“เ้าค่ะข้าจะตั้งใจคัดลอกให้เสร็จ ขอบคุณท่านปู่ไป๋ฟู่มากเ้าค่ะ ข้าต้องจ่ายตำลึงค่าจ้างกับใคร แล้วกี่ตำลึงเ้าคะ”เฟยหย่าเอาตำลึงออกก็มา
“หนึ่งตำลึงทองก็พอ คงไม่เกินจากนี้”ชายชราเรียกคนงานมาสองคน ยืนตำลึงให้
ความจริงแล้วเฟยหย่า คัดลอกเสร็จไปแล้ว แต่มาเก็บตกรายละเอียดเท่านั้น รอบแรกรีบไปหน่อยกลัวไม่ทันเวลาหนึ่งเดือน
‘โอ้! หนึ่งตำลึงทองพวกเขาตัดหญ้าทิ้งทั้งูเาเลยหรือ แบบนี้ก็ดีเหมือนกันเหลือไว้แต่ต้นไม้ใหญ่ ตอนนี้ขอมีที่ให้วิ่ง แล้วทำให้ตัวเองมีวิชาตัวเบาก่อน วิชาการต่อสู้ค่อยฝึกเอาทีหลัง’
ทุกเช้าเด็กหญิงออกมาวิ่งวันละสามรอบ ของูเาที่กว้างยี่สิบกว่าหมู่
จนครบกำหนดสามสิบวัน ไม่ต้องไปคัดลอกหนังสือแล้ว ได้แต่ฝึกฝนอยู่ที่บ้านผู้เดียว ตามตำราที่คัดลอกมา
คืนนั้น! เสียงร้องที่เงียบหายไปนานก็กลับขึ้นมาดังอีกครั้งหนึ่ง!
“อ๊ากกก! กรี๊ดดด! ครืดคราด!”
“ข้ายังไม่เก่งเลยเ้าคงรอไม่ไหวแล้ว ถ้าอย่างนั้นข้าจะกินโอสถเพิ่มพลัง ไปอีกสักเม็ดก็แล้วกัน มันคงจะไม่เ็ปเหมือนเม็ดแรก”
เสียงดังอยู่ประมาณหนึ่งชั่วยามก็เงียบไป
‘ถ้าเป็สิ่งมีชีวิตโดนกักขังทรมาน แล้วต้องร้องส่งเสียงทุกคืนแบบนี้คงจะน่าสงสารมาก ต้องทุกข์ทรมานแบบไหนกันนะ แล้วเป็แบบนี้มานานเป็สิบ หรือว่าก่อนหน้านั้นก็ร้องแต่ไม่มีใครได้ยินเสียง’
‘ใช่สิเสียงเริ่มดังขึ้นั้แ่สร้างบ้านหลังนี้ เป็ไปได้ไหมว่าเสียงดังมาจากใต้บ้าน ที่บังเอิญเจาะทะลุลงไป โดดห้องสักแห่งหนึ่ง เสียงถึงรอดขึ้นมาถึงข้างบนได้’
‘ถ้าเกิดเนินเขาที่เราอยู่ ไม่ได้เป็เนินเขา แต่เป็อุโมงค์ใหญ่ ข้างในก็เป็ห้องขังสัตว์ประหลาดไว้’
‘คิดเยอะไปแล้ว!จะมีสัตว์ประหลาดที่ว่าได้ยังไง แม้แต่สัตว์อสูรก็ไม่เคยเห็น มีแต่ในตำราที่อยู่ในแหวนมิติเท่านั้น’
“เ้าจะเป็สิ่งไหนก็ช่าง รอข้าก่อน วันนี้ข้าจะกินยาให้มีพลัง ข้าต้องแข็งแกร่ง เพื่อที่จะไปตามหาเ้า ไปดูว่าเ้าถูกกักขัง หรือทุกข์ทรมานอยู่ที่ไหน”เฟยหย่าพูดขึ้นมาลอยๆ เ้าของเสียงจะได้ยินหรือไม่นางไม่รู้
เฟยหย่ากินโอสถที่อยู่ในแหวนมิติ เป็การเพิ่มระดับขั้นขึ้นมา ข้างขวดเขียนไว้ว่าระดับห้า นางได้ยินคนที่หอประมูลพูดกันว่า ถ้าอยู่ระดับสี่ก็ถือว่าสูงแล้ว หาได้ยากต้องคนที่มีวรยุทธ์สูง และฝึกฝนมานาน
‘ถ้าพลังปราณมีระดับสูงขึ้น พลังยุทธ์ก็จะเพิ่มตามขึ้นมาด้วย แสดงว่าพลังปราณสำคัญ กว่าพลังกายเยอะอย่างนั้นรึ แต่ข้าอยากมีทั้งสองอย่าง’
‘โอ๊ย!… ทำไมยังเ็ปอีก ถึงจะน้อยกว่ารอบที่แล้ว แต่ก็เ็ปอยู่ดี มันเกิดจากอะไรกันนะ’ถึงแม้จะเ็ปแต่ก็ยังมีสติ อ่านรายละเอียดของหนังสือเกี่ยวกับโอสถ
‘รอบแรกที่เจ็บมากเพราะเปลี่ยนไขกระดูก รอบนี้เปลี่ยนเส้นเอ็น ตายแน่!’พูดได้เท่านั้นความเ็ปก็เพิ่มทวีคูณขึ้น จนเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า ร่างกายเกร็งจนลงไปนอนดิ้นกับพื้น
“อ๊ากกก!กรี๊ดดด!ครืดคราด!”
อย่างที่กรีดร้องยามดึกดังขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้เฟยหย่าที่เ็ปแทบทนไม่ไหว ต้องกัดฟันทน เมื่อได้ยินเสียงที่ทุกข์ทรมานดังขึ้น
“เ้าคงเจ็บและทุกข์ทรมาน แบบที่ข้าเป็อยู่ตอนนี้ใช่หรือไม่ เ้าถึงได้ร้องขึ้นมาแบบนี้ ครั้งที่แล้วก็เป็เพราะเสียงของเ้าที่ปลุกข้าขึ้นมา ได้! ข้าจะอดทน ถ้าผ่านครั้งนี้ไปได้ ข้าก็มีแรงพอที่จะไปช่วยเ้าแล้ว”
เฟยหย่าทนความเ็ปไปราวหนึ่งก้านธูป ความเ็ปหายไปพร้อมกับกลิ่นเน่าเหม็น เมือกสีดำที่ไหลออกมาจนเลอะเปื้อนเสื้อผ้า
“เฮ้อ!รอบที่แล้วก็ทิ้งไป รอบนี้ต้องทิ้งไปอีกแล้วหรือ ต้องหาซื้อเสื้อผ้ามาเพิ่มแล้ว แต่ดูจากตำรา ต่อไปก็ไม่ต้องเ็ปแล้ว”
เด็กหญิงลุกไปอาบน้ำกลางดึก เดี๋ยวนี้นางทำลูกไฟได้แล้ว ไม่ต้องอาศัยเทียน แถมสายตายังมองที่มืดได้ชัดเจน แต่ที่นางลำบากตอนนี้คือหูที่ได้ยินเสียง แม้แต่สัตว์ตัวเล็กจะขยับปีก แล้วเสียงที่ดังจนชาวบ้านไม่อยากได้ยิน นางต้องได้ยินดังเป็สองเท่า
‘รู้สึกเนื้อตัวเบา เหมือนไร้น้ำหนัก อย่างนี้เวลาฝึกวรยุทธ์ ะโลอยตัวใช้กระบี่ก็สบายนะสิ ตอนนี้ยังโดดได้ไม่สูง แต่หลังจากนี้เราต้องลอยอยู่บนอากาศได้เป็แน่’
‘ไม่ได้แล้วพรุ่งนี้ ต้องเริ่มตามหาเสียง แต่มันร้องตอนกลางคืนนี้สิ หรือว่ากลางวันจะทดสอบดู เผื่อจะได้ยินเสียงอะไรที่อยู่ใต้ดินบ้าง’
รุ่งเช้าขึ้นมาเฟยหย่า ออกไปซื้อที่ขุดดิน แล้วลงมือขุดพื้นดินที่อยู่ ไม่ไกลจากบ้าน ขุดลงไปลึกที่สุดเท่าที่จะขุดได้
ด้วยพลังที่มี ทำให้เด็กหญิงขุดลงไปได้ลึก ถ้าหลุมไม่กว้างก็ไม่สามารถปีนขึ้นมาได้ ความลึกประมาณห้า่ตัวของนาง ที่เป็เด็กอายุแปดขวบ
“เ้าส่งเสียงมาสิว่าอยู่ตรงไหน ถ้าขุดดินมาลึกแล้วนะ”เฟยหย่าส่งเสียงออกไป และนอนลงแนบกับพื้นดิน ใช้หูฟังสิ่งที่อยู่ใต้ดิน
“ตึก ตึง ตึก!”
‘มีเสียงเคลื่อนไหวอยู่ใต้ดินจริงด้วย แล้วมันลึกขนาดไหนกัน'นางรีบลุกขึ้นนั่ง ะโลอยตัวออกมาจากหลุม
‘เสาบ้านลึกขนาดไหนที่ทำให้เสียงลอดออกมาได้ ต้องขุดให้ลึกเท่ากับเสาบ้าน’นางะโลงไปในหลุม และใช้พลังที่มีรีบขุดดินออกให้ลึกลงไปอีก
“ตึง ตึง!”
‘ที่ขุดดินเจอกับอะไร เมื่อขุดโดนสิ่งนี้เหมือนที่ขุดดินกระเด้ง เหมือนมันยืดหยุ่นได้ หรือว่ามันคือผนังอุโมงค์' เฟยหย่า ใช้แรงกระแทกที่ขุดดินลงไปอย่างแรง แต่เหมือนเดิมกระแทกไป ไม่สามารถทะลุผนังที่เหมือนยืดหยุ่นได้
‘คนที่ขุดหลุมปลูกบ้าน ส่วนมากจะใช้พลังธาตุดิน ถ้าอย่างนั้นข้าใช้พลังธาตุไฟก็แล้วกัน' เฟยหย่าโคจรพลังไปที่ฝ่ามือ แล้วอัดใส่พื้นดินอย่างแรง
“ครืนนน! วูป! กรี๊ดด!”
“ตุ๊บ”เฟยอย่าตกลงมาพร้อมกับดิน ที่ใช้พลังอัดใส่
‘เป็ถ้ำจริงด้วย สูงมากเลย ขนาดระหว่างที่ลอยลงมา ใช้วิชาตัวเบาแล้ว ไม่งั้นคงเจ็บหนักมากกว่านี้’
เฟยหย่าใช้พลังธาตุไฟ สร้างลูกไฟออกมาเพื่อส่องสว่าง
ภายในอุโมงค์อากาศเย็นอับชื้น ไม่มีแสงสว่างเงียบสงัด แต่ใหญ่โตกว้างขวาง ที่นางรู้สึกได้อีกอย่างหนึ่ง คือพลังปราณที่เข้มข้น
‘เ้าของเสียงอยู่ตรงไหนนะ อุโมงค์นี้ช่างกว้างใหญ่เสียจริง ไม่ใช่ว่าอยู่ใต้เนินเขาทั้งลูกหลอกน่ะ หรือว่ามันไม่ใชู่เาแต่เป็เนินดินขนาดใหญ่ ที่คลุมถ้ำอุโมงค์นี้เอาไว้อีกทีหนึ่ง’
“ข้ามาแล้ว! เ้าที่ส่งเสียงร้องทุกคืนอยู่ที่ไหน บอกตำแหน่งข้ามา”
“ครืดคราด!”
“เสียงอยู่ด้านใน!” เฟยหย่ารีบก้าวเท้าไปข้างหน้า ตามลูกไฟไปยังต้นเสียงที่ดังขึ้น
ภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้า ทำให้นางถึงกับตกตะลึง! เป็สิ่งที่นางไม่เคยรู้จัก หรือได้เห็นมาก่อน ไม่ว่าจะจากตำราหรือว่าที่ไหน ร่างสีเทาคล้ายกับมนุษย์แต่ก็ไม่เหมือนเสียทีเดียว ถูกโซ่สี่เส้นใหญ่ล่ามไว้ ทั้งมือและขา
ตรงกลางมีเหล็กแหลม ที่ค่อยๆเลื่อนมาตำแหน่งคือตรงหน้าอก
“เ้าเป็สิ่งใดกัน? รูปร่างคล้ายกับมนุษย์แต่ไม่น่าใช่ ที่เ้าร้องทุกคืนเป็เพราะว่า เหล็กแหลมข้างหน้านี้ มันเข้าไปทิ่มแทงเ้าใช่หรือไม่”
“ใครกันช่างทรมานผู้อื่นได้โเี้แบบนี้ ทำไมถึงไม่สังหารให้สิ้นซากไปเลย จะได้จบสิ้นกันไป ดูจากสภาพโซ่และถ้ำอุโมงค์ที่อยู่ในนี้ ไม่ใช่ว่าเ้าอยู่มาเป็พันปีแล้วรึ!”
“เ้าทำผิดอันใด ถึงได้โดนจับมาเป็นักโทษแบบนี้?”
ร่างสีเทาเมื่อได้ยินเสียงของเด็กหญิง ก็เงยหน้าขึ้นมา สิ่งที่คล้ายเส้นผมยาวปิดบังใบหน้าเอาไว้
ไม่มีเสียงตอบ มีแต่เสียงขยับโซ่ทั้งสี่ ถูกับพื้นและผนังดังครืดคราด
“ต้องหาทางทำลาย เหล็กแหลมนั้นก่อน”เด็กหญิงหาก้อนหินมาทุบเหล็กแหลม ที่ขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่ทำอะไรไม่ได้
‘ใช้พลังธาตุไฟ เผามันให้ละลายไปเลย'นางรวบรวมพลังปราณธาตุไฟ แล้วส่งเข้าไปเผา เหล็กแหลมที่อยู่ตรงหน้าร่างสีเทา
“มันได้ผลแต่ข้าหมดแรง”เฟยหย่า นั่งลงกับพื้นเพื่อให้พลังกลับคืนมา
“เ้าพูดไม่ได้หรือ ข้าอุตส่าห์เร่งให้ตัวเองมีแรงเพื่อมาช่วยเ้า พูดคุยกับข้าหน่อยไม่ได้หรือ! ว่าทำไมถึงถูกจับมาทรมานที่นี่ ถ้าไม่บังเอิญมีคนที่สร้างบ้าน ขุดลึกลงมาจนสามารถได้ยินเสียงของเ้า คงจะไม่มีใครรู้ว่าเ้าถูกขังไว้ที่นี่”
“น้ำ”เสียงแหบแห้งเล็กแหลมดังขึ้น
“เ้าได้รับาเ็ ข้ามีโอสถและน้ำ เ้าอ้าปากข้าจะป้อนให้”
โซ่ที่มัดตึงจนผู้ถูกล่าม ไม่สามารถขยับตัวได้ เพื่อที่จะให้เหล็กแหลม ทิ่มลงมาตรงหน้าอกพอดี
ร่างสีเทาอ้าปากอย่างว่าง่าย เมื่อกลืนโอสถและน้ำลงคอ “เ้าหิวไหมข้ายังมีผลไม้และขนม ข้าไม่น่าถามเ้าไม่ได้กินมานานน่าจะหิว แต่ข้าไม่รู้ว่าเ้ากินอะไรเป็อาหาร”
“กินขนมไปก่อนก็แล้วกัน เพราะว่าข้าไม่สามารถตัดโซ่ทั้งสี่เส้นได้”เฟยหย่าขนทั้งขนม และผลไม้มาป้อนให้ จน ร่างสีเทาไม่อ้าปาก
“โอสถน่าจะเริ่มออกฤทธิ์แล้ว เ้าน่าจะหายจากอาการาเ็ เล่าให้ข้าฟังหน่อยจะได้ไหม ว่าเ้าคือตัวอะไรหรือว่าเป็มนุษย์กลายพันธุ์”
“ข้าเป็สัตว์อสูรระดับแปด สามารถกลายร่างเป็มนุษย์ได้ ข้าถูกจับมาทรมานก็เพราะว่า ได้สังหารคนชั่วไป มันอยากได้ข้าไปเป็บริวารรับใช้ แต่ข้าไม่ยอมเลยเกิดการต่อสู้ ข้าได้เผาบ้านเรือนวอดวายทั้งเมือง จึงถูกเหล่าเซียนจับมาขังไว้ที่นี่”
“ฟังจากน้ำเสียงแล้ว เ้าเป็สัตว์อสูรตัวเมียใช่หรือไม่ เ้าถูกขังมานานเท่าไหร่แล้ว ข้างบนนี้เป็บ้านเมืองมนุษย์ทั้งหมดไม่มีป่า เ้าถูกจับมาจากที่ใด”
“นานมาแล้วที่นี่คือป่า ข้าน่าจะถูกจับมาขังไว้ที่นี่ ไม่น่าจะต่ำกว่าสามพันปีมาแล้ว”
“ห้ะ!สามพันปี ตรงนี้เป็แดนมนุษย์แล้วแดนเซียนอยู่ที่ไหน ไม่ใช่ว่าเซียนที่จับเ้ามาขัง ลืมเ้าไปแล้วรึ”
“พวกเขาไม่ได้ลืมหรอก แต่ดูเหมือนโลกเซียนที่อยู่ด้านนอก จะทำากับพวกปีศาจ แล้วคงจะพ่ายแพ้หนีไปอยู่ที่อื่นหมดแล้ว มีแต่ข้าที่ทุกข์ทรมานอยู่ที่นี่”
“ข้าก็อยากจะช่วยเ้านะ แต่ข้าไม่มีกำลังที่จะตัดโซ่สี่เส้น เ้าก็เห็นว่าข้าเป็แค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น พลังข้างบนไม่ได้เยอะเหมือนตรงนี้ ที่นี่น่าจะกักเก็บพลังไว้ด้วย มันถึงไม่รั่วไหลออกไปที่ไหน”
“แล้วเ้าเป็อสูรประเภทไหนหรือ ข้าดูรูปร่างของเ้าไม่ออก”
“ข้าคืออสูรกวาง ที่มีตบะบำเพ็ญเพียรจนถึงระดับแปด เพราะความสวยงามของข้า พวกเซียนทั้งหลายต่างแย่ง และหวังจะได้ข้า ไปทำพันธสัญญาด้วย แต่สู้ข้าไม่ได้ พวกเขาเลยจับข้ามาขังไว้ที่นี่ ถ้าพวกเขาไม่ร่วมมือกัน เกือบสามสิบคน ไม่สามารถจับข้ามัดขังไว้ในนี้ได้หรอก”
“พวกเขาทำทุกอย่างเพื่อให้ข้ายอม ทรมานข้าอย่างหนัก เพื่อให้ข้ายอมรับใครก็ได้สักคน ในกลุ่มพวกเขา แต่…! ทั้งหมดลืมข้าวไว้ที่นี่ เพราะมัวแต่สู้รบกับพวกปีศาจ”
“พวกเขามัดแขนมัดขาข้า ตอนที่ข้ากลายร่างเป็มนุษย์ ด้วยโซ่ที่ลงอักขระไว้ ข้าไม่สามารถกลายร่างกลับ ไปเป็กวางได้ ข้าในร่างกวางจะมีพลังเยอะกว่าร่างมนุษย์ ที่พึ่งจะกลายร่างได้ไม่นาน”
