"ข้าจะไปหานาง"
ฟู่ถิงเย่พ่นน้ำชาออกจากปากก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไป
จ้าวเซิงใจนสับสน เขารีบวิ่งตามไป "ท่านแม่ทัพ! ท่านแม่ทัพ! ท่านจะไปหาแม่นางหวาจริงๆ หรือขอรับ?!"
"แน่อยู่แล้วสิ" ฟู่ถิงเย่พูดอย่างมั่นใจราวกับว่าเป็เื่ที่ถูกต้องและพึงกระทำอย่างยิ่ง
"ท่านคิดจะไปพูดอะไรกับนางขอรับ?"
ฟู่ถิงเย่ตอบ "ต้องไปถามนางว่าเพราะเหตุใดถึงไม่ตกลงเื่แต่งงาน!"
"คือ...คือว่า...ท่านแม่ทัพ แบบนี้ไม่เหมาะสมกระมัง?"
"ไม่เหมาะสมอย่างไร?!"
จ้าวเซิงเหงื่อตกเป็สายธาร ไหลท่วมตัวไปทั้งกาย
"สตรีล้วนมีจิตใจอ่อนไหว หากท่านแม่ทัพถามตรงๆ เช่นนี้ แม่นางหวาคงจะลำบากใจ..."
"แล้วเ้าว่าควรทำอย่างไร?"
"ตามความคิดของข้าน้อย ควรจะค่อยเป็ค่อยไป...ในเมื่อแม่นางหวารู้สึกว่ากะทันหันเกินไป ท่านแม่ทัพก็ควรจะหาโอกาสพบปะกับแม่นางหวาเป็การส่วนตัวให้มากขึ้น...รอจนท่านทั้งสองคุ้นเคยกัน มีใจให้กันและกันแล้ว ค่อยเอ่ยเื่แต่งงานอีกครั้ง เช่นนี้ถึงจะเป็เื่ราวความรักที่สวยงาม..."
"เหลวไหล!" ฟู่ถิงเย่ตวาด "ข้าต้องอยู่ที่ค่ายชิงโจวทุกวัน จะไปพบปะกับนางได้อย่างไร?! นางจะมาพบข้าได้อย่างไร หรือจะให้ข้าไปเชิญนางทุกวัน? ชายหญิงอยู่ด้วยกันสองต่อสองโดยไม่มีพันธะเช่นนี้ หากมีคนเห็นเข้าจะไม่ถูกนินทาเอาหรือ?!"
จ้าวเซิง: "..."
ท่านแม่ทัพ ท่านอย่าหัวแข็งไม่รู้จักพลิกแพลงเช่นนี้ได้หรือไม่...
ฟู่ถิงเย่เห็นสีหน้าของจ้าวเซิงก็ทำสีหน้าหงุดหงิด สะบัดแขนเสื้อด้วยความรำคาญ แล้วหันหลังเดินจากไป
...
ฟ้าเริ่มมืดแล้ว
แท้จริงแล้วตอนนี้ยังเป็เพียงเวลาอาหารเย็น แต่ดวงอาทิตย์ในฤดูหนาวลับขอบฟ้าไปเร็วกว่าปกติ บ้านแต่ละหลังต่างพากันจุดเทียนให้ความสว่าง เมืองผานสุ่ยในเวลานี้จึงมีบรรยากาศอบอุ่นและสงบสุข
เหออู่รูปร่างสูงใหญ่กำยำแข็งแรง ไม่ต้องใช้เก้าอี้ก็สามารถติดคำกลอนคู่และรูปเทพผู้คุ้มครองประตูได้ทั้งหมด
เขาถือกาวแป้งเปียกและกระดาษสีแดงเข้าไปในบ้าน "ท่านแม่ ติดเสร็จหมดแล้วขอรับ ยังมีอะไรต้องติดอีกหรือไม่?"
ป้าเหอกำลังเก็บของในบ้าน พลางบ่นพึมพำด้วยความเป็ห่วง กลัวว่าเขาจะกินไม่อิ่มนอนไม่หลับ อยากให้เหออู่นำของใช้ในบ้านทั้งหมดไปที่ค่ายทหารด้วย
เหออู่จนปัญญาทำได้แค่นำของที่ไม่ได้ใช้เ่าั้ออกไปด้านนอก "ท่านแม่ ข้าบอกกี่ครั้งแล้ว สิ่งของเหล่านี้ที่ค่ายทหารมีหมดแล้ว เอาไปเยอะเกินข้าก็ไม่มีที่เก็บ"
"เอาไปได้ก็เอาไปเถอะ เผื่อขาดเหลืออะไรขึ้นมาจะได้มีสำรอง..." ป้าเหอหยิบแผ่นรองพื้นรองเท้าใหม่สองคู่ข้างๆ ใส่ลงในห่อผ้า
เหออู่ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วหันไปมองข้างนอก จากนั้นลุกขึ้นยืนทำท่าจะเดินออกไป
ป้าเหอเรียกเขาไว้ "นี่! เ้าจะไปไหน?"
"ข้าเหมือนได้ยินเสียงอะไรบางอย่างมาจากห้องฝั่งของแม่นางหวา ข้าจะไปดูเสียหน่อย"
ป้าเหอเหลือบมองเขาด้วยสายตาตำหนิ "นางเป็สตรีนะ เ้าจะไปดูอะไร! ข้าเพิ่งเห็นนางตักน้ำร้อนมาด้วยถังหนึ่ง คงจะเอามาอาบน้ำ เ้าอย่าไปกวนนางเลย ระวังจะทำให้แม่นางน้อยใ!"
เหออู่ได้ยินเช่นนั้น ก็นั่งลง เกาหัวแล้วหัวเราะอย่างเขินอาย
ป้าเหอยิ้มอ่อนๆ "แม่ถามหน่อย อย่าบอกนะว่าเ้า...ชอบน้องหวาเข้าแล้ว?"
ใบหน้าของเหออู่ขึ้นสีแดงอย่างควบคุมไม่ได้ พูดอึกๆ อักๆ เพราะความประหม่า "ท่านแม่ ไม่มีอะไรหรอก อย่าพูดไปมั่วๆ เชียวนะขอรับ...ถ้ามีคนได้ยินเข้า ชื่อเสียงของนางจะเสียหายเอาได้"
"โธ่เอ๋ย หน้าแดงจนถึงขนาดนี้แล้ว ยังจะบอกว่าไม่มีอะไรอีกหรือ" ป้าเหอเห็นลูกชายเป็เช่นนี้ก็อดหัวเราะไม่ได้ "ไม่ต้องห่วง แม่รู้ดีว่าควรทำอย่างไร เดี๋ยวแม่จะลองเลียบเคียงถามนางดู แต่ตอนนี้เกรงว่าคงยังไม่ได้ อย่างแรกคือนางเพิ่งย้ายมาได้ไม่นาน ยังไม่ทันตั้งหลัก น่าจะยังไม่คิดเื่แต่งงาน อย่างที่สองคือเ้ากับนางรู้จักกันได้ไม่นาน หากพูดเื่นี้ขึ้นมากะทันหัน นางคงจะไม่ยินยอม"
เหออู่ตอบอย่างเขินๆ "ข้าไม่รีบ..."
ป้าเหอยิ่งหัวเราะหนักกว่าเดิม "โอ๊ย ในที่สุดลูกชายของแม่ก็รู้ใจตัวเองแล้ว..."
"ท่านแม่..."
...
ฟู่ถิงเย่มาถึงหน้าที่พักของหวาชิงเสวี่ย ก็นึกเสียใจภายหลังเล็กน้อย...
ฟ้ามืดหมดแล้ว ไปหานางในเวลานี้ ดึกดื่นค่อนคืน บุรุษและสตรีอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องเดียวกัน...ไม่เหมาะสมกระมัง?
หรือจะไม่ไปแล้วดี?
กลับจวนดีหรือไม่?
พรุ่งนี้เขาต้องไปค่ายทหารแล้ว หากไม่ถามนางให้รู้เื่ ในใจของเขาก็เหมือนมีไฟสุม! ร้อนรุ่มจนไม่เป็อันทำอะไร!
ฟู่ถิงเย่กวาดสายตามองไปรอบๆ ตรอกซอกซอย ตอนนี้ทุกบ้านกำลังกินข้าวและผิงไฟ ไม่มีใครอยู่ข้างนอก เขาสามารถแอบเข้าไปได้...
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาก็ะโข้ามกำแพงเข้าไป
เขายืนอยู่ในลานเรือน กำลังคิดว่าหวาชิงเสวี่ยอยู่ห้องไหน ก็เห็นหวาชิงเสวี่ยกำลังแบกน้ำถังหนึ่งออกมาจากห้องครัวอย่างยากลำบาก
เพราะก้มหน้าอยู่ นางจึงไม่เห็นฟู่ถิงเย่อยู่ในลานเรือน ในขณะนี้มือทั้งสองข้างของนางกำลังออกแรงจับถังไม้อย่างแ่า แม้อากาศจะหนาวเย็นเช่นนี้แต่กลับฝืนออกแรงจนมีเหงื่อท่วมตัว
เฮ้อ! จะอาบน้ำทั้งทีก็ลำบากเหลือเกิน!
นางยกถังน้ำไปๆ มาๆ หลายรอบแล้ว ไม่เพียงแต่ต้องต้มน้ำร้อนก่อน ยังต้องเตรียมน้ำเย็นด้วย จากนั้นก็ต้องผสมน้ำร้อนกับน้ำเย็นเข้าด้วยกัน จนกว่าน้ำในอ่างจะเต็มครึ่งหนึ่งของอ่างเป็อย่างน้อย จึงจะอาบน้ำได้อย่างสบาย
เพราะการอาบน้ำนั้นยุ่งยากมากเกินไป ก่อนหน้านี้จึงทำได้เพียงตักน้ำใส่กะละมังเล็กๆ แล้วใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดไปทีละส่วน อาบไม่สะอาด แถมยังหนาวมากเหลือเกิน
่นี้หาเงินได้บ้างแล้ว นางไม่อยากลำบากตัวเอง สิ่งของขนาดใหญ่ชิ้นแรกที่ซื้อเข้าบ้านก็คืออ่างอาบน้ำของนาง
แต่การจะใส่น้ำให้เต็มอ่างนั้นไม่ง่ายเลย...
มือของหวาชิงเสวี่ยเมื่อยไปหมด แทบจะไม่มีแรงแล้ว นางจึงวางถังน้ำลง หยุดพักหายใจอยู่กับที่
ทันใดนั้นก็มีมือใหญ่ยื่นมา ยกถังน้ำขึ้นอย่างง่ายดาย!
"ท่านแม่ทัพฟู่?" หวาชิงเสวี่ยเงยหน้าขึ้น แล้วมองที่ฟู่ถิงเย่ด้วยความตกตะลึง
ฟู่ถิงเย่ถูกสายตาของนางมองจ้องก็รู้สึกขัดเขินขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก จึงกระแอมออกมาเบาๆ แล้วถามว่า "เ้าพักอยู่ห้องไหนหรือ?"
หวาชิงเสวี่ยได้สติกลับคืนมา แล้วชี้นิ้วไปที่ห้องด้านตะวันตก
ฟู่ถิงเย่ยกถังน้ำเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว คิดในใจ สตรีนางนี้ขาดเขาไม่ได้จริงๆ ยกของน้ำหนักแค่นี้ ต้องเดินสามก้าวหยุดพักสองก้าว แถมยังทำน้ำหกไปเกือบครึ่งถัง...
ประตูห้องไม่ได้ปิด เขาจึงยกน้ำเข้าไปข้างในโดยตรง เมื่อเห็นอ่างอาบน้ำและผ้าเช็ดตัวที่เตรียมไว้ในห้อง ฟู่ถิงเย่ก็เข้าใจ
ที่แท้เขามาช่วยสตรีนางนี้นำน้ำมาอาบน้ำนี่เอง?
เป็ถึงแม่ทัพใหญ่ มาช่วยยกน้ำให้สตรีอาบ...
เกียรติยศของเขา...อำนาจของเขา...
"ท่านแม่ทัพ เทลงในนี้ก็พอแล้วเ้าค่ะ" หวาชิงเสวี่ยชี้ไปยังอ่างอาบน้ำใหม่ของนาง
นางช่างไม่เกรงใจเขาเอาเสียเลย?!
ฟู่ถิงเย่อยากถามนางเหลือเกินว่า ไม่ได้พูดว่าไม่สนิทกับเขาหรือ?! ไม่สนิท แล้วเหตุใดถึงใช้งานกันได้คล่องแคล่วเช่นนี้?
แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร จึงจับถังเทน้ำลงไปในอ่าง
"ยังมีอีกหรือไม่?" ฟู่ถิงเย่ถาม
เห็นน้ำในอ่างเพิ่งเพิ่มขึ้นมาครึ่งเดียว คาดว่าคงต้องยกอีกหลายรอบ ไม่ว่าจะยกถังเดียวหรือสองถังก็ไม่ต่างกัน ไม่สู้ช่วยยกจนเสร็จไปเลยดีกว่า
หวาชิงเสวี่ยกลับยิ้มพร้อมกับโบกมือไปมา "ไม่ต้องแล้วเ้าค่ะ แค่นี้ก็พอแล้ว ถ้ามากไปกว่านี้ เวลาข้าลงไปแช่น้ำจะล้นออกมาเ้าค่ะ"
เมื่อคนลงไปแช่ในอ่าง ระดับน้ำจะสูงขึ้น นี่คือความรู้พื้นฐาน
แต่ฟู่ถิงเย่กลับไม่ได้คิดเช่นนั้น ภาพของหวาชิงเสวี่ยเปลือยกายแช่อยู่ในอ่างปรากฏขึ้นในความคิดของเขาโดยฉับพลัน...
สตรีนางนี้ ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจกันแน่? เหตุใดถึงได้หาโอกาสยั่วยวนเขาอยู่เรื่อย?!
หวาชิงเสวี่ยแตะขอบอ่างเพื่อลองอุณหภูมิของน้ำ อุ่นๆ ค่อนไปทางร้อนเล็กน้อย เหมาะสำหรับการแช่น้ำพอดี
หวาชิงเสวี่ยอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา ท่ามกลางไอน้ำที่ลอยอยู่ในอากาศ ใบหน้าของนางยิ่งดูแดงระเรื่อ งดงามราวกับดอกท้อกำลังเบ่งบาน
หัวใจของฟู่ถิงเย่เต้นระรัวไม่เป็จังหวะ เขาเบนสายตาไปทางอื่นด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ ไม่กล้าหันกลับไปมองอีก
หากมองต่อไป...เขาต้องเกิดความคิดอกุศลแน่! ต้องเกิดความคิดอกุศลแน่ๆ แล้ว!!!
"ขอบคุณท่านแม่ทัพเ้าค่ะ" นางกล่าว
ขอบคุณข้า?
ขอบคุณอะไร? ...อ้อ ขอบคุณสำหรับน้ำอาบ...
ฟู่ถิงเย่เอ่ยออกมาพร้อมกับทำสีหน้าเคร่งขรึม "เื่เล็กน้อย ไม่ต้องพูดถึง"
หวาชิงเสวี่ยถาม "ท่านแม่ทัพมาที่นี่ด้วยเื่ใดหรือเ้าคะ?"
"อืม" ฟู่ถิงเย่ทำหน้าขรึม จ้องมองหวาชิงเสวี่ยด้วยสายตาจริงจัง "ข้าส่งคนมาสู่ขอเ้า เหตุใดเ้าถึงไม่ตอบตกลง?"
หวาชิงเสวี่ยชะงักค้าง "พ่อบ้านจ้าวไม่ได้บอกท่านหรือเ้าคะ?"
นางคิดว่านางพูดออกไปอย่างชัดเจนแล้วนะ...
"บอกแล้ว แต่ไม่ค่อยชัดเจน" น้ำเสียงของฟู่ถิงเย่นั้นจริงจังมาก เขารู้สึกว่าเหตุผลที่ว่า ‘ไม่สนิท’ ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
หวาชิงเสวี่ยรู้สึกว่าเื่นี้ค่อนข้างยุ่งยาก นางเห็นชัดเจนแล้วว่าฟู่ถิงเย่เป็บุรุษที่รักศักดิ์ศรียิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเขายังอยู่ในตำแหน่งสูงส่งที่มีอำนาจอยู่ในมือมากมายอีก เช่นนั้น...จะปฏิเสธเื่แต่งงานนี้อย่างไรให้สุภาพและไม่ทำร้ายจิตใจเขาดีล่ะ?
"แม่นางหวา เ้าเป็อะไรหรือไม่?" จู่ๆ เสียงของป้าเหอก็ดังขึ้นมา
การตอบสนองของฟู่ถิงเย่รวดเร็วมาก รีบปิดประตูห้องที่แง้มเอาไว้ได้ภายในพริบตา!
เขาอยากจะลงกลอนประตู แต่กลับพบว่ากลอนประตูห้องนี้เสีย! ใบหน้าของเขาดำคล้ำลง ใช้ร่างกายขวางหลังประตูเอาไว้ กันไม่ให้คนเข้ามา
หวาชิงเสวี่ย: "..."
ถึงแม้จะรู้สึกอึ้งจนพูดไม่ออกนิดหน่อย แต่เมื่อคิดดูแล้ว ฐานะของเขาก็ค่อนข้างพิเศษ หากมีคนพบเห็นเข้าก็คงดูไม่ดีนัก...
ฟู่ถิงเย่จ้องมองมาด้วยสายตาไม่เป็มิตร!
หวาชิงเสวี่ยงงจนไปต่อไม่ถูก
นี่มันอะไรกัน? เหตุใดเ้าเคราเฟิ้มผู้นี้ถึงโกรธอีกแล้วล่ะ?
"แม่นางหวา?" ป้าเหอเคาะประตู ถึงแม้จะไม่ได้ออกแรงมาก แต่ก็ทำให้บุรุษที่อยู่หลังประตูใอย่างรุนแรงได้!
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้า...ข้ากำลังจะอาบน้ำ ไม่สะดวกออกไป"
หวาชิงเสวี่ยเดินไปที่ประตู เห็นชายเสื้อของฟู่ถิงเย่ติดอยู่ระหว่างบานประตูทั้งสอง โชคดีที่ป้าเหอไม่ทันเห็น ไม่อย่างนั้นคงจะถูกจับได้แน่
นางรู้สึกอยากจะหัวเราะ แต่ด้วยความเกรงใจที่มีต่อชายเคราเฟิ้มผู้นี้จึงไม่กล้าหัวเราะออกมาจริงๆ ได้แต่กลั้นเอาไว้ ก้มหน้าลงจับชายเสื้อของเขา แล้วช่วยดึงชายเสื้อออกมา
เพราะอย่างนั้น ทั้งสองคนจึงยิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้น...
ลมหายใจของฟู่ถิงเย่เริ่มไม่สม่ำเสมอ เขาลดสายตาลงไปมองคางเรียวเล็กและมุมปากที่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยของนาง
สตรีนางนี้ เห็นข้าขายหน้าแล้วมีความสุขถึงเพียงนี้เชียวหรือ?!
เขาควรโกรธถึงจะถูก...
แต่เพราะเหตุใดถึงโกรธไม่ลงกันนะ?
ป้าเหอที่อยู่นอกประตูพูดว่า "ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว ลูกชายข้าเอาแต่บอกว่าได้ยินเสียงอะไรบางอย่างมาจากห้องของเ้า กลัวว่าเ้าจะเป็อะไรไป จึงให้ข้ามาดูสักหน่อย"
"เ้าค่ะ ขอบคุณท่านป้า ข้าไม่เป็อะไรเ้าค่ะ..."
หวาชิงเสวี่ยพูดพลางดึงชายเสื้อของเขาอย่างแรง
แควก
นางออกแรงมากเกินไป ชายเสื้อถูกดึงออกมา ตัวนางก็เซถลาไปด้านหลังด้วย!
ร่างกายเสียสมดุล แต่ก็ถูกฟู่ถิงเย่โอบเอวเอาไว้ได้ทัน ก่อนจะล้มลงไป!
หวาชิงเสวี่ยถอนหายใจอย่างโล่งอก เกือบไปแล้ว!
ได้ยินเสียงฝีเท้า ป้าเหอคงกลับไปแล้ว หวาชิงเสวี่ยปล่อยชายเสื้อของฟู่ถิงเย่ พอเงยหน้าขึ้นมาก็สบเข้ากับดวงตาสีดำลึกล้ำคู่นั้นของบุรุษตรงหน้า
"เ้าเป็สตรีแท้ๆ กลอนประตูห้องกลับเสียใช้การไม่ได้ สถานที่เช่นนี้เ้าอยู่เข้าไปได้อย่างไร?!"
คาดไม่ถึงว่าพอเอ่ยปาก เขากลับพูดถึงเื่นี้...
หวาชิงเสวี่ยเหงื่อตก
นางชี้ไปที่โต๊ะข้างๆ อธิบายเสียงเบา "ก่อนเข้านอน ข้าจะลากโต๊ะมาขวางประตูไว้ แล้ววางแจกันคว่ำไว้บนโต๊ะ ได้ผลยิ่งกว่ากลอนประตูเสียอีกเ้าค่ะ..."
ฟู่ถิงเย่หันไปมองตาม เห็นแจกันปากแคบวางอยู่บนโต๊ะตัวนั้นจริงๆ หากคว่ำแจกันเอาไว้ แล้วตอนกลางคืนมีคนพยายามเปิดประตู แจกันย่อมล้มลงแน่นอน
สตรีนางนี้ นับว่ามีความคิดอยู่ไม่น้อย
"ท่านแม่ทัพ...ถ้าอย่างไร...ท่านช่วย...ปล่อยข้าก่อนได้หรือไม่เ้าคะ?"
มือข้างที่ฟู่ถิงเย่ใช้โอบเอวนาง ยังคงกระชับไว้อย่างแ่า
หวาชิงเสวี่ยขยับตัวยุกยิกเพราะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว แข็งจัง...มือของบุรุษผู้นี้เหมือนอุ้งตีนหมีหรือกรงเล็บเสือก็ไม่ปาน มีพละกำลังมากเหลือเกิน!
เมื่อนางขยับตัวเช่นนี้ ฟู่ถิงเย่ก็รู้สึกว่าใจเต้นแรงจนเืสูบฉีดขึ้นไปเต็มศีรษะ! เขาก้าวไปข้างหน้า แล้วกดตัวนางแนบกับประตู!
