บทที่ 106 ยาเพ่งสมาธิ
“ลู่อวี่ เ้าหมายความว่าอะไร เ้าช่วยอาจารย์ทั้งสี่ไม่ได้ ข้าไม่ว่า แต่วิ่งมาสร้างความวุ่นวายอยู่ที่นี่ คิดอะไรอยู่กันแน่!”
อาจารย์ค่ายกลกระบี่ทั้งสี่ใกับเสียงดังนี้ของเมิ่งเทียนซิ่ง จนทำให้ความสนใจถูกเบี่ยงเบนไป เมื่อเห็นท่าทางของลู่อวี่ ต่อให้เป็เฉินเสวียน ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่พอใจ ไม่ต้องพูดถึงคนอื่นๆ เลย
ลู่อวี่รีบหัวเราะเสียงดังทันที กินน่องไก่ในมือจนหมดในไม่กี่คำ ตามด้วยดื่มสุราไปอึกใหญ่อีกครั้งแล้วพูดด้วยดวงตาสีแดงก่ำ “อาจารย์ทั้งสี่ ลำบากพวกท่านแล้ว แม้ว่าการทำลายค่ายกลกระบี่นี้จะทำกันอย่างเร่งด่วน แต่ก็ไม่จำเป็ต้องทุ่มเทกันจนเอาชีวิตมาแลกเช่นนี้ ทุกท่านพักกันสักครู่ก่อนแล้วเดี๋ยวข้าจะช่วยทุกท่านอีกแรง”
คำพูดนี้ไม่เพียงแต่ทำให้อาจารย์ค่ายกลกระบี่ทั้งสี่ และเมิ่งเทียนซิ่งตกตะลึงเท่านั้น นี่มันคำพูดไร้สาระชัดๆ เพียงพลังยุทธ์ในวิชาค่ายกลกระบี่นิดหน่อยนั้น ยังจะเอามาทำลายค่ายกลกระบี่ เช่นนี้มันไม่เพิ่มความวุ่นวายหรือ?
อาจารย์ค่ายกลกระบี่จากตระกูลเมิ่งพูดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ “นายน้อยลู่ หากเื่ปรุงโอสถ ข้ายอมรับนะว่าต่อให้ร่วมทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็ดีสู้เ้าเพียงนิ้วเดียวไม่ได้ แต่หากเื่ทำลายค่ายกลกระบี่ ไม่ใช่ว่าข้าโจมตีนายน้อยลู่นะ นี่มันสิ้นเปลืองเวลาชัดๆ!”
ทุกคนจำเห็นด้วยกับคำพูดนี้ แม้แต่อาจารย์ค่ายกลกระบี่นักพรตสันโดษแซ่จ้าวก็พยักหน้าเช่นกัน แต่ด้วยนิสัยที่อดทน จึงพูดจาอย่างมีชั้นเชิงกลับไปว่า “นายน้อยลู่ สามารถเข้าใจการทำงานหนักของชายชราและทุกคนได้นั้น ถือเป็การปลอบประโลมใจของผู้เฒ่าและคนอื่นๆ แล้ว!” ความหมายก็คือนายน้อยลู่ เ้ามาดูก็พอ ไม่ต้องมาสร้างปัญหาให้เรา พวกเราก็พอใจแล้ว
ลู่อวี่หัวเราะเบาๆ และเพิกเฉยต่อสายตาที่ดูถูกเหยียดหยามของทุกคน เพียงยื่นมือออกไปแล้วชี้ไปในอากาศตรงหน้า จากนั้นแสงสีแดงเล็กๆ ก็บินออกไปในทันใด ไม่นานแสงก็เปลี่ยนจากขนาดเพียงเล็บมือ เป็หม้อปรุงโอสถหยกสีแดงเข้มสูงสี่ฉื่อ ที่หมุนช้าๆ ลอยอยู่ในอากาศ และสุดท้ายก็ขยับลงมาถึงพื้นภายใต้คำสั่งของลู่อวี่
หม้อปรุงโอสถ?!
“อาจารย์ทุกท่านลำบากกันแล้วที่ทำลายค่ายกลกระบี่ ข้ามียาอายุวัฒนะที่สามารถช่วยได้อีกครั้ง ยาอายุวัฒนะนี้มีชื่อว่า ‘ยาเพ่งสมาธิ’ ซึ่งเป็ยาอายุวัฒนะขั้นหก มีความพิเศษนัก มันเป็สูตรพิเศษที่ปรมาจารย์ปรุงโอสถโบราณผู้หนึ่งคิดค้นขึ้นมาให้อาจารย์ค่ายกลกระบี่เป็การเฉพาะ นักพรตคนอื่นๆ มีโอกาสใช้ไม่มากนัก ยาอายุวัฒนะนี้สามารถทำให้คนมีสมาธิ อีกทั้งยังมีผลเติมเต็มให้กับพลังงาน และจิตใจที่หนักหน่วง สามารถเพิ่มความสามารถของสมองในทุกด้าน ข้าว่าน่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง!”
หลังพูดจบ ก็เพิกเฉยต่อสายตาที่ตกตะลึงอ้าปากค้างของพวกนักพรต เพียงหยิบวัตถุดิบออกมาและปรุงเสร็จภายในเวลาไม่ถึงสิบห้านาทีอย่างรวดเร็ว
ข้อดีอย่างหนึ่งของยาอายุวัฒนะนี้คือวัตถุดิบธรรมดานัก ตอนปรุงโอสถก็ไม่ได้ยุ่งยาก วิธีการของลู่อวี่นั้นก็ง่ายเพียงนิดเดียวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะจุดไฟ การเตรียมเตาให้อุ่น การใส่ยา การปรุงยา และเก็บยา เหมือนจะทำเสร็จเพียงในพริบตาเดียว หนึ่งชั่วยามต่อมา ในที่สุดลู่อวี่ก็ใช้ฝ่ามือแตะเตาปรุงโอสถ แสงวิเศษมากกว่าสิบแสงก็บินออกมาหาลู่อวี่ เขาไม่รอช้ารีบโบกมือเก็บใส่ขวดหยกทันที
ไม่เพียงแต่ตระกูลเมิ่งและตระกูลลู่ทั้งสองตระกูล และอาจารย์ค่ายกลกระบี่เท่านั้น แม้แต่กลุ่มนักพรตสันโดษที่อยู่ไม่ไกลก็มาชมความสนุกหลังจากที่เห็นลู่อวี่ปรุงโอสถ คิดไม่ถึงว่าระดับการปรุงโอสถของนายน้อยตระกูลลู่จะสูงส่งถึงขั้นนี้ เมื่อเห็นวิธีการปรุงโอสถที่ไหลลื่นนั้น คนเหล่านี้ก็รู้สึกทึ่งมากจนไม่สามารถอธิบายออกมาเป็คำพูดได้ กลับรู้สึกว่านายน้อยตระกูลลู่ไม่ได้ปรุงโอสถอยู่ ราวกับเป็ภาพลวงตา
ในขณะที่ลู่อวี่โยนขวดหยกที่บรรจุ “ยาเพ่งสมาธิ” ไปให้อาจารย์ค่ายกลกระบี่แซ่จ้าวผู้นั้น ก็หยิบไหสุราที่ยังดื่มไม่หมดเมื่อสักครู่นี้ออกมา เขาดื่มอึกใหญ่จากนั้นพูดว่า “นักพรตจ้าว ท่านเป็คนแจกจ่ายยาแล้วกัน หากเหลือถือว่าเป็รางวัลที่ตระกูลลู่ตอบแทนท่านที่ทำลายค่ายกลกระบี่ แม้จะเป็ยาอายุวัฒนะขั้นหกเท่านั้น แต่มันมีประโยชน์มากสำหรับอาจารย์ค่ายกลกระบี่ ข้ารับประกันเลยว่ายาอายุวัฒนะนี้ ในเทียนตูไม่มีอีกแล้ว!”
ชายชราแซ่จ้าวรับยาอายุวัฒนะ มาด้วยความรู้สึกปีติยินดีอย่างยิ่ง ก่อนจะรีบโค้งคำนับเพื่อแสดงความขอบคุณ เขาค่อยๆ เทยาอายุวัฒนะสี่เม็ดออกมาจากข้างในอย่างระมัดระวัง และแบ่งให้กับอาจารย์ค่ายกลกระบี่ทั้งสามคนคนละเม็ด ส่วนตัวเองก็เทเอาไปกินเม็ดหนึ่ง ส่วนที่เหลือนั้นเขาก็เก็บเป็สมบัติไว้อย่างระมัดระวัง เพราะคิดว่าใน่เวลาที่ทำลายค่ายกลกระบี่นี้ ยาอายุวัฒนะจำพวกนี้ไม่มีทางโผล่มาให้เห็นอีกแล้ว
แล้วจะไม่ให้อาจารย์ค่ายกลกระบี่อีกสามคนจะอิจฉาริษยาได้อย่างไร นายน้อยของตระกูลลู่เจาะจงให้ชายชราแซ่จ้าว แล้วใครให้พวกเขามีความรู้ในเื่ค่ายกลกระบี่ด้อยกว่าเขาเล่า มิฉะนั้นส่วนเกินของยาอายุวัฒนะนี้คงจะตกอยู่ในมือของตัวเอง หนึ่งในสี่คนนี้มีเพียงเฉินเสวียนผู้เดียวเท่านั้นที่ไม่ค่อยมีอารมณ์ให้ความสำคัญกับเื่พวกนี้ เพราะตอนนี้จะพูดอย่างไรเขาก็เป็สมาชิกคนหนึ่งของตระกูลลู่เช่นกัน อนาคตตราบใดที่เขาตั้งใจศึกษาค่ายกลกระบี่ให้ละเอียด คนเช่นนายน้อยลู่ ไม่มีทางตระหนี่กับยาเพ่งสมาธิกี่เม็ดแน่นอน แม้ว่ายาอายุวัฒนะชนิดนี้จะไม่ได้ช่วยอะไรในการฝึกฝน แต่มันใช้ประโยชน์ได้ดีที่สุดสำหรับอาจารย์ค่ายกลกระบี่
หลังจากที่อาจารย์ค่ายกลกระบี่หลายคนกินยาเข้าไป ไม่นานก็ปรับเปลี่ยนพลังปราณกันแล้ว ผ่านไปเพียงดื่มน้ำชากาเดียว แต่ละคนก็มีสีหน้าแดงระเรื่อด้วยความเหนื่อยล้า ในขณะที่พิจารณาถึงปัญหาด้านค่ายกลกระบี่อยู่นั้น ก็รู้สึกเหมือนมีความคิดที่พรั่งพรูออกมาเหมือนน้ำพุ มีไหวพริบและว่องไวมากขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ถึงกับไม่ทันอยู่พูดคุยกับนายน้อยลู่ด้วยซ้ำ รีบเร่งทุ่มเทและจมอยู่แต่ในภารกิจทำลายค่ายกลกระบี่
“นี่เป็ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อยาเพ่งสมาธินี้ แม้ว่าเราจะเป็นักพรตสันโดษ แต่ก็ได้ทำธุรกิจเื่ยาอายุวัฒนะมาบ้าง แต่คิดไม่ถึงว่าจะมียาอายุวัฒนะที่อัศจรรย์เช่นนี้อยู่ด้วย!”
นักพรตสันโดษหลายคนไม่ได้ออกไปเมื่อสักครู่นี้ แต่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้เกินไป ต่างพากันสังเกตการณ์อยู่ไกลๆ ไม่รบกวน แต่เมื่อเวลานี้พวกเขาเห็นผลลัพธ์ของยาวิเศษนี้ ก็รู้สึกประหลาดใจกันเป็อย่างมาก
“ไร้สาระ นายน้อยตระกูลลู่คืออัจฉริยะในวิชาการปรุงโอสถที่แท้จริงของเทียนตู เขาหนิงชุยเฟิงอะไรนั้นมันอ่อนหัดชัดๆ ได้ยินว่าครั้งก่อนเขาหนิงชุยเฟิงวิ่งไปที่ตระกูล แล้วบอกว่านายน้อยขโมยเคล็ดวิชาลับของเขาหนิงชุยเฟิงไป นายน้อยลู่ก็เลยแสดงเคล็ดวิชาลับที่แข็งแกร่งมากให้ดูหลายกระบวนการทำเอาหน้าแตกยับกลับไป!”
“เื่นี้ข้าได้ยินมาแล้ว ตอนนั้นดูเหมือนยังจะมีตำหนักมหาเทพ ตระกูลเมิ่งและคนของวังเทพอัคคีด้วยที่หนุนหลังเขาหนิงชุยเฟิง แต่ถึงเช่นนั้นก็ใส่ร้ายตระกูลลู่ไม่ได้ จนสุดท้ายต้องแบกหน้ากลับกันไป ใครๆ ก็เห็นได้ชัดเลยว่านายน้อยตระกูลลู่มีพร์ในเส้นทางปรุงโอสถที่น่าทึ่งไม่น้อย หากข้าก็สามารถปรุงโอสถเช่นนี้ได้เหมือนกัน ชีวิตนี้ก็คงคุ้มค่าแล้ว!”
“ไปๆ ฝันกลางวันอะไรกัน ผู้คนหลายพันล้านคนทั่วทั้งเทียนตู มีอัจฉริยะด้านปรุงโอสถโผล่มาให้เห็นเพียงเพียงคนเดียว แล้วมันจะตกมาอยู่ที่เ้าได้อย่างไรเล่า!”
“ข้าก็เพียงคิดดูเท่านั้น เ้าจะทำไม!”
ทุกคนในตระกูลเมิ่งรู้สึกค่อนข้างที่จะสับสนเช่นกัน นี่มันสิ่งที่หูได้ยินอาจจะไม่ใช่เื่จริง สิ่งที่ตาเห็นต่างหากจึงจะเป็เื่จริง นายน้อยตระกูลลู่ปรุงยาอายุวัฒนะเร็วนัก แม้ว่าจะเป็ยาอายุวัฒนะขั้นหก แต่หากเป็เขาหนิงชุยเฟิงต่อให้เป็ยาอายุวัฒนะขั้นหกที่ง่ายที่สุด ยังต้องใช้เวลาหนึ่งหรือสองวันในการกลั่นออกมาถึงจะประสบความสำเร็จ ซึ่งหากเทียบกันแล้วมันแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวชัดๆ มีอัจฉริยะเช่นนี้อยู่ในตระกูลลู่ อนาคตของตระกูลเมิ่งคงไม่สดใสแน่
เมิ่งเทียนซิ่งถึงกับพูดไม่ออกเลยในเวลานี้ ตอนนี้เขาจะทำอะไรได้อีก? ทุกวันนี้ ทั้งสองคนไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย มันเปรียบเทียบกันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เดิมที่คิดว่าคราวนี้หากพลังยุทธ์บรรลุขั้นขึ้นมาถึงขั้นฟันฝ่า แม้ว่าจะไม่ดีเท่าลู่อวี่ แต่ก็คงห่างกันไปไม่ไกล หวังว่าจะเอาชนะเขาได้ในอนาคต ถึงเวลานั้นก็ทำให้เขาขายหน้าได้เท่าที่ใจ้า แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าความหวังนี้เริ่มจะริบหรี่หายไปเรื่อยๆ อีกฝ่ายเริ่มแรกมาต่ำกว่าเขานัก อีกทั้งยังฝึกบำเพ็ญเพียรมาช้ากว่าตัวเอง เวลาฝึกฝนก็สั้นกว่าตัวเอง ในเวลาเดียวกันยังต้องศึกษาวิชาปรุงโอสถไปด้วย ถึงกระนั้นอีกฝ่ายก็มีพลังยุทธ์่ปลายขั้นฟันฝ่าแล้ว
ทันใดนั้นเมิ่งเทียนซิ่งก็รู้สึกเศร้าใจไม่น้อย ความหวังเดิมที่จะชนะก็หายวับไปในทันใด
ทางเมิ่งเทียนอวิ๋นที่เพิ่งมาถึงที่นั่นได้ไม่นาน ไม่ได้สังเกตเห็นอารมณ์ของน้องชาย หลังจากทำความเข้าใจแล้ว ได้แต่แอบถอนหายใจ แต่กลับทำอะไรไม่ได้ หลังจากคิดอยู่นาน ก็เข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าลู่อวี่ และพยายามใช้น้ำเสียงที่เป็มิตรที่สุดพูดคุยปรึกษาด้วย “นายน้อยลู่สมชื่ออย่างคำร่ำลือและทำให้คนได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ คิดไม่ถึงว่าจะมียาอายุวัฒนะที่น่าอัศจรรย์ใจเช่นนี้อยู่ในโลกบำเพ็ญเพียรจริงๆ ด้วย ไม่ทราบว่านายน้อยลู่ยาอายุวัฒนะนี้ตระกูลลู่มีขายหรือไม่ ถึงเวลาตระกูลเมิ่งของเราหวังว่าจะสั่งซื้อได้ ราคาไม่ใช่ปัญหา!”
ลู่อวี่ได้ยินเช่นนี้ก็ไม่ลังเลใจเช่นกัน พยักหน้าและพูดออกมาทันที “เื่นี้ง่ายๆ ไม่ทำให้นายน้อยเมิ่งผิดหวังแน่นอน!”
แม้ว่าทั้งสองตระกูลจะขัดแย้งกันอยู่แล้ว และอยากจะให้อีกฝ่ายตายไปด้วยซ้ำถึงจะหนำใจ แต่ในเมื่อทุกคนก็ยังคงรักษาศักดิ์ศรีของตนไว้ จึงไม่สนใจผลประโยชน์เล็กน้อยพวกนี้
ยิ่งไปกว่านั้นลู่อวี่ก็คิดอย่างชัดเจนแล้วว่าการเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองนั้นสำคัญกว่าการกดหัวของผู้อื่น เขาไม่กลัวว่าตระกูลเมิ่งจะมีอำนาจที่แข็งแกร่ง ตราบใดที่อำนาจของตระกูลลู่นั้นแข็งแกร่งกว่าตระกูลเมิ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น “ยาเพ่งสมาธิ” นี้ กลั่นออกมาง่ายนัก วัตถุดิบยาที่ต้องใช้ก็น้อยมาก เพียงมีสูตรยาและมอบให้ผู้เฒ่าให้ปรุงโอสถให้ก็ได้ มันก็ไม่เลวเลยที่จะใช้โอกาสนี้ทำ เงินก้อนใหญ่จากตระกูลเมิ่ง
เมิ่งเทียนอวิ๋น รู้ว่าหากคิดจะซื้อของอะไรจากตระกูลลู่ คงต้องถูกแทงอย่างไร้ความปรานีแน่นอน แต่เขาก็ไม่สนใจเซียนหยกน้อยนิดพวกนี้เช่นกัน สำหรับเขาแล้วยาเพ่งสมาธินี้ไม่เพียงแต่อาจารย์ค่ายกลกระบี่ใช้ได้เท่านั้น แต่ผู้ฝึกฝนส่วนใหญ่ในตระกูลก็สามารถใช้ได้เช่นกัน ในขณะที่ฝึกฝนบำเพ็ญเพียรเวทคาถา และเคล็ดวิชาต่างๆ นักพรตที่มักมีความคิดฟุ้งซ่านและไม่มีสมาธิจดจ่อพวกนั้น ก็สามารถใช้ยาอายุวัฒนะนี้ช่วยเหลือได้ แม้ว่ายาอายุวัฒนะนี้ไม่มีผลต่อความเข้าใจ แต่เพียงมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เรียนรู้ก็เพียงพอแล้ว เื่นี้นายน้อยตระกูลลู่คงจะรู้ดี แต่เหตุใดไม่พูดอะไรเลยนั้น มันก็ไม่ใช่เื่ของตัวเองแล้ว!
ยาเพ่งสมาธิไม่เสียแรงที่เป็ยาอายุวัฒนะที่คิดค้นขึ้นมาเฉพาะเพื่ออาจารย์ค่ายกลกระบี่จริงๆ ซึ่งมันไม่เหมือนกับยาอายุวัฒนะที่ใช้บรรลุขั้นพลังยุทธ์ หนึ่งก็คือหนึ่ง และสองก็คือสอง ยาอายุวัฒนะนี้ช่วยเพิ่มความสามารถของมันสมองในทุกๆ ด้าน นอกจากไม่ช่วยในด้านการเข้าใจแล้ว ด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็ความสามารถในการคำนวณและการวิเคราะห์ก็มีการพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น หลังจากอาจารย์ค่ายกลกระบี่ทั้งหมดนี้กินยาอายุวัฒนะเข้าไปแล้ว ไม่ถึงสามชั่วยาม ก็คิดหาวิธีที่จะทำลายค่ายกลกระบี่นี้ได้แล้ว
ตามคำที่กล่าวมาของอาจารย์ค่ายกลกระบี่ ค่ายกลกระบี่ที่อยู่ภายนอกถ้ำจะมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดตามเวลาชั่วยาม มีเพียง่เที่ยงสิบห้านาทีของทุกวันเท่านั้น ที่มีเวลาครึ่งชั่วยามนั้นที่พลังป้องกันจะลดลงอย่างมากในจุดต่างๆ ถึงเวลานั้นถึงจะรวมตัวยอดฝีมือเข้าโจมตีเพื่อทำลายมันได้
และแน่นอนว่า จะทำเช่นนี้ได้ก็ต่อเมื่อไม่มีใครมาสั่งการค่ายกลกระบี่นี้ ไม่เช่นนั้น หากคิดที่จะทำลายค่ายกลกระบี่ป้องกันูเานี้ ต่อให้อาจารย์ค่ายกลกระบี่ทั้งสี่จะทำงานร่วมกัน ก็ไม่มีใครสามารถเจาะผ่านทะลวงค่ายกลกระบี่ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ นี่แสดงให้เห็นว่าตอนนั้นเ้าของสถานที่แห่งนี้มีฝีมือสูงส่งในด้านการวางค่ายกลกระบี่ขนาดไหน
แต่ตอนนี้มืดแล้ว ทุกคนเลยไม่มีทางทำลายค่ายกลกระบี่นี้ได้ ดังนั้นทุกคนจึงปรึกษากันว่า ให้ทุกคนกลับไปพักผ่อนที่ถ้ำของแต่ละคนเพื่อสะสมพลังกันก่อน และนัดรวมตัวกันทำลายค่ายกลกระบี่ในวันพรุ่งนี้
