“ระดับไอเทม: ปฐีระดับสูง”
“คุณสมบัติธาตุ: มิติ”
“ระดับการอัพเกรด: +10”
“คุณลักษณะ: จิติญญา +660”
“คุณลักษณะเพิ่มเติม: จิติญญา +320”
“ความสอดคล้องิญญา: 10%”
“ผลกระทบพิเศษ: สามารถบรรจุอุปกรณ์ช่องมิติที่มีขนาดพื้นที่มิติโดยรวมเล็กกว่าพื้นที่ที่เหลืออยู่ในอุปกรณ์มิติชิ้นนี้”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ+10: สามารถสะสมพลังิญญาเพื่อเก็บไว้ใช้ในภายหลังได้ 2000 หน่วย โดยไม่นับว่าเป็พลังิญญาของผู้สวมใส่ สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: พลังิญญา 110 หน่วย”
ขณะมองดูแหวนิญญาม่วงที่อัพเกรดถึง +10 ในมือ ดวงตาไป๋หยุนเฟยก็ฉายแววปลาบปลื้มยินดี “จิติญญาหนึ่งหน่วย เท่ากับพลังิญญาสองหน่วย เพียงแค่พลังิญญาที่ได้เพิ่มเป็พิเศษจากแหวนวงนี้ก็เกือบจะสองส่วนแล้ว ยังมีที่สามารถเก็บสะสมไว้ใช้ได้อีกสองพันหน่วย ก็เท่ากับหนึ่งในสามของพลังิญญาที่ข้ามีอยู่แล้ว จากนี้ไปหากได้พบศัตรูที่พลังิญญาสูสีกัน เกรงว่าจะมีไม่มีผู้ใดเป็คู่ต่อสู้ข้าได้อีกแล้ว...”
แหวนิญญาม่วงมีช่องมิติรูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดห้าสิบวา นับว่าใหญ่โตอย่างยิ่ง ไป๋หยุนเฟยจึงนำแหวนช่องมิติพิเศษที่มีอสูริญญาหุ่นเชิดกับแหวนช่องมิติธรรมดาที่เก็บไว้กับตัวใส่ลงไปในแหวนิญญาม่วง จากนั้นจึงนำสิ่งของในแหวนช่องมิติบนมือขวาออกมาใส่แหวนิญญาม่วงและสวมแหวนิญญาม่วงลงไปแทน
ยามนี้บนมือทั้งสองข้างของไป๋หยุนเฟยสวมแหวนที่ให้ผลดังนี้ มือซ้ายแหวนฟื้นฟูพลังิญญา มือขวาแหวนิญญาม่วง
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ไป๋หยุนเฟยก็สงบนิ่งรวบรวมสมาธิครู่หนึ่ง จากนั้นจึงโบกมือนำกระถางเพลิงอัสนีอกมา
หลังจากใช้มือขวาััข้างกระถาง ไป๋หยุนเฟยก็เพ่งความคิด “อัพเกรด”
“อัพเกรดสำเร็จ”
“ไอเทมพิเศษ”
“ระดับไอเทม: นภาระดับต่ำ”
“คุณสมบัติธาตุ: ไฟ สายฟ้า”
“ระดับการอัพเกรด: +1”
“ผลกระทบพิเศษ 1: เพิ่มโอกาสสำเร็จในการหลอมประดิษฐ์ขึ้นอีก 210%”
“ผลกระทบพิเศษ 2: มีโอกาส 6% ที่จะทำให้วัตถุที่หลอมประดิษฐ์มีคุณสมบัติธาตุสายฟ้า”
“ความสอดคล้องิญญา: 1%”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: พลังิญญา 110 แต้ม”
ไป๋หยุนเฟยนิ่งเงียบไปชั่วขณะ จากนั้นก็อัพเกรดอีกครั้ง ผลกระทบพิเศษอย่างแรก เพิ่มโอกาสสำเร็จในการหลอมประดิษฐ์ก็กลายเป็ร้อยละสองร้อยยี่สิบ ผลกระทบพิเศษอย่างที่สอง ก็เพิ่มโอกาสเป็ร้อยละเจ็ด ความสอดคล้องิญญาก็เพิ่มเป็ร้อยละสอง
แทนที่ไป๋หยุนเฟยจะอัพเกรดต่อ มันกลับก้มหน้าครุ่นคิด
“ผลดีจากการยกระดับกระบวนการอัพเกรดในครั้งนี้ก็คือ ปัญหาที่ว่าไม่อาจอัพเกรดหรือไม่ทราบคุณสมบัติสิ่งของหมดสิ้นไปแล้ว เพียงแต่ไม่ทราบว่าในอนาคตจะพบกับ‘ข้อบกพร่อง’ของกระบวนการอัพเกรดอีกหรือไม่? และหลังจากนี้ยังจะพบเจอปัญหาเช่นนี้อีกหรือไม่?”
ไป๋หยุนเฟยมองดูกระถางเพลิงอัสนีที่อยู่ตรงหน้า ในใจก็ครุ่นคิดขึ้น “อีกอย่างหลังจากอัพเกรดแล้วกระถางเพลิงอัสนีกลับมีความเปลี่ยนแปลงต่างไปจากวัตถุิญญาประเภทอาวุธหรือเครื่องป้องกัน... ผลการอัพเกรดควรจะเปลี่ยนแปลงไปตามระดับการอัพเกรด ยิ่งอัพเกรดสูงขึ้นก็ต้องยิ่งดีขึ้น... ถ้าเช่นนั้นข้าควรจะอัพเกรดจนถึง +10 หรือไม่? ยามนี้ยังดูไม่ออกว่ามีความเปลี่ยนแปลงอันใด ไม่ทราบว่าหากอัพเกรดจนถึงระดับสูงจะถูกท่านอาจารย์สังเกตพบหรือไม่?”
หลังจากชั่งใจอยู่นาน มันก็ส่ายหน้า “แหวนิญญาม่วงนั้นหากไม่กระตุ้นใช้งาน ท่านอาจารย์ก็คงสังเกตความเปลี่ยนแปลงไม่ออก แต่ว่ากระถางเพลิงอัสนีนี้จำต้องใช้ต่อหน้าท่านอาจารย์เป็ประจำ เพื่อเป็การหลีกเลี่ยงปัญหา อย่าเพิ่งอัพเกรดเป็การชั่วคราวจะดีกว่า ยามนี้สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็การเรียนรู้วิชาหลอมประดิษฐ์ หากเอาแต่พึ่งพากระถางหลอมประดิษฐ์ก็คงไม่ใช่เื่ดีนัก...”
แม้ขณะนี้ไป๋หยุนเฟยจะได้เป็ศิษย์สายตรงของจื่อจินแล้ว แต่ความลับสุดยอดของมันเื่กระบวนการอัพเกรด ไป๋หยุนเฟยยังไม่คิดที่จะบอกเล่าให้จื่อจินทราบ
…………
นับั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา แทบทุกวันไป๋หยุนเฟยจะอยู่ที่ยอดเขาอุดรตลอดเวลา ภายใต้การชี้แนะด้วยตนเองจากจื่อจิน ไป๋หยุนเฟยก็เรียกได้ว่าหมกมุ่นอยู่กับวิชาหลอมประดิษฐ์แล้ว
การหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาชั้นมนุษย์นั้น หากอ้างอิงจากคำพูดของจื่อจินแล้วถือเป็เพียงก้าวเริ่มต้นเท่านั้น ส่วนไป๋หยุนเฟยเองก็วนเวียนอยู่กับระดับเริ่มต้นนี้ต่ออีกครึ่งเดือน ในที่สุดจึงสามารถหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาชั้นปฐีออกมาได้ชิ้นหนึ่ง แม้จะนับว่าเป็ชั้นปฐีอย่างเต็มฝืนก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็พัฒนาการก้าวใหญ่ของไป๋หยุนเฟย
หลังจากนั้น การฝึกหลอมประดิษฐ์ของมันก็พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่ภาวะคงที่ พัฒนาการด้านการหลอมประดิษฐ์ของไป๋หยุนเฟยก็ไม่มีความน่าตื่นเต้นหรือก้าวะโอีก การหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาชั้นปฐีนั้นแตกต่างจากชั้นมนุษย์โดยสิ้นเชิงจนไม่อาจเปรียบเทียบกันได้ ในการหลอมห้าครั้งมันสามารถทำได้สำเร็จเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ยังนับว่ามีโอกาสสำเร็จอยู่ในระดับต่ำ
แต่ว่าความสำเร็จเช่นนี้ก็สร้างความพอใจแก่จื่อจินอย่างยิ่งแล้ว และหลังจากไป๋หยุนเฟยเชี่ยวชาญขั้นตอนจำเป็ที่สำคัญแล้ว ก็ไม่ได้ไปขอคำชี้แนะจากจื่อจินทุกวันอีก มันเริ่มต้นฝึกฝนด้วยตนเองเพียงลำพังภายในถ้ำหลอมประดิษฐ์ หากได้พบปัญหาระหว่างการฝึกฝนจึงค่อยไปขอคำชี้แนะจากอาจารย์
ยังมีอีกเื่ ก่อนหน้านี้หน้าผาหลอมประดิษฐ์ที่ถูกไป๋หยุนเฟยะเิไปนั้น ได้รับการซ่อมแซมเรียบร้อยแล้วจริงๆ นอกจากครึ่งหนึ่งที่ดูใหม่กว่าแล้ว นอกนั้นก็ไม่เห็นมีความแตกต่างจากเดิมแม้แต่น้อย!
ไป๋หยุนเฟยเคยเอ่ยปากถามซ่งหลิน จึงได้ทราบว่าผู้าุโใหญ่เซียวปินจื่อเป็ผู้ซ่อมแซมจนเสร็จสิ้นภายในคืนเดียว ได้ยินว่าผู้าุโใหญ่วัตถุิญญาที่น่าอัศจรรย์อยู่ชิ้นหนึ่ง สามารถควบคุมก้อนหินและดินทรายได้ตามใจ แต่สำหรับรายละเอียดที่ชัดเจนกว่านั้น ซ่งหลินเองก็ไม่ทราบแน่ชัด
ฝึกหลอมประดิษฐ์ หลอมวัตถุิญญา...
จนเวลาผ่านไปสองเดือน...
ยามเช้า ขณะที่แสงอรุณสาดลอดเข้ามาภายในห้อง ไป๋หยุนเฟยที่นอนอยู่บนเตียงก็เริ่มลืมตาขึ้นอย่างแช่มช้า หลังจากลุกขึ้นนั่งก็ขยับร่างบิดตัวจนเกิดเสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบไปทั้งร่าง
ไป๋หยุนเฟยหยิบกระบองสองท่อนที่วางอยู่ข้างเตียงขึ้นมา หลังจากกวาดตาดูก็เก็บลงในแหวนช่องมิติ จากนั้นจึงเริ่มครุ่นคิดก่อนจะกล่าวพึมพำขึ้น “พลังิญญาหกพันสามร้อยห้าสิบหน่วย...”
คืนก่อนมันใช้วิธีอัพเกรดจนพลังิญญาหมดสิ้นเพื่อนับดูพลังิญญาในร่างกาย ผลที่ได้ก็คือหกพันสามร้อยห้าสิบหน่วย
ั้แ่บรรลุด่านบรรพิญญามา ไป๋หยุนเฟยก็พบว่าการใช้วิธีอัพเกรดจนพลังิญญาหมดสิ้นเพื่อให้พลังเพิ่มพูนขึ้น กลับไม่ให้ผลดีดังเดิมอีกแล้ว --- ก่อนหน้าที่จะเป็บรรพิญญา แต่ละครั้งสามารถเพิ่มพลังิญญาได้ยี่สิบกว่าหน่วย แต่ในปัจจุบันกลับเพิ่มขึ้นมาแค่ไม่ถึงสิบหน่วยเท่านั้น...
“หรือว่าจะสวนทางกับพลังฝีมือที่เพิ่มสูงขึ้น การเพิ่มของพลังิญญาจึงลดน้อยลง...” ไป๋หยุนเฟยยกมือขวาขึ้นลูบคางพร้อมกับครุ่นคิดในใจ “ถ้าเช่นนั้นจากนี้ไปคงไม่อาจใช้วิธี‘คดโกง’เช่นนี้เพื่อเพิ่มพูนพลังิญญาอีกแล้ว ดังนั้นข้าต้องเลิกที่จะคิดพึ่งพาวิธีการเช่นนี้อีก แต่ว่ายังดีที่ยามนี้ความเร็วในการฝึกปรือของข้าไม่ได้เชื่องช้าเท่าใดนัก”
ไป๋หยุนเฟยพบว่า ระหว่างที่หลอมประดิษฐ์นั้น พลังของตนจะค่อยๆเพิ่มพูนขึ้นด้วยเช่นกัน มิหนำซ้ำยิ่งหลอมวัตถุิญญาชั้นสูงขึ้นเท่าใด พลังที่เพิ่มพูนก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
นี่คือความพิเศษของศิษย์สำนักช่างประดิษฐ์(หรือจะกล่าวอีกอย่างก็คือความพิเศษของวิชาหลอมประดิษฐ์) ไม่ใช่เพียงแค่การรวบรวมสมาธิตั้งใจฝึกปรือเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่จะช่วยเพิ่มพูนพลังิญญาขึ้นได้ แม้แต่ในขณะหลอมประดิษฐ์ก็สามารถทำได้เช่นกัน --- ไม่เช่นนั้น ศิษย์สำนักช่างประดิษฐ์ที่เวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับการหลอมวัตถุิญญา คงไม่อาจพัฒนาพลังฝีมือขึ้นได้แล้ว
ในส่วนของกระบวนการอัพเกรดนั้น ไป๋หยุนเฟยยังพบว่าหลังจาก‘ยกระดับ’แล้วยังมีอีกอย่างที่เป็ความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง --- นั่นคือโอกาสสำเร็จในการอัพเกรดสิ่งของระดับต่ำมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว
ไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่กลับกลายเป็ลดลง!
เมื่อครั้งที่มันจัดการกวาดล้างอัพเกรดกึ่งวัตถุิญญาจำนวนมาก ไป๋หยุนเฟยก็พบว่ากึ่งวัตถุิญญาร่วมสามสิบชิ้นนั้น สุดท้ายไม่มีแม้แต่ชิ้นเดียวที่อัพเกรดถึง +10 ได้สำเร็จ!!
ครั้งนั้นไป๋หยุนเฟยถึงกับร้องสบถต่อความโชคร้ายของตน เดิมทีมันคิดว่าตนเองเคราะห์ร้ายเกินไป แต่เมื่อกลับมาใคร่ครวญให้ถี่ถ้วนแล้ว ก็พบว่ามีอย่างอย่างผิดปกติ ดังนั้นหลังจากใช้เวลาอีกหลายวันเพื่อหลอมกึ่งวัตถุิญญาจำนวนมากก็ทำการอัพเกรดเพื่อพิสูจน์อีกครั้ง สุดท้ายยังไหว้วานศิษย์ที่ลงจากเขาไปซื้อของในเมืองให้ซื้อหาสิ่งของธรรมดามาจำนวนหนึ่งเพื่อพิสูจน์อีกครั้ง
ท้ายที่สุดไป๋หยุนเฟยก็พิสูจน์ได้แล้วว่า กระบวนการอัพเกรดในยามนี้ หากอัพเกรดวัตถุชั้นมนุษย์ลงไป โอกาสสำเร็จนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ยิ่งหากคิดจะอัพเกรดให้ถึง +10 ก็ยิ่งยากเย็นแสนเข็ญจนแทบเป็ไปไม่ได้!
แต่ว่ายังมีอีกอย่างที่มันค้นพบได้โดยบังเอิญ นั่นก็คือยามอัพเกรดสิ่งของระดับ‘ดีเลิศ’ชิ้นหนึ่งจนถึง +10 แล้ว จากเดิมที่ไม่มีคุณสมบัติธาตุ กลับปรากฏคุณสมบัติธาตุไฟขึ้น
เื่นี้ไป๋หยุนเฟยขบคิดไม่เข้าใจว่าเป็เพราะเหตุใด สุดท้ายได้แต่สันนิษฐานตามที่พอจะเป็ไปได้ นั่นก็คือ กระบวนการอัพเกรดยกระดับขึ้นแล้ว สิ่งของธรรมดาหรือระดับต่ำไม่อาจทนรับ‘พลังมหาศาล’ที่เกิดขึ้นระหว่างการอัพเกรดได้อีกต่อไป
อีกอย่างในปัจจุบันไป๋หยุนเฟยก็รับรู้ได้ว่าทุกครั้งที่อัพเกรดสิ่งของ นอกจากจะใช้พลังิญญาแล้วยังก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อพลังธรรมชาติแห่งฟ้าดินอีกด้วย กล่าวได้ว่ากระบวนการอัพเกรดอาศัยพลังิญญาของไป๋หยุนเฟยในการกระตุ้นพลังธรรมชาติแห่งฟ้าดินเพื่อยกระดับสิ่งของขึ้น และนับั้แ่กระบวนการอัพเกรดถูกยกระดับขึ้น‘พลัง’ที่ใช้ก็กลายเป็เข้มแข็งขึ้น สิ่งของทั่วไปย่อมไม่อาจรับไหว ดังนั้นจึงยากที่จะสามารถอัพเกรดได้สำเร็จ
เมื่อสรุปการคาดเดาได้เช่นนี้ ไป๋หยุนเฟยก็พยายาม‘ทดลอง’เปลี่ยนแปลงสภาพระหว่างการอัพเกรด‘หลากหลาย’รูปแบบ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ผล บางทีจะเป็เพราะมันคาดเดาผิดพลาดไป หรือไม่ก็เป็เพราะไป๋หยุนเฟยยังด้อยพลังที่จะหยั่งถึงเหตุผลเื้ัได้...
……
ไป๋หยุนเฟยก้มลงมองแหวนิญญาม่วงบนมือขวา หลังจากใช้ััิญญากวาดสำรวจ ภาพสิ่งของที่อยู่ด้านในก็ปรากฏขึ้นในความคิด
“วัตถุิญญาชั้นปฐีระดับต่ำสิบสามชิ้น ชั้นมนุษย์สิบเจ็ดชิ้น...”
นี่คือสิ่งที่ไป๋หยุนเฟยหลอมสำเร็จในรอบสองเดือนที่ผ่านมา แต่ก็ใช่ว่ามันจะหลอมทุกวันโดยไม่หยุดพัก บางวันก็หลอมเพียงชิ้นเดียว และบางครั้งเพื่อที่จะปรับสภาพจิตใจ หรือเพื่อทำความเข้าใจต่อวิธีการที่จะหลอม ไป๋หยุนเฟยถึงกับใช้เวลาหลายวันจึงจะสามารถหลอมประดิษฐ์ออกมาได้ชิ้นหนึ่ง แต่ว่าด้วยจำนวนเพียงเท่านี้ ก็เพียงพอจะทำให้ศิษย์สำนักช่างประดิษฐ์ส่วนใหญ่ต้องแหงนหน้าขึ้นมองแล้ว
หลังจากเข้าสู่สำนักช่างประดิษฐ์และได้เรียนรู้วิชาหลอมประดิษฐ์แล้ว ไป๋หยุนเฟยจึงได้รับรู้ว่าวัตถุิญญา โดยเฉพาะวัตถุิญญาระดับต่ำ แทบจะไม่มีคุณค่าอันใดเมื่ออยู่ในสำนักช่างประดิษฐ์
แน่นอน คำกล่าวที่ว่านี้ย่อมใช้ได้เฉพาะกับมันที่เป็ศิษย์สายตรงหรือศิษย์สายในที่มีความสามารถโดดเด่นเท่านั้น
ไป๋หยุนเฟยครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนจะกล่าวกับตนเอง “สะสมให้มากกว่านี้สักหน่อย จากนั้นค่อยอัพเกรดชุดใหญ่ ยามนี้ที่มีมากก็คือเวลากับวัตถุิญญา ข้าไม่เชื่อว่าทั้งหมดนี้จะไม่สามารถอัพเกรดจนถึงระดับสูงได้แม้แต่ชิ้นเดียว”
ที่ไป๋หยุนเฟยครุ่นคิดคือนำวัตถุิญญานับร้อยหรือหลายร้อยชิ้นมาใช้ทิ้งขว้างราวกับผักสดราคาถูก เพียงมันเข้าสำนักมาไม่กี่เดือนก็มีความคิด‘ฟุ่มเฟือย’เช่นนี้แล้ว หากว่าเื่นี้รู้ถึงหูผู้อื่น ไม่ทราบว่าผู้คนจะครุ่นคิดอย่างไร
ไป๋หยุนเฟยลุกขึ้นจากเตียง ขณะที่เพิ่งบิดี้เีเสร็จก็ได้ยินเสียงอันสดใสของเด็กสาวดังมาจากด้านนอก
“พี่หมวกฟาง รีบออกมาเถอะ พวกข้าจะไปแล้ว!!”
