แม้จะบอกว่า “หลีฮวาเล่ยอวี่” นี้ด้อยกว่าเข็มดอกหลีฮวาพายุฝนมาก แต่ความเร็วและพลังเฉพาะของเข็มนั้น ฉู่ซีเฟิงเองก็ไม่ชัดเจนมากนัก เขารู้เพียงว่า ถังหลี่นายน้อยแห่งสำนักถังทำอาวุธลับออกมาด้วยตัวเองเช่นนี้ คงไม่มีทางทำมันออกมาง่ายๆ อย่างแน่นอน
ฉู่ซีเฟิงยืนอยู่ห่างๆ เขาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ในขณะที่หานอวิ๋นซียังคงบรรจุเข็มทองอย่างช้าๆ ทีละเล่มและไม่รีบร้อน
แต่ใครจะรู้ นางแกล้งทำได้ครึ่งทาง ก็หยุดกะทันหันและกดเปิดเครื่องอย่างรวดเร็ว วินาทีนั้น เข็มทองสามเล่มถูกยิงออกไปในคราวเดียวและพุ่งไปหาฉู่ซีเฟิงด้วยความเร็วดุจสายฟ้า
โชคดีที่ฉู่ซีเฟิงระวังตัวไว้แต่เนิ่นๆ และรีบหลบไปด้านข้าง แต่แล้วเข็มทองก็พุ่งไปทางด้านข้างของเขา ฉู่ซีเฟิงเอนตัวไปด้านหลังเพื่อหลบ เข็มทองคำทั้งสามเล่มผ่านเป้ากางเกงของเขาไปด้านหลังศีรษะของเขา!
แน่นอน ในฐานะองครักษ์คนสนิทของหลงเฟยเยี่ยและผู้ช่วยที่มีความสามารถมากที่สุด ฉู่ซีเฟิงที่ยังมีความเก่งกาจ เขาตีลังกากลับหลังและทันใดนั้นก็เหาะขึ้นไปในอากาศ
โดยไม่คาดคิด! ในขณะเดียวกันที่เขากำลังเหาะขึ้นไป เข็มสีทองทั้งสามเล่มก็พุ่งขึ้นไปสูงรอเขาอยู่แล้ว ความแข็งแกร่งและความเร็วทำให้เขาแทบจะหลบไม่ทัน
ฟิ้ว…
ฉู่ซีเฟิงถอนหายใจ หานอวิ๋นซีคิดไม่ถึงว่าเขาจะสามารถเข้าใจทิศทางการหลบได้ เขาแอบฟังการสนทนาระหว่างท่านอ๋องกับถังหลี่ จึงได้รู้ว่าสตรีผู้นี้เป็แค่คนไร้ประโยชน์ในด้านศิลปะการต่อสู้ ดังนั้นท่านอ๋องจึงไม่สอนอาวุธลับให้ได้ และบอกกับถังหลี่ว่าห้ามสอนนางเด็ดขาด ทำได้เพียงต้องสร้างอาวุธลับให้นางซึ่งสามารถชดเชยความแข็งแกร่งและความเร็วของนางได้
อย่างไรก็ตาม ดูจากความเฉลียวฉลาดของนางแล้ว นางเป็คนไร้ประโยชน์จริงๆ หรือ?
ฉู่ซีเฟิงที่กำลังใจลอย ทันใดนั้น เข็มทองมากกว่าหนึ่งโหลก็ถูกยิงออกมาพร้อมกันราวกับฝนเข็ม พุ่งเข้ามาล้อมรอบไว้
ครั้งนี้ฉู่ซีเฟิงไม่สามารถหลบได้เลย ทำได้เพียงยอมรับการเคลื่อนไหว เขาชักกระบี่ออกมาและกวาดเข็มทองครึ่งหนึ่งตกลงทันที จากนั้นก็หันไปอีกด้าน พร้อมกับกระบี่ยาวที่ฟันลงไป “แกร๊ง แกร๊ง แกร๊ง” กวาดเข็มทองที่เหลือทีละเล่ม
เมื่อเห็นเช่นนี้ หานอวิ๋นซีไม่ได้รู้สึกผิดหวังเลย กลับกันยังพึงพอใจมาก อาวุธลับนี้สามารถบังคับให้ฉู่ซีเฟิงเริ่มลงมือได้ ถือว่าเป็สิ่งที่ดีมากแล้ว หาก้าจัดการกับองครักษ์หรือนักฆ่าธรรมดาก็เพียงพอแล้วสำหรับการป้องกันตนเอง
ในแง่ของความแข็งแกร่งและความเร็ว นางพอใจอย่างมาก ส่วนอาวุธลับนี้จะใช้งานได้ดีเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความพยายามของเ้าของอย่างนางในอนาคต
หานอวิ๋นซีหยุด
หลังจากแน่ใจว่านางหยุดแล้วจริงๆ ฉู่ซีเฟิงจึงจะลงมาและพูดชมเชยว่า “สายตาของหวังเฟยไม่ได้ด้อยไปกว่าสายตาของผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้เลยพ่ะย่ะค่ะ”
แม้ว่าจะมีอาวุธอยู่ในมือ แต่ถ้ามีสายตาไม่ดีพอ ก็จะไม่สามารถโจมตีใดๆ ได้
หานอวิ๋นซีมีความสุขมากราวกับว่านางได้พบขุมทรัพย์ พิจารณาจากความแข็งแกร่งและความเร็วของสมบัติชิ้นนี้ ต่อให้มือของนางจะไม่ไร้ประโยชน์ แต่ก็อาจไม่สามารถฝึกฝนพวกมันได้ในเวลาอันสั้น ในเมื่อมีของสิ่งนี้มาแทนแล้ว จะฝึกฝนหนักไปอีกทำไม? นี่แหละที่เรียกว่าเครื่องจักรเครื่องกล
เมื่อคิดแบบนี้ หานอวิ๋นซีก็ไม่สงสัยตัวเองในเื่ที่เป็คนไร้ประโยชน์ในด้านศิลปะการต่อสู้อีกเลย
“ท่านอ๋องล่ะ?”
ไม่ได้เจอชายผู้นั้นมาหลายวันแล้ว นอกจากเขาจะไม่รังเกียจนาง กลับกันยังมอบของดีๆ ให้นางด้วยซ้ำ ซึ่งมันมากกว่าที่นางคิดไว้เสียอีก จึงอยากที่จะขอบคุณต่อหน้า
“กระหม่อมเองก็ไม่ทราบแน่ชัดพ่ะย่ะค่ะ อีกไม่กี่วันจะถึงการออกล่าสัตว์ฤดูใบไม้ผลิแล้ว เขาก็คงจะกลับมา” ฉู่ซีเฟิงไม่รู้จริงๆ ่นี้เขารู้สึกอยู่ตลอดว่าฉินอ๋องแปลกไป แต่ก็บอกไม่ได้ว่ามีอะไรผิดปกติ
“ยุ่งกับเื่ของคังอ๋องใช่หรือไม่? อีกฝ่ายมีการเคลื่อนไหวบ้างหรือไม่?” หานอวิ๋นซีถามอย่างสบายๆ ครั้งก่อนหลงเฟยเยี่ยไปทำลายฐานทั้งหมดของเขา ด้วยนิสัยของชายผู้นั้น จะไม่ต่อสู้กลับหรือ?
อันที่จริงจนถึงตอนนี้ ฉู่ซีเฟิงยังไม่เข้าใจว่าทำไมท่านอ๋องถึงเชื่อในตัวสตรีผู้นี้ ถึงขั้นนำหมีเตี๋ยเมิ่งมาโยนให้นางศึกษา เขาลังเลอยู่พักหนึ่ง แต่ก็ยังส่ายศีรษะและไม่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน
หานอวิ๋นซีที่เป็คนฉลาด เมื่อเห็นปฏิกิริยาของฉู่ซีเฟิงก็ไม่ได้ถามคำถามใดๆ เพิ่มเติม นางรู้สึกว่ามีความลับบางอย่างเกี่ยวกับหลงเฟยเยี่ย และเห็นได้ชัดว่าฉู่ซีเฟิงไม่ได้ถือว่านางอยู่ฝ่ายตัวเอง
แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน นางเองก็ไม่ได้้ารู้ความลับมากเกินไป ยิ่งรู้มากเท่าไร อันตรายก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น!
วันแห่งการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิใกล้เข้ามาแล้ว ถึงตอนนั้นก็คงได้เจอหลงเฟยเยี่ย
หลังจากฉู่ซีเฟิงออกไป หานอวิ๋นซีก็ไปที่ห้องตำรา นางไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนเกี่ยวกับ “หลีฮวาเล่ยอวี่” เพื่อใช้มันให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด!
ในเวลานี้ หลงเฟยเยี่ยซึ่งนั่งอยู่บนหลังคาจึงจะยืนขึ้น แววตาของเขายังคงเ็าและห่างเหินราวกับกำลังตรวจสอบลูกน้อง คอยสังเกตหานอวิ๋นซีจาก้า เขาคิดแค่ว่า้าปลูกฝังสตรีผู้นี้ให้เป็ปรมาจารย์พิษก็เท่านั้น
เพียงแต่ เขาถูกความครอบงำด้วยสายตาที่มีการจ้องมองอย่างพินิจพิเคราะห์มากขึ้นที่แม้กระทั่งเขาเองก็ไม่ได้สังเกตเห็น จนกระทั่งหานอวิ๋นซีเดินเข้าไปในห้อง เขายังคงมองตามไป ครู่หนึ่งก่อนที่จะหันหลังกลับ
เดิมทีฉู่ซีเฟิงคิดว่าเขาจะถูกใช้เป็เป้าหมายในการฝึกฝน คิดไม่ถึงว่าในหลายวันที่ผ่านมา หานอวิ๋นซีเอาแต่หมกมุ่นอยู่ในห้องตำรา ศึกษา “หลีฮวาเล่ยอวี่” และไม่เคยตามหาเขาอีกเลย
ไม่เข้าใจจริงๆ อาวุธลับที่สมบูรณ์แบบขนาดนั้น ยังมีอะไรให้ศึกษาอีก ถ้าอยากจะเก่งก็ควรฝึกให้มากกว่านี้ไม่ใช่หรือ?
หานอวิ๋นซีทำอะไรอยู่ในห้องตำรา มีเพียงนางเท่านั้นที่รู้ ที่น่าพูดถึงมากที่สุดก็คือแม้ว่าระบบการล้างพิษจะยังคงอยู่ในสถานะที่อัปเกรด แต่สภาพจิตใจของหานอวิ๋นซีก็ค่อยๆ กลับสู่สภาวะปกติ นางคิดว่าระบบการล้างพิษคงจะทำให้นางประหลาดใจอีกในไม่ช้า
เวลาผ่านไปชั่วพริบตา และวันแห่งการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิก็มาถึง
มีการล่าสัตว์ทั้งหมดในสี่ฤดู คือการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิ การล่าสัตว์ในฤดูร้อน การล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ร่วง และการล่าสัตว์ในฤดูหนาว แม้ว่าการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิจะเป็กิจกรรมสำคัญในเทียนหนิง แต่ก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ร่วงและไม่ได้จัดขึ้นในพื้นที่ล่าสัตว์ แต่ละปีก็จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่โดยส่วนใหญ่จะจัดในพื้นที่ที่มีป่ารกทึบ เหตุผลประการแรกเพื่อช่วยสามัญชนฆ่าสัตว์ร้ายที่เหยียบย่ำพืชผล และประการที่สองเพื่อให้ขุนนางและลูกหลานของตระกูลขุนนางเหยียดมือเหยียดเท้าหลังจากฤดูหนาวเพื่อกำจัดความเฉื่อยชา และเพื่อให้เหล่าหญิงสาวสามารถออกไปชมดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิได้
แน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้ดูจากภายนอกนั้นสง่าผ่าเผยแต่ความจริงไม่ใช่ ไม่ว่าจะเป็ชายหนุ่มหรือหญิงสาว การล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิก็เป็สนามทางสังคม คนที่ไม่ค่อยได้พบเจอหรือไม่ค่อยได้นัดหมายกันนั้น ส่วนใหญ่ก็จะได้พบกันที่งานล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิ มีั้แ่ได้สนทนากันไม่กี่คำ จนไปถึงกลายมาเป็พันธมิตรต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กัน การมาพบกับใครสักคนนั้น อาจไม่จำเป็ต้องเป็เหตุผลด้านการทำงาน เพียงได้พบกันและเริ่มการสนทนา ด้วยวิธีการเช่นนี้ ก็ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะไม่สำเร็จ
ปกติแล้วฮ่องเต้เทียนฮุยจะไม่เข้าร่วมการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากใน่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไท่จื่อป่วยอยู่บนเตียง การล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิจึงเป็ฉินอ๋องที่เป็เ้าภาพ ในปีนี้ไท่จื่อหายจากอาการป่วยแล้ว แน่นอนว่าฮ่องเต้เทียนฮุยจึง้าผลักดันไท่จื่อ หลงเฟยเยี่ยก็ไม่ได้ถือสาอะไร เขายินดีที่จะพักผ่อน อย่างไรก็ตาม ไท่จื่อเป็คนที่ยอดเยี่ยมและได้ส่งจดหมายเชิญฉบับแรกไปที่จวนฉินอ๋องด้วยตัวเอง เมื่อเทียบกับเสด็จพ่อของเขาแล้ว เขาไม่ค่อยอยากจะเป็ศัตรูกับเสด็จอาฉินคนนี้สักเท่าไร
ยิ่งไปกว่านั้น การล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ ไท่จื่อยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำและการปรากฏตัวของเสด็จอาฉินก็มีความสำคัญต่อเขามาก
สถานที่ล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ถูกกำหนดให้อยู่ที่เมืองเป่ยเจ๋อทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองหลวง ซึ่งเป็ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์กว้างใหญ่และทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา หากออกเดินทางในเช้าวันพรุ่งนี้เช้า จะไปถึงอย่างเร็วที่สุดในตอนเย็นของอีกวัน
การเดินทางนั้นยาวไกลและกองทหารเองก็ใหญ่มาก ไท่จื่อหลงเทียนโม่มาถึงเมืองเป่ยเจ๋อล่วงหน้าแล้วเพื่อจัดการเื่ที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง ไม่ได้มีการจัดกลุ่มรวมเป็กลุ่มใหญ่หนึ่งเดียวเพื่อไปเดินทางข้างหน้า ผู้ที่ได้รับเชิญจำเป็ต้องมาถึงตามเวลาที่กำหนดเท่านั้น
ผู้คนส่วนใหญ่จะจัดตั้งกลุ่มสองสามกลุ่มด้วยตัวเอง และไม่ต้องพูดถึงหลงเฟยเยี่ย แม้แต่อี้ไท่เฟยก็ยังปฏิเสธที่จะเดินทางไปกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
จวนฉินอ๋องนั้นสูงส่งอย่างยิ่งและไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย
เย็นวันนี้ ั้แ่ครั้งก่อนที่ตรวจชีพจรแล้วไม่พบการตั้งครรภ์ เป็ครั้งแรกที่อี้ไท่เฟยที่ผิดหวังมาหาหานอวิ๋นซีเพื่อดื่มชา
“ร่างกายดีขึ้นบ้างหรือไม่?” อี้ไท่เฟยยังคงกังวล
“หมู่เฟยวางใจได้ ข้าดีขึ้นมากแล้ว” น้ำเสียงของหานอวิ๋นซีสุภาพขึ้นเล็กน้อย
“เฟยเยี่ยยังไม่กลับมา เ้าไปกับรถม้าของข้าเถอะ เตรียมตัวให้พร้อม เราจะออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่ในวันพรุ่งนี้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หานอวิ๋นซีก็สงสัย “เช้าตรู่?”
หานอวิ๋นซีได้ยินจากแม่นมจ้าวว่าในปีก่อนแม้ว่าการล่าสัตว์ฤดูใบไม้ผลิจะมีฉินอ๋องเป็เ้างาน แต่รถม้าจากจวนฉินอ๋องมักจะออกช้าและไปถึงช้ามาก ปีนี้ทำไมถึงออกเร็วล่ะ?
“หมู่เฟย ทำไมไม่ไปสายกว่านี้สักหน่อยล่ะเพคะ รอท่านอ๋องก่อน”
หานอวิ๋นซียังคงคิดว่าหลงเฟยเยี่ยอาจจะกลับมายามจื่อหรือไม่ก็พรุ่งนี้เช้าตรู่ ฉู่ซีเฟิงบอกว่าการล่าสัตว์ฤดูใบไม้ผลิจะได้เจอเขาไม่ใช่หรือ?
“ไม่ต้องรอกหรอก เขาขี่ม้าเร็ว เ้ากับข้าตามเขาไม่ทันอยู่ดี ไปเตรียมตัวเถอะ พรุ่งนี้อย่าตื่นสายล่ะ”
เมื่อได้ยินคำสั่งของอี้ไท่เฟย หานอวิ๋นซีก็ไม่เกลี้ยกล่อมนางอีก พยักหน้าแล้วเดินออกไป
ทั้งคืน หลงเฟยเยี่ยก็ยังไม่ปรากฏตัว ในตอนเช้าหานอวิ๋นซีมองย้อนกลับไปที่ห้องนอนก่อนจะออกจากลานบ้าน นางเหม่อลอยตลอดทาง ไม่รู้ว่าตัวเองขาดอะไรไป
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่มาถึงประตู นางก็ได้สติกลับขึ้นมาทันใด เมื่อเห็นว่านอกจากรถม้าสุดหรูของอี้ไท่เฟยแล้ว ยังมีรถม้าอีกห้าหกคันที่ประตู จากจวนผิงเป่ยโฮ่ว จากรองเ้ากรมข้าราชการพลเรือนและจวนกั๋วกง สามตระกูลทั้งเด็กและผู้ใหญ่กำลังรออยู่ที่ข้างรถม้า เมื่อพวกเขาเห็นหานอวิ๋นซีออกมา ก็ออกมาทำความเคารพ
นี่มัน…จังหวะอะไรกัน? ใครสั่งให้พวกเขามาที่นี่?
ในขณะที่หานอวิ๋นซีกำลังสงสัย ทางด้านหลัง มู่หรงหว่านหรูก็เดินพยุงอี้ไท่เฟยออกมา หานอวิ๋นซีรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก มู่หรงหว่านหรูมาที่นี่ั้แ่เมื่อไร เมื่อคืนนี้ นางคงไม่ได้อยู่ที่จวนหรอกใช่หรือไม่? เมื่อคืนอี้ไท่เฟยไม่เห็นจะพูดอะไรสักคำ?
เมื่อเห็นอี้ไท่เฟยออกมา ทั้งสามตระกูลก็เคารพมากขึ้น
“ช่างเป็โชคดีของข้ายิ่งนักที่ได้เดินกับไท่เฟย” เหล่ากั๋วกงพูดด้วยรอยยิ้ม
เหล่ากั๋วกงมีตำแหน่งและอำนาจ เขาเป็ขุนนางคนสำคัญของทั้งสองราชวงศ์ แต่การยืนอยู่ใต้ชายคาของฉินอ๋อง ก็ยังคงรู้สึกต่ำเตี้ยเล็กน้อย การประจบสอพลออี้ไท่เฟยเองก็เป็สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
โดยไม่คาดคิด ฮูหยินของรองเสนาบดีกระทรวงขุนนางหัวเราะและพูดว่า “นี่ไม่ใช่เพราะโชคของฮูหยินฉ่าวหรอกหรือ”
ฮูหยินฉ่าว เป็ฮูหยินของจ่างซุนเช่อแห่งจวนผิงเป่ยโฮ่ว นั่นคือมู่หรงหว่านหรู
คำพูดของฮูหยินสวี่ฟังดูไม่เลว แต่มันไม่ค่อยถูกต้องเสียเท่าไร จวนกั๋วกงชื่นชมอี้ไท่เฟย แต่แทนที่จะเห็นด้วยเขากลับเปลี่ยนหัวข้อเป็มู่หรงหว่านหรู?
หานอวิ๋นซีที่อยู่ด้านข้างกำลังดูและฟังด้วยความสงสัย ใครจะรู้ว่าอี้ไท่เฟยไม่โกรธ แต่กลับมีความสุขอย่างมาก ทั้งยังพูดด้วยรอยยิ้มว่า “โอ้ นี่เป็ครั้งแรกที่ข้าได้ยินคำว่า ‘ฮูหยินฉ่าว’ มันแปลกเหลือเกิน ตอนนี้ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว หว่านหรูของข้าก็ออกเรือนเสียแล้ว!”
“ไท่เฟย จวนผิงเป่ยโฮ่วผิดศีลธรรม[1]ไปแล้ว สมควรได้รับการลงโทษ!” ฮูหยินผิงเป่ยโฮ่วพูดอย่างติดตลก
ฮึฮึ ฮูหยินผิงเป่ยโหวล้อเล่นกับอี้ไท่เฟยได้ั้แ่เมื่อไรกัน?
ตอนนี้หานอวิ๋นซีเพิ่งจะเข้าใจขึ้นมาว่าคนเหล่านี้เป็เพื่อนกันมานานแล้ว อี้ไท่เฟยสามารถลดศักดิ์ศรีของนางลงเพื่อพูดคุยและหัวเราะกับพวกเขาได้ ดังนั้นการไปกับสามตระกูลนี้ มีอะไรแปลกอีกหรือ?
ไม่ต้องสงสัย มู่หรงหว่านหรูมีส่วนร่วมในความสัมพันธ์เหล่านี้! หานอวิ๋นซียุ่งมากใน่สองเดือนที่ผ่านมาและไม่ได้ให้ความสนใจกับอี้ไท่เฟยมากนัก ดูเหมือนว่าแม้ว่ามู่หรงหว่านหรูจะแต่งงานแล้ว แต่นางก็ใช้ความพยายามอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่หานอวิ๋นซีไม่สามารถเข้าใจได้ ไม่ว่านางจะคิดหนักแค่ไหนก็ตาม...
--------------------------------------
[1] 横刀夺爱 เป็สำนวน หมายความว่า การผิดศีลธรรม พูดถึงบุคคลที่สามที่คนคนนั้นได้แย่งไปโดยผ่านวิธีการต่างๆ
