ลมในหุบเขาสงบนิ่งลงแล้ว
แต่หัวใจของซูเยียนกลับไม่เคยเต้นเป็จังหวะเดิมอีกคืนนั้น นางฝันหิมะตกหนักกลางท้องฟ้าสีเืเสียงกลองศึกดังะเื
ชายในอาภรณ์ขาวยืนอยู่ตรงหน้ากระบี่เงินในมือเขาสั่นไหว
“หลีเยว่…”
เสียงนั้นชัดเจนราวดังอยู่ข้างหูซูเยียนสะดุ้งตื่น หอบหายใจแรง
เหงื่อเย็นชุ่มทั่วแผ่นหลัง
“หลี…เยว่…”
ชื่อนั้นหลุดจากปากโดยไม่รู้ตัวน้ำตาไหลลงมาเงียบ ๆนางไม่รู้ว่ากำลังร้องไห้เพราะอะไรแต่ความเ็ปแน่นอกจนแทบหายใจไม่ออกด้านนอกบ้านไม้
เทียนอวี้ยืนเงยหน้ามองดวงจันทร์ััได้ถึงแรงสั่นะเืในิญญาของนาง มันเริ่มแล้ว
ความทรงจำที่ควรถูกฝังลึกกำลังค่อย ๆ แตกออกเหมือนรอยร้าวในน้ำแข็งเขากำมือแน่นหากนางจำได้ทั้งหมดความเ็ปครั้งนั้นจะย้อนกลับมาซ้ำอีก
ทันใดนั้น ประตูไม้เปิดออกซูเยียนยืนอยู่ตรงธรณีประตูใบหน้าซีดขาว
“ท่าน…เคยเรียกข้าว่าอะไร”
คำถามนั้นทำให้ลมหายใจของเขาชะงัก
“ข้าได้ยินในฝัน” นางก้าวลงมาช้า ๆ “ชื่อที่ไม่ใช่ของข้า”
สายตาของนางสั่นไหว
“หลีเยว่…คือใคร”
เงียบงันลมพัดผ่านกลีบเหมยปลิวตกบนพื้นเทียนอวี้มองใบหน้าที่ทั้งคุ้นเคยและแตกต่างเขาเคยเห็นดวงตาคู่นี้มองเขาท่ามกลางหิมะสีแดงเคยเห็นมันปิดลงขณะร่างสลายเขาไม่ควรบอกไม่ควรดึงนางกลับเข้าสู่โชคชะตาเดิมแต่ก่อนที่เขาจะเอ่ยคำใด
พลังบางอย่างพลุ่งพล่านจากกลางอกของซูเยียนประกายสีแดงแผ่ซ่านใต้ผิวเนื้อลวดลายมารจาง ๆ ปรากฏที่ข้อมือภาพหนึ่งแล่นผ่านในหัวนางชัดเจนยิ่งกว่าเดิมกระบี่สีเงินหิมะเปื้อนเื
และเสียงของตนเองเอ่ยว่า
“ชาติหน้า…อย่าเกิดคนละภพอีกเลย”
ซูเยียนทรุดลงกับพื้น
“ข้า…เคยตายหรือไม่”เสียงนั้นแตกพร่า
เทียนอวี้รีบเข้าไปประคองแม้รู้ว่าการััใกล้เกินไปอาจกระทบิญญานาง
“อย่าฝืนจำ” เขาพูดเสียงต่ำ “มันไม่จำเป็อีกแล้ว”แต่นางเงยหน้ามองเขาแววตาครึ่งหนึ่งยังเป็ซูเยียนอีกครึ่ง…คือหลีเยว่
“ท่านเคยฆ่าข้าหรือไม่”
คำถามนั้นคมกว่ากระบี่ใดมือของเขาสั่นเล็กน้อยก่อนจะตอบเบา ๆ
“ข้าเคยปกป้องเ้าไม่ทัน”
น้ำตาของนางไหลลงช้า ๆความทรงจำยังไม่ครบถ้วนแต่ความรู้สึก…เริ่มชัดเจนขึ้นทุกทีและในเงามืดของหุบเขาชายชุดดำยืนมองภาพนั้นอย่างเงียบงันมุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
“ดีมาก…” เขาพึมพำ “ตื่นขึ้นมาเถิด ธิดาแห่งมาร”
หิมะโปรยลงอีกครั้งคราวนี้…มีสีแดงจาง ๆ ปะปน
