ณ ห้างหรูใจกลางเมือง
“เอาอะไรเพิ่มอีกไหมคะ”
น้ำเสียงอบอุ่นเอ่ยถามหลังจากเห็นฉันเพิ่งวางช้อนส้อม
“ไม่แล้วค่ะ เฮียทิศล่ะคะเอาอะไรเพิ่มไหม...??”
“ไม่แล้วเหมือนกันค่ะ งั้นเราเช็กบิลกันเลยไหม นี่หนังก็ใกล้จะฉายแล้วด้วย” คนตัวโตพูดพร้อมกับมองนาฬิกาหลักสิบล้านที่อยู่ตรงข้อมือ
กระทั่งเวลาผ่านไปจนหนังจบ...
“สนุกไหมคะ...” (^-^) เฮียทิศถามฉันก่อนที่เขาจะส่งมือมาขยี้ผมนุ่มยาวสลวยเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
“สนุกมากเลยค่ะ ว่าแต่เฮียทิศเถอะค่ะ มาดูหนังที่ลูกจันอยากดูสนุกไหม ลูกจันรู้นะคะว่าเฮียทิศไม่ชอบหนังแนวนี้”
“สนุกซิคะ” (^-^)
“สนุกจริงหรอคะ ไม่ใช่พูดเอาใจลูกจันนะ เพราะว่าลูกจันเห็นแต่เฮียทิศ...” ฉันที่กำลังเจื้อยแจ้วถึงกับหยุดปากเพราะกลัวหลุดพูดในสิ่งที่น่าอายออกไป
“เห็นแต่อะไรหรอคะ...หืมมมม ~~” คนตรงหน้าหันมาทำตาเ้าเล่ห์ใส่ทันที จนฉันที่หน้าร้อนผ่าวถึงกับกลอกตาหลุกหลิกไม่หยุด
“มะ...ไม่มีอะไรค่ะ” ฉันก้มหน้างุดไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปมองสายตาชวนวูบวาบนั้นเลย
“บอกเฮียมานะคะ มีความลับกับเฮียหรอ เฮียเสียใจนะ” คนตัวโตที่มักจะรู้จุดอ่อนฉันดีใช้คำพูดที่ฉันต้องยอมเขาเสียทุกครั้งไป
“ไม่ใช่นะคะ อะ...เออ...” (>///<)
“เฮียรอฟังอยู่นะคะ” (^-^)
“กะ...ก็...ลูกจันไม่เห็นเฮียทิศจะมองจอหนังเลยนี่ค่ะ เอาตะ...แต่มอง...”
“ก็ลูกจันน่ามองกว่าหนังนี่ค่ะ”
ในขณะที่ฉันยังพูดไม่จบคำตอบของคนตรงหน้าที่ส่งกลับมาอย่างรู้ทันก็ยิ่งเรียกเืฝาดของฉันทันที
“เฮียทิศ” (O///O)
และก่อนที่ฉันทันได้ตั้งตัวจู่ ๆ คนตัวโตก็โน้มตัวลงมา
จุ๊บ ~~
“อ่ะ...” (O///O)
“แถมหวานอีกต่างหากด้วย” (^-^)
ฉันถึงกับยืนตัวแข็งทื่อไปไม่เป็หลังจากที่โดนขโมยจูบกะทันหันแม้ว่าครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกก็ตามแต่เพราะว่ามันมาโดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัวมันจึงให้ความรู้สึกวาบหวามเป็พิเศษ
“เฮียทิศ...!!” (O///O)
ฉันถลึงตาใส่แถมทำหน้าแกมดุใส่เขาแม้ว่าใบหน้าหวานจะแดงก่ำไม่หยุดก็ตาม แต่ยังดีที่เฮียทิศเขามักจะเหมารอบโรงหนังทุกครั้งเวลาที่เราสองคนมาดูหนังด้วยกัน นั่นจึงทำให้ ณ เวลานี้โชคดีที่ไม่มีใครมาเห็นพฤติกรรมของเราสองคนเข้า
“ว่าไงคะ...” (^-^)
คนตัวโตยังคงทำสีหน้ายียวนใส่คล้ายกับ้าให้ฉันอายม้วน
“เลิกแกล้งลูกจันได้แล้วค่ะ เรากลับบ้านกันเถอะค่ะ” (>///<)
“แต่เฮียยังไม่อยากกลับเลยนี่ค่ะ” คนตัวโตทำเสียงอ้อน
“ละ...แล้วจะให้ลูกจันทำยังไงล่ะคะ เราก็เดินจนห้างใกล้จะปิดทำการแล้วเนี่ย” ฉันบุ้ยปากใส่ แม้ในใจจะรู้สึกเฉกเช่นเดียวกับเขา
“พรุ่งนี้เฮียไม่มีงานที่ออฟฟิศ เราไปเที่ยวทะเลกันดีไหมคะ พรุ่งนี้สาย ๆ ค่อยกลับ” คนตัวโตถามเสียงละมุนก่อนจะยกมือขึ้นมาจับปอยผมฉันให้ขึ้นไปทัดที่ใบหู
“แต่ว่า...”
ความลังเลพัดผ่านเข้ามาในหัวใจทันที ไม่ใช่ฉันไม่เคยไปทะเลกับเขา...ฉันเคยไป...แต่มันเป็การไปเที่ยวกันแบบครอบครัว เราสองคนยังไม่เคยไปไหนกันสองต่อสองโดยเฉพาะต้องไปค้างคืนแบบนี้
“หรือว่าเราไม่อยากไปกับเฮียหรอคะ...หืมมมมม ~~” ใบหน้าหล่อเหลาพลันเศร้าหมองทันที พร้อมกับเอ่ยปากตัดพ้อ
“มะ...ไม่ใช่สักหน่อย” ฉันเสียงอ่อยตอบ โดยที่ดวงตากลมใสได้แต่เสต่ำกลอกไปมาอย่างใช้ความคิด
“หรือว่าลูกจันไม่ไว้ใจเฮียหรอคะ” คนตัวโตทำเสียงเศร้าก่อนจะเชยคางมนให้ขึ้นไปมองหน้าเขา
ดวงตาสีดำสนิทแต่ทว่ากลับดูลุ่มลึกมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูกยามจับจ้อง ความจริงใจที่ฉายออกมาผ่านสายตาคู่นั้นทำให้ฉันเริ่มรู้สึกผิดทันทีที่การแสดงออกในตอนนี้เหมือนกับว่าตัวเองกำลังทำให้เขาผิดหวัง เพียงแต่ว่า...ฉันนั้นก็ไม่อยากที่จะทำให้พ่อแม่เสียชื่อเสียง แม้ว่าเราจะเป็คู่หมั้นกันก็ตาม
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ ลูกจันแค่กลัวจะทำให้พ่อกับแม่เสียใจ” ฉันบอกเสียงอ้อมแอ้มไปในสิ่งที่ตัวเองคิด ตามประสาเด็กที่ถูกอบรมมาให้อยู่ตามทำนองคลองธรรม
“เราไปเที่ยวด้วยกันไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีสักหน่อยนี่ค่ะ หรือว่าลูกจันคิดว่าเราจะต้องไปทำอะไรที่มากกว่านั้นกันค่ะ...หืมมมมม ~~” สายตาเศร้าเปลี่ยนเป็เ้าเล่ห์พร้อมกับมองมาที่ฉันอย่างหยอกเย้า จนฉันที่เหมือนกับลูกแกะโดนต้อนจนมุมถึงกับทำอะไรไม่ถูก
“ฮะ...เฮียทิศ จะบ้าหรอคะ ลูกจันไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นสักหน่อย” ดวงหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงฉานขัดกับสิ่งที่ปากปฏิเสธออกไปอย่างสิ้นเชิงจนทำให้คนที่ได้ฟังถึงกับหัวเราะออกมา
“ฮ่าๆๆ ไม่คิดแต่ทำไมหน้าแดงเป็ลูกตำลึงขนาดนั้นล่ะคะ...” คนเ้าเล่ห์เย้ยเยาะ
“เฮียทิศอ่ะ...” (O///O)
และในขณะที่ฉันกำลังบุ้ยปากไม่พอใจที่ถูกคนตรงหน้าแซวอยู่นั้น...
จุ๊บ ~~
“น่ารักจังเลยแฟนใครคะเนี่ย” (^-^)
คนตัวโตที่ดูจะมีความสุขที่ได้แกล้งคนตัวเล็กก็ได้โน้นตัวลงมาจุ๊บยังปากสีชมพูหวานฉ่ำ พร้อมกับระบายยิ้มสดใสด้วยความรู้สึกเอ็นดู
“เฮียทิศ...!!” (O///O)
ส่วนฉันที่วันนี้เอ่ยเรียกชื่อเขารอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ก็ได้แต่ยืนถลึงตาบุ้ยปากใส่คนตรงหน้าด้วย้ากลบเกลื่อนความอายที่เขามอบให้ไม่หยุดหย่อน ก่อนจะเผลอลอบยิ้มด้วยหัวใจที่เต้นในจังหวะอันเปี่ยมสุข
และในขณะที่เวลาแห่งความสุขที่ดูจะเคลื่อนคล้อยไปอย่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน จนบังเกิดเป็ความรู้สึกเสียดายและไม่อยากให้ห้วงเวลาอันแสนหวานนี้จบลง กระทั่งเมื่อรถสปอร์ตสุดหรูกำลังเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถของห้างดังเพื่อเดินทางไปสู่จุดหมายอันเป็บ้านของฉันเองจู่ ๆ ความคิดที่บ้าบิ่นและดูจะสุ่มเสี่ยงก็พลันบังเกิดขึ้น จนอดไม่ได้ที่จะโพล่งสิ่งที่ปรารถนาอยู่ในเบื้องลึกของหัวใจออกไป
“ตกลงค่ะ...” (>-<) ฉันหลับตาปี๋พูดออกไป ก่อนจะก้มหน้างุดด้วยไม่อยากให้คนด้านข้างเห็นสีแดงบนใบหน้า
“ตกลง...??”
“ก็ไปทะเลไงคะ...ลูกจันอยากไปค่ะ” (>///<)
“จริงหรอคะ แต่ถ้าลูกจันไม่อยากไปหรืออยากไปเพราะเป็ห่วงความรู้สึกเฮีย แบบนั้นเฮียไม่้านะคะ” คนตัวโตที่ในตอนแรกยังมีน้ำเสียงเต็มไปด้วยความดีใจ ก่อนจะปรับเสียงเป็จริงจังในประโยคท้าย
“ลูกจันอยากไปจริง ๆ ค่ะ” ฉันตอบไปตามความ้าของหัวใจตัวเอง
“ให้เฮียโทรไปขออนุญาตคุณพ่อกับคุณแม่ให้เอาไหมคะ”
“ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวลูกจันโทรไปบอกพวกท่านเอง” ฉันรับตอบคนด้านข้างกลับไป ด้วยเพราะในหัวคิดแผนเอาไว้แล้ว
สิ้นคำตอบฉันก็จัดการหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์ไปยังปลายสายที่้าทันที...
