ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเปล่งเสียงที่แหบพร่าร้องเรียกชื่อของเขาด้วยความหวาดหวั่น เยี่ยฉิงชางปรายตามองนางราวกับมองเศษดินเศษหญ้า ใบหน้าของเขาฉายแววคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
"ข้ามาตอบแทนบุญคุณของเ้าแล้วเหมี่ยวเหมี่ยว"
ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะในใจสับสนเป็อย่างยิ่ง เหตุใดเขาจึงมาอยู่ที่นี่ แล้วเสื้อเกราะที่เขาสวมใส่นั่นมันคือสิ่งใดกัน เขาเป็ทหารหรือ?
ความคิดสับสนวุ่นวายตีกันในหัวของฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเต็มไปหมด ท่าทางทุกอิริยาบถของนางล้วนตกอยู่ในสายตาของเยี่ยฉิงชางทั้งสิ้น ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากก่อนจะบังคับม้าให้หยุดนิ่งอยู่กับที่แล้วจึงหันไปเอ่ยกับองครักษ์ของตน
"จัดการเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่"
"พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง ยามนี้แคว้นอวี้ไม่เหลือเชื้อพระวงศ์แม้เพียงคนเดียวแล้ว ส่วนทหารที่เหลือต่างยอมศิโรราบต่อพระองค์หมดแล้ว"
"ดี! ส่วนคนของแคว้นอวี้ที่เหลือก็จับไปเป็เชลยให้หมด"
"พ่ะย่ะค่ะ"
ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเมื่อได้ยินบทสนทนาของพวกเขาก็ใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก นางไม่ใช่คนโง่ เพียงเท่านี้นางก็เข้าใจได้แล้วว่าสถานะของอาชางผู้นี้ไม่ธรรมดา
เขาคือเซียวอ๋องที่โเี้ผู้นั้น เขาคือคนที่ฆ่ามารดาเลี้ยงและน้องชายของตนได้อย่างไร้ความเมตตาปรานี ความหวาดกลัวแล่นเข้ามาในใจของฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยว นางพยายามจะดิ้นให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมของเขาหมายจะวิ่งหนีไปให้ไกลและไม่้าของตอบแทนอะไรจากเขาทั้งสิ้น แต่นางกลับไม่อาจทำได้เพราะเขาจับตัวของนางเอาไว้แน่น เยี่ยฉิงชางปรายตามองฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวที่ดิ้นพล่านด้วยแววตาเ็า ก่อนจะยกมีดสั้นขึ้นมาวางพาดบนลำคอของนาง
"หากเ้าดิ้นอีกเพียงหนเดียว ข้าจะปาดคอเ้าแน่นอน"
หญิงสาวพลันชะงักไปในทันทีเมื่อได้ยินเขาเอ่ยวาจาข่มขู่ นางจึงไม่กล้าแสดงท่าทีต่อต้านเขาอีก ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามตั้งสติก่อนจะเอ่ยถามเขาออกไปด้วยน้ำเสียงที่หวาดหวั่น
"ท่านคือเซียวอ๋องจริงหรือ"
"ถูกต้อง"
ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะรวบรวมความกล้าเอ่ยออกไปตามตรง
"ท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่้าของตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น ขอเพียงมีชีวิตรอดต่อไป ขอท่านอ๋องโปรดเมตตาปล่อยหม่อมฉันไปเถอะเพคะ"
นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แต่กลับไม่ได้ยินเสียงของชายหนุ่มตอบกลับมา นางจึงเอี้ยวหน้าหันไปมองเขา แต่เมื่อนางหันไปเขากลับยื่นมือมาบีบปลายคางของนางก่อนจะจูบนางอย่างป่าเถื่อน ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวดวงตาเบิกกว้าง เริ่มออกแรงต่อต้านพฤติกรรมต่ำช้าของชายหนุ่ม แต่เขาเหมือนจะไม่สนใจ อีกทั้งยังกัดปากของนางอีกด้วย ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวรับรู้ได้ถึงรสชาติเค็มของเืที่ริมฝีปาก นางใช้แรงที่มีผลักเขาออก หญิงสาวพรูลมหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหอบ ดวงตาที่จ้องมองเขาฉายแววตื่นตระหนกระคนโกธรเคือง
"ท่านตอบแทนคนที่เคยช่วยเหลือตนเองเช่นนี้หรือ นี่น่ะหรือคือการตอบแทนของท่าน ปล่อยข้า!"
"เชลยมีสิทธิ์ร้องขอด้วยหรือ ข้าสั่งให้เ้าทำสิ่งใดเ้าก็ต้องทำ นี่นับว่าข้าปรานีเ้ามากแล้ว เพราะเ้าเคยช่วยชีวิตข้าเอาไว้"
"ผู้ใดอยากร้องขอความปรานีจากท่านกัน หากรู้ว่าท่านจะป่าเถื่อนฆ่าคนเป็ผักปลาเช่นนี้ มิสู้ข้าปล่อยให้ท่านถูกวางยาปลุกกำหนัดจนตายไปเสียดีกว่า!"
เมื่อถูกนางเอ่ยวาจาด่าทออย่างไม่ไว้หน้าเช่นนี้ เยี่ยฉิงชางก็มองนางด้วยแววตาเ็าทันที เขายื่นมือมากระชากผมของนางอย่างแรง ก่อนจะเอ่ยกระซิบที่ข้างหูของนางด้วยน้ำเสียงเย็นะเืจนฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวขนลุกขนชันไปทั้งตัว
"ข้ายังไม่รีบตายหรอก เพราะยังต้องอยู่ตอบแทนผู้มีพระคุณอย่างเ้าก่อน"
"ปล่อยเพคะ"
เยี่ยฉิงชางไม่ฟังเสียงร้องขอของฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเลยแม้แต่น้อย เขาพานางควบม้ามายังวังอ๋องซึ่งเคยเป็ที่อยู่ของอวี้อ๋องก่อนหน้านี้ จากนั้นก็ฉุดกระชากนางลงมาจากหลังม้าอย่างไม่ปรานีปราศรัย เหล่าทหารต่างทำเป็มองไม่เห็นการกระทำของเ้านาย แต่ไหนแต่ไรเซียวอ๋องก็ป่าเถื่อนเช่นนี้มาโดยตลอด เห็นทีคงจะมีเพียงท่านหญิงเยี่ยจิ่วที่เท่านั้นที่ท่านอ๋องพอจะเมตตาอยู่บ้าง
ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามขัดขืนแต่ยิ่งนางทำเช่นนั้น เยี่ยฉิงชางยิ่งออกแรงกระชากตัวนางอย่างรุนแรงมากยิ่งขึ้น เมื่อเห็นว่านางขัดขืนหนักเข้า เขาจึงใช้เชือกมัดข้อมือของนางเอาไว้และลากนางเหมือนลากวัวลากม้า นางรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่ช่วยคนต่ำช้าเช่นนี้เอาไว้ นางไม่รู้ว่าเขาคือเซียวอ๋องที่จะมาทำลายแว่นแคว้นและบ้านเกิดของนางในวันนี้
ตอนนี้วังอ๋องต่างเต็มไปด้วยศพคนตาย กลิ่นคาวเืคละคลุ้งจนฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวแทบอยากจะอาเจียนออกมา เมื่อนางหันไปมองโดยรอบก็พบกับท่านหมอจ้าวที่กำลังถูกจับขังเอาไว้ในกรงไม้รวมกับชาวบ้านคนอื่นๆ
"ท่านลุงจ้าว!"
ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวร้องเรียกท่านหมอจ้าวทันที ท่านหมอจ้าวหันมามองนางก่อนจะยิ้มอย่างยอมรับชะตากรรม เขาอายุมากแล้วไม่กลัวตาย หากวันนี้จะต้องตายเขาก็ไม่เสียดายอะไรอีกแล้ว
เยี่ยฉิงชางปรายตามองท่านหมอจ้าวหนหนึ่ง ก่อนจะหันมาเอ่ยถามฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยน้ำเสียงเ็า
"เ้ารู้จักไอ้แก่นั่นด้วยหรือ"
"เขาช่วยรักษามารดาของหม่อมฉัน เหตุใดหม่อมฉันจึงจะไม่รู้จักเขาเล่า"
นางหันมาเอ่ยตอบเขาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ทำเอาเยี่ยฉิงชางรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างประหลาด ความไม่ชอบใจสายหนึ่งพาดผ่านเข้ามาในจิตใจ เขาจึงหันไปออกคำสั่งกับคนของตนทันที
"ลากไอ้แก่นั่นไปโบยให้ตาย"
ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวพลันตื่นตระหนก นางรีบเอ่ยกับเยี่ยฉิงชางทันที
"ท่านอ๋องจะทำสิ่งใด ท่านหมอจ้าวแก่มากแล้ว แม้แต่คนแก่ท่านก็ยังไม่ละเว้นอีกอย่างนั้นหรือ!"
"เ้าออกรับแทนเขาหรือ หรือว่าเ้า..."
"หม่อมฉันไม่คิดเลยว่าท่านอ๋องจะมีความคิดต่ำช้าเช่นนี้ หม่อมฉันนับถือท่านหมอจ้าวเสมือนบิดาคนหนึ่งเท่านั้น ไม่เพียงท่านหมอจ้าว ชาวบ้านคนอื่นๆ ก็เป็ผู้บริสุทธิ์ พวกเขาไม่สมควรจะได้รับการลงโทษอย่างทารุณเช่นนี้!"
เยี่ยฉิงชางส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งราวกับว่าคำพูดของนางคือเื่ตลกขบขันที่ทำให้เขามีความสุขอย่างไรอย่างนั้น เขาขยับเข้ามาใกล้ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยว หญิงสาวคิดจะหนีแต่เขากลับกระชากนางเข้าหาตัว
"เ้านี่ช่างจิตใจดีเหลือเกินนะ ถ้าเช่นนั้นพวกเรามาทำข้อตกลงกันดีหรือไม่ หากเ้ายอมตามข้ากลับแคว้นเซียว ข้าก็จะไม่ฆ่าพวกเขา แต่ถ้าเ้าไม่เชื่อฟังข้า ข้าก็จะฆ่าคนชั้นต่ำเ่าั้ต่อหน้าเ้าทีละคน ว่าอย่างไร เ้าจะเลือกต่อต้านข้าหรือยอมทำตามใจข้าเล่า?"
"ท่านยังมีความเป็คนหลงเหลืออยู่บ้างหรือไม่"
"ตอบ!"
เยี่ยฉิงชางตะคอกใส่หญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ปรานี ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวสะดุ้งโหยง ดวงตาของนางแดงก่ำ หญิงสาวหันไปมองชาวบ้านที่นั่งหวาดกลัวจนตัวสั่นด้วยความเวทนา ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วหันมาเอ่ยกับเขา
"ได้ แต่ท่านต้องห้ามทำร้ายพวกเขาเด็ดขาด แล้วหม่อมฉันจะยอมเป็วัวเป็ม้ารับใช้ท่าน"
"ดี ในเมื่อผู้มีพระคุณขอร้อง เช่นนั้นข้าก็จะยอมทำตามสักหนหนึ่ง"
เอ่ยจบเขาก็สั่งให้คนของตนพาชาวบ้านเ่าั้เดินเท้ากลับไปเป็เชลยที่แคว้นเซียวในทันที อย่างไรก็เป็เพียงชาวบ้านแก่ๆ ย่อมไม่ก่อคลื่นลมให้กับเขาอยู่แล้ว เมื่อไปถึงแคว้นเซียวก็ให้ไปทำงานรวมกับทาสรับใช้คนอื่นๆ ก็สิ้นเื่
เมื่อฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นว่าเยี่ยฉิงชางยอมรับปากว่าจะไม่ฆ่าคน นางก็รู้สึกโล่งใจลงไปได้มาก อย่างน้อยก็ถือว่าได้ตอบแทนที่ชาวบ้านเ่าั้เคยช่วยเหลือค้ำจุนนางและมารดาเอาไว้
แต่เมื่อหันมามองเยี่ยฉิงชางนางก็ถึงกับเอ่ยวาจาใดไม่ออก นางไม่คิดเลยว่าความคิดและจิตใจของเขามันจะบิดเบี้ยวถึงขนาดนี้ ไม่เคยมีใครสั่งสอนเขาหรือว่าการตอบแทนผู้มีพระคุณไม่ควรทำตัวป่าเถื่อนเช่นนี้
เยี่ยฉิงชางรับรู้ได้ว่าฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจ้องมองตน เขาจึงหันมามองนางด้วยใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่าง นางจึงคิดจะถอยหลังหนี
“มารดาเ้าเล่าอยู่ที่ใด”
หญิงสาวชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินชายหนุ่มตรงหน้าเอ่ยถามเื่ของมารดาตนขึ้นมา
“มารดาหม่อมฉันตายไปแล้ว ศพถูกฝังอยู่นอกเมืองเพคะ”
“อ้อ”
เขาร้องอ้อออกมาคำเดียว จากนั้นก็ไม่เอ่ยสิ่งใดต่ออีก ก่อนจะกระชากตัวนางขึ้นไปนั่งบนม้าตัวเดียวกันกับเขาและมุ่งหน้ากลับแคว้นเซียวในทันที
