“ท่านลุงยอร์ก ท่านกำลังทำอะไรน่ะ?” ซุนเฟยรีบเข้าไปดึงชายร่างสูงให้ลุกขึ้นมา แล้วเอ่ยปากถามแบบยิ้มๆ “ท่านลุงยอร์ก ท่านรู้ว่าข้าคือ...อ่า ท่านรู้ได้อย่างไร?”
“ฝ่าา ข้า...” สีหน้าของชายร่างสูงเต็มไปด้วยความละอายใจ ก่อนจะเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นให้ฟัง
เด็กหนุ่มในชุดหรูหราที่ปรากฏตัวขึ้นมาในร้านเหล้าก่อนหน้านี้มีชื่อว่าคูลอมบ์ เขาเป็หนึ่งในอันธพาลที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองน้ำพุร้อน ความเป็มาของมันดูแคลนไม่ได้เลย บิดาของมันมีนามว่าปโตเลมี และยังเป็แม่ทัพของ 'กองกำลังพายุคลั่ง' ที่ปกป้องเมืองน้ำพุร้อน อีกทั้งพี่ชายของมันที่ชื่อว่าดิลเลอร์สก็เป็ถึงนายกองที่อายุน้อยที่สุดใน 'กองกำลังพายุคลั่ง' แถมยังเป็ยอดฝีมือรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งในเมืองน้ำพุร้อนแห่งนี้ด้วย คูลอมบ์อาศัยว่ามีพ่อและพี่ชายซึ่งเป็เหมือนูเาลูกั์คอยคุ้มกะลาหัวของตัวเอง ทำให้เดินกร่างไปทั่วเมืองน้ำพุร้อนและแสดงท่าทีหยิ่งผยองออกมา จะสังหารคนหรือวางเพลิงมันก็เคยทำมาแล้ว มีคนนับไม่ถ้วนที่ต้องตกตายภายใต้เงื้อมมือของมัน ดังนั้นทุกคนในเมืองน้ำพุร้อนจึงเห็นมันเป็าาปีศาจ ที่ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย
ทุกคนในร้านเหล้าต่างดูออกว่าไอ้ปีศาจตัวนี้อยากได้สาวงามที่สวยราวกับเทพธิดาคนนี้ แม้ว่าพวกเขาจะรู้สึกเสียใจที่สองดรุณีผู้งดงามจะต้องตกไปอยู่ในเงื้อมมือของปีศาจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปขวางทางคูลอมบ์เนื่องจากเกรงกลัวในอำนาจของมัน แม้แต่ยอร์กและฟิลิปส์ซึ่งได้รับเกียรติจากแองเจล่าที่ให้ความเคารพนับถือในฐานะทหารรับจ้าง ถึงแม้จะตัวสั่นด้วยซาบซึ้งใจในเวลานั้น แต่สุดท้ายพวกเขาก็เลือกที่จะหนีมากกว่าอยู่ช่วย...
พวกเขาพากันเดินออกไปจากร้านเหล้าด้วยความรู้สึกละอายใจปนอับอาย แต่เพราะทนเป็ห่วงความปลอดภัยของซุนเฟยและสองสาวไว้ไม่อยู่จึงได้ย้อนกลับไปดู ทว่ากลับได้รับข่าวที่ไม่น่าเชื่อจากคนอื่นๆ นายน้อยคูลอมบ์ที่ปกติชอบวางอำนาจบาตรใหญ่ถูกเตะจนปลิวไปกระแทกเข้ากับผนังห้อง นอนพะงาบอยู่บนพื้นด้วยสภาพปางตาย ส่วนสองผู้คุ้มกันที่ชอบทำตัวเป็สุนัขอาศัยอำนาจคน1ก็ถูกตบฝังพื้นกลายเป็แครอท ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะขุดศพของพวกมันขึ้นมาได้ และที่น่าใไปกว่านั้นก็คือ ทุกอย่างเป็ฝีมือของเด็กหนุ่มที่นั่งยิ้มอยู่เงียบๆ ข้างกายเขามาโดยตลอด ตอนแรกดูเผินๆ ก็คิดว่าน่าจะเป็นายน้อยจากตระกูลร่ำรวยธรรมดาๆ แต่เมื่อได้ฟังจากปากของเหล่าทหารรับจ้างในร้านเหล้าที่บอกว่า เด็กหนุ่มคนนั้นก็คือยอดฝีมือลึกลับที่เอาชนะอัศวินพระอาทิตย์สีทอง คริส ซัตตัน ซึ่งเป็หนึ่งในอัศวินผู้ตัดสินแห่งราชอาณาจักรเซนิท องค์าาอเล็กซานเดอร์าาแห่งเมืองแซมบอร์ดที่ตัวเองเพิ่งเล่าวีรกรรมของเขาไปก่อนหน้านี้
เมื่อทราบว่าซุนเฟยและสองสาวไม่ได้รับอันตราย ทั้งยอร์กและฟิลิปส์ก็รู้สึกวางใจ ยอร์กได้แต่เก็บความรู้สึกผิดและความละอายใจที่ได้กระทำกับาาเมืองแซมบอร์ดกลับมาที่เขตสลัมอย่างเงียบๆ เพื่อมาสอนศิลปะหมัดมวยให้แก่เด็กๆ พวกนี้เหมือนที่เคยกระทำเป็ประจำ
“ฝ่าา ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วยเถิด ที่วันนี้...”
พูดถึงตรงนี้ ชายร่างสูงก็พลันหน้าแดงเป็แก้มลิงด้วยความละอายใจ เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี เขารู้สึกว่าตัวเองช่างหน้าหนานัก ในร้านเหล้าวันนี้ แม้แต่คำพูดช่วยเหลืออีกฝ่ายสักคำก็ไม่มี แถมยังหันหลังเดินจากไปอีก แบบนี้ยังควรค่าแก่การให้อภัยอีกหรือ การกระทำของเขาทำให้เกียรติยศของทหารรับจ้างต้องด่างพร้อยแล้ว
“ฮ่าๆ ท่านลุงยอร์ก ท่านไม่ต้องโทษตัวเองไป ข้าไม่ได้คิดจะตำหนิการกระทำของพวกท่านทั้งสองคนั้แ่แรกแล้ว...” ซุนเฟยหันไปมองแองเจล่ากับเจ็มม่าที่ลงมาจากรถม้าเวทมนตร์ ก่อนจะหันกลับมายิ้มให้ “เพราะข้ารู้อยู่ก่อนแล้วว่า ที่พวกท่านทั้งสองคนจากไป ไม่ใช่เป็เพราะกลัวตาย”
“เอ๋? ฝ่าา ท่าน....ทรงทราบได้อย่างไร?” ยอร์กอุทานออกมาอย่างใ ดวงตาของเขาเบิกกว้างจนตาแทบถลนออกจากเบ้า
ในตอนนี้เองเด็กหนุ่มผิวดำก็พาพวกเด็กๆ ที่อยู่รอบๆ เดินเข้ามา เขายังคงมีท่าทางขี้อายเหมือนกับสาวน้อยเช่นเดิม ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มเก้อเขินจนมองเห็นฟันที่ขาวกระจ่างของเขาได้ ฟิลิปส์เดินเข้ามายืนข้างยอร์กอย่างเงียบๆ ถึงแม้เขาจะไม่พูดอะไร แต่กลับทำให้ทุกคนรู้สึกได้ถึงการขอโทษจากร่างของเขา
“เพราะข้ามีดวงตาที่สามารถมองทะลุใจคนได้น่ะสิ...” ซุนเฟยพูดล้อเล่นเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทางตกตะลึงจนอ้าปากค้างของทั้งสองคนก็หัวเราะออกมาเบาๆ แล้วอธิบายว่า “ครั้งแรกที่ได้เห็นท่าน ข้าก็รู้ได้ทันทีว่าลักษณะของท่านไม่ใช่บุคคลที่กลัวตาย และก่อนที่จะออกไป ดวงตาของท่านก็มีท่าทีลังเลและขัดแย้งกัน แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะกลัว แล้วยังน้องชายคนนี้อีก...” พูดถึงตรงนี้ซุนเฟยก็เบนสายตาหันไปมองเด็กหนุ่มผิวดำ แล้วพูดต่อไปว่า “ด้วยสถานการณ์แบบนั้น เขายังกล้าเข้ามาหยิบแก้วของตัวเองแล้วดื่มเพื่อให้เกียรติแก่แองเจล่า การกระทำแบบนี้น่ะหรือที่เป็การกระทำของพวกขี้ขลาด? บางครั้งการเลือกที่จะจากไปก็ต้องใช้ความกล้ามากกว่าจะอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น หากพวกท่านเลือกจะอยู่มันก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
ทั้งชายร่างสูงและเด็กหนุ่มผิวดำได้ยินแบบนั้นก็แทบร้องไห้ออกมา
สิ่งที่พวกเขากลัวมากที่สุดก็คือ การที่ซุนเฟยเข้าใจผิดว่าที่พวกเขาจากไปเป็เพราะกลัวตาย คาดไม่ถึงว่าซุนเฟยจะมองทุกสิ่งทุกอย่างออกแบบนี้ ความทุกข์ใจที่อยู่ในใจของเขาพลันสลายหายไป พวกเขาโค้งคำนับไปทางซุนเฟยและแองเจล่าพลางพูดคำว่าขอบพระทัยไม่หยุดปาก ทหารรับจ้างอย่างพวกเขาเป็พวกชนชั้นล่างของสังคม ถ้าไม่มีฝีมือหรือไม่มีตำแหน่งก็ยากที่จะอยู่รอดบนโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายนี้ ได้รับเกียรติจากเทพธิดาแองเจล่า ในใจของพวกเขาก็รู้สึกซาบซึ้งมากแล้ว หากไม่ใช่เพราะในใจยังมีพันธะให้ห่วง พวกเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะยอมสู้ตายกับเ้าปีศาจคูลอมบ์นั่น ถึงแม้พวกเขาจะต่ำต้อย แต่เืในร่างของพวกเขาก็ยังคงร้อนระอุพร้อมเข้าแลกอย่างไม่กลัวเกรง
“ฮึๆ ตอนแรกข้ายังเดาว่า สิ่งที่ทำให้พวกเ้าทั้งสองคนเป็ห่วงจนวางไม่ลงน่าจะเป็ภรรยา? บิดามารดา? หรือญาติสนิทเสียอีก แต่ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว พันธะของพวกเ้าก็คือเด็กน้อยกลุ่มนี้ใช่ไหม” ซุนเฟยกวาดสายตามองร่างผอมๆ ของเด็กเหล่านี้อย่างเงียบๆ เด็กเหล่านี้สวมเสื้อผ้าเนื้อบางสีซีด ยืนล้อมรอบยอร์กและฟิลิปส์ ดวงตากลมโตดุจคริสตัลของพวกเขาจ้องมาที่ยอร์กและฟิลิปส์เหมือนบุตรมองบิดา ซุนเฟยยื่นมือไปลูบหัวเด็กหญิงตัวน้อยที่มีหน้าตาน่ารักน่าชัง อายุของเด็กคนนี้ไม่น่าจะเกินหกขวบด้วยซ้ำ
“ฝ่าา ท่านทรงเป็เทพจุติลงมาจริงๆ ขอรับ” ยอร์กอ้าปากกว้าง เขาถูกคำพูดของซุนเฟยทำให้ใ เมื่อผ่านไปได้สักพักจึงอธิบายออกมาอย่างช้าๆ ว่า “ที่ฝ่าากล่าวมาไม่ผิดขอรับ เด็กกลุ่มนี้เป็เด็กกำพร้า เพราะมีข้ากับฟิลิปส์ให้การดูแล พวกเขาถึงมีชีวิตอยู่ในสลัมแห่งนี้ได้ ข้าไม่กล้าจินตนาการเลยว่าถ้าวันนี้พวกข้าทั้งสองคนไม่สามารถกลับมาได้เด็กๆที่น่าสงสารเหล่านี้จะใช้ชีวิตอยู่กันยังไงท่ามกลางฤดูหนาวที่แสนโหดร้ายที่กำลังจะมาถึง...”
ซุนเฟยจอดรถม้าเวทมนตร์ไว้ยังพื้นที่ว่างข้างๆ จากนั้นยอร์กกับฟิลิปส์ก็นำพวกเขาเข้ามายังพื้นที่ด้านในรั้วไม้ และหาพื้นที่ว่างให้นั่ง
“พี่ชายๆๆ ลุงยอร์กอดใจไม่ไหวแล้วแอบไปดื่มเหล้ามาอีกแล้วใช่ไหมเ้าคะ เขาติดหนี้ค่าเหล้าพี่ชายด้วยหรือเปล่า? ถ้าเป็แบบนั้นพี่ชายอย่าส่งคนเลวมาทำร้ายลุงยอร์กเลยนะเ้าคะ ทีน่าไม่อยากได้เสื้อผ้าใหม่แล้ว และจะไม่เถียงขอชีสเพิ่มเยอะๆ ด้วย แบบนั้นคงประหยัดเงินได้มาก แล้วจะให้ลุงยอร์กเก็บรวบรวมไปคืนให้พี่ชายดีไหม? ถึงจะไม่ได้คืนให้ในทันที แต่ไม่ช้าจะเอาไปคืนแน่ๆ...จริงๆ นะเ้าคะ ทีน่าไม่พูดปดหรอก ขอร้องล่ะพี่ชาย!” เด็กหญิงตัวน้อยที่ถูกซุนเฟยลูบหัวปรี่เข้ามาดึงชายเสื้อของซุนเฟยพลางรวบรวมความกล้าพูดออกมา
“เด็กคนนี้น่ารักจัง...” สัญชาตญาณความเป็แม่ของแองเจล่าถูกกระตุ้นด้วยท่าทางน่ารักๆ นี้ มือขาวผ่องรวบร่างเล็กมากอดไว้ ส่วนเจ็มม่าก็หยิบของว่างและน้ำผลไม้ออกมาจากรถม้าเวทมนตร์เพื่อนำมาแบ่งให้พวกเด็กๆ ฉับพลันก็เกิดเสียงร้องด้วยความดีใจดังขึ้นมา
“บางครั้งลุงยอร์กก็จะเกิดอาการคันคอ อดไม่ได้ที่จะแอบดอดไปดื่มเหล้า หลายๆ ครั้งก็ติดหนี้ค่าเหล้าไว้ บ่อยครั้งเ้าของร้านเหล้าจะส่งคนมาตามเก็บเงิน...” ฟิลิปส์อธิบายออกมาพร้อมรอยยิ้ม ท่าทางดูเก้อเขินมาก “ดังนั้นทีน่าจึงคิดว่าฝ่าาเป็เ้าหนี้มาเก็บเงินขอรับ”
ลุงยอร์กแทบอยากจะเอาหน้ามุดดินหนี
“เอ๋? ท่านลุงยอร์ก ท่านเคยได้รับาเ็มาก่อนหรือเปล่า? แล้วตอนนี้หายดีหรือยัง?” เมื่อได้ยินคำอธิบายจากฟิลิป ซุนเฟยก็หันมาถาม ถึงแม้ลุงยอร์กจะมีรูปร่างกำยำแข็งแรงเหมือนูเาั์ แต่ส่วนหัวเข่าของเขาก็มีรอยาแเหมือนถูกของมีคมฟัน สำหรับทหารรับจ้างแล้ว ยอร์กใช้ชีวิตแบบเสี่ยงเป็เสี่ยงตายมาโดยตลอด รอยแผลเช่นนี้ทำให้ยอร์กเคลื่อนไหวได้ไม่ค่อยสะดวกนัก และยังลดทอนความแข็งแกร่งของเขาอีกด้วย ในวันข้างหน้า แผลนี้อาจจะทำให้เขาพบกับอันตรายถึงชีวิตก็ได้
“อา ใช่แล้วขอรับ ไอ้ความเป็มาของแผลนี้จะให้เล่ามันก็ยาว แต่ข้าจะเล่าให้ฟังเอง...”
เมื่อยอร์กเห็นว่าซุนเฟยซึ่งเป็ถึงยอดฝีมือที่สามารถเอาชนะอัศวินผู้ตัดสินแห่งราชอาณาจักรนั้นดูเป็มิตรมาก ไม่ถือตัวว่าเป็ถึงาาผู้สูงศักดิ์และมองพวกชาวบ้านจนๆ คนธรรมดาแบบพวกเขาอย่างเหยียดหยาม ก็ทำให้ยอร์กรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก ก่อนจะเล่าความเป็มาของาแตรงหัวเข่าด้านซ้ายให้ฟัง
มันเป็เื่ที่น่าสนใจมาก
เมื่อหนึ่งปีก่อน ตอนเฒ่ายอร์กยังเป็เพียงทหารรับจ้างพเนจรที่ทั้งหยิ่งทระนงและเต็มไปด้วยความประมาท แน่นอนว่าในตอนนั้นเขาไม่ได้เป็คนดี เขาเป็หนึ่งในกลุ่มแก๊งอันธพาลที่ยึดสลัมแห่งนี้เป็ถิ่นฐานของตัวเอง แต่ต่อมาถูกผู้แข็งแกร่งที่มาจากไหนไม่รู้กำราบพวกเขา จนแก๊งอันธพาลของยอร์กล่มจม ยอร์กถูกหักแขนหักขาแล้วโยนลงในกองขยะ ปล่อยให้พวกเขาพบชะตากรรมที่เลวร้ายด้วยตัวเอง เื่แบบนี้สำหรับในสลัมของเมืองน้ำพุร้อนแล้ว ถือเป็เื่ที่ปกติมาก ด้วยแขนขาที่ขยับไม่ได้ทำให้เขาถูกฝังอยู่ในกองขยะ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเด็กๆ เหล่านี้กำลังคุ้ยหาขยะเพื่อหาเสื้อผ้ามาสวม แล้วบังเอิญมาพบเขาที่กำลังจะตายเข้า ปานนี้คงตายไปนานแล้ว เด็กๆ พวกนี้ช่วยหาข้าวหาน้ำให้เขา ทำให้ยอร์กยังไม่ตาย
วันคืนที่ต้องใช้ชีวิตไม่ต่างอะไรกับคนพิการ ซึ่งไม่สามารถขยับร่างกายของตัวเองได้ ทำให้ยอร์กได้พบกับความสิ้นหวัง หมดอาลัยตายอยาก ซึมเศร้า ได้ครุ่นคิด ได้รู้สำนึก บางทีอาจเป็เพราะประสบการณ์ที่เลวร้ายพวกนั้น ทำให้หลังจากยอร์กหายดีแล้ว เขาจึงตัดสินใจกลับเนื้อกลับตัวและใช้ชีวิตอยู่กับพวกเด็กๆ ที่เคยช่วยชีวิตของเขา ยอร์กอาศัยความแข็งแกร่งระดับหนึ่งดาว ยื้อแย่งพื้นที่สะอาดๆ เล็กๆ แห่งนี้มาเป็ของตัวเองได้ เขาใช้ไม้มาปักบริเวณรอบๆ เพื่อแสดงอาณาเขต จากนั้นก็ลงทะเบียนเป็ทหารรับจ้าง แม้จะรับได้เพียงภารกิจที่ได้ค่าตอบแทนราคาถูก ซึ่งมันทั้งลำบากและอันตรายไม่น้อยไม่คุ้มกับเงินที่ได้รับ แต่ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเด็กกำพร้าเหล่านี้ให้ได้...ทว่าเป็เพราะว่าอาการาเ็ครั้งนั้นไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ทำให้เหลือรอยแผลเป็ทิ้งเอาไว้บนหัวเข่าซ้าย และยังทำให้กระดูกหัวเข่าซ้ายแตก ไม่มีทางรักษาได้
“ฮ่าๆๆ ถ้าข้าบอกว่ามีวิธีรักษาท่านเล่า แต่มันอาจจะเจ็บสักหน่อยนะ” ซุนเฟยแสยะยิ้มออกมา
“จริงหรือขอรับ? แบบนั้นก็เยี่ยมไปเลย” เฒ่ายอร์กร้องออกมาอย่างยินดี “ไม่ว่าจะเ็ปแค่ไหน ถ้ามันรักษาไอ้อาการเจ็บจี๊ดๆ ตรงหัวเข่าได้ ข้าน้อยก็ยอม หากาแหายดีแล้ว ข้าหวังว่าจะได้เลื่อนระดับเป็ทหารรับจ้างทั่วไป ฮึๆๆ ถ้าเป็แบบนั้น ภารกิจที่ได้รับจะต้องสูงขึ้นแน่ๆ รายได้ก็จะเพิ่มขึ้นอีกด้วย เด็กๆ พวกนี้จะได้กินอิ่มท้องบ้าง...”
“เยี่ยม ท่านเป็คนดีจริงๆ”
ซุนเฟยพูดจบก็ยื่นมือไปััที่หัวเข่าด้านซ้ายของยอร์ก เสียงกร๊อบดังขึ้นมา กระดูกหัวเข่าของยอร์กแตกละเอียดในทันที และยังไม่ทันได้เปล่งเสียงร้องโหยหวนออกมา ซุนเฟยก็เปลี่ยนเป็ 'โหมดพาลาดิน' ประกายแสงสีทองไหลซึมเข้าไปในส่วนกระดูกหัวเข่าที่แตกละเอียดนั่น
ความรู้สึกจั๊กจี้ก็ผุดขึ้นมา ยอร์กรู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อและกระดูกในร่างของตัวเองกำลังเคลื่อนไหวไม่หยุด เหมือนกำลังงอกขึ้นมาใหม่ ความรู้สึกนี้ยากที่จะอธิบายออกมาเป็คำพูด ผ่านไปได้เกือบหนึ่งนาที เขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าอาการเ็ปเริ่มหายไป เข่าซ้ายที่ทำให้ตัวเองเดินเหินไม่สะดวก เริ่มกลับมายืดหยุ่นเหมือนเดิมราวกับได้เกิดใหม่อีกครั้ง
“นี่มันมหัศจรรย์เกินไปแล้ว...” ยอร์กและฟิลิปส์อ้าปากค้าง
พวกเขาไม่เคยเห็นกระบวนการที่แสนวิเศษเช่นนี้มาก่อน มันแทบจะใกล้เคียงกับทักษะการรักษาของเหล่านักบวชชั้นสูงแห่งโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์เลย แต่แน่นอนว่า เหล่านักบวชชั้นสูงพวกนี้หยิ่งยิ่งกว่าขุนนางเสียอีก ไม่มีทางยอมมารักษาให้เหมือนกับที่าาแห่งเมืองแซมบอร์ดทำหรอก คิดไม่ถึงว่าบุรุษที่เอาชนะอัศวินผู้ตัดสินได้ จะมีความสามารถในการรักษาที่เยี่ยมยอดแบบนี้
“ท่านลุงยอร์ก ได้ยินท่านเล่าเื่ราวมากมายั้แ่เมื่อครู่นี้แล้ว ทำไมข้าไม่เห็นได้ยินเื่ของฟิลิปส์บ้างเลยเล่า? เขาก็เป็เด็กกำพร้าเช่นกันใช่ไหม?” ซุนเฟยลังเลอยู่นาน ก่อนจะวกกลับมายังหัวข้อที่เขาอยากรู้มากที่สุด
“ใช่แล้วขอรับฝ่าา ฟิลิปส์เป็เด็กกำพร้า” ยอร์กที่มีใบหน้าแช่มชื่นตอบกลับมาอย่างช้าๆ ในขณะพยายามทำความคุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวที่ขาซ้ายของตัวเอง พลางมองไปยังเด็กหนุ่มผิวดำซึ่งวิ่งกลับไปที่กระท่อมไม้ “แต่เขาไม่ใช่คนของเมืองน้ำพุร้อน ไม่มีใครรู้ว่าเขามาที่สลัมแห่งนี้ั้แ่เมื่อไร และไม่รู้ว่าเขามาจากไหน ฟิลิปส์ไม่รู้จักศิลปะการต่อสู้เลย อีกทั้งร่างกายก็ผอมบาง มันเป็เื่ยากมากที่จะเอาชีวิตรอดมาได้ แต่เขาก็ทำให้ทุกคนทึ่งที่เขายังสามารถเอาตัวรอดมาได้ แถมยังเป็คนที่คอยดูแลเด็กกำพร้าพวกนี้ก่อนที่ข้าจะได้มาดูแลพวกเขาเสียอีก เด็กกำพร้าเหล่านี้ได้รับการคุ้มครองจากฟิลิปส์มาก่อน...เขาเป็เด็กที่แข็งแกร่งและจิตใจดีงาม ส่วนความเป็มาของเขานั้นข้าไม่เคยถาม อ๊ะ จริงสิ ข้าเคยได้ยินฟิลิปส์บอกว่าชื่อเต็มๆ ของเขาก็คือ ฟีลิปโป อินซากี”
“ฟีลิปโป อินซากี...จริงสิ ท่านเพิ่งบอกว่าเขาไม่รู้จักศิลปะการต่อสู้?” ซุนเฟยรู้สึกสงสัยเล็กน้อย
บนร่างของเด็กคนหนึ่งที่ไม่รู้จักศิลปะการต่อสู้ ทำไมถึงมีกลิ่นอายลึกลับที่เขาคุ้นเคยแบบนี้นะ ราวกับเป็กริชที่เปื้อนเืคนมาแล้วนับไม่ถ้วน เหมือนพวกนักฆ่าที่มักจะรอจังหวะที่เหยื่อเผลอแล้วพุ่งเข้าไปปาดคอ กลิ่นอายนี้เป็อะไรที่คุ้นเคยมากสำหรับซุนเฟย เพราะกลิ่นอายนี้เป็แบบเดียวกันกับซุนเฟยใน 'โหมดมือสังหาร' หรือพูดอีกอย่างอีกหนึ่งก็คือ ซุนเฟยคิดว่าเด็กที่ชื่อฟีลิปโป อินซากีน่าจะมีศักยภาพมากพอที่จะเป็นักฆ่าระดับสูงได้ และนี่ก็เป็อีกเหตุผลหนึ่งที่ซุนเฟยยอมเสียเวลามาที่นี่ แม้ว่าซุนเฟยจะไม่ได้ขาดแคลนนักรบผู้กล้าหาญ แต่สิ่งที่เขาไม่มีก็คือนักฆ่าระดับสูงที่จะมาทำงานสกปรกให้แก่เขา
“จริงสิฝ่าา ถึงแม้ฟิลิปส์จะไม่รู้จักศิลปะการต่อสู้ แต่เขาก็มีความสามารถพิเศษที่น่าใมาก แม้เขาต้องเผชิญหน้ากับนักรบระดับหกดาว ทว่าเขาก็ยังหนีรอดกลับมาได้...”
“ความสามารถพิเศษ?” ซุนเฟยรู้สึกสนใจขึ้นมา
ชายร่างสูงยอร์กก็หัวเราะออกมาอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะเรียกอินซากีที่อยู่ห่างออกไปเข้ามา จากนั้นก็กระซิบบางอย่างข้างหูของเขา เด็กหนุ่มดูลังเลอยู่ครู่ก่อนจะทำท่าเหมือนตัดสินใจได้บางอย่าง เขาเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าซุนเฟย จากนั้นร่างของเขาก็เคลื่อนไหวเล็กน้อย ก่อนที่ร่างจะเริ่มจางขึ้นมาและโปร่งแสงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าร่างของเขาได้หลอมรวมเข้ากับอากาศจนหายไปต่อหน้าต่อตา ดูเหมือน ที่ยอร์กพูดว่าอินซากีสามารถหลบหนีจากนักรบระดับหกดาวได้ คงจะไม่ใช่เื่ที่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะแม้แต่ความแข็งแกร่งของซุนเฟยในตอนนี้ก็ยังไม่สามารถหาร่องรอยของอินซากีพบ
ซุนเฟยไม่เชื่อว่าตัวเองจะหาเด็กผิวดำไม่พบ เขาพยายามค้นหาร่องรอย แต่ก็ยังไม่มีเงื่อนงำใดๆ ปรากฏออกมาเลย
ซุนเฟยจึงลองเปลี่ยนเป็ 'โหมดมือสังหาร' เขาโคจรชี่แท้ในร่างของตัวเองอย่างเงียบๆ ประหนึ่งระลอกน้ำที่กำลังแผ่กระจายออกเป็วงกว้าง ในที่สุดซุนเฟยก็รับรู้ตำแหน่งของอินซากีได้แล้ว ร่างของซุนเฟยกะพริบหายไปจากที่เดิมประหนึ่งหลอมเข้าไปในอากาศแล้วสลายหายไป
ชายร่างสูงยอร์กพลันอ้าปากตาค้าง ปากของเขาแทบจะฉีกถึงรูหูแล้ว
“ฮึๆๆ ข้าจับเ้าได้แล้ว...” เสียงหัวเราะดังขึ้นในอากาศ ร่างที่โปร่งแสงก็เริ่มเข้มขึ้นมา ซุนเฟยจับไหล่ของอินซากีไว้แน่น เด็กหนุ่มผิวดำพลันมีสีหน้าตื่นใขึ้นมา นี่เป็ครั้งแรกที่มีคนหาเขาพบหลังจากที่เขาใช้ความสามารถพิเศษนี้
อินซากียืนนิ่งอยู่กลับที่ ซุนเฟยหัวเราะออกมาเสียงดัง จากนั้นก็แสดงทักษะของ 'โหมดมือสังหาร' ออกมาให้ชมอยู่สองสามอย่าง โดยเฉพาะ 'พยัคฆ์จู่โจม กรงเล็บั หมัดเปลวเพลิง' เด็กหนุ่มผิวดำเห็นแบบนั้นดวงตาก็พลันเปล่งประกายขึ้นมา เขารู้สึกสนใจมันมาก ราวกับมีเสียงกระซิบบางอย่างดังข้างหูเขาว่า นี่เป็ทักษะที่เหมาะสำหรับเ้า
“ฟิลิปส์ ข้าอยากได้เ้ามาเป็ลูกศิษย์ เ้ายินดีจะมาอยู่กับข้าไหม?” ซุนเฟยหยุดโอ้อวด ก่อนจะหันมาถามด้วยรอยยิ้ม
วินาทีนั้น ทั้งยอร์กและอินซากีก็พากันตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ประหนึ่งโดนฟ้าผ่ากลางร่าง
เื่ที่พวกเขาไม่กล้าคาดฝันพลันบังเกิดขึ้น
---------------------------
1 สุนัขอาศัยอำนาจคน หมายถึง พวกหมารับใช้อาศัยอิทธิพลของเ้านายไปข่มเหงผู้อื่น
