ปู่รองสกุลเคอชำเลืองมองไปทางต่งปี้อู่ที่ยืนอยู่ข้างกายแล้วอดมิได้ที่จะทำใจกล้าเอ่ยว่า
“โยวหราน มิใช่ว่าปู่รองตำหนิเ้า แต่เื่นี้เกิดขึ้นก็เพราะเ้า หากเ้าเอาวิธีทำ ‘เกี๊ยวน้ำมรกต’ ให้คนสกุลเคอั้แ่ต้น พวกเราก็คงยินดีกันถ้วนหน้ามิใช่หรือ? มีหรือจะวุ่นวายจนกลายเป็เช่นในวันนี้?”
‘เกี๊ยวน้ำมรกต’ คือของบ้าบออันใด? ปู่ใหญ่สกุลเฉินมิได้บอกว่าวิธีทำเต้าหู้หรอกหรือ? เคอโยวหรานถึงกับมีเครื่องหมายคำถามเต็มหัว
ผู้ใหญ่บ้านเฉินเห็นต้วนเหลยถิงขมวดคิ้วทำหน้างุนงง จึงอธิบายให้เขาฟังว่า “คือเต้าฮวยที่โรงสุราฟู่หยวนขายโดยตั้งชื่อว่า ‘เกี๊ยวน้ำมรกต’ พวกเขาขายในราคาถ้วยละหนึ่งตำลึงเงิน”
บัดซบ ป่าเถื่อนถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ถั่วเหลืองราคาจินละกี่เฉียนกัน? เต้าฮวยที่พวกเขาส่งไปราคาจินละเท่าใดกัน?
เต้าฮวยหนึ่งถ้วยจะหนักหนึ่งจินเชียวหรือ? เอาเถิด แม้จะคำนวณตามจำนวนจินก็ยังเพิ่มราคาขึ้นตั้งห้าสิบเท่าทีเดียว? เถ้าแก่อวี๋ช่างเก่งกาจนัก!
เคอโยวหรานทอดถอนใจ ไอ้หยา นางโดนอุปทานต่อราคาสินค้าที่ถูกกำหนดแน่นอนในยุคหลังและโครงสร้างระบบที่สมบูรณ์แบบจำกัดขอบเขตการจินตนาการของตนเอาไว้เสียแล้ว
เห็นทีหลังจากเื่นี้จบสิ้น นางคงต้องไปพูดคุยกับเถ้าแก่อวี๋ให้รู้เื่สักหน่อย เขาได้กินเนื้อ ย่อมมิอาจปล่อยให้ตนกินเพียงเศษกระดูกกระมัง?
ครั้นเห็นเคอโยวหรานไม่เอ่ยสิ่งใด ปู่รองสกุลเคอคิดว่านางหวาดกลัวจึงยิ่งลำพองกว่าเดิม
“เ้าเป็สตรีที่แต่งออกจากสกุลเคอ ย่อมควรจะเอนเอียงมาทางสกุลเคอของข้า แต่เ้ากลับมอบวิธีหาเงินได้ตั้งมากมายถึงเพียงนี้ให้กับสกุลเฉิน แท้จริงแล้วมีจุดประสงค์อันใด?”
ต้วนเหลยถิงแค่นหัวเราะเสียงเย็น ใช้สายตาราวกับคมมีดจดจ้องปู่รองสกุลเคอ “เคล็ดลับสกุลต้วนของข้า คิดอยากจะให้ผู้ใดก็ให้ผู้นั้น เกี่ยวข้องอันใดกับสกุลเคอ อีกทั้งเกี่ยวข้องอันใดกับโยวหรานด้วยหรือ?”
ปู่รองสกุลเคอถึงกับไร้สิ่งใดจะเอ่ย ดวงตากลิ้งกลอกไปมาก่อนจะเปิดปากอย่างหัวรั้นว่า “โยวหรานแต่งเข้าสกุลต้วน เช่นนั้นก็ควรจะแบ่งปันเคล็ดลับกับนาง ให้สกุลเคอของพวกเราเป็คนทำการค้าขาย เหตุใดถึงเอาไปให้สกุลเฉินที่ไม่ใช่ญาติใช่มิตรเล่า?”
เพิ่งจะสิ้นเสียงของเขา พลันนำมาซึ่งเสียงดังก้องของคนสกุลเคอ ต่างเอ่ยคล้อยตามดังเซ็งแซ่
“ใช่แล้ว ปู่รองสกุลเคอมีเหตุผล”
“ตามหลักแล้วควรเป็เช่นนี้จึงจะถูก”
“ใช่ ปู่รองกล่าวได้ดียิ่งนัก” ...
ล้อเล่นแล้วกระมัง หนึ่งถ้วยหนึ่งตำลึง เมื่อมีเคล็ดลับเช่นนี้จะไม่หาเงินจนเต็มโถได้อย่างไร ยังจะมีผู้ใดทำไร่ไถนาอย่างสุดชีวิตอีกหรือ?
ครั้งนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเอาวิธีทำนี้มาอยู่ในมือให้จงได้ เคอโยวหรานออกเรือนกับต้วนซานหลาง เช่นนั้นวิธีทำก็ควรจะถูกแบ่งปันให้กับสกุลเคอของพวกเขา มีสิทธิ์อันใดเอาไปให้สกุลเฉินกัน?
มุมปากของต่งปี้อู่หยักยกและยืนหลับหูหลับตาอยู่ด้านข้าง ยามนี้เขาพลันรู้สึกว่าการพาปู่รองสกุลเคอมาด้วยช่างเป็การกระทำอันชาญฉลาดยิ่งนัก
เอะอะโวยวายกันไปเถิด ยิ่งเป็เื่ใหญ่โตมากเท่าใดก็ยิ่งดี ประจวบเหมาะกับเขาจะได้นั่งรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ นึกไม่ถึงว่าหมู่บ้านเล็กๆ เช่นหมู่บ้านเถาหยวนยังจะมีลู่ทางหาเงินเช่นนี้ซ่อนอยู่
ในขณะนั้นเอง หมอเทวะกับเซียนพิษพลันแทรกกายผ่านฝูงชนด้วยความว่องไวจนเกิดเสียงดังฟิ้ว ตามด้วยหยุดลงข้างกายเคอโยวหรานแล้วถามอย่างพร้อมเพรียงกันว่า
“แม่นางน้อย มิได้บอกว่าจะต่อยตีหรอกหรือ? เหตุใดยังไม่มีผู้ใดลงมืออีกเล่า?”
เคอโยวหรานกุมขมับ “ไอ้หยา ท่านอาจารย์ของข้า คนในหมู่บ้านทะเลาะกันเพราะผลประโยชน์จำนวนหนึ่ง คนเหล่านี้ไม่พอให้ท่านคลึงด้วยนิ้วเดียวด้วยซ้ำ แท้จริงแล้วพวกท่านจะมาชมความครึกครื้นใช่หรือไม่เ้าคะ?”
หมอเทวะส่ายหน้าพลางโบกมือ “หา? น่าเบื่อ คนเหล่านี้แค่ซานหลางของเ้าหลับตาก็ยังทุบคนจนตายได้ เช่นนั้นอาจารย์คงไม่ยุ่งแล้ว”
เซียนพิษไม่แยแสเื่นี้เลยสักนิด ชายชราขยับเข้าใกล้เคอโยวหรานแล้วกระซิบเสียงเบาว่า “แม่นางน้อย ลูกหมาป่าไปอยู่ที่ใดแล้วเล่า? พวกเราค้นจนทั่วห้องของเ้าแต่กลับไม่พบ เ้าอย่าได้บอกอาจารย์ว่าปล่อยให้พวกมันหิวจนตายแล้วจริงๆ?”
เคอโยวหรานเลียนแบบท่าทางมีลับลมคมในของเขาและเอ่ยว่า “ศิษย์ของท่านดูเชื่อถือไม่ได้ถึงเพียงนั้นเชียวหรือเ้าคะ? แน่นอนว่าลูกหมาป่ากลับไปอยู่ข้างกายพ่อแม่ของมันแล้วเ้าค่ะ ไม่เช่นนั้นจะให้พวกมันติดตามข้าไปชั่วชีวิตเลยหรือเ้าคะ?”
เซียนพิษ “...?”
หมอเทวะพลันร้อนรนใจขึ้นมา “แม่นางน้อย มิอาจทำเช่นนี้ได้ เ้าเป็คนเลี้ยงดูหมาป่าน้อยจนเติบใหญ่ เหตุใดยามนี้ถึงส่งกลับไปเสียแล้ว? เ้ายังตามหาพวกมันพบหรือไม่?”
“หาไม่เจอแล้วเ้าค่ะ” เคอโยวหรานหรี่ดวงตา นางลอบคิดในใจว่า :
ผู้เฒ่าทั้งสองคนนี้ไม่ชอบมาพากล หากพวกเขายังไม่บอกจุดประสงค์ให้นางฟัง เช่นนั้นเพื่อความปลอดภัยของหมาป่าน้อย นางย่อมไม่มีทางบอกร่องรอยของพวกมันออกไป
หมอเทวะกับเซียนพิษ “...?”
“แม่นางน้อย หาไม่เจอแล้วเหตุใดไม่รีบบอกั้แ่เนิ่นๆ เล่า?” ทันทีที่สิ้นเสียง เซียนพิษพลันพุ่งไปทางเขาต้าชิงอย่างรวดเร็วจนมองไม่เห็นเงา
“เฮ้ย ตาเฒ่าพิษ ช้าสักหน่อย...” หมอเทวะที่ได้สติกลับมารีบไล่ตามเซียนพิษไปทันที ทิ้งไว้เพียงเงาเลือนรางของชายเสื้อคลุมเท่านั้น
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ “...?”
ภายในใจพวกเขาต่างคิดเป็เสียงเดียวกันว่า : ์ ผู้เฒ่าทั้งสองคนนี้เป็เทพเซียนใช่หรือไม่?
กล่าวได้ว่าไปมาดั่งสายลม ั้แ่ปรากฏตัวจวบจนจากไปล้วนเป็เวลาเพียงชั่วอึดใจ ไม่ปล่อยโอกาสให้ผู้อื่นมีโอกาสตอบสนองแม้แต่นิด
มือทั้งสองข้างที่ซ่อนอยู่ในชายแขนเสื้อของต่งปี้อู่กำหมัดแน่น หนังตาถึงกับกระตุกไม่ยอมหยุด
ผู้อื่นอาจไม่รู้ แต่เขากลับประจักษ์แจ้งยิ่งนักว่าหนึ่งในนั้นคือผู้ใด?
นั่นก็คือหมอเทวะ! ส่วนผู้ที่สามารถใกล้ชิดติดตามเป็เงาของหมอเทวะจะต้องคือเซียนพิษโดยมิต้องสงสัย
กระทั่งราชวงศ์ยังเคารพนบนอบต่อคนทั้งสองถึงสามส่วน แล้วเขาจะกล้าไปยั่วยุได้อย่างไร?
อิทธิพลของสำนักหมอแผ่กระจายไปทั่วหล้า ในใต้หล้านี้มีผู้ใดไม่ต้องหาหมอ จะมีสักกี่คนที่ไม่ถามหายา?
แม้คนของสำนักพิษจะมีไม่มาก แต่กลับลึกลับซับซ้อนยิ่งนัก หากสร้างความหมางใจกับคนของสำนักพิษแล้วถูกพวกเขาแก้แค้น จะต้องตายเช่นไรก็ยังมิอาจรู้ได้
เมื่อเห็นท่าทางสนิทสนมระหว่างปรมาจารย์ทั้งสองกับเคอโยวหราน เช่นนั้นความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับนางจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
ไม่เพียงมิอาจสร้างความหมางใจ ทว่ายังต้องคิดหาหนทางประจบจึงจะถูก
ยามนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือคิดหาหนทางปลีกตัวออกไปโดยเร็วที่สุด คงไม่สามารถชิงวิธีทำเกี๊ยวน้ำมรกตมาได้เสียแล้ว
โชคดีที่ั้แ่ต้นจนจบเขามิได้เอ่ยสิ่งใดเกี่ยวกับเื่นี้เลยสักคำ
เมื่อคิดเช่นนี้ ต่งปี้อู่พลันลอบถอยหลังออกไปอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะหนีไปโดยไม่มีผู้ใดทันสังเกตเห็น
ครั้นถูกหมอเทวะกับเซียนพิษก่อกวน ทุกคนก็เกือบลืมเลือนเสียแล้วว่าเมื่อครู่กำลังพูดคุยถึงเื่อันใด
แต่ปู่รองสกุลเคอเป็ผู้ใดกัน เขากระทุ้งผู้เฒ่าเคอเพื่อผลักอีกฝ่ายออกไป
ผู้เฒ่าเคอยังไม่ทันได้สติกลับมาจากการหายไปอย่างไร้ร่องรอยของเทพเซียนทั้งสอง ทว่าทันใดนั้นกลับได้ออกมายืนอยู่บนตำแหน่งที่สะดุดตาผู้คนมากที่สุด
ภายในใจเขาบริภาษปู่รองสกุลเคอแทบตาย ทว่าใบหน้ายังคงฝืนเอ่ยออกไปหนึ่งประโยคว่า “โยวหราน มอบวิธีทำมาเถิด”
“เฮอะ...” เคอโยวหรานแค่นหัวเราะ “ท่านปู่ ทั้งที่เป็เคล็ดลับของสกุลต้วน กลับบอกให้ข้าเอาออกมาให้สกุลเคอเช่นนี้ ท่านคิดว่าเหมาะสมหรือไม่เ้าคะ?
สตรีที่ออกเรือนแล้วของจวนใดมิได้เป็ดั่งน้ำที่ถูกสาดออกไปบ้าง เคล็ดลับของสกุลใดไม่ถูกเก็บงำเป็ความลับ ถ่ายทอดให้เพียงบุรุษ ไม่ถ่ายทอดให้สตรีบ้าง? ท่านเคยเห็นครอบครัวใดถ่ายทอดให้สตรีด้วยหรือเ้าคะ?”
เดิมทีผู้เฒ่าเคอก็ยังไม่ทันตั้งตัว ครั้นถูกเคอโยวหรานตอกกลับก็ถึงกับไร้สิ่งใดจะเอ่ย จากนั้นหันหน้าไปทางปู่รองสกุลเคอ
ทว่าปู่รองสกุลเคอพบว่าหากคิดตามคำกล่าวของเคอโยวหราน นับว่าพวกเขาไร้เหตุผลจริงๆ จึงอดมิได้ที่จะหันไปทางกลุ่มคนเพื่อมองหาเงาของต่งปี้อู่
ตะ...แต่ว่า...
ผู้ใดก็ได้บอกเขาที ผู้ที่เมื่อครู่ยังอยู่ที่นี่หายไปที่ใดเสียแล้ว?
คนสกุลเคอต่างพากันเบนสายตาไปทางปู่รองสกุลเคอ หวังว่าเขาจะหาเหตุผลโต้แย้งออกมาได้
ไม่ว่าผู้ใดก็นึกไม่ถึงว่าหลานสาวของผู้เฒ่าเคอผู้นี้ที่เมื่อก่อนแม้เอาไม้ตะบองโบยก็ไม่กล้าปริปาก แต่หลังจากออกเรือนกลับรู้จักพูดจาถึงเพียงนี้
ปู่รองสกุลเคอหาเงาร่างของต่งปี้อู่ไม่เจอจึงทำได้เพียงออกโรงด้วยตนเอง ฝืนเอ่ยออกไปว่า
“ในเมื่อเป็เคล็ดลับ แล้วเหตุใดถึงมอบให้สกุลเฉินเล่า? สกุลเคอของพวกเราก็เป็หนึ่งในสมาชิกหมู่บ้านเถาหยวนเช่นกัน อย่างน้อยก็ควรจะแบ่งปันให้ทั้งสองสกุลจึงจะถูก”
ต้วนเหลยถิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึม “สกุลเฉินแค่ช่วยทำงานให้พวกเราเท่านั้น พวกเขามิได้รู้วิธีทำแต่อย่างใด แล้วจะเอามาแบ่งปันกับพวกท่านได้อย่างไรกัน?”
