางบ้านดีและชอบรถยนต์ก็ยังสามารถซื้อมาขับเล่นได้
เพียงแต่ว่ารถแบบนี้ไม่อาจขับได้ตลอดเวลา เพราะมันมีฉายาว่าเสือน้ำมัน เป็รถยนต์ที่กินน้ำมันจุมาก
สือเจียงหย่วนมาส่งคังอิงที่บ้านแล้วกล่าวว่า “พรุ่งนี้ผมจะเอาเพจเจอร์มาให้ ส่วนรถมือสองอาจจะต้องรออีกสองสามวันนะครับ เพราะต้องใช้เวลาในการหา ส่วนเื่โทรศัพท์ เดี๋ยวผมจะให้คนของที่ทำการไปรษณีย์และโทรคมนาคมมาดูให้แล้วติดตั้งให้เร็วที่สุด”
ปกติแล้วสือเจียงหย่วนเป็คนรอบคอบ เขาไม่ค่อยรับปากอะไรกับคนอื่นง่ายๆ แต่ถ้าเขาตกลงรับปากแล้ว เขาย่อมทำตามสัญญาอย่างแน่นอน
เพียงแต่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าในการร่วมมือกันเบื้องต้นกับคังอิง เขาได้ลงทุนไปมากมายเหลือเกิน…
โชคดีที่เขาออกมาทำงานข้างนอกคนเดียว ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ใช้เงินที่ตัวเองหามาเอง จึงไม่มีใครควบคุมเขาได้
คังอิงมองดูสือเจียงหย่วนขับรถออกไป ในใจเธอยิ่งมั่นใจที่จะเหมาห้างสรรพสินค้ามิตรภาพมากขึ้น
ในเมื่อตรวจร่างกายแล้วไม่พบว่ามีโรคภัยไข้เจ็บอะไร สือเจียงหย่วนก็คิดว่าเขาคงต้องไปเก็บดอกเบี้ยสักที เขาคิดว่าที่หัวใจของเขามีปัญหาเกิดจากการที่เขาถูกฟันในคืนนั้น เพราะยังไงเื่แบบนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หมอไม่ได้บอกหรือไงว่าเขาเครียดเกินไป? การที่เขาถูกคนใช้มีดฟัน จะไม่เรียกว่าเครียดได้ยังไง?
ภายในห้อง 208 หลี่เซี่ยนแกรนด์โฮเต็ล
กลุ่มผู้ชายกำลังเล่นเกมทายจำนวนนิ้ว และดื่มเหล้ากันอย่างสนุกสนาน
บนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยอาหารเลิศรสมากมาย ทั้งไก่ดำตุ๋นตะพาบน้ำ ศึกงูั เป๋าฮื้อ ปลิงทะเล อาหารเลิศรสแบบนี้โต๊ะหนึ่งอย่างต่ำๆ ก็ต้องพันหยวนขึ้นไป นี่เป็งานเลี้ยงอันหรูหราอลังการ ทำให้นึกถึงบทกวีที่ว่า ‘ในบ้านคนรวยสุรานารีเริงรื่น บนถนนคนยากไร้หนาวตายเกลื่อน’ [1]
ส่วนเหล้าชั้นเลิศที่วางอยู่บนโต๊ะก็ยิ่งทำให้ผู้คนอ้าปากค้าง มันคือเหล้าเหมาไถ 52 ดีกรี ทั้งแปดคนนั้นดื่มเหล้ากันมาเป็เวลาสองชั่วโมงแล้ว ตอนนี้บนโต๊ะมีขวดเหล้าเหมาไถว่างเปล่าตั้งอยู่แปดขวด เหล้าเหมาไถขวดหนึ่งราคาสี่ร้อยกว่าหยวน แค่ค่าเหล้าก็ปาเข้าไปสองพันกว่าหยวน
บนโต๊ะอาหารชายวัยสามสิบกว่าๆ คนหนึ่งที่สวมแว่นกรอบดำกำลังรินเหล้าให้กับชายร่างท้วมวัยกลางคนอยู่ตลอดเวลา เขาพูดว่า “หัวหน้าจาง เื่เหมืองถ่านหินหยางเคิงนั้นต้องฝากคุณแล้วล่ะ ขอแค่คุณเซ็นอนุมัติให้พวกเราทำเหมืองได้ หลังจากนี้เป็ต้นไป ผลกำไรยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของผมจะเป็ของคุณทุกปี เป็อย่างไรบ้างครับ?”
พอเหล้าเข้าปากมากขนาดนี้ สุดท้ายก็ได้เห็นธาตุแท้ของกันและกัน หัวหน้าจางที่ดูเป็มิตรราวกับว่าไม่ทำร้ายแม้แต่สัตว์ตัวเล็กๆ ในเวลานี้พอได้ยินเื่ผลประโยชน์ ดวงตาของเขาก็พลันเป็ประกายขึ้นมา แววตาของเขาดูน่ากลัวเล็กน้อย เขาโบกมือแล้วกล่าวว่า
“อาสี่ ยี่สิบเปอร์เซ็นต์มันน้อยเกินไป สามสิบเปอร์เซ็นต์ถึงจะพอใจ ตอนนี้ธุรกิจเหมืองถ่านหินเฟื่องฟูขนาดไหน นายเองก็รู้นี่นา เหมืองถ่านหินหยางเคิงเป็เหมืองถ่านหินชั้นตื้น แค่นายขุดไปไม่ถึงสองเมตรก็เจอกับถ่านหินคุณภาพดีราคาสูงแล้ว
แถวนั้นยังมีเหมืองถ่านหินของรัฐบาลอยู่ด้วย นายคิดอะไรอยู่ในใจฉันรู้ดี! ถ่านหินของรัฐบาลน่ะขโมยกันง่ายๆ ที่ไหนเล่า หากนายคิดจะขุดล่ะก็ ต้องระวังตัวให้ดีๆ ล่ะ”
เชิงอรรถ
[1] บทกวีสมัยราชวงศ์ถังโดยตู้ฝู่ (杜甫)
