หลังแยกกับสือชิง เนี่ยเทียนก็พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วราวลูกธนูที่ออกจากแล่ง
“หลี่หลางเฟิง!”
ท่ามกลางการห้อตะบึง เขาเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ปล่อยเสียงคำรามต่ำๆ ลอดไรฟันออกมา
ั้แ่ฝึกตนมาจนถึงตอนนี้ ยังไม่เคยมีใครสามารถโจมตีให้เขาาเ็ได้มากถึงเพียงนี้มาก่อน!
ทั้งๆ ที่เขาห้อเหยียดไม่หยุดพักก็ยังคงััได้ถึงพลังงานที่มาจากหลี่หลางเฟิงซึ่งกำลังทำลายเืเนื้อของเขาอย่างบ้าคลั่ง!
ทุกก้าวที่เขาก้าวเท้าออกมาจะตามมาด้วยความเ็ปที่ร้าวลึกถึงกระดูก
พลังงานป่าเถื่อนกลุ่มนั้นที่อยู่ในร่างของเขาคล้ายงูหลามขนาดั์ที่เลื้อยลดคดเคี้ยวไม่หยุด ทุกที่ที่ผ่านเส้นเอ็นและเส้นชีพจรของเขาที่ไม่แข็งแกร่งมากพอก็จะต้องแตกทลายลงไป
ทว่าความเ็ปที่เสียดแทงกลับทำให้เขามีสติอย่างถึงขีดสุด!
“ตึกๆ! ตึกๆๆ!”
ดูเหมือนว่าในที่สุดความเสียหายที่มากเกินขีดจำกัดของเืเนื้อก็ได้ไปกระตุ้นสายเืแห่งชีวิตในหัวใจของเขา อยู่ๆ เขาจึงได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำแรงกว่าปกติหลายเท่า
หลังจากนั้นปราณเืเนื้อระลอกหนึ่งที่เข้มข้นสุดประมาณก็ไหลทะลักออกมาจากในปราณเืสีเขียวเส้นที่ขดอยู่ในหัวใจของเขา
พลังชีวิตอันเปี่ยมล้นก็เอ่อตามปราณเืสีเขียวออกมาจากในหัวใจของเขาแล้วแผ่ไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว
เนี่ยเทียนที่ห้อตะบึงอย่างต่อเนื่องััได้อย่างเฉียบไวว่าปราณเืสีเขียวเส้นนั้นไหลไปตามเส้นชีพจรและเส้นเอ็นของเขาราวกับปีศาจร้ายที่หลุดพ้นออกมาจากนรกโลกันตร์แล้วตรงดิ่งเข้าปะทะกับพลังงานสีเขียวเข้มที่มาจากหลี่หลางเฟิง
ซึ่งปราณเืสีเขียวมาปะทะฟาดฟันกับพลังระลอกนั้นของหลี่หลางเฟิงที่ตรงหน้าท้องของเขา
ด้านนอกของปราณเืสีเขียวมีหมอกเืสีเขียว ส่วนด้านในคือเส้นเืที่เป็ผลึกใสเล็กละเอียดหลายเส้น ด้านในเส้นเืผลึกใสเ่าั้ก็คือแสงสีเขียวมากมายที่เปล่งประกายระยิบระยับ ซึ่งกลางจุดแสงเ่าั้ได้นาบประทับความลี้ลับมหัศจรรย์ของสายเืแห่งชีวิตเอาไว้
บัดนี้เส้นเืผลึกใสของปราณเืสีเขียวได้ปล่อยประกายแสงสีเขียวโชติ่ราวกับคบไฟ
ปราณเืสีเขียวราวกับัร้ายที่กำลังฉีกทึ้งพลังงานกลุ่มนั้นของหลี่หลางเฟิงอยู่ตรง่ท้องของเนี่ยเทียนอย่างบ้าคลั่ง
ภายใต้การกัดกระชากจากปราณเืสีเขียว แสงพลังงานสีเขียวเข้มก็แทบจะขาดกระจุยเป็กลุ่มๆ ไม่มีเรี่ยวแรงใดๆ หลงเหลืออีก!
พลังงานสีเขียวเข้มที่ขาดเป็ชิ้นๆ ส่วนใหญ่ล้วนถูกปราณเืสีเขียวเขมือบกลืนไปทีละนิดแล้วจึงหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ส่วนวัตถุเหนียวหนืดที่แฝงเร้นไว้ด้วยพิษร้ายแรงก็ถูกปราณเืสีเขียวเส้นนั้นขับไล่ให้ออกมานอกร่างของเขา
รูขุมขนตรงหน้าท้องของเนี่ยเทียนพลันขยายใหญ่ วัตถุเหนียวหนืดสกปรกเป็กลุ่มๆ คล้ายสารพิษสีเขียวถูกขับออกมา
หลังจากที่ปราณเืสีเขียวพุ่งตัวออกมาจากในหัวใจ พลังงานระลอกนั้นที่ทำลายเืเนื้อส่วนหนึ่งในร่างของเนี่ยเทียนมานานก็ถูกทำลายจนหายเกลี้ยงไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากปราณเืสีเขียวกัดกินพลังงานสีเขียวเข้มกลุ่มนั้นเสร็จเรียบร้อยก็ไม่ได้กลับคืนที่เดิมทันที แต่ยังคงลอยวนเวียนอยู่ในร่างของเนี่ยเทียน
ปราณเืสีเขียวเคลื่อนไปตามทิศทางที่พลังงานสีเขียวเข้มรุกราน มันค่อยๆ บินไปทางแขนขวาของเนี่ยเทียน เมื่อปราณเืสีเขียวเคลื่อนไหว ในเส้นเืที่เป็ผลึกใสก็มีสะเก็ดแสงสีเขียวเป็จุดๆ สาดส่องออกมา
สะเก็ดแสงสีเขียวเ่าั้ต่างก็แฝงเร้นไว้ด้วยพลังชีวิตที่บริสุทธิ์อย่างถึงที่สุด นาบตราประทับแห่งความลับไว้ในสายเืแห่งชีวิต
เมื่อแสงสีเขียวนั้นสาดส่องลงไป เส้นชีพจรและเส้นเอ็นที่ปริแตกออกก็ถูกพลังแห่งชีวิตชักจูงและค่อยๆ ลบเลือนรอยแผลไปอย่างช้าๆ
ในความรู้สึกของเนี่ยเทียน ที่ใดก็ตามที่ปราณเืสีเขียวเส้นนั้นไหลผ่าน เส้นเอ็น เส้นชีพจรและกระดูกที่แตกร้าวซึ่งนำความเ็ปมหาศาลมาสู่เขาต่างก็ถูกพลังแห่งชีวิตบำรุงหล่อเลี้ยงจนความปวดร้าวเ่าั้หายไป
สายเืแห่งชีวิตเดิมทีก็มีพลังในการฟื้นตัวเองที่อัศจรรย์มากพออยู่แล้ว หลังจากที่ปราณเืสีเขียวเส้นนั้นบินออกมาจากในหัวใจและสังเกตเห็นสภาพของเรือนกายเขา มันก็ค่อยๆ เคลื่อนไปตามกระดูกแขนขวาที่าเ็ของเขาช้าๆ และก็ด้วยพลังแห่งชีวิตที่มหัศจรรย์ที่สุดนี้ที่ช่วยรักษาอาการาเ็ของเขาให้ทรงตัวได้ในระยะเวลาสั้นๆ
ไม่นานปราณเืสีเขียวเส้นนั้นก็ไหลซึมจากหน้าท้องของเขาไปยังกระดูกแขนขวา
แสงสีเขียวขมุกขมัวถูกปลดปล่อยออกมาจากแขนขวาของเขา ปราณพลังชีวิตที่เข้มข้นก็เกิดตามมาด้วย
เมื่ออยู่ภายใต้พลังการฟื้นคืนที่แข็งแกร่งของปราณเืสีเขียว กระดูกที่แตกหักนั้นจึงประสานตัวกลับคืนมาทีละนิด
ทันใดนั้นปราณเืสีเขียวเส้นนั้นก็กลับคืนสู่หัวใจของเขาอีกครั้งด้วยความเร็วราวสายฟ้าแลบ
เสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำโลดแรงก็ฟื้นคืนสู่สภาพปกติในฉับพลัน
เมื่อปราณเืสีเขียวย้อนกลับไปในหัวใจ ความเ็ปที่ร้าวลึกถึงกระดูกก็คล้ายจะหายไปไม่หลงเหลือ
ั์ตาของเนี่ยเทียนเต็มไปด้วยความแปลกใจ ใช้ทิพย์จักษุข้างหนึ่งตรวจสอบมองร่างกายของตัวเอง จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าอาการาเ็สาหัสบนเรือนกายเขาทรงตัวขึ้นภายในระยะเวลาสั้นๆ
เขาในเวลานี้ถึงแม้จะยังคงมีอาการาเ็ ทว่าอาการเ่าั้จะไม่ทรุดตัวแย่ไปกว่าเดิมอีกแล้ว
ขอแค่ให้เวลาเขา่หนึ่ง ขอแค่ได้รับการบำรุงด้วยความอบอุ่นจากจิงชี่เืเนื้อ าแของเขาก็จะฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์แบบ
เพราะเส้นชีพจรและเส้นเอ็นที่ปริแตกออกถูกเชื่อมโยงด้วยเยื่อพังผืด เวลาในการฟื้นตัวของเขาก็จะเร็วมากขึ้น อีกทั้งยังไม่ทิ้งผลเสียไว้ภายหลังด้วย
เขายังถึงขั้นรู้สึกได้ว่าเส้นเอ็นและชีพจรที่ถูกปราณเืสีเขียวเชื่อมโยง กระดูกที่ประสานตัวกันยิ่งเปลี่ยนมาเป็แข็งแกร่งทนทานมากด้วย!
“สายเืแห่งพลังชีวิต!”
ในใจเขาตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด ตระหนักได้อย่างลึกล้ำว่าสายเืแห่งพลังชีวิตในร่างกายของเขามีความมหัศจรรย์ถึงระดับไหน
พื้นที่ที่รกร้างว่างเปล่า เขาแบกเผยฉีฉีห้อตะบึงไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง จงใจมุ่งหน้าไปยังจุดที่มีรอยแยกห้วงมิติหนาแน่นโดยเฉพาะ
เขากังวลว่าอีกไม่นานหลี่หลางเฟิงก็จะปรากฏตัว ดังนั้นเขาจึงเร่งเดินทางเต็มกำลัง หมายจะหลุดพ้นจากสภาพการณ์ที่อันตรายเช่นนี้ไปให้ได้โดยเร็วที่สุด หวังว่าเผยฉีฉีจะฟื้นตื่นขึ้นมาใช้เวทลับห้วงมิติมาต้านทานการไล่ตามของหลี่หลางเฟิง
“เผยฉีฉี...”
ก่อนหน้านี้เพราะร่างกายเจ็บร้าวทรมานเขาจึงไม่ได้นึกถึงหญิงสาวที่ตัวเองแบกอยู่บนหลัง
ตอนนี้ได้รับการช่วยเหลือจากปราณเืสีเขียว ความเ็ปของเขาหายไป จึงนึกถึงเผยฉีฉีได้ในที่สุด
จากนั้นเขาก็พลันััได้ถึงหน้าอกตึงแน่นตั้งตระหง่านของหญิงสาวที่แนบชิดอยู่กับแผ่นหลังของเขา
ทุกครั้งที่เขาพุ่งตัวไปข้างหน้าจะต้องััได้ถึงความอวบอิ่มตรงหน้าอกของหญิงสาวผู้นั้น
เขาที่ไม่เ็ปรวดร้าวอีกต่อไปแล้ว เมื่อััได้ถึงสิ่งนี้จิตใจก็ฟุ้งซ่าน คิดเตลิดเปิดเปิงไปไกล
เขาหันกลับไปมองจึงเห็นว่าคางของเผยฉีฉีวางแนบอยู่บนไหล่ซ้ายของเขา เปลือกตาทั้งคู่ปิดสนิทคล้ายหมดสติไปนานแล้ว
ดวงหน้าที่งดงามประดุจภาพวาดของเผยฉีฉีไม่มีสีเืให้เห็นอีก แต่ซีดขาวราวกระดาษ
สีแดงสดเดียวที่มีบนใบหน้าของนางก็คือคราบเืเป็เส้นๆ ที่ไหลออกมาจากมุมปาก
คราบเืที่ไหลรินไม่หยุดเ่าั้อาบย้อมอาภรณ์ตรงไหล่ซ้ายของเนี่ยเทียนไปโดยไม่รู้ตัว
เพียงมองครั้งเดียว เนี่ยเทียนก็รีบถอนสายตากลับแล้วห้อเหยียดไปข้างหน้าต่อ
ทว่าดวงหน้าที่ทั้งงดงามและน่าสงสาร คราบเืที่ติดอยู่ตรงมุมปากบางใสของเผยฉีฉีกลับฝังลึกลงไปในสมองของเขามิอาจลบเลือน
“เหตุใดนางถึงกลับมา?”
ความคิดนี้ก่อเกิดขึ้นในใจของเนี่ยเทียน ทำให้เขาต้องครุ่นคิดซ้ำไปซ้ำมา ทว่ากลับหาคำตอบไม่ได้
หากเผยฉีฉีไม่กลับมา ด้วยพลังในการต่อสู้ของเขาและสือชิง ย่อมไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมมือของหลี่หลางเฟิงจอมอำมหิตผู้นั้นมาได้
หลังจากเห็นถึงพลังที่น่าหวาดกลัวใน่สุดท้ายของหลี่หลางเฟิง เนี่ยเทียนยังถึงขั้นรู้สึกว่าต่อให้เขาใช้เกราะัเพลิงก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะสังหารคนผู้นั้นได้
ก่อนหน้านี้เผยฉีฉีได้ใช้เวทลับห้วงมิติระงับค่ายกลนำส่งของเดือนดับไปก่อน แถมยังต้องเผาผลาญพลังในการรื้อถอนค่ายกลด้วย
เวลานั้นเผยฉีฉีก็สูญเสียพละกำลังไปไม่น้อยแล้ว
เมื่อนางกลับมาฝืนเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหวของรอยแยกห้วงมิติให้ไปโจมตีหลี่หลางเฟิงจึงยิ่งเป็การใช้พลังถึงขีดสุดของการควบคุมรอยแยกห้วงมิติของนาง
ภายหลังเมื่อต่อสู้กับหลี่หลางเฟิง นางได้รับาเ็ติดต่อกันอีกหลายครั้ง เจ็บหนักทั้งพลังกายทั้งพลังใจ อีกนิดเดียวก็จะถูกปลิดชีวิตไปแล้ว
เนี่ยเทียนใช้ทิพย์จักษุข้างหนึ่งพยายามตรวจสอบระดับความร้ายแรงของอาการาเ็ในร่างกายนาง แต่กลับพบว่าต่อให้อยู่ในสภาพเจ็บหนักเช่นนี้ บนร่างของเผยฉีฉีก็ยังคงมีเขตแดนห้วงมิติที่มหัศจรรย์ชั้นหนึ่งดำรงอยู่ ตัดขาดการลอบตรวจสอบด้วยทิพย์จักษุของเขา
เขาจึงมิอาจเห็นสภาพอาการาเ็ของเผยฉีฉีได้
จากนั้นเขาจึงเคลื่อนทิพย์จักษุข้างนั้นออกไปให้ลอยอยู่รอบนอก คอยตรวจสอบการเคลื่อนไหวของปราณชีวิตอื่นๆ
ทิพย์จักษุข้างที่เหลือก็ลอยอยู่เบื้องหน้า เคลื่อนที่ไปตามการเคลื่อนที่ของเขา รับััถึงปราณแห่งชีวิตอย่างละเอียด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เผชิญกับผู้ฝึกลมปราณที่มาแสวงโชคในเทือกเขาฮ่วนคง
สภาพของเขาในตอนนี้ย่ำแย่ถึงขีดสุด หลีกเลี่ยงการต่อสู้ได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดี
ทิพย์จักษุสามารถตรวจสอบได้ถึงวิกฤตล่วงหน้า เขาจึงสามารถปรับเปลี่ยนทิศทางหลีกเลี่ยงผู้ฝึกลมปราณที่เคลื่อนไหวอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ไม่จำเป็ต้องเปิดศึกอีกครั้ง
ความโหดร้ายของผู้ฝึกลมปราณในเทือกเขาฮ่วนคงเขาไม่ได้เพิ่งเคยเห็นมาแค่ครั้งเดียว นอกจากเจอกับสมาชิกของกะโหลกเืแล้ว คนใดก็ตามที่เห็นสภาพของเขาในตอนนี้ แถมยังแบกเผยฉีฉีไว้ข้างหลัง เกรงว่าพวกเขาคงลงมือทันทีอย่างไร้ความลังเล
เขาอาศัยทิพย์จักษุตรวจสอบสภาพการณ์ที่ห่างไกลออกไปพลางห้อตะบึงไปข้างหน้าด้วย
เวลาผ่านไปทีละนิดจนเขาไม่รู้ว่าผ่านมานานแค่ไหนแล้ว
เพราะการคุกคามจากหลี่หลางเฟิงอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ พลังของเขาที่เหลืออีกไม่มากก็ใกล้จะเผาผลาญหมดสิ้นแล้ว เขาจึงไม่กล้าหยุดชะงักแม้แต่นิดเดียว
เขากังวลว่าหลี่หลางเฟิงจะโผล่ออกมากะทันหัน
เนิ่นนานหลังจากนั้น
เนี่ยเทียนที่ก้มหน้าก้มตาวิ่งห้ออย่างเดียวจึงไม่ทันสังเกตว่าเปลือกตาที่ปิดสนิทของเผยฉีฉีที่เขาแบกไว้บนหลังเริ่มขยับไหวน้อยๆ และก็พลันลืมตาขึ้น
ท่ามกลางการะเือย่างรุนแรงของร่างกาย เมื่อลืมตาขึ้น ดวงตาคู่งามของเผยฉีฉีจึงเผยความงุนงง
นางเม้มปากฝืนข่มกลั้นความเ็ปในร่างกายและตรวจสอบไปรอบด้าน
แล้วนางก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าเกิดอะไรขึ้น นางมองเห็นเนี่ยเทียนที่ยังคงห้อเหยียดอย่างบ้าคลั่งพร้อมลมหายใจที่หอบหนัก
แก้มสองข้างที่ซีดขาวของนางค่อยๆ มีสีแดงปรากฏขึ้นมา
นางในเวลานี้นอนทาบทับอยู่บนแผ่นหลังของเนี่ยเทียนไปทั้งร่าง เมื่อเนี่ยเทียนวิ่งเต็มเหยียด หน้าอกของนางก็แนบสนิทไปกับแผ่นหลังที่กว้างขวางและแข็งแกร่งประดุจูเาของเนี่ยเทียน
มือทั้งคู่ของนางคล้องไว้ที่รอบคอของเนี่ยเทียนอย่างเป็ธรรมชาติ ซึ่งท่วงท่านี้ดูใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก
ส่วนมือทั้งคู่ของเนี่ยเทียนก็จับกระชับที่ต้นขาของนาง ช่วยให้ร่างของนางแนบสนิทกับร่างของเขา เพื่อเวลาที่เนี่ยเทียนวิ่งห้อจะได้ไม่ร่วงหล่นลงไป
นางเม้มปาก ขบฟันน้อยๆ ดวงตาเผยความเขินอาย กำลังสองจิตสองใจว่าควรจะบอกเนี่ยเทียนดีหรือไม่ว่านางฟื้นแล้ว
-----
