บทที่ 109 ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋น
เื่ในถ้ำนักพรตโบราณที่หลี่จวี้หู่และหลัวไท่ทำนั้นก็มีเยอะอยู่ไม่ใช่น้อยๆ แต่ผลลัพธ์ต่างกันออกไปเท่านั้น
เวลานี้ลู่อวี่และตู้เสวียนเฉิง กำลังร่วมลงมือกันอยู่ภายในถ้ำ ด้วยพลังยุทธ์ของทั้งสองคน แม้ว่าจะต้องเผชิญกับด่านของค่ายกลกระบี่มากมาย ทว่าความแข็งแกร่ง รวมถึงความรอบรู้ของทั้งสอง ก็สามารถฝ่าด่านไปได้ บางครั้งเลือกที่จะอ้อมผ่านไปบ้าง แต่ความเร็วกลับไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย
ทั้งสองเดินไปทางด้านซ้ายของถ้ำ แม้ทั้งสองคนจะเข้ามาช้ากว่าปกติไปสักเล็กน้อย แต่นักพรตสันโดษจำนวนมากก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปลึกเกินไป ระหว่างทางจึงพบเจอกับผู้คนไม่มากนัก หากมีของชิ้นไหนที่ถูกตาต้องใจ ทั้งสองคนก็หยิบมาเก็บไว้ เพราะไม่อย่างนั้นสิ่งต่างๆ ที่ได้มาอย่างง่ายดาย ก็จะผ่านไปอย่างรวดเร็ว
“ผู้เฒ่าตู้ นั่นมันห้องตำราหรือเปล่า” ลู่อวี่ถามเมื่อเขาเห็นประตูบานหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลนักมีแสงสลัวๆ ปกคลุมอยู่
ตู้เสวียนเฉิงหันกลับไปมอง ทันใดนั้นดวงตาก็ถึงกับลุกวาวอย่างอดไม่อยู่ บนประตูนั้นเขียนไว้ว่า “ห้องสะสมตำรา” เขามองแล้วพูดขึ้นว่า “ก็ประมาณนั้น นักพรตโบราณอยู่ในยุคทองของการฝึกฝนบำเพ็ญเพียร อีกทั้งยังมีวิทยายุทธ์และเคล็ดวิชาลับต่างๆ ไม่ใช่เื่ยากที่จะได้มาอย่างในตอนนี้ ดังนั้นใครก็ตามที่มีพลังยุทธ์ที่ดีก็จะสร้างห้องสมุดเช่นนี้ไว้กันหมดเพื่อสะสมของมากมาย เข้าไปดูกันเถิด!”
ลู่อวี่พยักหน้าและเดินตามไป
ปราการป้องกันที่หน้าประตูนั้นเหมือนจะไม่เป็อุปสรรคใดเลยสำหรับสองคน ทั้งคู่ฝ่าเข้าไปกันได้อย่างง่ายดาย
แต่ทันทีที่ก้าวขาเข้าไป ก็มองเห็นร่างร่างหนึ่งที่ปกคลุมไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์สีเขียวหันกลับมาด้วยความตื่นตัวต่อภยันตราย เมื่อเห็นว่าเป็ตู้เสวียนเฉิงและลู่อวี่ ก็ชักสีหน้าขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ เขาตั้งท่าป้องกันขึ้นมารับมือทันที แต่ข้างๆ ก็มีแสงเปล่งประกายสีเขียวเรืองรองหลายแสงวนอยู่รอบๆ ไม่นานก็เปล่งแสงที่แข็งแกร่งไม่น้อยออกมา
คนผู้นี้ดูอายุอย่างแน่ชัด เพราะทั้งตัวนั้นถูกปกคลุมไปด้วยแสงป้องกันสีเขียวเรืองรอง เห็นได้ชัดว่าไม่้าให้ใครจำได้
ลู่อวี่และตู้เสวียนเฉิง ทั้งสองต่างก็ค้นพบการมีอยู่ของนักพรตผู้นี้เช่นกัน หลังจากที่ลู่อวี่กวาดตามองไปที่ห้องสะสมสมุดอย่างรวดเร็ว สีหน้าเขาก็พลันเปลี่ยนไป มันช่างดูไม่ดีเอาเสียเลย เพราะชั้นหนังสือส่วนใหญ่ในห้องถูกคนผู้นี้หยิบไปแล้วกว่าครึ่ง ในหนังสือสะสมนี้ของนักพรตโบราณผู้นี้คงมีวิทยายุทธ์ และเคล็ดวิชาลับที่สูญหายไปมากมาย แต่กลับถูกคนผู้นี้กวาดเรียบไปเช่นนี้ มันทำให้เขาไม่พอใจเป็อย่างมาก แต่เวลาไม่คอยท่าใคร มันไม่คุ้มค่าที่จะมายุ่งอยู่กับคนผู้นี้ที่นี่ ดังนั้นจึงกล่าวออกมาอย่างเด็ดขาดว่า “ผู้เฒ่าตู้ พวกเราไปกันเถิด!”
หลังจากพูดก็ค่อยๆ ถอยกลับออกมา เมื่อออกจากห้องสมุดทันทีพร้อมกับตู้เสวียนเฉิง นักพรตผู้นั้นก็ไม่ได้ไล่ตามมาด้วย
แม้แต่ตู้เสวียนเฉิงซึ่งไม่สนใจเื่อะไรมาก ก็รู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่งที่เห็นหนังสือโบราณจำนวนไม่น้อยถูกผู้อื่นเอาไป “เ้าจะยอมแพ้เช่นนี้งั้นหรือ? ในนี้มีวิทยายุทธ์ เคล็ดวิชาลับที่อัศจรรย์ ที่เป็ความลับมากมาย แม้แต่ข้าเองก็แทบจะอดใจลงมือไม่ได้!”
ลู่อวี่หัวเราะเบาๆ และพูดว่า ของเยอะแยะขนาดนี้ ต่อให้คนผู้นั้นได้ไปหมด แต่คงไม่มีทางฝึกฝนทุกอย่าง อีกอย่างหากเรามัวต่อสู้่ชิงกับเขา เราก็จะไม่ได้ไปสำรวจ และได้ของจากที่อื่น นอกจากนี้ อย่าลืมว่าข้าเป็คนปรุงโอสถ หากไม่เจอกับเขาก็ว่าไปอย่าง แต่เมื่อเจอแล้ว ตราบใดที่ข้า้าตามหาตัวเขา นอกเสียจากว่าเขาจะหนีไปไกลแสนไกล มิเช่นนั้นเราก็ตามหาเขาพบอยู่แล้ว!”
เมื่อตู้เสวียนเฉิงได้ยินเช่นนี้ ก็เพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่าคนปรุงโอสถไม่เพียงแต่สามารถสกัดยาอายุวัฒนะได้เท่านั้น แต่ยังสามารถปรับแต่งยาแปลกๆ ทุกชนิดได้ สามารถไล่ตามหาเบาะแส ยาที่มีพิษสูง และยาหลอนประสาท สำหรับคนสมัยใหม่แล้ว คนปรุงโอสถนับได้ว่าเป็ยาแผนปัจจุบัน เภสัชกรรมและอาจารย์เคมี คนที่สามารถปรุงยาด้วยเภสัชกรรมเคมีได้ง่ายๆ
“ข้าได้โรย ‘ผงติดตาม’ ที่ทางเข้าและทางออกไว้ ของสิ่งนี้จะไม่เปื้อนติดเสื้อผ้า แต่มันจะเจาะเข้าไปในพลังปราณ เว้นแต่เขาจะไม่ใช้พลังปราณ ไม่เช่นนั้นภายในหนึ่งพันลี้เขาก็ไม่มีทางหนีรอด!” ลู่อวี่ยิ้มและพูดอย่างภาคภูมิใจ
“เ้าจิ้งจอกน้อย!” ตู้เสวียนเฉิงหัวเราะเสียงดัง
ลู่อวี่พูดโดยไม่แสดงท่าทีอ่อนน้อม “ไปกันเถิดจิ้งจอกเฒ่า สองคนแรกที่เข้ามาเมื่อครู่นี้ คนหนึ่งอยู่ทางซ้าย และอีกคนอาจอยู่ทางขวา ปล่อยมันไปก่อน แล้วตรงไปที่ห้องโถงกลางดีกว่า ของสิ่งอื่นจะได้ไม่ถูกใครชิงไปก่อนอีก”
ทั้งสองคนเคลื่อนไหวได้รวดเร็วนัก เพียงไม่พริบตาก็หายวับไปเดินอยู่ตรงทางเดินแล้ว
ห้องโถงกลางใหญ่กว่าห้องโถงด้านหน้าไม่น้อย กลไกในการป้องกันก็แข็งแกร่งกว่ามาก แต่เมื่อทั้งสองคนร่วมมือกัน ก็ฝ่าด่านกับดักในห้องโถงกลางได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อเข้าไปในนั้น กลับพบว่าในนี้มันว่างเปล่า มีเพียงอาวุธจำนวนไม่น้อยวางอยู่ทางด้านซ้ายและด้านขวา แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีคุณภาพมากนัก มีเพียงปริมาณ
ตู้เสวียนเฉิงเหาะตรงไป แล้วจัดการกับกับดักของอาวุธเหล่านี้ทีละชิ้น ใช้เวลาไม่นานก็เก็บกวาดพวกมันได้ทั้งหมด
ลู่อวี่ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว ก็ปลดปล่อยพลังจิต ทันใดนั้นก็ร้องขึ้น “นี่” โดยไม่เอ่ยทักตู้เสวียนเฉิง แต่เหาะตรงไปที่ห้องโถงกลาง และหย่อนตัวลงมาไปที่ลานหลังห้องโถงกลาง
แต่ภาพตรงหน้ามันทำให้ลู่อวี่ขนลุก ตามมาด้วยความปีติยินดี
จากประสบการณ์ของลู่อวี่ที่ผ่านมา สมบัติส่วนใหญ่มันก็ไม่ได้มีความสำคัญในสายตาของเขามากนัก แต่สมบัติที่อยู่ตรงหน้าของเขามันกลับทำให้เขาเสียอาการไปเลยทันที
ในลานหลังห้องโถงกลาง ยกเว้นต้นไม้ใหญ่ที่ตระหง่านบดบังท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ มีเพียงโต๊ะหินและม้านั่งหินสองตัวใต้ต้นไม้ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรอื่นอีกแล้ว
เพียงต้นไม้ใหญ่นั้นหนาและแข็งแรง สูงเกินกว่าสามจั้งเหมือนร่มขนาดั์ มีกิ่งก้านและใบหนาทึบ เต็มไปด้วยพลัง มีแสงวิเศษจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏบนใบไม้แต่ละใบ มีความสวยงามอย่างยิ่ง
เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ด้วยรู้ว่าต้นไม้ต้นนี้คือต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นหนึ่งในสายพันธุ์วิเศษของ์และโลก ต้นไม้ต้นนี้ไม่เพียงแต่มีพลังปราณร่วมอยู่ แต่ยังมีสรรพคุณชำระดวงิญญา ขับไล่ปีศาจ และชำระจิตใจให้บริสุทธิ์เท่านั้น แต่เมื่อดอกของต้นไม้นี้บานสะพรั่ง หากฝึกฝนอยู่ใต้ต้นไม้ก็จะบรรลุผลอย่างน่าเหลือเชื่อ เป็ประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ฝึกฝนในการตระหนักรู้ อีกทั้งยังช่วยในการฝึกฝนพลังเวทเป็อย่างมาก มันเป็อะไรที่อยู่เหนือจินตนาการนัก
แม้ต้นไม้ต้นนี้ดูเหมือนว่าจะสูญพันธุ์ไปนานแล้วั้แ่ในสมัยโบราณ ไม่คิดเลยว่าจะมีหลงเหลืออยู่ที่นี่ต้นหนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นไม้ต้นนี้ที่ดูเขียวชอุ่ม งดงาม ต้นใหญ่ และงอกงามดีนัก คิดว่าต้นไม้ต้องมีอายุอย่างน้อยหลายหมื่นปีแล้ว ย่อมต้องมีผลลัพธ์ที่น่าทึ่งมากแน่ๆ
ต้นไม้นี้จะออกดอกเพียงครั้งเดียวในทุกๆ สามปี แต่ละครั้งจะบานเพียงสามเดือนเท่านั้น สำหรับนักพรตแล้ว สามเดือนมันเป็เวลาที่สั้นนัก แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่สามารถลบล้างผลอันเหลือเชื่อในการช่วยฝึกบำเพ็ญเพียรได้ โดยเฉพาะนักพรตอย่างลู่อวี่ที่มีพลังยุทธ์ไม่สูงมากนัก สามเดือนก็เพียงพอแล้ว
ต้นไม้ต้นนี้ดูเหมือนไม่ได้แตกต่างไปจากต้นหอมหมื่นลี้ทั่วไปมากนัก หากผู้ที่มีความรู้น้อยก็จะไม่สนใจมันเลย แต่ลู่อวี่แม้ว่าจะไม่เคยเห็นต้นไม้ต้นนี้ที่อื่นมาก่อน แต่ความรู้สึกทางจิติญญากลับสามารถตรวจจับความแตกต่างในต้นไม้ต้นนี้ได้ แม้ว่าทั้งตำหนักถ้ำจะจะมีสายชีพจรวิเศษน้ำแข็งมากันสามสาย แต่ที่นี่ไม่เพียงแต่อุณหภูมิจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่แม้แต่พลังปราณก็ยังอบอุ่นและสงบอีกด้วย อีกทั้งยังมาพร้อมด้วยความรู้สึกสบายใจที่อธิบายไม่ถูก มันรู้สึกราวกับอยากอยู่ที่นี่ และไม่อยากจากไปไหน ทุกครั้งที่หายใจมันเหมือนเพลิดเพลินไปกับมันครั้งหนึ่ง!
เมื่อมีต้นไม้นี้มาช่วย คงใช้เวลาไม่นาน พลังยุทธ์ของตัวเองก็คงบรรลุขั้นขึ้นอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ทำให้การฝึกฝนพลังด้านเวทที่เร่งด่วนที่สุดของเขาสามารถตามทันกำหนดการได้
มิฉะนั้น อย่าว่าแต่วิชาเวทหลายสิบอย่างเลย เพียงพลังเวทหรือเคล็ดวิชาเดียวก็คงต้องฝึกฝนกันเป็ปีครึ่งกว่าจะฝึกฝนได้ เพราะไม่ว่าจะเป็พลังเวทหรือเคล็ดวิชาที่ลู่อวี่้าฝึกฝนก็ล้วนแล้วแต่เป็พลังเวทที่ล้ำหน้าที่สุด มีพลังมหาศาล เวลาฝึกฝนมันจึงยากถึงยากนัก นี่คือหลักการที่ทุกสิ่งอย่างต้องปฏิบัติตาม เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป
ลู่อวี่ไม่กล้าที่จะรอช้า เปิดใช้ดวงตาแท้ทำลายเพื่อตรวจสอบอย่างระมัดระวัง เขาฝ่ากับดักหลายด่านที่ไม่ถือว่าทรงพลังมากนัก จากนั้นถึงปล่อยกระบี่บินออกมา และปล่อยพลังกระบี่อย่างระมัดระวังอย่างถึงที่สุดล้อมรอบต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นจากนั้นก็วาดเป็วงกลมขนาดใหญ่บนพื้น หลังจากนั้นก็เรียกกระบี่บินไปเก็บไว้ เขานั่งลงยองๆ แล้วกดฝ่ามือลงบนพื้น หลังจากหายใจเข้าออกมากกว่าสิบครั้ง แสงบนฝ่ามือก็สว่างขึ้น ทำให้พื้นที่ทั้งหมดในลานบ้านสั่นะเือย่างรุนแรง พื้นที่ภายในวงกลมที่พลังกระบี่ของลู่อวี่วาดไว้ รวมถึงพื้นของต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นก็สั่นไหวขึ้นมาเล็กน้อยเช่นกัน
เมื่อลู่อวี่เห็นเช่นนี้ ถึงได้หายใจออกมา ไม่กล้าที่จะรอช้า ก่อนจะกินยาหุยหยวนเป่าไปเม็ดหนึ่ง จากนั้นจึงยืนขึ้นและถอยออกไปด้านนอกของวงกลม ทันทีที่มือทั้งสองขยับ รอยฝ่ามือจำนวนนับไม่ถ้วนบินพุ่งออกมาราวกับเงาปีศาจ มีบางส่วนที่ร่วงตกลงไปบนพื้น และมีบางส่วนที่ร่วงตกลงบนต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋น และในขณะที่รอยฝ่ามือที่ถูกปล่อยออกมาไม่หยุดของลู่อวี่ แผ่นดินและต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นที่ลู่อวี่วงไว้ ก็เริ่มสั่นไหว จากนั้นค่อยๆ หดตัวเล็กลงเร็วขึ้นและเร็วขึ้น
หลังจากผ่านไปเจ็ดแปดลมหายใจ ก็เหลือเพียงหลุมขนาดใหญ่ในลานบ้าน และในมือของลู่อวี่ก็มีไม้ดัดเพิ่มมาหนึ่งต้น นั้นก็คือต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นที่หดเล็กลงไม่รู้กี่เท่าตัวนั่นเอง
หลังเช็ดเหงื่อบนหน้าแล้ว ลู่อวี่ก็ถอนหายใจออกมายาวๆ ก่อนที่จะหยิบเอากระถางหยกขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยพลังปราณกระถางหนึ่งออกมาจากแหวนลับอีกครั้ง เขาได้หยิบเอาขวดหยกหลายขวดออกมาด้วย จากนั้นถึงได้นำต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นในมือใส่เข้าไปกระถางหยก หยิบเอาขวดหยกขึ้นมาทีละขวด แล้วเปิดฝาออก เทของเหลวที่อยู่ในนั้นลงในปริมาณที่ต่างกัน หลังจากนั้นเมื่อแสงในมือกะพริบ ของทุกอย่างก็ถูกดูดเข้าไปในนั้นทันที
ในขณะที่หันกลับมาและกำลังจะไปหาตู้เสวียนเฉิงอยู่นั้น ก็พบว่าตู้เสวียนเฉิงเข้ามาถึงั้แ่เวลาไหนไม่รู้ เพียงไม่รบกวนเขาเท่านั้น แต่รออยู่ที่หน้าประตูมาตลอด
“นี้มันต้นอะไรกัน ถึงทำให้เ้าใช้ความพยายามอย่างมากในการเก็บรวบรวมมัน!” ตู้เสวียนเฉิงเอยถามอย่างสงสัย แม้ว่าเขาจะมีความรอบรู้ที่กว้างขวาง แต่ในด้านพืชพรรณก็ไม่มีทางมีความรอบรู้เท่ากับลู่อวี่คนปรุงโอสถผู้ยิ่งใหญ่อยู่แล้ว
ลู่อวี่เองก็ไม่ปิดบังเช่นเดียวกัน แม้ว่าต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นจะดี แต่ก็สามารถใช้ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น และไม่สามารถนำมาบรรลุขั้นพลังยุทธ์ได้โดยตรง ยิ่งกว่านั้นก็รู้จักกับตู้เสวียนเฉิงมาหลายปีแล้ว ย่อมรู้นิสัยของเขาเป็อย่างดี ดังนั้นจึงกล่าวว่า “ต้นไม้ต้นนี้คือต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นหนึ่งในสายพันธุ์วิเศษของ์และโลก สรรพคุณไม่ธรรมดา สามารถช่วยในการฝึกฝนบำเพ็ญเพียรได้ รอกลับไปจะนำต้นไม้นี้ไปปลูกให้ผู้เฒ่าตู้ได้ััก็รู้เอง เพราะข้าอธิบายอย่างไรก็สู้ััเองไม่ได้ ฮ่าฮ่า ของที่ได้ในครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่ากับการเดินทาง อีกทั้งยังมีแต่ได้กับได้!”
ตู้เสวียนเฉิงไม่เคยได้ยินพืชสายพันธุ์วิเศษของ์และโลกมาก่อนจริง แม้ว่าจะอยากรู้อยากเห็น แต่สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยอันตรายและไม่ใช่สถานที่ที่จะพูดคุยโดยละเอียดได้ ดังนั้นจึงไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ จากนั้นก็ลากลู่อวี่เหาะไปทางด้านหลังต่อไปอีกครั้ง
ครั้งนี้เพราะทั้งสองคนล่าช้ามาระยะหนึ่ง ดังนั้นก็เลยไม่หยุดสำรวจห้องอื่นๆ ที่ไม่เป็เขตหวงห้าม แต่มุ่งตรงไป่ชิงของทางด้านหลังตำหนักถ้ำ โดยเฉพาะลู่อวี่ที่ได้ของดีชิ้นหนึ่งมาจากในสนามนั้น เพราะของจำพวกธรรมดาทั่วไปมันไม่อยู่ในสายตาของเขาอีกต่อไปแล้ว
เมื่อในนี่มีผู้คนมากมาย และวุ่นวายขนาดนี้ หากเช่นนั้นก็่ชิงเอาสมบัติล้ำค่าที่สุดมาเลยก็แล้วกัน!
สมบัติล้ำค่าและดีที่สุดอยู่ที่ไหน? ย่อมต้องถูกเก็บไว้ในสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดและพิเศษที่สุด แต่มันก็ต้องขึ้นอยู่กับโชคของแต่ละคนด้วย พนันได้เลยว่าคุณสมบัติและนิสัยของผู้ฝึกฝนบำเพ็ญเพียรก็ปกติกันนัก รับว่าไม่ได้ดีและไม่ได้เลว
แต่ลู่อวี่ค่อนข้างมั่นใจหลังจากดูแผนผังของตำหนักถ้ำทั้งหมด สมบัติล้ำค่าที่สุดจะต้องอยู่ในห้องโถงด้านหลังเข้าไปอีกแน่นอน
