ั์ตาของเต้าหลิงคมกริบ เ้าคนพวกนี้ช่างน่ารำคาญเสียเหลือเกิน คอยแต่จะมาสร้างปัญหาให้เขาตลอด ทว่าในตอนนี้เขาไม่มีเวลามาเล่นด้วย ชั่วพริบตา ร่างของเขาก็หายไป
คนหลายสิบคนนอนร้องโหยหวนอยู่ที่พื้น เจี้ยนเซียวเซียวตกตะลึงมาก ไม่รู้ว่าเขาไปได้อะไรมา ในเวลาหนึ่งเดือนพลังถึงได้เพิ่มขึ้นมากขนาดนี้ ซึ่งระดับความแข็งแกร่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่นางจะคาดเดาได้เลย
ผู้คนพลันอึ้งไป มีบางคนรู้สึกว่าร่างกายของตนนั้นหนักอึ้ง ขนหัวด้านชา เมื่อครู่นั่นมันพลังอะไรกัน? แค่หมัดเดียวก็สามารถทำให้คนหลายสิบคนกระเด็นลอยออกไปได้ ทั้งยังมีอยู่หลายคนที่ร่างะเิออก
อนุภาพของหมัดนั้นทำไมถึงได้น่ากลัวขนาดนี้?
อู่เหิงเซิ่งใมาก เขารู้สึกเหมือนกับว่าเผชิญหน้าอยู่กับอู่ตี้ ขาทั้งสองสั่นเทา เขาไม่กล้าไล่ตามไปเพราะพลานุภาพเมื่อครู่ทำให้เขาหวาดกลัวมาก เหมือนกับมองเห็นเทพจักรพรรดิที่กำลังพิโรธ
หอคอยผ่านจิตเก้าชั้นตั้งตระหง่านอยู่ ผู้คนโดยรอบกรูกันเข้ามา ที่นี่เป็ส่วนที่คึกครื้นที่สุดในเมืองชิงโจว กลางห้วงมิติมีอักขระโบราณไหลเวียนไปมา ทว่าบรรยากาศนั้นกลับแปลกประหลาดไป
“แปลกมาก! ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าอักขระพวกนั้นเริ่มอ่อนแอลงคล้ายกับว่าจะหายไปอย่างไรอย่างนั้น” ชายชราคนหนึ่งกล่าวอย่างสงสัย เขาเดินออกมาจากห้วงมิติด้วยพลังกายที่น่าหวาดหวั่น
“ข้าเองก็ััได้ว่าอักขระพวกนั้นกำลังจะหายไป ทำไมจู่ๆ พลังของหอคอยผ่านจิตจึงได้อ่อนแอลงเช่นนี้” ร่างเงาที่น่ากลัวอีกร่างหนึ่งปรากฏออกมา เขากำลังดูดซับพลังดาราอยู่ ดวงตาทั้งสองกะพริบขึ้นลง มีแสง์สว่างออกมา
ยอดยุทธ์แข็งแกร่งที่นั่งขัดสมาธิอยู่ที่นี่มาหลายต่อหลายปีตื่นขึ้นด้วยความประหลาดใจ เื่นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาโกรธมาก เพราะมีหลายคนที่กำลังจะหยั่งรู้ถึงจุดลึกล้ำที่สุดของมัน ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่าจู่ๆ อักขระจะหายไปเสียอย่างนั้น
อักขระที่เกิดขึ้นมาจากหอคอยผ่านจิตนั้นแข็งแกร่งมาก เหล่ายอดยุทธ์ต่างก็ลำบากลำบนในการหยั่งรู้มัน เต้าหลิงได้มันไปแค่ผิวเผินเท่านั้น ว่ากันว่าหากสามารถหยั่งรู้อักขระเหล่านี้ได้จนหมดแล้วล่ะก็ จะมีพลานุภาพ์ที่สามารถบดขยี้ทำลายฟ้าดินได้
กลุ่มยอดยุทธ์ผู้แข็งแกร่งยืนอยู่ท่ามกลางห้วงมิติ สายตามองไปที่หอคอยผ่านจิตด้วยสีหน้าตกตะลึงมากกว่าเดิมเพราะตอนนี้อักขระได้หายไปแล้ว
“นี่มันเป็ไปไม่ได้ ตอนที่ข้าออกมาจากแคว้นหั่ว หอคอยยังสมบูรณ์ดี แล้วทำไมจู่ๆ ถึงได้กลายเป็แบบนี้ได้?” มีจอมยุทธ์คนหนึ่งเดินออกมาจากการข้ามผ่านห้วงมิติ เขากล่าวออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
หอคอยผ่านจิตนั้นมีอยู่มาั้แ่โบราณ ซึ่งไม่เคยมีเื่เช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อน นั่นทำให้พวกเขายอมรับได้ยาก
“พระเ้า! ทำไมพลังที่หอคอยผ่านจิตส่งออกมานั้นถึงได้อ่อนแอขนาดนี้? นี่มันเกิดเื่อะไรขึ้นกัน?”
“พลังของชั้นที่หนึ่งหายไปแล้ว เกิดเื่อะไรขึ้นกัน? ทำไมไม่มีแรงกดดันอยู่?”
มีบางคนเดินออกมาด้วยสีหน้าประหลาดใจ พวกเขาพูดคุยกันเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้นจนทำให้ก้อนเมฆบนท้องฟ้าต้องสั่นะเื เพราะเื่นี้มันแปลกประหลาดมากเกินไป
มีจอมยุทธ์ในเผ่ามนุษย์ที่น่ากลัวคนหนึ่งลองไปตรวจสอบดู ซึ่งผลที่ออกมาทำให้ผู้คนต้องอึ้งไปตามๆ กัน เส้นทางสีทองของชั้นที่เก้าได้หายไปแล้ว
“ข้ามีข่าวดีมาบอก กฎพลังของชั้นที่เก้าหายไปแล้ว” ชายหนุ่มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่แข็งแกร่งยืนอยู่บนกระบี่ล้ำค่าลอยสูงเสียดฟ้าพลางกล่าวออกมาด้วยใบหน้ายินดีสุดๆ
“ว่าไงนะ!?” ชายชราที่อยู่โดยรอบใมาก ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างจนแทบจะถลน นี่มันเป็สัญญาณของอะไรกัน?
ชั้นที่เก้ามีมรดกสืบทอดที่น่ากลัวอยู่ ได้ยินมาว่าอู่ตี้เองก็ได้สุดยอดของล้ำค่ามาจากชั้นเก้า ทว่ามรกดกสืบทอดของชั้นที่สิบนั้นเอามาได้ยากมาก เพราะกฎพลังของชั้นเก้าที่ทำให้ผู้คนจะต้องปวดหัวยากที่จะก้าวขึ้นไป
ทว่าตอนนี้มันได้หายไปแล้ว ใครเล่าจะไม่อยากได้ของสืบทอดจากชั้นนั้น
ความเป็มาของมรดกสืบทอดนั้นน่ากลัวมาก ใครๆ ต่างก็อยากได้มัน ซึ่งตอนนี้ถือว่าเป็ข่าวดีที่น่ายินดียิ่ง
กลุ่มผู้แข็งแกร่งกลุ่มหนึ่งสีหน้าฉายประกายความปีติขึ้นมา พวกเขาอยากจะปิดเื่นี้ไว้เป็ความลับไม่อยากให้ผู้ใดได้รู้ ในใจอยากจะไปมรดกสืบทอดเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว
“เกิดเื่ใหญ่แล้ว เส้นทางสีทองของชั้นที่สิบหายไป” มนุษย์สามตาเดินมาด้วยความหวาดกลัว เส้นทางสีทองของชั้นที่สิบหายไปนี่มันเป็เื่ใหญ่คับฟ้า ชั้นที่เก้ามีของสืบทอด แล้วชั้นที่สิบมีอะไร?
“แย่ล่ะสิ รีบปิดล้อมคอหอยผ่านจิตเอาไว้เร็วเข้า” ร่างเงาที่น่ากลัวร่างหนึ่งปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเหนือหอคอยผ่านจิต ดวงตาที่สามที่อยู่บนหน้าผากเปิดออก เสียงฟ้าร้องดังลั่นสนั่นหวั่นไหว ภายในดวงตาที่สามเกิดนิมิตดวงดาว ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ขึ้น
กลุ่มผู้แข็งแกร่งรวมตัวอยู่ด้วยกันด้วยใบหน้าตกตะลึง ถึงแม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าชั้นสิบนั้นมีอะไร แต่มีคนที่คาดเดาเอาไว้ว่าสิ่งที่อยู่ภายในนั้นจะต้องเป็สมบัติล้ำค่าน่าสะพรึงเป็แน่
ตอนนี้แรงกดดันของเส้นทางสีทองได้หายไป นั่นอาจจะเป็สิ่งที่บ่งบอกว่ามีคนแย่งชิงมรดกสืบทอดของชั้นที่สิบไปแล้ว เช่นนั้นจึงทำให้กฎพลังของชั้นที่เก้าหายไป
กลุ่มผู้แข็งแกร่งไม่กล้าเสี่ยง เื่ในตอนนี้ยังไม่ได้แพร่งพรายออกไป ทั้งหมดถูกปิดเอาไว้เป็ความลับ ยิ่งคนที่รู้ข่าวนี้มีอยู่น้อยเท่าไรพวกเขาก็จะได้ผลประโยชน์มากเท่านั้น
“โชคดีจริงๆ” เต้าหลิงยืนห่างออกมาจากหอคอยผ่านจิตไกลพอสมควร หัวใจของเขาพลันสั่นไหว เขามองเห็นคนที่แข็งแกร่งมากมุ่งหน้าไปที่หอคอยผ่านจิต เดาว่าน่าจะไปปิดล้อมพื้นที่เอาไว้
เขารู้ว่าเื่นี้ปิดเอาไว้ไม่ได้นาน อีกไม่ช้าจะต้องเกิดความโกลาหลขึ้น ทว่าที่ชั้นเก้าก็มีมรดกสืบทอดหลงเหลืออยู่ไม่เท่าไรแล้ว เป็ไปได้ว่าจะเกิดานองเืเพื่อแย่งชิงของล้ำค่ากันเกิดขึ้น
“ฮึ โชคดีอะไรงั้นหรือ?” เจี้ยนเซียวเซียวสวมชุดเกราะสีทองรูปร่างชดช้อย ผิวขาวดุจหิมะ นางเดินเข้ามาพลางแค่นเสียงในลำคอ
“เ้ายุ่งอะไรด้วย แล้วตามข้ามาทำไม?” หัวใจของเต้าหลิงสั่นระรัว หรือว่านางจะรู้ว่าเขาไปชั้นที่เก้า จากนั้นเขาก็ฉีกยิ้มพลางกล่าวออกมาว่า “หรือว่าเ้าจะชอบข้า?”
ได้ยินดังนั้น มุมปากของเจี้ยนเซียวเซียวพลันบิดเบี้ยว กระบี่เล่มใหญ่สีทองที่อยู่ข้างหลังนางพลันสั่นไหวพลางแผดเสียงกล่าวออกมา “ไอ้หัวขโมย ถ้าเ้ายังพูดจาพล่อยๆ เช่นนั้นอีก เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะฉีกปากของเ้าซะ”
“อารมณ์ร้อนขนาดนี้ ในภายภาคหน้าคงไม่มีชายมาขอเ้าแต่งงานแน่” เต้าหลิงชายตามองไปที่นาง พยายามยั่วโทสะเพื่อจะก่อกวนจิตใจของนาง ทำให้นางเกลียดชัง หากเื่เมื่อครู่แพร่งพรายออกไปได้ เกิดเื่ใหญ่ขึ้นแน่
“เ้าโง่บัดซบ” เจี้ยนเซียวเซียวโกรธจนตัวสั่น ฝ่ามือเรียวขาวกำแน่นจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ ทว่านางเป็คนฉลาดไม่ต่อปากต่อคำกับเขา นางก็กลอกตาแล้วยิ้มออกมา “เมื่อครู่เ้าไปชั้นที่เก้ามา ตอนนี้จู่ๆ หอคอยผ่านจิตก็เกิดเื่ประหลาดขึ้น เื่นี่จะต้องเกี่ยวข้องกับเ้าแน่”
“เ้าจะมาพูดจาหาว่าข้าส่งเดชเช่นนี้ไม่ได้นะ” ใบหน้าละอ่อนของเต้าหลิงดำมืดขึ้นมา หัวใจสั่นระรัวเหมือนกับกลอง พลังของผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งมาก นางจะต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ เขาอยากจะหนีไปเสียตอนนี้
“ข้าบอกว่าใช่ก็คือใช่ หากข้าะโออกไปตอนนี้เดาว่าจะต้องมีคนชวนเ้าไปดื่มชาแน่” เจี้ยนเซียวเซียวกล่าวออกมาอย่างไม่หวังดีนัก ทั่วร่างของนางเปล่งแสงสีทอง แสงกระบี่ส่องแวบขึ้นมา ภายในแววตายากที่จะจินตนาการว่านางฝึกฝนวิชาโบราณอะไร
“เ้านี่นะ เพราะข้าไม่ได้แบ่งพลังชีวิตเหลวล้ำค่าให้เ้างั้นสิ เ้าเลยมาใส่ร้ายข้า” เต้าหลิงร้อนใจขึ้นมา หากนางะโออกไปจริงๆ ถึงตอนนั้นได้เกิดเื่ใหญ่แน่
ได้ยินดังนั้น เจี้ยนเซียวเซียวเกรี้ยวโกรธมาก เขายังจะมีหน้ามาพูดดีอีกนะ ก่อนหน้านี้พวกเขาสามคนอุตส่าห์ร่วมแรงร่วมใจกัน แต่สุดท้ายเขากับเด็กหนุ่มผมสีม่วงก็แย่งชิงของล้ำค่าไปจนหมด
นางยิ้มออกมาจนเผยให้เห็นฟันสีขาวสะอาด “ข้าล่ะภูมิใจในวิธีของข้าเสียจริง ถ้าไม่ใช่เพราะอยู่ที่ชั้นเก้ามาหลายเดือนข้าก็คงไม่รู้ความลับนี้”
“เ้าว่าข้าจะะโออกไปหรือไม่” มือเรียวสวยของนางรวมผมที่ประอยู่ที่บ่า สายตามองไปที่ร่างเงาน่ากลัวร่างหนึ่งที่อยู่ในห้วงมิติ พลางแผดเสียงต่ำกล่าวออกมาอย่างจงใจ
ทันใดนั้นเต้าหลิงก็ถอนหายใจออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์เหมือนกับสูญเสียจิติญญาไปก็ไม่ปาน สายตาของเขาแฝงไปด้วยความเ็ป
เมื่อเห็นดังนั้น หัวใจของเจี้ยนเซียวเซียวก็สั่นไหวเหมือนกับว่าเขาจะสูญเสียของล้ำค่าไป จากนั้นนางก็กล่าวถามขึ้นมา “เป็อะไร?”
“อย่าพูดถึงเลย รู้หรือไม่ว่าข้าเจออะไรมาที่ชั้นเก้า?” เต้าหลิงส่งสายตาไปให้นางพลางกล่าวเหมือนกับจะบอกอะไรสักอย่าง ความหมายของเขาก็คือจะให้นางเดินเข้าไปคุยข้างใน
เจี้ยนเซียวเซียวพยักหน้า การเปลี่ยนแปลงของหอคอยผ่านจิตนั้นช่างน่ากลัวเหลือเกิน นางเดินตามเต้าหลิงไปในที่ที่ไม่มีคนอยู่เพราะอยากจะรู้ว่าเขา้าพูดอะไร
“ข้าเจอกับจอมยุทธ์ที่น่ากลัวคนนึงในชั้นที่เก้า” เต้าหลิงกล่าวด้วยใบหน้าเสียขวัญ พลางพูดโกหกออกไปว่า “กฎพลังของชั้นที่เก้ามันถูกส่งออกมาจากเขา”
“เป็ไปได้ยังไง?” เจี้ยนเซียวเซียวขมวดคิ้วขึ้นพลางส่ายหัวแล้วกล่าวออกมา
“เ้าอย่ามาหลอกข้า บอกความจริงข้ามาเดี๋ยวนี้”
“นี่คือเื่จริง ทว่าเขาถูกจัดการไปแล้ว” เต้าหลิงรีบกล่าวต่อ
“ถูกอะไรจัดการ?” เจี้ยนเซียวเซียวถามต่อด้วยความประหลาดใจ
“ข้าเองก็ไม่รู้” เต้าหลิงส่ายหัว เจี้ยนเซียวเซียวโกรธจนแทบกระอักเื หลังจากนั้นเขาก็กล่าวออกมาต่อว่า “ทว่าข้าช่วยเขาเอาไว้ได้ทัน เขาจึงให้พลังชีวิตเหลวล้ำค่าสีทองกับข้ามาสามหยด”
“สีทอง” ดวงตาคู่สวยชวนน่าหลงใหลของเจี้ยนเซียวเซียวหรี่ลงพลางกล่าวออกมา “เอามาให้ข้าดูว่าเป็ของเหลวล้ำค่าแบบไหน”
“พวกเราผ่านเื่ลำบากมาด้วยกัน ข้าจะให้เ้าหนึ่งหยดก็แล้วกัน” เต้าหลิงกล่าวออกมาอย่างใจกว้าง
เจี้ยนเซียวเซียวแปลกใจมาก ขนตายาวของนางสั่นไหว ดวงตาจ้องมองขวดหยกขวดหนึ่งที่เต้าหลิงหยิบออกมา นางรีบคว้ามันเอาไว้ เมื่อเปิดขวดออกก็มีพลังงาน์ศักดิ์สิทธิ์พรั่งพรูออกมา ซึ่งนั่นทำให้หัวใจของนางอดสั่นสะท้านไม่ได้
“หรือว่าจะเป็ของเหลว์!?” นางตกตะลึงมาก ดวงตาจดจ้องไปที่พลังงานเหลวสีทอง พลันััได้ถึงคลื่นพลัง์ศักดิ์สิทธิ์ ภายในนั้นเหมือนกับมีแม่น้ำสีทองไหลผ่าน ทั้งยังแฝงไปด้วยพลังชีวิตที่เปี่ยมล้นจนถึงขีดสุด
ในขณะที่นางกำลังประหลาดใจอยู่นั้น จู่ๆ นางก็รู้สึกปวดที่ท้ายทอยก่อนเป็ลมล้มหมดสติไป
