เล่มที่ 3 บทที่ 78 กระบี่โบราณ
“หลัวเสิ่นเซียว! เ้ากล้าขัดข้าอย่างนั้นหรือ?” ผู้าุโหุบเขาเทียนเฉวียนหรี่ตามองหลัวเสิ่นเซียวด้วยสีหน้าแฝงอำมหิต
“หากข้าอยู่ที่สำนักเวิ่นเจี้ยนเพียงหนึ่งวัน เ้าก็จะต้องเรียกข้าว่าศิษย์พี่หลัวด้วยซ้ำ ฉะนั้นเ้ามีสิทธิ์เอ่ยชื่อของข้าเช่นนั้นด้วยหรือ?”
“นี่ เ้า…” ได้ยินเช่นนั้นผู้าุโหุบเขาเทียนเฉวียนก็ชักสีหน้าอย่างไม่พอใจทันที
“ทำไมล่ะ หรือเ้าคิดจะแข็งข้อต่อกฎสำนัก?”
“ข้าไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเ้าหรอกนะ” ผู้าุโหุบเขาเทียนเฉวียนแค่นหัวเราะ ส่วนมือก็พลางชี้ไปทางหลินเฟย
“ศิษย์ตัวดีของเ้าถือโอกาสลอบวางพิษไอเย็นใส่ศิษย์ข้า หุบเขาอวี้เหิงไม่คิดจะให้คำอธิบายอะไรหน่อยหรือ?”
“หึหึ…” หลัวเสิ่นเซียวหัวเราะน้อยๆออกมา พร้อมกับเดินลงจากบัลลังก์อย่างช้าๆ หากดูเพียงผิวเผินก็คงไม่ต่างอะไรกับตาเฒ่าธรรมดาคนหนึ่ง หากไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง คงจะไม่มีใครเชื่อเลยว่าว่าตาเฒ่าที่ดูธรรมดาๆคนนี้ กลับใช้เพียงขวดหยกเอาชนะปราณกระบี่ที่แฝงไปด้วยไอสังหารได้
ทั่วทั้งยอดเขาเวิ่นเจี้ยนพลันเงียบสงบ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่คนเดียว
หลังจากเดินลงมาจากบัลลังก์ หลัวเสิ่นเซียวก็ยืนยิ้มอยู่หน้าผู้าุโหุบเขาเทียนเฉวียนอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะค่อยๆเอ่ยออกมาอย่างแช่มช้า
“้าคำอธิบายอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่”
“ได้เลย ถ้าอย่างนั้นข้าจะให้คำอธิบายแก่เ้าเอง”
ทันทีที่สิ้นเสียง ชุดของหลัวเสิ่นเซียวก็โบกสะบัดขึ้นมาทั้งที่ไร้ซึ่งสายลมใดๆ กระบี่โบราณเล่มหนึ่งค่อยๆปรากฏออกมาจากร่างของเขา ทั่วทั้งคันกระบี่เต็มไปด้วยรอยบิ่นร้าวเหมือนว่าพร้อมจะแตกหักได้ทุกเมื่อ ชั่วขณะที่กระบี่โบราณได้เผยโฉมออกมา ก็มีเสียงโหยหวนดังขึ้นเป็ระยะ ฟ้าดินทั่วทั้งบริเวณหุบพลันสั่นะเืราวกับปีศาจร้ายากำลังจะฟื้นคืนชีพ…
และพลังของหลัวเสิ่นเซียวก็ค่อยๆประจักษ์ชัดขึ้นมา…
จากเดิมที่มีรูปลักษณ์ไม่ต่างอะไรกับตาเฒ่าธรรมดาๆคนหนึ่ง แต่ในขณะนี้ทุกคนย่อมรับรู้ถึงพลังแท้จริงที่แพร่ออกมา จากเดิมที่เป็ขั้นจู้จี ก็ค่อยๆขยับเป็ขั้นย่างหยวน แล้วก็ขยับมาที่มิ่งหุน…
ใช้เวลาเพียงไม่นานก็แตะถึงขั้นจิงตันจนได้
ที่น่าสะพรึงกลัวไปมากกว่านั้นก็คือ…
หลังจากบรรลุถึงขั้นจิงตันแล้ว ก็กลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหรือลดความเร็วลงแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังพุ่งทะยานต่อไปอย่างต่อเนื่อง…
“เ้าๆๆ…” ผู้าุโหุบเขาเทียนเฉวียนชี้ไปทางหลัวเสิ่นเซียวด้วยสีหน้าแตกตื่นและหวาดกลัว
“เ้าคิดจะทำอะไร จะปล่อยมันออกมาหรือ?”
“หึหึ ปล่อยออกมาอย่างนั้นหรือ?” พลังภายในร่างกายพุ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ ใบหน้านั้นก็ยังคงระบายด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม พลางก้าวขาเข้าหาผู้าุโหุบเขาเทียนเฉวียน พร้อมกับเงากระบี่โบราณที่ปรากฏตามหลัง
“ร้อยปีมานี้ ข้าทำตามที่นักพรตหมาอีบอก ที่บอกให้กักขังมันไว้ในร่าง ไม่มีครั้งใดเลยที่คิดจะปล่อยมันออกมา แม้แต่ตอนที่ขั้นบำเพ็ญถูกทำลายลง ก็ไม่เคยคิดจะทำเช่นนั้น หรือตอนที่ถูกพวกเ้านินทา ดูถูกเหยียดหยามอย่างไร ก็ไม่เคยคิด แม้แต่ตอนที่ศิษย์ข้าถูกรังแก ก็ยังไม่อาจคิดตัดสินใจกระทำลงได้…”
“ทว่าตอนนี้ ข้าชักอยากจะปล่อยมันออกมาแล้วสิ…” เมื่อหลัวเสิ่นเซียวพูดจบ ใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มก็พลันเปลี่ยนเป็ใบหน้าอำมหิตเหี้ยมเกรียม
“หลังจากที่ปล่อยออกมาแล้ว เ้าค่อยไปขอคำอธิบายเอาเองแล้วกัน…”
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” บัดนี้สีหน้าผู้าุโฉายชัดไปด้วยความตื่นตระหนก
“หลัวเสิ่นเซียว! เ้าอยากจะเป็นักโทษของสำนักเวิ่นเจี้ยนหรืออย่างไร?”
“ต้องเรียกว่าศิษย์พี่หลัวสิ ถึงจะถูก”
“เ้า…” แววตาของผู้าุโหุบเขาเทียนเฉวียนเต็มไปด้วยโทโสโกรธา ทว่าหลัวเสิ่นเซียวยังคงจ้องกลับอย่างไม่เกรงกลัว ทั้งสองจ้องเขม่นกันชั่วครู่ ก่อนที่ผู้าุโหุบเขาเทียนเฉวียนจะกัดฟันกรอดเอ่ยตอบเสียงแ่เบา
“ได้ ศิษย์พี่หลัว…”
“ดีมาก”
“ศิษย์พี่หลัว นักพรตหมาอีเคยกล่าวไว้ว่าหากปล่อยมันออกมา สำนักเวิ่นเจี้ยนจะถูกทำลายจนพินาศ การกระทำเช่นนี้ ท่านได้คิดถึงผลที่ตามมาแล้วหรือ?”
“ผลที่ตามมาอย่างนั้นหรือ?” หลัวเซิ่นเสียวเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเหยียดหยาม
“ถึงแม้ข้าจะแก่ แต่ข้าก็ไม่ได้ตาบอด ก่อนหน้านี้ถังเทียนตูศิษย์ของเ้าได้อัดปราณกระบี่ใส่ซงหยาง ตอนนั้นดูเหมือนเ้าเองก็ไม่ได้ให้คำอธิบายอะไรกับข้า ทว่าตอนนี้พอถูกเอาคืน กลับมาถามหาคำอธิบายแทน หึหึ…”
เมื่อพูดจบ หลัวเสิ่นเซียวก็เงียบไปชั่วครู่ สายตายังคงมองไปยังผู้าุโหุบเขาเทียนเฉวียน ก่อนจะเอ่ยเพิ่มเติมที่ละนิด
“เ้านับเป็ตัวอะไรกัน ถึงกล้ามาทวงถามคำอธิบายจากข้า?”
“…”
ทั่วทั้งยอดเขาเวิ่นเจี้ยนในตอนนี้ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงออกมาแม้แต่คนเดียว…
ได้ยินดังนั้น ผู้าุโหุบเขาเทียนเฉวียนก็ตกตะลึงขึ้นมาทันที เอาแต่ยืนงกๆเงิ่นๆทำอะไรไม่ถูก สีหน้าก็แปรเปลี่ยนสลับไปมา แดงบ้าง ขาวบ้าง บางครั้งก็เขียวคล้ำ สุดท้ายก็เปลี่ยนจากเขียวเป็ดำ เป็เวลาถึงหนึ่งเค่อเต็มๆ กล้ามเนื้อบนใบหน้าของผู้าุโก็กระตุกเกร็งขึ้นมา…
ทว่าเขาไม่กล้าจะขยับตัวแม้แต่น้อย…
บรรยากาศแปรเปลี่ยนเป็อึดอัดขึ้นมาทันที…
ยังดีที่เ้าสำนักได้เอ่ยเพื่อทำลายความอึดอัดเช่นนั้นไว้ก่อน
“เอาล่ะ จบเพียงเท่านี้พอ” เมื่อสิ้นคำ ก็มีเสียงระฆังดังตามขึ้นมา
“การประลองถัดไป หลินเฟยจากหุบเขาอวี้เหิงปะทะชิวเย่หัวจากหุบเขาอวี้เหิง”
หลังจากเ้าสำนักประกาศ ความขัดแย้งของผู้าุโทั้งสองจึงถือว่ายุติลงทันที ใบหน้าของผู้าุโหุบเขาเทียนเฉวียนเต็มไปด้วยความกระหายซึ่งชัยชนะ ก่อนจะเดินจากไปยังมิวายหันไปมองหลัวเสิ่นเซียวด้วยสายตาพยาบาท
หลัวเสิ่นเซียวเองก็ไม่ยอมง่ายๆ จึงะโไล่หลังตามมาอีก
“กลับไปรักษาศิษย์เ้าดีๆ อย่าให้ตายเพราะพิษไอเย็นเล็กๆนั่นล่ะ…”
“…” ผู้าุโหุบเขาเทียนเฉวียนที่กำลังจะก้าวขึ้นบัลลังก์ พอได้ยินเสียงที่ะโไล่หลังมา ก็สะดุดจนเกือบหน้าทิ่ม
“เป็อย่างไรล่ะ ศิษย์ข้า อาจารย์ไม่ได้ทำให้เ้าขายหน้าใช่หรือไม่…” หลังจากผู้าุโหุบเขาเทียนเฉวียนจากไป พลังอันน่าใของนักพรตเฒ่าก็ค่อยๆสลายไป เงากระบี่โบราณที่ปรากฏเลือนรางก็หายกลับเข้าร่างตามเดิม นักพรตเฒ่าอดที่จะลูบคลำชุดที่ถูกปราณกระบี่เมื่อครู่สะบั้นขาดไม่ได้ ไม่นานก็เดินมาหยุดบริเวณด้านข้างของหลินเฟย ก่อนจะเอ่ยทวงบุญคุณด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“สำหรับครั้งนี้ที่ทำเพื่อช่วยเ้านั้นถือว่าเสียหายหนักทีเดียว เช่นนั้นเ้าควรเอาหินิญญามาชดใช้เสียหน่อยจะดีหรือไม่?”
“…” หลินเฟยชะงักไปทันที ‘เปลี่ยนอารมณ์เร็วเกินไปแล้วนะ’ ?
หลังจากตะลึงจนนิ่งไปอยู่นาน หลินเฟยก็ปล่อยหัวเราะออกมา
“กระบี่โบราณเมื่อครู่ดูไม่เลวเลยนะ อยากให้ศิษย์เอามันไปขายที่หอว่านเป่าหรือไม่ล่ะ บางทีอาจจะขายได้หลายหมื่นหินิญญาเลยทีเดียว เช่นนั้นก็ไม่ต้องกังวลว่าหินิญญาจะไม่พอใช้แล้วล่ะ…”
“ไม่ได้เด็ดขาด…” นักพรตเฒ่ารีบส่ายหน้าทันที
“กระบี่นั่นเป็สิ่งชั่วร้าย หากปล่อยออกมา เกรงว่าสำนักเวิ่นเจี้ยนจะต้องพินาศอย่างแน่นอน…”
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
