ทุกคนอยู่ในเมืองสวินเทียน รอคอยอยู่สิบวัน ในที่สุดแดนลับก็เปิดออก
วันนี้ ระหว่างที่แดนลับเปิดออก แสงรัศมีเจ็ดสีครอบคลุมเมืองสวินเทียนทั้งเมือง ผู้ฝึกตนวัยเยาว์เจ็ดสิบคนที่จะเข้าสู่แดนลับล้วนถูกส่งเข้ามาในค่ายกลเคลื่อนย้ายที่เตรียมไว้ล่วงหน้าเรียบร้อย
เมื่อแสงรัศมีตรงขอบฟ้าสลายไปอย่างช้าๆ ูเาเซียนที่ลอยอยู่ตรงขอบฟ้าลูกหนึ่งจึงเผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมา
“เทียนฉี นั่นคือแดนลับเหิงอวี้หรือ?” เฉียวรุ่ยเงยหน้าขึ้น มองูเาเซียนที่ลอยอยู่กลางอากาศพลางถามคนรักข้างกาย
“อืม นั่นคือแดนลับเหิงอวี้!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้ารับ จับมือเฉียวรุ่ยไว้แน่น
เฉียวรุ่ยรู้สึกถึงความเจ็บแปลบที่ส่งจากฝ่ามือจึงขมวดคิ้ว จับมือคนรักกลับแน่น เทียนฉีไม่้าแยกจากเขา เขาเองก็เช่นกัน
เมื่อแสงสีทองสายหนึ่งสาดลงมา ค่ายกลเคลื่อนย้ายถูกระตุ้น ทั้งเจ็ดสิบคนในค่ายกลเคลื่อนย้ายหายไปจากจุดเดิมอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้น ูเาเซียนที่ลอยอยู่ตรงขอบฟ้าพลันหายไปอย่างไร้ร่องรอย! อู๋ฉิงยืนอยู่ด้านล่าง จ้องูเาเซียนที่เลือนหายไปนั่นอยู่เนิ่นนาน
“หวังว่าเทียนฉีจะปลอดภัย!”
“วางใจเถิด เทียนฉีฉลาดปานนั้น ไม่มีทางเกิดเื่หรอก!” เฟิงกู่มองอู๋ฉิงที่อยู่ข้างกายแล้วปลอบเสียงเบา
“สหายผู้ฝึกตนเฟิงกู่ ลาล่ะนะ!” อาจารย์ใหญ่หลิน อาจารย์ใหญ่กู่และอาจารย์ใหญ่ผังก้าวเข้ามาบอกลา
“สหายผู้ฝึกตนทั้งสาม ขอให้เดินทางปลอดภัย!” อีกสามสิบปีให้หลัง แดนลับเหิงอวี้ถึงจะส่งผู้ฝึกตนกลุ่มนี้กลับออกมา และอีกเจ็ดสิบปีถึงจะเปิดออกอีกครั้งเพื่อรับผู้ฝึกตนกลุ่มต่อไป ดังนั้น ผู้คนสามแคว้นที่เหลือย่อมไม่มีทางรั้งอยู่ที่แคว้นจินอวี่นนานถึงสามสิบปีหรอก
ส่งคนสามแคว้นเสร็จ เฟิงกู่ก็พาคนของวิทยาลัยเซิ่งตูกลับไปที่นครเซิ่งตูพร้อมกัน
ภายหลังร่างกายถูกดึงทึ้งบิดเบี้ยววูบหนึ่ง หลิ่วเทียนฉีได้มาถึงป่าแปลกตาผืนหนึ่ง เห็นข้างกายไร้เงาร่างของเสี่ยวรุ่ย เขาก็เศร้าดั่งสูญเสีย ถอนหายใจแ่เบา คิดไม่ถึง เขาจับแน่นปานนั้นยังไม่อาจเคลื่อนย้ายมาที่เดียวกับเสี่ยวรุ่ยได้อีก
หลิ่วเทียนฉีลุกขึ้นจากพื้น สำรวจทุกสิ่งรอบกายอย่างละเอียด
ที่แห่งนี้เป็ป่าผืนหนึ่ง ต้นไม้ทุกต้นสูงกว่าสองเมตร ใบไม้บนต้นเป็รูปมะกอก ดูแล้วธรรมดานัก เหมือนต้นอวี๋1ที่พบได้ทั่วไป แต่เขาไม่ได้ไร้เดียงสาคิดว่านั่นเป็ต้นอวี๋จริง ที่นี่คือแดนลับ หญ้าแต่ละใบ ต้นไม้แต่ละต้นในที่แห่งนี้ล้วนแตกต่างจากข้างนอกอย่างสิ้นเชิง ต้นไม้ย่อมไม่เหมือนต้นไม้ที่อยู่ข้างนอกด้วย
หลิ่วเทียนฉีก้มศีรษะครุ่นคิดครู่หนึ่ง คิดขึ้นมาได้ว่าในนิยายต้นฉบับเคยกล่าวถึงที่แห่งนี้ ที่นี่คือป่าเทียนอวี๋ น่าจะอยู่รอบนอกของแดนลับ แม้จะเป็รอบนอก แต่ปราณทิพย์กลับเข้มข้นกว่านครเซิ่งตูถึงสามเท่า แน่นอน สภาพแวดล้อมที่ดีต่อการฝึกฝนเช่นนี้ย่อมมีโอกาสพบสัตว์อสูร เพราะอย่างนั้น เขาถึงระวังรอบคอบแปะยันต์ป้องกันกับยันต์สะท้อนไว้บนร่างตน
ในนิยายต้นฉบับบอกว่าพระเอก นางเอก นางเอกคนที่สอง เฉียวรุ่ยและอวี๋ชิงโยว พวกเขาทั้งห้าคนได้รวมตัวกันค้นหาสมบัติในแดนลับตลอดทาง พบโชควาสนานับไม่ถ้วน ตามที่เขียนไว้ โชควาสนาของเสี่ยวรุ่ยอยู่ทางทิศตะวันออก จึงน่าจะถูกเคลื่อนย้ายไปทิศนั้น ส่วนป่าเทียนอวี๋ที่ตนอยู่คงทิศตะวันออกเฉียงใต้ ฉะนั้น หากเขาจะหาเสี่ยวรุ่ยก็ต้องเดินทางไปทางตะวันออกให้จงได้
หลิ่วเทียนฉีใคร่ครวญเส้นทางของตนอย่างละเอียดอีกครู่หนึ่ง แล้วกำหนดทิศทางได้อย่างรวดเร็ว
.........
เฉียวรุ่ยไม่เหมือนกับหลิ่วเทียนฉี เขาถูกเคลื่อนย้ายมากลางดงพุ่มไม้สูงครึ่งตัวคนผืนหนึ่ง ทอดสายตามองไปเห็นความเขียวขจีเป็แถบ ทุกหนทุกแห่งล้วนมีสีสันเขียวชอุ่มเปี่ยมไปด้วยชีวิต ทำให้เขารู้สึกว่าพลังชีวิตล้นปรี่ กำลังถาโถมและเพิ่มพูนขึ้นมา
“เทียนฉีบอกว่าต้องปกป้องตนเองให้ดี ก่อนอื่นแปะยันต์ป้องกันสองแผ่น แล้วก็แปะยันต์สะท้อนอีกแผ่นหนึ่ง!” เฉียวรุ่ยพึมพำไปพลาง เอายันต์วิเศษออกมาแปะบนร่างไปพลาง
หลังแปะยันต์เรียบร้อย เฉียวรุ่ยก็มองรอบด้าน ไม่พบเงาร่างของคนรักก็ขมวดคิ้ว ในใจคิด ‘เมื่อครู่จับมือแน่นจนเจ็บยังไม่ถูกเคลื่อนย้ายมาที่เดียวกับเทียนฉีอีก น่าโมโหเสียจริง’
เฉียวรุ่ยมองรอบด้านก่อนเดินไปทางทิศตะวันออกทันที เขาััได้อย่างชัดเจนว่าด้านนั้นมีโชควาสนาของเขาอยู่
.........
ห้าวันให้หลัง
เฉียวรุ่ยค้นหาในทุ่งหญ้า หาสมุนไพรทิพย์ขั้นสามพบหลายชนิด และยังหาสมุนไพรทิพย์ที่ใช้ทำหมึกยันต์พบอีกชนิดหนึ่ง ทำให้เขาดีใจเป็อย่างยิ่ง
เฉียวรุ่ยเดินทางไปข้างหน้าอีก่หนึ่ง สองตาพลันเป็ประกาย “เห็ดยอดทองหรือ? คิดไม่ถึงว่าจะเป็เห็ดยอดทองเลยเชียว? เป็ของวิเศษหายากขั้นสาม ทั้งผสมในยาได้ แล้วยังใช้เป็อาหารได้ด้วย!”
คิดถึงเื่นี้ เฉียวรุ่ยรีบขยับเข้าไปในพุ่มไม้นั้น
“ฟ่อๆๆ...”
ฉับพลัน อสรพิษร่างสีแดงเพลิงตัวหนึ่งก็เลื้อยออกมาจากในพุ่มไม้ ขวางทางไปของเขาไว้
เฉียวรุ่ยเห็นอสรพิษน้อยตรงหน้าเพียงขั้นสาม่ต้น ยาวสองเมตรกว่าจึงยกมุมปาก “พอดีเชียว ข้าจะจับเ้ากลับไปย่างกิน!”
สิ้นเสียง หนึ่งหมัดเหล็กของเฉียวรุ่ยอัดเข้าใส่หัวอสรพิษ
อสรพิษอ้าปากพ่นเปลวเพลิงลูกใหญ่ออกมาอย่างไม่เกรงกลัวสักนิด
“อ๊ะ!” เฉียวรุ่ยร้องใทีหนึ่ง รีบถอยหลังหลบการโจมตีของมัน
“พ่นไฟได้ด้วย หรือจะเป็อสรพิษอัคคีกันนะ?” เฉียวรุ่ยคิดได้พลางกระตุกมุมปาก อสรพิษอัคคีเป็สายอัคคี มีธาตุสอดพ้องกับตน หากกินเนื้อของอีกฝ่ายต้องเพิ่มพลังได้มากแน่ และยังใช้ผลึกอสูรของมันหลอมโอสถกินได้อีก มีประโยชน์ยิ่งนัก!
คิดถึงตรงนี้ กลางฝ่ามือเฉียวรุ่ยก็ผนึกลูกบอลเพลิงมหึมาลูกหนึ่งขึ้นมา ยิงเข้าใส่อสรพิษน้อยทันที
“เปรี้ยง...”
อสรพิษน้อยถูกลูกบอลเพลิงของเฉียวรุ่ยโจมตีเข้า มันะเิตาย นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหญ้า
เฉียวรุ่ยเดินเข้าไป ขั้นแรกเขารีดเืก่อนเก็บศพของมันต่อ
เพิ่งเก็บศพของอสรพิษน้อยเสร็จ แผ่นหลังเขารู้สึกหนาววูบ หมุนตัวกลับไปโดยพลัน เขาตกตะลึงเมื่อพบว่าอสรพิษอัคคียาวห้าเมตรกว่าตัวหนึ่งปรากฏอยู่ตรงหน้า พอดูพลังของอีกฝ่าย รับรู้ว่าเป็ขั้นสาม่ปลาย เท่ากับมีพลังทัดเทียมกับตน
น่าชังนัก ตัวนี้ต้องเป็แม่ของตัวเมื่อครู่แน่ เห็นแม่อสรพิษมองมาอย่างเคียดแค้นเช่นนี้ ในใจเฉียวรุ่ยเริ่มคิดว่าท่าไม่ดี ควักยันต์อสนีบาต์สามแผ่นขว้างใส่มันทันที
“เปรี้ยง เปรี้ยง!” อสนีบาตสีม่วงเส้นแล้วเส้นเล่าโจมตีเข้าใส่อสรพิษอัคคี
“ฟ่อๆๆ...” อสรพิษอัคคีแลบลิ้นสีแดงสด เลื้อยร่างหลบอสนีบาตเ่าั้ แต่คงโชคไม่ดีนักถูกผ่าเข้าหลายหน ร่างสีแดงเพลิงปรากฏรอยเือันน่าสยองอยู่สองเส้น
“ฟ่อๆๆ...” อสรพิษอัคคีสะบัดหางยาวทีหนึ่ง โจมตีเข้าใส่เฉียวรุ่ยอย่างโกรธแค้น
“ฮึ!” เฉียวรุ่ยใช้ฝ่ามือเดียวคว้าหางอสรพิษที่หวดเข้ามาก่อนเหวี่ยงหมัดต่อยเข้าใส่ร่างของมัน
“ฟ่อๆๆ...” อสรพิษอัคคีถูกต่อยพลันขู่อีกทีหนึ่ง หันหัวมาก็รีบพ่นเปลวเพลิงลูกหนึ่งเข้าใส่ทันที
“น่าชังจริง!” เฉียวรุ่ยตวาดอย่างโกรธเกรี้ยว รีบเบี่ยงศีรษะหลบการโจมตี
“ป๊าบ!” หางอสรพิษของมันหวดเข้ามาอีกครั้งหนึ่งใส่หน้าของเฉียวรุ่ย
“ฮ่า!” เฉียวรุ่ยตวาดลั่น ทะยานร่างขึ้น หนึ่งเท้าเหยียบบนหางอสรพิษ เล็งสามหมัดเข้าใส่ร่างมัน
“ฟ่อๆๆ...”
อสรพิษอัคคีถูกต่อยไม่เบา ร่างกายจึงขดเป็วงอยู่กับที่ รัดสองขาของเฉียวรุ่ยไว้ทันที
เฉียวรุ่ยเห็นอสรพิษอัคคีคิดจะรัดร่างกายตนถึงใช้ฝ่ามือเดียวคว้าคอมันไว้ กำหมัดทุบศีรษะอย่างรวดเร็ว
“ฟ่อๆๆ...” อสรพิษอัคคีแลบลิ้น เบี่ยงหัวหลบ อ้าปากพุ่งเข้ามาหมายขย้ำคอเฉียวรุ่ย
“สารเลว!” เฉียวรุ่ยตวาดลั่น หนึ่งหมัดทุบหัวอสรพิษ
“ฟ่อๆๆ...” อสรพิษอัคคีพันรอบเอวเฉียวรุ่ยอีกครั้ง โจมตีเข้าใส่อีกหน
“ฮ่า!” เฉียวรุ่ยเล็งหัวอสรพิษ เปิดฉากโจมตีซ้ายขวา กำปั้นพร้อมเปลวเพลิงสีแดงประหนึ่งเม็ดฝนโจมตีเข้าใส่
“ฟ่อๆๆ...” ต้องรับหลายหมัดที่พุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ดวงตาซ้ายข้างหนึ่งของอสรพิษอัคคีถูกเฉียวรุ่ยต่อยจนเืไหลริน ฉับพลัน ร่างกายก็กลับมาบีบรัดอีกทีหนึ่ง มันรัดเหยื่อของตนอย่างโเี้
“ฮ่า!” เฉียวรุ่ยคำราม เปลวเพลิงสายแล้วสายเล่าปะทุออกมาจากในร่างของเขา ทำให้บนหนังของอสรพิษอัคคีติดไฟทันที
“ฟ่อๆๆ...” อสรพิษอัคคีอ้าปากกว้างสีแดงสด เตรียมงับเฉียวรุ่ยอย่างโกรธแค้น
เฉียวรุ่ยเห็นปากกว้างสีแดงสดพุ่งเข้ามาที่ศีรษะตน หนึ่งหมัดต่อยมันกลับ แต่อสรพิษอัคคีมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ หันไปงับหัวไหล่ของเขาแทน
“อ๊าก!” เฉียวรุ่ยร้องอย่างเ็ป ฝ่ามือเดียวคว้าขากรรไกรบนของอสรพิษอัคคี ใช้หนึ่งหมัดต่อยเข้าใส่ขากรรไกรล่าง ตามด้วยต่อยหัวอสรพิษออกอย่างรวดเร็ว เขาหมุนข้อมือทีหนึ่ง ขวานพลันปรากฏในมือก่อนฟันเข้าใส่หัวอสรพิษอย่างไม่รีรอ
“ฟ่อๆๆ...” อสรพิษอัคคีหลบซ้ายหลีกขวาอย่างว่องไว หลบขวานในมือเฉียวรุ่ยอย่างชาญฉลาดยิ่ง
“น่าชังที่สุด!” หลายขวานฟันไปล้วนไม่ถูกหัวอสรพิษ เฉียวรุ่ยจึงฟันเข้าใส่ร่างอสรพิษที่รัดอยู่บนขาตนโดยตรง
“ฟ่อๆๆ...”
บนร่างถูกฟันสามขวานต่อเนื่อง ร่างอสรพิษอัคคีหดทีหนึ่ง พ่นเปลวเพลิงลูกหนึ่งใส่เฉียวรุ่ย
“ขวาง!” เฉียวรุ่ยะโ ขว้างยันต์โล่ทองสามแผ่นออกมาขวางการโจมตีไว้ จากนั้นเอายันต์ผนึกน้ำแข็งห้าแผ่นออกมา ขว้างใส่มันต่อทันที
เพียงครู่เดียว อสรพิษอัคคีจึงถูกน้ำแข็งผนึกไว้ทั้งหมด
“ฮ่า!” เฉียวรุ่ยสะบัดขวาน ฟันเข้าใส่หัวอสรพิษ สังหารแม่อสรพิษอย่างรวดเร็ว
เฉียวรุ่ยเก็บน้ำพิษกับศพของอสรพิษอัคคีเสร็จ ถอนหายใจยาวเฮือกหนึ่ง เหนื่อยจนทรุดนั่งลงกับพื้น
“ฟ่อๆๆ...”
เขาััได้ว่าในพงหญ้ายังมีความเคลื่อนไหว จึงเอายันต์อัคคีทองสามแผ่นออกมาโยนออกไป
“เปรี้ยง...” เสียงะเิดังขึ้นทีหนึ่ง อสรพิษตัวผู้ขนาดยาวเท่าแม่อสรพิษถูกะเิจนหางขาดไปครึ่งหนึ่ง แลบลิ้นสีแดงเืหมูเลื้อยออกมาจากในพงหญ้า
เห็นอีกฝ่ายพลังขั้นสาม่ปลายเหมือนกัน เฉียวรุ่ยไม่รอให้มันเปิดฉาก เตรียมใช้กระบวนท่าใหญ่ กระบี่อัคคีแถวหนึ่งโจมตีเข้าใส่พ่ออสรพิษ
“ฟ่อๆๆ...”
พ่ออสรพิษดิ้นพล่านอยู่กลางเปลวเพลิงอย่างโกรธเกรี้ยว พ่นไฟสองลูกออกมาเป็ระยะ แต่เพราะระยะห่างไกลเกินไปจึงไม่อาจทำร้ายเฉียวรุ่ยได้
เฉียวรุ่ยเอาอุปกรณ์อาคมไม่สมบูรณ์สองชิ้นออกมา ขว้างใส่หัวอสรพิษทันที ในขณะเดียวกัน ปราณกระบี่น่าอันขนลุกสายหนึ่งพุ่งโจมตีเข้าใส่มันด้วย
“เปรี้ยง...”
แรงะเิของอุปกรณ์อาคมขั้นสามไม่เป็รองยันต์อัคคีทองแน่นอน พ่ออสรพิษจึงถูกะเิจนหัวดำปี๋ ล้มกลิ้งลงกับพื้นไป
“เทียนฉี?” เฉียวรุ่ยรู้สึกได้ว่ามีคนช่วยเหลือตนก็ดีใจอย่างยิ่ง รีบหันไปมองด้านหลังร่าง
ทว่า หลังเห็นคนที่มาอย่างชัดเจน ใบหน้ายิ้มแย้มของเฉียวรุ่ยกลับหุบลงในพริบตา คิดไม่ถึง คิดไม่ถึงว่าจะเป็เขา?
--------------------------------------------------------------
1 ต้นเอล์ม
