ในไม่ช้าหนิวเหมิ่งก็พบเงาของคนที่ทำให้หัวใจเต้นรัว เย่เฟิงคนนั้นดึงดันจะเจาะกำแพงเข้ามาในเมืองน้ำแข็งนี้ก็เพราะผู้หญิงคนนั้นสินะ? ก่อนหน้านี้ข่าวเทพธิดาหิมะแห่งทะเลตะวันออกกระจายไปทั่วยุทธจักร ข่าวนี้ทำให้หนิวเหมิ่งมั่นใจเป็อย่างยิ่ง!
ในเมื่อเป็แบบนี้แล้ว แผนของหัวหน้าหลี่คงสำเร็จได้ไม่ยาก
“ค้นหาให้ทั่ว” หนิวเหมิ่งออกคำสั่ง “ตอนนี้เป้าหมายของเราคือการหาตัวเ้าเด็กที่ชื่อเย่เฟิง คนที่เจาะกำแพงน้ำแข็งเข้ามา”
สมาชิกในทีมทุกคนรับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียง หลังจากนั้นแต่ละคนก็เริ่มกระจายตัวออกไป แต่หนิวเหมิ่งและสมาชิกหน่วยอีกสองคนยังอยู่ที่เดิม รอสมาชิกทีมที่เหลือซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจรอบๆ
“หนาวจริงๆ”
หนิวเหมิ่งจับจ้องร่างอันงดงามของหญิงสาวที่อยู่ใจกลางเมืองน้ำแข็งด้วยดวงตาข้างเดียว
หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าเทพธิดาแห่งทะเลตะวันออกผู้นี้เป็ใครกัน ช่างน่าประหลาดใจที่เธอทำให้เกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในแถบทะเลตะวันออกนี้ เท่าที่เขารู้ แม้แต่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในยุทธจักรยังมุ่งหน้ามาที่นี่ด้วยความสนใจ สิ่งเดียวที่อธิบายเหตุการณ์นี้ได้คือ ในป้อมปราการน้ำแข็งแห่งนี้ นอกจากผู้หญิงคนนี้แล้ว ยังมีสิ่งของบางอย่าง เช่นสมบัติ์ที่เหล่าผู้ฝึกวรยุทธ์เคยพูดถึง
“ไม่ว่าเทพธิดาคนนั้นจะเป็ใคร ฉันหนิวเหมิ่งคนนี้จะพากลับไปฐานทัพเพื่อการวิจัยแน่ ส่วนสมบัติ์ที่นี่ ดูแล้วคงไม่ใช่ของกระจอกในยุทธจักร หากมันสามารถสร้างปราการน้ำแข็งอันน่าทึ่งนี้ได้ ของสิ่งนั้นย่อมต้องถูกตรวจสอบโดยสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ...”
ในขณะเดียวกัน หนิวเหมิ่งรู้สึกว่าดวงตาเทียมดูเหมือนจะไร้ประสิทธิภาพในสภาวะแวดล้อมเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกอึดอัดนิดหน่อย แม้แต่สมาชิกสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติทุกคนก็ล้วนงงงวยเมื่อพบว่าพลังงานลึกลับบางอย่างในสถานที่แห่งนี้ทำให้สัญญาณสื่อสารของพวกเขาไม่ชัดเจนเท่าที่ควร
หนิวเหมิ่งรอคอยการสำรวจของสมาชิกหน่วยด้วยความอดทน ไม่นานนักแต่ละคนก็ทยอยกลับมา
ในที่สุดเขาก็พบสัญญาณสื่อสารจากด้านหนึ่ง “หัวหน้าครับ พวกเราพบตัวเด็กคนนั้นแล้ว แต่มีหญิงสาวอีกคนอยู่กับเขาด้วย!”
“ที่ไหน?”
หนิวเหมิ่งหัวใจเต้นรัว เขารีบถามออกไปแทบจะทันที
“คุณไม่ต้องหาหรอก ผมอยู่นี่” น้ำเสียงของเย่เฟิงกระจายทั่วช่องน้ำแข็ง ฉับพลันชายหนุ่มในชุดสีดำและหญิงสาวในชุดกระโปรงก็ก้าวออกมาจากกลุ่มหมอกด้านหลังของสมาชิกสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติแล้วหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขา
“เป็เธอจริงๆ” หนิวเหมิ่งแค่นเสียงเบา เขาไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะปรากฏตัวด้วยตัวเองแบบนี้ แต่ก็ถือว่าเป็เื่ดี เพราะเขาจะได้เจรจากับมันโดยตรง
เย่เฟิงดึงหลงหว่านเอ๋อร์เข้ามาใกล้ ขณะจ้องชายตาเดียวที่อยู่ตรงหน้า รูปลักษณ์ของชายคนนี้ดูดุร้ายขนาดที่สามารถขู่เด็กให้ร้องไห้จ้าได้ในเวลากลางวัน…
ชายคนนี้คือหัวหน้าหน่วยที่รับผิดชอบภารกิจนี้งั้นเหรอ? เย่เฟิงคาดเดาอยู่ในใจ
ความจริงทั้งคู่ก็ไม่อยากเปิดเผยตัวต่อฝ่ายตรงข้าม แต่ทักษะล่องหนไม่สามารถแสดงผลในที่แห่งนี้ หลักการพื้นฐานของทักษะล่องหนก็คือการใช้พลังชี่เพื่อหักเหแสงที่ตกกระทบรอบตัว แต่การที่มีแสงสลัวสีขาวอยู่เต็มพื้นที่ ย่อมทำให้พลังชี่ของพวกเขาไม่อาจหักเหแสงได้ตามที่ควรจะเป็ ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมปรากฏตัวออกมา
อย่างไรก็ตาม เป็เื่ปกติที่เย่เฟิงไม่คิดจะพูดคุยกับอีกฝ่าย และรอโอกาสหลบหนีไปจากที่นี่ ตอนนี้เขามีระดับพลังบ่มเพาะสิบห้าปี จึงเป็เื่ง่ายอย่างยิ่งที่จะใช้วิชาศรฝังดวงดาวผสานการโจมตีร่วมกับหลงหว่านเอ๋อร์
เมื่อใดที่ความแข็งแกร่งของทั้งคู่ผสานกันเป็หนึ่งเดียว พลังอำนาจของมันก็มากพอจะเจาะชั้นน้ำแข็งไปได้อย่างน้อยสามถึงสี่ชั้น ด้วยวิธีนี้ พวกเขาต้องช่วยซูเฟยหยิ่งออกมาได้แน่
“เดี๋ยวก่อน”
เมื่อหนิวเหมิ่งเห็นเย่เฟิงและหลงหว่านเอ๋อร์เหมือนกำลังจะจากไป ก็อดร้องเสียงดังไม่ได้
“คุณจะเอายังไง?” เย่เฟิงหยุดเคลื่อนไหว จากนั้นจึงถาม
“เรามาเจรจากันดีกว่า” หนิวเหมิ่งรีบงัดไม้เด็ดออกมา เขาเอ่ยด้วยความมั่นใจ “ก่อนอื่นให้ฉันแนะนำตัวเองก่อน ฉันชื่อว่าหนิวเหมิ่ง มีหน้าที่รับผิดชอบภารกิจนี้ ถ้าเข้าใจไม่ผิด เธอคือเย่เฟิงและเป้าหมายของเธอก็คือผู้หญิงที่ถูกแช่แข็งอยู่ตรงกลางนั่นใช่ไหม?”
แม้คำพูดของหนิวเหมิ่งจะดูสุภาพ แต่เย่เฟิงรับรู้ได้แจ่มแจ้งว่าน้ำเสียงของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความรังเกียจต่อตัวเขา
เขาไปกวนต่อมโมโหของอีกฝ่ายตรงไหน
เย่เฟิงคิดว่าคำถามนี้ดูเหมือนมีนัยแอบแฝงบางอย่าง แน่นอนชายหนุ่มไม่รู้ว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าตนเป็พวกหัวรุนแรงเช่นเดียวกับหลี่เฟิง
“เปล่า ผมแค่นึกสนุกอยากลองมาสำรวจที่นี่เท่านั้น ตอนนี้พวกเรากำลังจะกลับแล้ว”
คำพูดของเย่เฟิงดูราวกับว่าเขาเองสามารถกลั้นหายใจต่อไปได้อีกไม่นาน แน่นอน เขาและหลงหว่านเอ๋อร์สามารถใช้ทักษะกลั้นหายใจในน้ำได้อีกนาน แต่ความลับนี้ไม่ควรเปิดเผยให้ฝ่ายตรงข้ามรู้
“ฮ่าๆ”
แล้วก็เป็ไปตามคาด หนิวเหมิ่งหลงเชื่ออย่างง่ายดายว่าพวกเขากลั้นหายใจต่อไปได้อีกไม่นาน มันจึงเอ่ยเสียงดัง “เธอไม่มีอุปกรณ์ดำน้ำแบบของหน่วยเราสินะ เพราะงั้นตอนนี้ ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการร่วมมือกับพวกเราเพื่อประโยชน์ของเธอเอง คนของฉันยังสำรวจอยู่ที่นี่อีกนาน ย่อมช่วยผู้หญิงคนนั้นออกมาให้เธอได้ อีกอย่างหนึ่ง เธอควรรู้ไว้ว่า ห่างจากที่นี่ไม่กี่ไมล์ทะเล พวกเรามั่นใจว่าอีกไม่นาน เรือดำน้ำล่องหนของพวกอเมริกาก็คงมาถึงที่นี่แล้ว…”
เรือดำน้ำอเมริกา?
เย่เฟิงได้ยินดังนั้นก็พลันขมวดคิ้ว แต่แน่นอนว่าเื่นี้ไม่สำคัญสำหรับเขา
“พวกเราสามารถให้เธอยืมชุดดำน้ำได้นะ” หนิวเหมิ่งกล่าวต่อไปด้วยความมั่นใจ “เทคโนโลยีล่องหนของอีกฝ่ายมีประสิทธิภาพสูงมาก แม้แต่เรือพิฆาตของเราก็ไม่สามารถตรวจพบได้ ทำได้เพียงตรวจจับตำแหน่งที่ต้องสงสัยบางแห่งจากสัญญาณรบกวน เพราะงั้นพวกเราจึง้าให้เธอออกไปสำรวจรอบๆ นี้ ถ้าพบเรือดำน้ำของพวกมันเมื่อไรก็รีบรายงานพวกเราทันที จากนั้นทางกองทัพและหน่วย NSA จะร่วมมือกันจัดการพวกมันเอง… ฉันเชื่อว่าเธอคงไม่้าให้พวกมันยิงตอร์ปิโดเพื่อทำลายเกาะน้ำแข็งแห่งนี้จริงไหม? เพราะถ้าเป็แบบนั้น ผู้หญิงที่ถูกแช่แข็งอยู่ด้านในก็ยากจะรอดชีวิตได้…”
สิ่งที่หนิวเหมิ่งพูดมาถือว่ามีเหตุผลอย่างยิ่ง!
เรือดำน้ำล่องหนของอเมริกาย่อมไม่กล้าเผยตัวออกมา จึงไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบภายในเกาะน้ำแข็งได้ ในเมื่อเป็เช่นนั้น อีกฝ่ายก็คงไม่ปล่อยให้ประเทศจีนได้รับอะไรจากเกาะน้ำแข็งนี้ไปเช่นกัน
หากตอร์ปิโดหลายต่อหลายลูกโจมตีป้อมปราการน้ำแข็ง จะยิ่งทำให้ซูเฟยหยิ่งตกอยู่ในอันตราย
“เข้าใจแล้ว แต่พวกเราไม่้าอุปกรณ์ดำน้ำ ยังไงพวกเราจะลองค้นหาเรือดำน้ำของพวกมันดู”
เวลานี้ เย่เฟิงถือว่าการคุกคามนี้เป็เื่สำคัญเช่นกัน
เรือดำน้ำอเมริกา!
ถ้าป้อมปราการน้ำแข็งถูกคนพวกนั้นะเิทิ้งไปจริง เขาต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแน่
“เดี๋ยวก่อน ถ้าเธอไม่้าอุปกรณ์ดำน้ำ งั้นช่วยรับเ้านี่ไว้ด้วย” หนิวเหมิ่งหยิบชิ้นส่วนอุปกรณ์ขนาดเล็กจากชุดดำน้ำของเขาออกมา “นี่คืออุปกรณ์สื่อสารขนาดจิ๋ว ถ้าเธอพบร่องรอยเรือดำน้ำของพวกอเมริกาแล้ว ก็ใช้เ้านี่รายงานพวกเรา มันมีแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ระบุตำแหน่งที่น่าสงสัยบางแห่งบันทึกไว้ด้วย”
เย่เฟิงหลี่ตามอง เ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้ ถ้าไม่รับไว้ก็คงไม่ดีต่อเขาเท่าไรในสถานการณ์นี้…
“เข้าใจแล้ว”
เย่เฟิงรับอุปกรณ์สื่อสารขนาดจิ๋วมาอย่างว่าง่าย จากนั้นกุมมือหลงหว่านเอ๋อร์แล้วรีบว่ายน้ำออกไปด้านนอกทันที
แน่นอนว่าเย่เฟิงไม่ใช่คนโง่ เขาย่อมรู้ว่าเ้านี่ไม่ใช่แค่อุปกรณ์สื่อสารอย่างเดียวแน่ มันคงเป็เื่ติดตามตัวด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอีกฝ่าย้าวางกับดักเขา แต่เย่เฟิงยังไม่รู้ว่ากับดักของอีกฝ่ายคืออะไรกันแน่
“อย่างแรก เราออกไปสำรวจรอบๆ เกาะนี้กันก่อน บางทีอาจมีเรือดำน้ำอเมริกาอยู่ใกล้ๆ” เย่เฟิงเอ่ยกับหลงหว่านเอ๋อร์
ไม่ว่าอย่างไร การคุกคามนี้ก็ไม่ใช่เื่ที่สามารถมองข้ามได้
หนิวเหมิ่งมองเย่เฟิงและหลงหว่านเอ๋อร์ที่กำลังจากไป พร้อมกับมุมปากที่ค่อยๆ ยกขึ้น แสดงให้เห็นถึงการเย้ยหยัน
ในที่สุดแผนของหลี่เฟิงก็ดำเนินมาได้ครึ่งทางแล้ว หนิวเหมิ่งแค่รอให้เย่เฟิงพบเรือดำน้ำของอเมริกา จากนั้นเขาจะสั่งให้เรือพิฆาตปล่อยตอร์ปิโดออกไป ด้วยวิธีนี้ หนิวเหมิ่งเชื่อว่าเ้าเด็กเย่เฟิงกับเรือดำน้ำของฝ่ายตรงข้ามจะต้องถูกฝังอยู่ใต้ทะเลไปพร้อมกันแน่