หลิงเหยาถอนหายใจ พลางร่อนลงพื้นอย่างช้าๆ
“เ้าก็น่าจะรู้ ว่ามีคนเพียงไม่กี่คนที่รู้จักปรมาจารย์โจวเสวี่ยฉิงของเ้า ใช่หรือไม่?” ฉินอวี่กล่าวอย่างเ็า
หลิงเหยาไม่ตอบ สีหน้าและดวงตาที่อยู่ใต้ผ้าปิดหน้าได้ทรยศนาง นางสงสัยมากว่าทำไมฉินอวี่จึงเคยได้ยินเื่เกี่ยวกับโจวเสวี่ยฉิง นางเองก็เพิ่งค้นพบเื่นี้หลังจากอ่านประวัติลับของสำนักเหยาฉือเช่นกัน
“เป็เพราะบรรพบุรุษของข้ารู้จักกันกับปรมาจารย์โจวเสวี่ยฉิงของเ้า ไม่เพียงแต่ปรมาจารย์ของเ้า แม้แต่เสี่ยตี้ หรือหวังชิงปรมาจารย์ผู้บุกเบิกสำนักยุทธ์ว่านจ้งก็ยังรู้จัก” ฉินอวี่กล่าวช้าๆ แต่เดิม้าถามเกี่ยวกับข่าวคราวของโจวเสวี่ยฉิง แต่กลับนึกไม่ถึงว่าหลิงเหยาจะรู้จัก อีกทั้งยังให้ความเคารพและชื่นชมเป็พิเศษอีกด้วย สิ่งนี้ทำให้ฉินอวี่ค้นพบทางออกจากอุปสรรคนี้
“เป็ไปไม่ได้!” หลิงเหยาพูดโดยไม่แม้แต่จะคิด
“ทำไมมันจะเป็ไปไม่ได้? แม้ว่าครอบครัวของข้าจะล่มสลาย แต่บรรพบุรุษของข้าก็เป็ผู้แข็งแกร่งชั้นยอดเช่นนี้” ฉินอวี่กล่าว
ก่อนที่หลิงเหยาจะได้ตอบ เขาก็พูดอีกว่า “เ้าเคยได้ยินเกี่ยวกับสำนักเทียนฉีหรือไม่? บรรพบุรุษของข้าเป็ศิษย์ของสำนักเทียนฉี!”
“สำนักเทียนฉี?” หลิงเหยาขมวดคิ้ว คำสามสี่คำนี้ทำให้นางคุ้นเคยอยู่บ้าง แต่นางจำไม่ได้ว่านางเคยได้ยินมาจากที่ใด
“บรรพบุรุษของข้าและปรมาจารย์ของเ้าโจวเสวี่ยฉิง เสี่ยตี้ และหวังชิง เป็ศิษย์พี่ศิษย์น้องกัน ต่างเป็ศิษย์ในสำนักเทียนฉี” ฉินอวี่พูดอย่างเปิดเผยและเมื่อรู้สึกได้ถึงความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งของหลิงเหยา ฉินอวี่ก็โล่งใจอย่างสมบูรณ์
“เป็ไปไม่ได้! เ้ามีหลักฐานอะไร!” หลิงเหยาจ้องไปที่ฉินอวี่ และพูดอย่างเฉียบขาด
“หลักฐาน?” ฉินอวี่ไม่เพียงแต่มีความสุข แม้ว่าเขาจะพูดจาไร้สาระ แต่หลิงเหยาจะแยกออกหรือ? นอกจากนี้ ฉินอวี่ยังรู้จักสามสี่คนนี้เป็อย่างดี และในทันใดนั้น เขาก็พูดช้าๆ “วิชาเทพธิดาร่ายรำ น่าจะเป็ความลับของสำนักเหยาฉือใช่หรือไม่? ทำไมข้าถึงรู้ละ? ยิ่งกว่านั้น เ้าเคยได้ยินมาบ้างหรือไม่ว่าในหอบรรพชนของสำนักยุทธ์ว่านจ้งมีรูปวาดรูปหนึ่งที่ปฐมาจารย์หวังชิงทิ้งเอาไว้?”
“เ้า... เ้ากำลังหมายความว่าคนที่อยู่ในรูปเหมือนที่ปรมาจารย์หวังชิงทิ้งเอาไว้คือบรรพบุรุษของเ้าหรือ?” หลิงเหยาใ นางเคยได้ยินเกี่ยวกับเื่นี้มาก่อน แต่ไม่มีใครรู้ว่าใครคือบุคคลในภาพ
ฉินอวี่กระแอมสองสามครั้งแล้วพยักหน้าเล็กน้อย
“เป็ไปได้อย่างไร? เป็ไปได้อย่างไร?” หลิงเหยาพึมพำอย่างไม่เชื่อ หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เมื่อนางสังเกตเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของฉินอวี่ นางก็รู้สึกตัวขึ้นและพูดอย่างโกรธเคือง “เ้าโกหกข้าหรือ?”
“ทำไมข้าต้องโกหกเ้าด้วยล่ะ? บันทึกลายมือบรรพบุรุษของข้าที่ถูกทิ้งไว้นั้นเขียนไว้อย่างชัดเจน บรรพบุรุษของข้าคงไม่โกหกลูกหลานของเขาหรอก?” ฉินอวี่พูดพลางชำเลืองมองหลิงเหยา
“แล้วลายมือนั่นล่ะ? ส่งมันมาให้ข้าสิ ไม่อย่างนั้นข้าจะถือว่าเ้ากำลังโกหกข้า” หลิงเหยาะโอย่างดุเดือด
“นั่นเป็ของสำคัญมาก ข้าจะนำติดตัวมาได้อย่างไรกัน? วันหลังหากมีโอกาสข้าจะเอามาให้เ้าดูแล้วกัน” ฉินอวี่ค่อยๆ พูด เขาสามารถเขียนบันทึกเหล่านี้ขึ้นมาสักฉบับได้ด้วยตนเอง แต่จะว่าไป เมื่อออกจากที่นี่ได้แล้ว จะได้พบกันหรือไม่ได้พบก็เป็อีกเื่หนึ่ง
“รักษาชีวิตของเ้าก่อนเถอะ! ถ้าไม่มีบันทึกลายมือนั่นมาให้ข้า ข้าฆ่าเ้าแน่” หลิงเหยากล่าวอย่างเ็าและนางก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ฉินอวี่พูดนั้นจริงหรือเท็จ
“ได้ ปล่อยข้าตอนนี้ได้หรือไม่ล่ะ?” ฉินอวี่ถามอย่างลองเชิง
“อย่าฝันไปเลย หากไม่มีบันทึกลายมือนั่นมาให้ข้า และไม่สามารถจับตัวสารเลวสองคนนั่นมาได้เ้าก็อย่าได้คิดหนี จริงสิ แล้วก็โอสถนิรันดรนั่นด้วย!” หลิงเหยาพูดอย่างเ็า แม้ว่าคำพูดนั้นจะเยือกเย็น แต่ก็ดูผ่อนคลายลงมาก
ฉินอวี่แทบอยากจะตบหน้าตนเองที่ไปยกเื่ของบันทึกลายมือนั่นขึ้นมาเพื่ออะไร จากนั้นเขาก็พูดขึ้น “ข้าไม่มีโอสถนิรันดร”
“เ้า...” หลิงเหยาขมวดคิ้ว รัศมีความอาฆาตแค้นของนางพุ่งออกมาทันที
“ข้ามีใบปรุงยา” ฉินอวี่กล่าวช้าๆ
หลิงเหยาแสดงออกมาทางสีหน้าทันที ดวงตากลมโตอันงดงามของนางจ้องตรงไปทันที หลังจากมีสติกลับมา นางก็ใช้กระบี่ขนาดั์โจมตีออกไป “รนหาที่ตาย!”
“เ้าไม่เชื่อข้าอีกแล้วหรือ? ช่างเถอะ เ้าฆ่าข้าเสียเถอะ ข้าจะพูดอะไร เ้าก็ไม่เชื่อในสิ่งที่ข้าพูด ถ้าเช่นนั้นยังจำเป็จะต้องคุยกันอีกหรือ?” ฉินอวี่ทำท่าทีเหมือนกำลังตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และหลับตาลงทันที
กระบี่ิญญาแขวนลอยอยู่เบื้องบน ยอดเขาบนหน้าอกของหลิงเหยากระเพื่อมขึ้นลง มองดูท่าทีของฉินอวี่ และยิ่งสงสัยมากขึ้นในใจ จากนั้นนางจึงพูดขึ้น “ใบปรุงยาของโอสถนิรันดรได้สูญหายไปแล้วหลังจากการล่มสลายของแดนเซียนอู่ เ้ายังจะโกหกข้าอีกหรือ?”
“หรือที่ข้าบอกเ้าไปก่อนหน้านี้มันจะเปล่าประโยชน์เสียแล้ว? บรรพบุรุษของข้าและเสี่ยตี้พวกเขาต่างเป็ศิษย์พี่ศิษย์น้องกัน หรือบรรพบุรุษของข้าก็ไม่ได้สืบทอดใบปรุงยานิรันดรเอาไว้หรือ?” ฉินอวี่ถามอย่างเ็า
การหายใจของหลิงเหยาหยุดนิ่ง ใช่แล้ว ในเมื่อบรรพบุรุษของเขาเป็ศิษย์พี่ศิษย์น้องกับปรมาจารย์โจวเสวี่ยฉิง เช่นนั้นเขาก็คงจะมีใบปรุงยานิรันดรจริงๆ หรือ? เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ หลิงเหยาก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างอธิบายไม่ถูก หากลองถามดู มีหญิงสาวคนไหนบ้างที่ไม่ชื่นชอบความสวยงาม? มีหญิงสาวคนไหนบ้างที่ไม่อยากเป็สาวอยู่ตลอดกาล?
“เพียงแค่เ้ายอมปล่อยให้สหายสองคนของข้าไป ข้าจะมอบใบปรุงเม็ดยานิรันดรให้กับเ้า” ฉินอวี่เห็นหลิงเหยามีลักษณะเช่นนี้ ก็รู้ได้ทันทีว่านางเชื่อไปแล้วกว่าแปดส่วน และหัวใจของเขาก็มีความมุ่งมั่นมากขึ้น
“นี่... เป็ไปไม่ได้!” หลิงเหยายืนกราน
“อย่าเพิ่งรีบตอบเช่นนั้นสิ เ้าสามารถกลับไปคุยกับบรรดาศิษย์น้องของเ้า และถามความคิดเห็นของพวกเขาได้ หากเ้าใช้โอสถนิรันดรเพื่อชดเชย พวกนางก็คงจะเห็นด้วยนะ เ้าค่อยๆ พิจารณาก็ได้” ฉินอวี่พูดจบ เขาก็อุ้มลูกหมาป่าและก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
สยงท่าเทียนและหลี่เทียนจีเป็สหายที่แท้จริงของฉินอวี่หลังจากที่เขากลับมาเกิดใหม่ ฉินอวี่ไม่อยากเห็นพวกเขาถูกสำนักเหยาฉือไล่ล่า ด้วยอีกเหตุผลหนึ่ง หลี่เทียนจียังคงมีประโยชน์ในอนาคต ฉะนั้นจะยอมให้สำนักเหยาฉือสังหารไปได้อย่างไร
“สวบ!” เสียงของอาวุธที่แหลมคมชิ้นหนึ่งที่แทงทะลุอากาศดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ฉินอวี่ขนลุกไปทั้งตัว เขาใเป็อย่างยิ่ง ขนาดพูดถึงระดับนี้แล้วหลิงเหยายังคิดจะลงมืออีกหรือ?
ในขณะนี้ ความคิดนับไม่ถ้วนได้ผ่านเข้ามาในหัวของฉินอวี่ ฉินอวี่คิดที่จะใช้วิชาปีศาจคลั่งหกปริวรรตตอบโต้กลับ และยังคิดว่าหลิงเหยาไม่ได้มีเจตนาจะสังหารตนเอง แต่คงคิดเพียงจะสั่งสอน และขจัดความโกรธในใจของตนเองเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้น ฉินอวี่ก็ไม่อาจจะเอาชีวิตของตนเองเป็เดิมพันได้
ฉินอวี่โยนลูกหมาป่าออกไปข้างๆ กำมือของเขาให้เป็หมัด จากนั้นจึงหันหลังและะเิมันออกไป
หมัดะเิฟ้า!
แต่ในขณะที่มันถูกปล่อยออกไป รูม่านตาของฉินอวี่ได้หดตัวลงอย่างรวดเร็ว
เขาเห็นได้ว่ากระบี่ิญญาที่หลิงเหยาถืออยู่ได้กลายเป็แส้สีทองเส้นหนึ่ง
เมื่อเห็นดังนั้น ฉินอวี่ก็อยากถอนหมัดของเขาคืนกลับมาโดยเร็ว แต่มันสายเกินไป
หลิงเหยาไม่คิดว่าฉินอวี่จะตอบสนองเร็วขนาดนี้ นับประสาอะไรกับการโต้กลับของฉินอวี่ นางผู้ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า้าชีวิตของฉินอวี่ ได้ยืนตกตะลึงอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง
ฉินอวี่ส่งเสียงร้องอย่างคร่ำครวญเบาๆ และเตรียมบิดหมัดอันแข็งแกร่งนั้นอย่างรวดเร็ว และได้กระทบถูกผ้าปิดหน้าสีขาวที่อยู่บนใบหน้าของหลิงเหยาทันที ทำให้ผ้าปิดหน้าสีขาวนั้นหลุดออกมา
ครู่หนึ่ง
ม่านตาของฉินอวี่รวมกันเข้ามาเป็ดั่งเข็มปลายแหลม ร่างกายของเขาก็เหมือนถูกสายฟ้าผ่าลงมาเป็การลงทัณฑ์
ในตอนนี้ หลิงเหยาก็รู้สึกตัวกลับมาแล้วเช่นกัน ในใจของนางยิ่งโกรธมากขึ้น นึกไม่ถึงว่าฉินอวี่จะกล้าตอบโต้กลับ แส้สีทองที่อยู่ในมือตัดผ่านอากาศเข้ามา โจมตีลงบนร่างของฉินอวี่
“เพียะ!”
ฉินอวี่ที่ถูกแส้ฟาดลงไปได้กระเด็นลอยออกไปทันที แต่ความโกรธของหลิงเหยาก็ไม่ได้บรรเทาลงเลย และทำการสะบัดแส้สีทองอย่างเนื่อง พุ่งไปทางฉินอวี่อย่างโกรธเคือง
“เพียะ!”
“เพียะ!”
เสียงะเิที่ชัดเจนดังก้องในอากาศ และเมื่อเห็นสิ่งนี้ าาหมาป่าที่อยู่ไกลออกไปก็เริ่มกังวลมากขึ้น ส่งเสียงเห่าหอนของหมาป่าดังออกไป แต่กลับเป็กังวลว่าจะทำให้ลูกของมันได้รับาเ็
หลังจากฟาดอยู่ได้ครึ่งชั่วยาม หลิงเหยาก็ดูเหมือนจะโล่งใจจากนั้นจึงหยุด นางจ้องไปที่ฉินอวี่ที่ถูกแส้ฟาดเข้ามาจนเต็มไปด้วยคราบเื และพูดอย่างเ็าว่า “เ้าวางแผนจะจัดการข้ามาั้แ่แรกเริ่ม? ฮึ เ้าคิดว่าข้าจะไม่ฆ่าเ้าสินะ แต่เ้าได้คิดบ้างหรือไม่ว่าข้าจะสั่งสอนเ้า? หากยังคิดแผนการอะไรกับข้าอีก ก็คอยดูว่าครั้งหน้าข้าจะสั่งสอนเ้าอย่างไร”
ฉินอวี่มีเืไหล และการโจมตีของหลิงเหยานั้นหนักมาก แม้ว่าไม่ได้รับาเ็ถึงกระดูก แต่ความเ็ปของเนื้อหนังก็ทำให้ฉินอวี่กระตุกไปทั้งตัว แต่เขาไม่ได้พูดอะไรเลย แต่กลับค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา และมองไปที่หลิงเหยาด้วยสายตาที่ซับซ้อน
หลิงเหยานิ่งตะลึง ไม่นานก็รู้สึกตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และััใบหน้าของตนเองอย่างรุนแรง เมื่อรู้ว่าผ้าปิดหน้าหายไป หลิงเหยาก็ใทันที หลังจากนั้นไม่นานนางก็เหลือบมองฉินอวี่อย่างเ็า ด้วยสายตาที่มีความรังเกียจและเสียดสี นางยืดตัวตรงยกหน้าอกสูงมากขึ้น จากนั้นจึงพูดเชิงเย้ยหยัน “เ้าบอกว่าเ้าไม่ชอบรูปร่างหน้าตาของข้ามิใช่หรือ? แล้วตอนนี้เ้ามามองดูอะไร”
หลิงเหยาเคยเห็นสายตาเช่นเดียวกับฉินอวี่มาเป็จำนวนมาก ส่วนมากจะทำให้นางรังเกียจและขยะแขยง แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เมื่อได้เห็นสายตาที่ฉินอวี่เผยออกมาเช่นนี้ จึงทำให้ในหัวใจของหลิงเหยารู้สึกสบายใจอย่างอธิบายไม่ได้
ฉินอวี่ไม่ได้พูดอะไร เขาไม่ได้สังเกตเห็นความเ็ปอย่างรุนแรงในร่างกายของตนเองเลย เขาเพียงแค่จ้องไปทางหลิงเหยาอย่างว่างเปล่า ผู้ที่มีใบหน้าที่บอบบางจนเกือบจะไร้ที่ติ
คิ้วเรียวยาวโค้งได้รูปเปล่งประกายสีดั่งหยก ราวกับพระจันทร์เสี้ยว ริมฝีปากแดงเข้มสะท้อนในแสงแดด ดวงตาที่สดใสและเด่นชัดมีความโดดเด่นเหมือนดั่งดวงดารามากมาย เปรียบเสมือนการประดับแต่งอันงดงาม
สิ่งที่ทำให้ฉินอวี่ต้องใจเต้นไม่ใช่การปรากฏตัวขึ้นของหลิงเหยา ความงามของหลิงเหยานั้นไม่ได้ต่างไปจากจื่อซวินเอ๋อมากมายนัก เมื่อตอนแรกเริ่มที่ได้พบกับจื่อซวินเอ๋อ ฉินอวี่ก็ยังไม่ถึงกับเสียอาการเช่นนี้ แต่ใบหน้านี้ของนาง กลับทำให้ฉินอวี่หวนนึกถึงความทรงจำที่ไม่รู้จบ
ในความงุนงง ฉินอวี่ก็นึกย้อนกลับไปที่สำนักเทียนฉี เพื่อกลับไปสู่เที่ยงวันอันสดใส
หญิงสาวคนที่ดูเหมือนดั่งเทพธิดาได้บุกเข้าไปยังภายในจิตใจของฉินอวี่อย่างเงียบๆ
“โจวเสวี่ยฉิง คือ... คือเ้าหรือไม่?” ฉินอวี่กระซิบด้วยความเ็ป