ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยโทสะ ดวงตาสีนิลวาวโรจน์ดุจเปลวเพลิง เขามาตรวจเวรยามวิกาลตามปกติ แต่สิ่งที่เขาเห็นคือลูกน้องปลายแถวกำลังพยายามลวนลามเชลยส่วนตัวของเขา
“บังอาจ!”
เสียงคำรามกึกก้องดุจฟ้าผ่า หลี่เหว่ยสาวเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว คว้าคอเสื้อผู้คุมเคราะห์ร้ายแล้วเหวี่ยงมันกระเด็นไปกระแทกผนังอีกฝั่งอย่างแรง
“อั่ก” ผู้คุมกระอักเื ร้องไม่ออก
“ใครสั่งให้เ้าแตะต้องนาง! ข้าบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามใครแตะต้องนาง” หลี่เหว่ยชักดาบข้างเอวออกมาจ่อที่คอหอยของมัน
“ทะท่านอ๋องข้าน้อยผิดไปแล้ว ข้าน้อยแค่จะให้เสื้อนางนางหนาว” ผู้คุมร้องขอชีวิต ตัวสั่นงันงก
หลี่เหว่ยตวาดเรียกทหารยามด้านนอก
“ลากมันไปโบยห้าสิบไม้ แล้วขังลืม”
ทหารยามรีบเข้ามาลากตัวผู้คุมออกไป เสียงร้องโหยหวนค่อยๆ จางหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัด และสองร่างที่ยืนประจันหน้ากันผ่านซี่กรงเหล็ก
หลี่เหว่ยหอบหายใจแรง พยายามระงับอารมณ์โกรธที่พุ่งพล่าน เขาหันขวับมามองตัวต้นเหตุ แอนยืนตัวสั่นพิงผนัง หน้าซีดเผือด แต่ในสายตาของหลี่เหว่ย นางช่างดูยั่วยวนอย่างร้ายกาจ
แสงคบเพลิงส่องกระทบผิวขาวจัดที่โผล่พ้นเสื้อผ้าขาดวิ่น สไบที่หลุดลุ่ยจนแทบจะปิดยอดถันไม่มิด ผมเผ้ายุ่งเหยิงที่ดูเซ็กซี่เหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรักมา และดวงตากลมโตที่มีน้ำตาคลอเบ้า
“เ้า! เ้าใช้มารยาอะไรล่อลวงทหารข้า? คิดจะหนีรึ?” หลี่เหว่ยกัดฟันกรอด เขาไขกุญแจประตูกรงด้วยมือที่สั่นเทา เดินอาดๆ เข้าไปภายในห้องขังแคบๆ เพื่อจะคาดคั้น
แต่แอนผู้ซึ่งสัญชาตญาณความอยู่รอดทำงานเต็มพิกัด มองเห็นโอกาสทองตรงหน้า
ผู้ชายคนนี้คือเ้าชีวิต คือคนเดียวที่จะทำให้เธอรอดตายได้ เขาดูโกรธ แต่สายตาที่เขามองเธอมันไม่ใช่ความเกลียดชังมันคือความหิว
แทนที่จะถอยหนี แอนรวบรวมความกล้า พุ่งตัวเข้าใส่เขา ไม่ใช่เพื่อทำร้าย แต่เพื่อจำนน
“ช่วยด้วยท่านอ๋อง”
ร่างนุ่มนิ่มถลาร่างลงไปที่พื้น กอดหมับเข้าที่ต้นขาแกร่งของหลี่เหว่ยแน่น หลี่เหว่ยตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ร่างกายกำยำหยุดชะงักทันทีที่ััได้ถึงแรงปะทะอันนุ่มนวลที่่ล่าง
ใบหน้าหวานซึ้งของแอนแนบสนิทลงกับต้นขาข้างขวาของเขา แก้มเนียนนุ่มถูไถไปกับกางเกงหนังเนื้อดี ััได้ถึงกล้ามเนื้อขาที่เกร็งแน่นปั๋งดุจหินผาภายใต้ร่มผ้า แต่สิ่งที่ทำให้สติของหลี่เหว่ยแทบขาดผึงคือ
หน้าอก ของนาง!
ทรวงอกอวบอิ่มคู่สวยที่ไร้สิ่งใดห่อหุ้มนอกจากผ้าแพรบางๆ กำลังบดเบียดเข้ากับหน้าแข้งและหัวเข่าของเขาอย่างแแ่ ความนุ่มหยุ่นมหาศาลกดทับลงมาบนความแข็งแกร่งของบุรุษเพศ ความร้อนจากกายสาวถ่ายทอดผ่านเนื้อผ้าเข้ามาลวกผิวของเขาจนร้อนวูบวาบ
“ปล่อย!” หลี่เหว่ยสั่งเสียงแหบพร่า พยายามจะสะบัดขาออก แต่ขากลับก้าวไม่ออกเหมือนถูกตรึงด้วยมนต์สะกด
“หนาวได้โปรดอย่าทิ้งข้าข้าหนาว”
แอนเงยหน้าขึ้นมองเขา ทั้งที่ยังกอดขาเขาแน่น น้ำตาเม็ดโตไหลรินอาบแก้ม ส่งสายตาเว้าวอนที่น่าสงสารที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ ริมฝีปากอิ่มสีซีดสั่นระริกเผยอขึ้นเล็กน้อย ราวกับรอคอยการจุมพิต
มุมมองจาก้าที่หลี่เหว่ยเห็นคือหายนะของความอดทน จากมุมนี้เขามองเห็นร่องอกลึกที่อัดแน่นกันจนเป็เส้นตรง ผิวเนื้อขาวเนียนที่โผล่พ้นสไบออกมามีรอยแดงจางๆ จากความหนาว ซึ่งมันกลับดูเหมือนรอยจูบสีกุหลาบ กลิ่นหอมกรุ่นจากกายสาวที่ผสมกับกลิ่นอับของคุก ลอยขึ้นมาแตะจมูก มอมเมาสติสัมปชัญญะของแม่ทัพหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ใคร ให้พ่ายแพ้ต่อแรงดึงดูดทางเพศอย่างราบคาบ
“เ้าปีศาจ!”
มือหนาที่สวมถุงมือหนัง เอื้อมลงไปหมายจะกระชากนางออก แต่เมื่อปลายนิ้วััโดนหัวไหล่เปลือยเปล่าที่เย็นเฉียบดุจน้ำแข็งเขาก็ชะงัก
ความเย็นนั้นบอกให้รู้ว่านางกำลังทรมานจริงๆ ไม่ใช่แค่การแสดง ความรู้สึกสงสารแล่นเข้ามาปะทะกับความใคร่
หลี่เหว่ยขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันบดกัน เขาหลับตาลงสูดหายใจลึก พยายามข่มความ้าที่กำลังตื่นตัวอย่างรุนแรงภายใต้กางเกง ส่วนนั้นของเขาเริ่มปวดหนึบและขยายตัวขึ้นจนคับแน่น เพียงเพราะจินตนาการถึงความนุ่มนิ่มที่กำลังกอดขาเขาอยู่
ถ้าข้าไม่หยุดตอนนี้ ข้าคงได้ทำเื่บัดสีในคุกแน่ๆ
“ลุกขึ้น!”
เขาตะคอกเสียงดังเพื่อเรียกสติทั้งตัวเองและนาง ก่อนจะตัดสินใจสะบัดขาอย่างแรงจนแอนหลุดกระเด็นหงายหลังลงไปบนกองฟาง
“โอ๊ย!” แอนร้อง มองเขาด้วยความใ
หลี่เหว่ยไม่รอช้า เขาปลดผ้าคลุมขนสัตว์จิ้งจอกหิมะสีขาวบริสุทธิ์ราคาแพงระยับที่สวมใส่อยู่ เหวี่ยงมันลงไปคลุมร่างของแอนจนมิดหัว
“ห่มซะ แล้วอย่าได้คิดใช้มารยาต่ำๆ แบบนี้กับข้าอีก”
เขาพูดโดยไม่ยอมมองหน้านาง หันหลังขวับเตรียมเดินหนี แต่ก่อนจะก้าวพ้นประตู เขาชะงักเล็กน้อย สั่งทหารยามหน้าประตูเสียงเข้ม
“หาน้ำอุ่นกับอาหารดีๆ มาให้นาง ถ้าข้าเห็นนางต้องกินข้าวหมูอีก ข้าจะตัดหัวพวกเ้า!”
พูดจบท่านอ๋องพยัคฆ์เหมันต์ก็รีบก้าวยาวๆ เดินหนีออกจากคุกใต้ดินอย่างรวดเร็วราวกับหนีผีหลอก
แอนตะเกียกตะกายโผล่หน้าออกมาจากกองผ้าขนสัตว์หนานุ่มที่ยังคงมีไออุ่นและกลิ่นหอมประจำตัวของเขาติดอยู่ เธอมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินลับหายไปในความมืด แล้วก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ
แม้แสงไฟจะสลัวแต่เธอก็ตาไวพอที่จะเห็น ใบหูของท่านอ๋องผู้แสนดุดันแดงก่ำลามไปจนถึงคอ
แอนกระชับผ้าคลุมขนสัตว์ราคาแพงเข้ากับตัว ซุกจมูกลงสูดกลิ่นหอมเย็นๆ จากผ้าผืนนั้น รอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากทั้งที่น้ำตายังไม่แห้ง
“หึท่านอ๋องหน้าดุที่แท้ก็แพ้ทางคนสวย”
เธอรอดตายแล้วอย่างน้อยก็สำหรับคืนนี้
แต่สิ่งที่แอนไม่รู้คือการกระทำของเธอในคืนนี้ ได้ไปปลุกเสือหลับให้ตื่นขึ้นเสียแล้ว และเสือตัวนี้เมื่อได้ลิ้มรสเหยื่อแล้ว มันจะไม่ยอมปล่อยให้เหยื่อหลุดมือไปง่ายๆ อีกต่อไป
ความสัมพันธ์แบบล่าและถูกล่า ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการ
